เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 116

Divine King Of All Directions - 116

Divine King Of All Directions - 116


Divine King Of All Directions - 116

 

ในช่วงเช้ามู่ชิงและฉีดงกำลังปรึกษาบางอย่างกันอยู่ในตำหนักผู้อาวุโสก่อนที่จะได้รับแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ว่าศิษย์ภายในที่ชื่อว่าหลินเทียนมาขอเข้าพบ

มู่ชิงและฉีดงได้มองไปที่กันและกันด้วยท่าทางแปลกๆพร้อมทั้งพูดว่า

"ให้เขาเข้ามา "

"ได้ขอรับ "

เจ้าหน้าที่ได้ตอบรับ

ไม่นานหลินเทียนก็ได้เข้ามาถึงภายในห้องภายใต้การนำของเจ้าหน้าที่

หลังจากที่นำหลินเทียนมาส่งแล้วเจ้าหน้าที่ก็ปลีกตัวออกไปทันที

"เจ้าหนูมีเรื่องอะไรงั้นหรอ ? "

มู่ชิงได้ถามออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบก่อนที่จะโค้งคำนับแล้วพูดว่า

"ท่านผู้อาวุโส มันมีอยู่ว่า............."

ตอนนี้หลินเทียนได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในป่าทมิฬออกไป

"อะไรนะ ! "

มู่ชิงและฉีดงได้มีท่าทางเปลี่ยนไปพร้อมทั้งยืนขึ้นทันที

ใบหน้าของฉีดงได้เปลี่ยนเป็นซีดเผือดพร้อมทั้งทุบโต๊ะอย่างดังแล้วคำรามออกมาว่า

"โม่จี่ ตระกูลโม่!! พวกมันกล้านักนะ !! "

ก่อนหน้านี้ทางสำนักก็ได้เตือนตระกูลโม่เรื่องการลอบสังหารหลินเทียนไปหลายครั้งแล้วและตอนนี้แม้จะรู้ว่าหลินเทียนถือครองตราแม่ทัพแต่ยังกล้าลงมือนี่มันทำให้พวกเขาโกรธจัดมากๆ

หลินเทียนได้โค้งคำนับอีกครั้งพร้อมกับพูดว่า

"ต้องขออภัยเรื่องของซูมู่หยางด้วย "

มู่ชิงและฉีดงได้แต่มองไปที่กันและกันก่อนที่จะถอนหายใจออกมา

"ไม่เป็นไร มันต้องโทษตัวเองแล้วล่ะ "

มู่ชิงได้ถอยหายใจออกมา

ฉีดงได้พูดออกมาทันทีว่า

"เรื่องนี้มันมีต้นตอมาจากตระกูลโม่ดังนั้นพวกมันต้องให้คำอธิบายเรื่องนี้กับพวกเรา ! "

มู่ชิงเองก็ได้แสดงแววตาที่เย็นชาออกมาโดยทันที

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้พูดขึ้นว่า

"ท่านผู้อาวุโสทั้งสองโปรดให้ข้าเป็นคนจัดการเรื่องความแค้นนี้เองด้วยเถอะขอรับ "

"ตระกูลโม่นั้นเป็นตระกูลผู้บ่มเพาะและแม้ว่าจะเป็นตระกูลธรรมดาๆแต่เจ้าก็ยังไม่สามารถต่อกรได้ในตอนนี้ เจ้าจะจัดการอย่างไร ? "

ฉีดงได้ขมวดคิ้วของเขาพร้อมกับถามออกมา

"ท่านผู้อาวุโสไม่ต้องเป็นกังวลไป หลินเทียนมั่นใจในเรื่องนี้ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ฉีดงและมู่ชิงได้มองไปที่กันและกันด้วยท่าทางที่ลังเลก่อนที่จะส่ายศีรษะพร้อมๆกัน

"ได้ เอาตามที่เจ้าว่าแล้วกัน "

ฉีดงได้พูดออกมาด้วยท่าทางหมดคำพูด

พวกเขารู้ดีว่าหลินเทียนนั้นไม่ธรรมดาและยังไม่ต้องพูดถึงอาจารย์อันแข็งแกร่งเพราะว่าแค่เพียงหลินเทียนคนเดียวก็สามารถสังหารโม่จี่และซูมู่หยางได้แล้วและนี่ก็อธิบายได้ว่าหลินเทียนมีการเตรียมการไม่น้อยถึงไม่ต้องเป็นห่วงอะไร

"ต้องขออภัยที่มารบกวนผู้อาวุโสทั้งสอง หลินเทียนขอตัวลา "

หลินเทียนได้พูดออกมา

หลังจากที่ได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดไปแล้วเขาก็เตรียมตัวจะไปทำอย่างอื่นต่อ

"รอก่อน ! "

มู่ชิงได้หยุดหลินเทียนเอาไว้

หลินเทียนได้หยุดเท้าลงพร้อมกับหันหน้ากลับมาถามว่า

"ท่านผู้อาวุโสมีอะไรงั้นรึ? "

มู่ชิงได้พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

"อีกสิบกว่าวันทางสำนักเป่ยหยานจากเมืองหลวงจะส่งคนมาคัดเลือกศิษย์ภายในของเรา เจ้าก็เตรียมตัวไว้ด้วยแล้วกัน ในเมื่อซูมู่หยางตายไปแล้วงั้นก็คงเหลือแค่เจ้าแล้วล่ะ "

หลินเทียนได้แต่ผงะไป สิบกว่าวัน ?

"ไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบ ? "

ฉีดงได้แต่กรอกตาพร้อมกับพูดออกมาว่า

"เจ้าหนู เจ้าอายุ 16 ปีมีพรสวรรค์ระดับ 9 ดารา เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 2 ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 อย่าว่าแต่จักรวรรดินี้เลย จะมีใครในสำนักนี้อีกที่มีความสามารถเทียบเคียงเจ้า ? "

หลินเทียนได้แสดงรอยยิ้มที่อึดอัดและอับอายออกมาอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามนี่ถือว่าเป็นข่าวดีมากๆ

"เอาล่ะ ไปได้"

มู่ชิงได้พูดออกมา

หลินเทียนได้ทำความเคารพพวกเขาอีกครั้งพร้อมทั้งก้าวออกไปช้าๆแล้วปิดประตู

แม้ว่าการกระทำนี้อาจดูเล็กน้อยแต่ก็ทำให้ผู้อาวุโสทั้งสองคนต้องพยักหน้าไปตามๆกัน

"เจ้าหนูนี่มีพรสวรรค์มากๆแถมไหวพริบยังระดับสัตว์ประหลาด ถือครองตราแม่ทัพและมีอาจารย์ที่น่ากลัวขนาดนั้นแต่กลับเป็นคนนิสัยสุภาพอ่อนโยนนี่พวกลูกหลานตระกูลเล็กๆที่อวดดีหยิ่งผยองไปวันๆไม่สามารถเทียบได้เลยด้วยซ้ำ "

ฉีดงได้พูดออกมา

"แต่ละคนก็ต่างกัน เจ้าหนูนี่ถูกกำหนดมาให้เป็นมังกรในหมู่ผู้คน "

มู่ชิงได้พูดออกมา

......

พริบตาเดียวก็ผ่านไปถึงสามวัน

ที่ตระกูลโม่ในตอนนี้

ผู้นำตระกูลโม่ได้แต่เดินไปเดินมาอยู่ภายในห้องโถงใหญ่ด้วยท่าทางที่กระวนกระวาย

เรื่องโม่จี่ออกไปลอบสังหารหลินเทียนนั้นเขารู้ดีถึงได้ส่งผู้เชี่ยวชาญของตระกูลออกไปช่วยด้วยแต่ตอนนี้ก็ผ่านไปสามวันแล้วทว่ากลับไม่ได้ข่าวอะไรเลย โม่จี่และคนอื่นๆก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

หลังจากที่ส่งคนออกไปสืบสวนแล้วก็ได้แต่รอด้วยท่าทางกระวนกระวาย

"ท่านผู้นำตระกูล ! "

หนึ่งในคนตระกูลโม่ได้พุ่งเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าซีดเผือด

"พูดมา ! "

ผู้นำตระกูลโม่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

รุ่นเยาว์คนนั้นได้พูดออกมาอย่างตะกุกตะกักว่า

"นะ........หลินเทียนได้กลับไปที่สำนักอย่างไร้รอยขีดข่วนขอรับ "

ผู้นำตระกูลโม่ได้แต่สั่นสะท้านไปด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด

ณ ตอนนี้มีเสียงดังใกล้เข้ามาก่อนที่ชายวัยกลางคนจะคุกเข่าลงแล้วพูดด้วยริมฝีปากที่สั่นระริกว่า

"ท่านผู้นำตระกูล.......นายน้อยและนายท่านหก......... ตายหมดแล้วขอรับ "

โครม !

หลังจากที่คำพูดนี้จบลงก็ทำให้โลกทั้งใบของเขาปั่นป่วนไปหมด

"เจ้าพูดว่าอะไรนะ !! พูดอีกทีสิ ! "

ผู้นำตระกูลโม่ได้พูดออกมาด้วยท่าทางโกรธจัด

ชายวัยกลางคนได้พูดออกมาด้วยร่ายกายที่สั่นสะท้านว่า

"เราได้พบศพของนายน้อยและนายท่านหกในป่าทมิฬ....."

ขณะที่พูดออกมาชายคนนั้นก็ได้แต่มองไปที่ใบหน้าของผู้นำตระกูลโม่

หลังจากนั้นร่างไร้วิญญาณสองร่างที่ถูกห่อด้วยผ้าขาวได้ถูกยกเข้ามาภายในห้อง

ใบหน้าของผู้นำตระกูลโม่ได้เปลี่ยนสีไปทันทีพร้อมกับก้าวเดินออกไปด้วยร่างกายที่สั่นสะท้าน

เขาได้ยกผ้าขาวขึ้นก่อนที่จะพบกับใบหน้าของชายวัยกลางคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของตระกูลโม่ก่อนที่จะยกมือสั่นๆไปเปิดผ้าขาวอีกผืนพร้อมทั้งกระอักเลือดออกมาทันที

"!!!! "

ดวงตาของเขาได้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำโดยทันที

ภายใต้ผ้าสีขาวนั้นเป็นร่างไร้ศีรษะของโม่จี่และศีรษะที่ยังคงมีดวงตาเบิกกว้าง

"หลินเทียน !! ระยำ!! ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้ !! ต้องฆ่าเจ้าให้ได้ !!! "

ผู้นำตระกูลโม่ได้คำรามออกมาด้วยความโกรธถึงขีดสุด

ลูกชายคนเล็กถูกหลินเทียนฆ่าไปแล้วตอนนี้ลูกชายคนโตของเขาก็ไม่ต่างกันนี่มันทำให้เขาปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างบ้าคลั่ง

................

ช่วงค่ำ, สำนักจิ่วหยาง

หลินเทียนยังคงนั่งอยู่ใจกลางข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณสองม้วนพร้อมกับดูดกลืนพลังฉีจากโดยรอบ

"บึ้สสส ! "

แรงจากหมู่ดาวได้ห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้

สามารถสัมผัสได้ทันทีว่าร่ายกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก

หลังจากนั้นก็ผ่านไปกว่า 4 ชั่วโมง

ณ ตอนนี้เป็นช่วงเที่ยงคืนพอดี

ดวงตาของเขาได้เปิดขึ้นก่อนที่พลังฉีโดยรอบจะสลายหายไป

"ถึงเวลาแล้วล่ะ "

เขาได้พูดอยู่กับตัวเองพร้อมกับดวงตาที่เป็นประกายเย็นยะเยือก

เขาได้ลงมาจากที่พักพร้อมทั้งเดินเข้าไปเปิดประตูห้องหลินซี่และเห็นว่านางกำลังพักผ่อนอย่างสบายใจ

เขาได้ยิ้มออกมาก่อนที่จะปิดประตูเบาๆแล้วเปิดทำงานข่ายอาคมลมกระโชกพลางสลายหายไปเป็นความมืด

หลังจากที่เขาออกมาจากสำนักแล้วเขาก็หยุดอยู่ที่หน้าตำหนักใหญ่แห่งหนึ่ง

บนยอดประตูได้สลักตัวอักษรตัวโตเอาไว้ว่า ตระกูลโม่ !

ณ ตอนนี้ด้านหน้าของตระกูลโม่มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลความปลอดภัยอยู่สองคนซึ่งพวกเขาอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 6

หลินเทียนไม่ได้สนใจพวกเขาแม้แต่น้อยก่อนที่จะแสยะออกมาอย่างเย็นชาแล้วกระโดดข้ามกำแพงไป หากเทียบกับตระกูลเสี่ยวแล้วภายในบ้านหลักตระกูลโม่นั้นเต็มไปด้วยอาวุธมากมายไม่ว่าจะเป็นกระบี่ หอก ง้าวหรืออาวุธอื่นๆ

"เริ่มกันเลย"

หลินเทียนได้แสยะออกมา

คืนนั้นไม่มีใครในตระกูลโม่รู้เลยว่ามีปีศาจแฝงตัวอยู่ภายในเงามืดซึ่งได้ไปกลับทุกซอกทุกมุมของตระกูลพวกเขาหมดแล้ว

ช่วงเวลากลางคืนได้หมดไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้นหลินเทียนก็ได้แอบออกมาอย่างเงียบๆพร้อมทั้งกลับไปยังที่พักภายในสำนัก

"เรียบร้อย"

เขาได้พูดกับตัวเอง

หลังจากที่กลับมาถึงที่พักแล้วเขาก็ไม่คิดจะทำอะไรเลยพลางพุ่งตรงไปนอนทันที

เขาได้พักผ่อนจนถึงช่วงบ่ายวันนั้น

เมื่อตื่นขึ้นอีกครั้งเขาก็พบว่าที่โต๊ะด้านข้างมีอาหารถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้วเหมือนเดิม

เมื่อมองไปยังอาหารเดิมๆที่คุ้นเคยแล้วเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าอับอายออกมาเพราะว่าเขาที่เป็นถึงพี่ชายกลับให้น้องสาวต้องมาดูแล

เขาได้แต่ส่ายศีรษะก่อนที่จะเดินออกไปอาบน้ำแล้วทานอาหารเสร็จก็เก็บกวาดโต๊ะ, หลังจากนั้นเขาได้ตรงออกไปด้านนอกสำนักอย่างรวดเร็ว จริงๆมันเป็นเพราะว่าเขาได้ทานอาหารปี่กู่มาก่อนแล้วดังนั้นถึงไม่ได้รู้สึกหิวเลยแม้แต่น้อยทว่าในเมื่อหลินซี่เตรียมอาหารให้แล้วจะให้เขาทิ้งมันได้อย่างไรกัน

.............

ตำหนักแลกสมบัติยังคงเต็มไปด้วยผู้คนมากมายซึ่งแต่ละคนเองก็ล้วนเป็นพวกกระเป๋าหนักทั้งนั้น

หลังจากที่เดินออกมาจากสำนักแล้วหลินเทียนก็ตรงไปทางตำหนักแลกสมบัติโดยทันที

"ยินดีต้อนรับน้องชายหลิน"

พูชิได้หัวเราะออกมา

"พู"

หลินเทียนได้ทักทายออกไป

ซินเหยาเองก็อยู่ที่นี่และเมื่อเห็นว่าเขาทักทายพูชิคนเดียวจึงอดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลงแล้วพูดออกมาด้วยท่าทางที่น่าหลงใหลว่า

"น้องชาย พี่สาวออกจะสวยขนาดนี้แต่เจ้ามองไม่เห็นหัวข้าเลยรึ ? "

หลินเทียน

"........"

เขาอยากจะตอบกลับไปมากว่าตรงหน้าเขาเห็นเพียงแต่ตัวปัญหาเท่านั้น !

เขาได้แต่ส่ายศีรษะด้วยความรู้สึกหมดหนทางแล้วโบกมือเรียกเอาม้วนอาคม 6 ม้วนส่งให้พูชิ

"นี่คือ ?"

พูชิได้ชะงักไป

หลินเทียนได้พูดออกมาว่า

"ข่ายอาคมลมกระโชก "

หลินเทียนได้สร้างข่ายอาคมลมกระโชกมาทั้งหมด 13 ม้วนซึ่งหลังจากที่กลับจากตระกูลโม่ก็ใช้ไปทั้งหมด 5 ม้วนแล้วและตอนนี้ก็เหลืออยู่ 8 ดังนั้นถึงได้เอาให้พูชิไปเลย 6 ม้วนแล้วตัวเองเก็บเอาไว้ 2 ม้วน

"ข่ายอาคมลมกระโชก ! ที่ก่อนหน้านี้น้องชายบอกว่ามีคุณสมบัติทำให้หายตัวและเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนไหวได้ ? "

พูชิได้พูดออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น

"อื้ม"

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบกลับไป

พูชิและซินเหยาได้แต่มองไปที่กันและกันก่อนที่จะแสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

หลังจากที่ดึงสติกลับมาแล้วพูชิก็ได้มองไปทางหลินเทียนพร้อมกับพูดออกมาด้วยท่าทางจริงจังว่า

"ขอบคุณน้องชายมากๆ ! เราจะให้ราคาที่น่าพอใจอย่างแน่นอน 4หมื่นเหรียญเป็นไง ? "

หลินเทียนได้ชะงักไป 4หมื่นนี่มันก็เป็นเงินที่สูงมากๆ

เขาได้ส่ายศีรษะพร้อมทั้งตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มว่า

"ไม่เป็นไรหรอก ก่อนหน้านี้อุส่าขายแหวนมิติให้ข้าในราคา 7 แสนเท่านั้น อย่างน้อยก็เสียกำไรไปเป็นล้านดังนั้นของแค่นี้ข้าจะเรียกเก็บเงินได้ไงกัน "

"นี่....."

พูชิเองก็เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ตรงไปตรงมาดังนั้นเขาถึงไม่สามารถปฏิเสธหลินเทียนได้

ซินเหยาได้สำรวจร่างกายของหลินเทียนพร้อมทั้งเดินเข้าไปกอดแขนเขาเอาไว้แล้วพูดออกมาอย่างน่ารักว่า

"ดีมากน้องชาย ไม่เสียแรงที่พี่สาวดูแลอย่างดี "

หลังจากที่พูดจบแล้วนางก็ได้หยิบเอาตราสีเงินส่งให้เขาแล้วพูดต่อว่า

"ด้วยความสามารถของเจ้าแล้วอีกหน่อยคงจะเข้าไปที่เมืองหลวงดังนั้นนี่เป็นของขวัญของพี่ ในอนาคตมันจะมีประโยชน์กับเจ้ามากๆ "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 116

คัดลอกลิงก์แล้ว