เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 111

Divine King Of All Directions - 111

Divine King Of All Directions - 111


Divine King Of All Directions - 111

 

ภายในป่าทมิฬนั้นหลินเทียนได้พุ่งผ่านเข้าไปภายในอย่างรวดเร็วขณะที่กระบี่ในมือได้ส่งเสียงคำรามออกมาและส่งผลให้พื้นที่รอบข้างถูกทำเลยไปมากมาย

หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงร้องดังขึ้น สัตว์อสูรร่างยักษ์ได้ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า

มันเป็นเหยี่ยวมรกตที่เป็นสัตว์อสูรระดับ 4 ตอนต้นแต่เขาต้องเผาผลาญพลังงานไปมากมายกว่าจะลากมันกลับลงมาที่พื้นดินได้

"สัตว์อสูรที่บินได้นี่มันมีปัญหาจริงๆ "

เขาได้แต่คิดอยู่ภายในใจ

หลังจากที่ชำแหละเอาแก่นอสูรและแก่นเลือดของมันไปแล้วเขาก็หันหลังแล้วเดินจากไปทันที

ตัวเขาเข้ามาในป่านี้กว่า 6 ชั่วโมงแล้วและใน 6 ชั่วโมงนี้เขาก็ได้ฆ่าสัตว์อสูรไปมากมายโดยอาศัยทักษะหมัดทลายฟ้าของเขา

"หินเยวี่ยหลินฉี รากต้นหยินหวูเกิ่น และแก่นอสูรของเต่าปิงฉีกุ่ย "

เขาได้แต่พูดอยู่กับตัวเอง

ครั้งนี้เขาได้เลือกภารกิจมาทั้งหมด 5 อย่างและตอนนี้ก็สำหรับไป 2 แล้วยังเหลืออีก 3

หลินเทียนได้พุ่งออกไปทางด้านซ้ายมือของตัวเอง

ไม่นานเขาก็พบกับหินเยวี่ยหลินฉีในหุบเขาเล็กๆและหลังจากนั้นเขาก็พบกับรากต้นหยินหวูเกิ่นที่อยู่ไม่ไกลออกไป

เมื่อเก็บสิ่งของสองสิ่งเข้าไปในแหวนมิติแล้วเขาก็เดินหายลึกเข้าไปอีกครั้ง

เต่าปิงฉีกุ่ยนั้นเป็นสัตว์อสูรระดับ 4 ตอนกลางซึ่งมันเป็นอสูรธาตุน้ำแข็งที่แข็งแกร่งมีพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 2 และอยู่ห่างไปจากจุดเขตป่าทมิฬกว่า 9 กิโลเมตรซึ่งมักจะผลุบๆโผล่ๆออกมา หลินเทียนนั้นมีความเร็วสูงมากๆและหลังจากนั้นไม่นานเขาก็พบกับมันอยู่ตรงหน้า

"ไอ้เต่ายักษ์ ! "

หลินเทียนได้ผงะไป

มันมีร่างสูงกว่า 12 เมตรเหมือนๆดั่งภูเขาเลยก็ว่าได้

หลังจากที่ตั้งสติแล้วเขาก็ได้แต่คิดว่ามาถึงแล้วยังไงก็ต้องสู้

ครั้งนี้เขาจะไม่ใช้เพียงแค่หมัดเพราะว่าร่างกายมันห่อหุ้มไปด้วยเกราะซึ่งไม่เหมาะต่อการใช้หมัดเลย

"แกร๊ง ! "

เสียงกระบี่คำรามได้ถูกส่งออกมา ณะที่หลินเทียนได้ใช้กระบี่สำแดงทักษะกระบี่วายุสะท้านออกไป

ตอนนี้เต่าปิงฉีกุ่ยนั้นกำลังอยู่ในสภาพหลับฝันดีแต่ก็ตระหนักได้ว่ามีคนกำลังเข้ามาใกล้ๆดังนั้นร่างกายใหญ่ยักษ์ของมันถึงได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วก่อนที่ส่งเสียงคำรามพลางจดจ้องมาที่ร่างของหลินเทียน

กระบี่ในมือของหลินเทียนได้สั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่จะฟาดฟันออกไป

แกร๊ง ! เมื่อปะทะกันแล้วกระบี่ของเขากลับไม่สามารถฟันมันขาดซะงั้น

"แข็งจริงๆ ! "

เขาได้แต่คิดอยู่ภายในใจ

ณ ตอนนี้เต่าปิงฉีกุ่ยได้เริ่มเคลื่อนไหวก่อนที่หลินเทียนจะพบว่ามีเงาร่างยักษ์กำลังปกคลุมร่างของเขาเอาไว้

เขาได้แต่สูดหายใจเข้าลึกพร้อมทั้งรีบพุ่งทิ้งระยะออกไปทันที

หากว่าเขาโดนมันเหยียบเข้าจังๆมีหวังคงได้แหลกกลายเป็นชิ้นเนื้ออย่างแน่นอน

เมื่อเห็นว่าหลินเทียนได้หลบออกไปแล้วมันจึงส่งเสียงร้องออกมาขณะที่ดวงตาได้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำแล้ววิ่งไล่ตามโดยทันที

"ไอ้เต่านี่มันเร็วจริงๆ "

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาทันที

หลังจากนั้นเจตจำนงแห่งกระบี่ที่ปล่อยออกมาก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ความรุนแรงที่ส่งออกมานั้นแข็งแกร่งกว่าก่อนมาก

ทักษะกระบี่สายฟ้ามรกต !

โครม !

เสียงดังสนั่นได้เกิดขึ้นก่อนที่หลินเทียนจะสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ออกมาแล้วพุ่งเข้าประชิดร่างของเต่าปิงฉีกุ่ยด้วยความเร็วปานสายฟ้า หลังจากที่เขาย่อตัวลงแล้วก็ได้สำแดงทักษะกระบี่สายฟ้ามรกตออกมาด้วยพลังสายฟ้าที่รุนแรง

"ตาย ! "

หลินเทียนได้ส่งเสียงออกมา

คลื่นกระบี่สีเงินได้พุ่งออกไปซึ่งผสานจากพลังทั้งหมดของเขา !

พุฟฟฟฟ ! เลือดได้สาดกระจายออกมาขณะที่กระบี่ได้แทงทะลุศีรษะของเต่าปิงฉีกุ่ยไป

หลินเทียนได้กระโดดกลับลงมาที่พื้นพร้อมทั้งถอนหายใจออกมา

เขาได้หยิบเอามีดสั้นออกมาก่อนที่จะชำแหละศีรษะของมันเพื่อเอาแก่นอสูรขนาดเท่ากำปั้นออกมา ตอนนี้ภารกิจทั้งหมดของเขาได้เสร็จสิ้นหมดแล้วถึงได้พุ่งกลับไปยังเส้นทางออกของป่าแห่งนี้

พื้นที่ภายในป่านั้นเป็นป่าทึบแต่เขาเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้วดังนั้นถึงได้เชี่ยวชาญเส้นทางที่นี่

ไม่นานหลินเทียนก็เหลือระยะห่างจากเขตป่าเพียงแค่ 3 กิโลเมตร

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้หยุดเท้าลง

"ออกมา "

เขาได้พูดออกมาอย่างราบเรียบ

รอบข้างเขาเต็มไปด้วยต้นไม้และพุ่มหญ้าจนทำให้แสงแดดส่องผ่านเข้ามาได้ยาก มีเพียงแสงแดดที่ลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้เท่านั้น

หลินเทียนยังคงยืนอยู่ที่เดิมด้วยท่าทางที่เย็นชา

หลังจากนั้นไม่กี่ลมหายใจก็มีร่างนับสิบร่างปรากฏตัวออกมาและคนที่มีอายุมากที่สุดดูราวๆ 25 ปี ซึ่งใจกลางของคนเหล่านั้นมีซูมู่หยางและโม่จี่

"จิตสัมผัสดีหนิ "

โม่จี่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

หลินเทียนได้กวาดตามองเขาก่อนที่จะหยุดอยู่ที่ซูมู่หยางพร้อมทั้งพูดว่า

"เจ้าเองก็จะเข้ามายุ่งด้วยงั้นหรอ ? "

ระหว่างที่มองไปยังซูมู่หยางแล้วทำให้หลินเทียนรู้สึกแปลกๆมากๆเพราะว่าสำหรับเขาแล้วการที่โม่จี่จะฆ่าเขาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรแต่เขาการที่มันมากับซูมู่หยางนั้นทำให้เขางงงวยเพราะตัวเองไม่ได้มีความแค้นอะไรกัน แม้ว่าทั้งสองจะเป็นเพื่อนกันแต่ก็ไม่น่ามาช่วยโม่จี่ฆ่าเขา ?

"ผู้ที่จะได้เข้าร่วมสำนักเป่ยหยานคือข้าคนเดียวเท่านั้น ดังนั้นเจ้าต้องตายอยู่ที่นี่ "

ซูมู่หยางได้พูดออกมาด้วยท่าทางเคร่งขรึม

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วหลินเทียนก็ตระหนักได้ทันทีพร้อมทั้งพูดว่า

"เป็นงี้นี่เอง "

หลังจากนั้นเขาก็ได้กวาดตามองไปยังผู้คนทั้ง 19 คนซึ่งทั้งหมดในนี้ล้วนไม่มีใครอ่อนแอเลย อย่างแย่สุดก็อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 1 ดังนั้นท้ายที่สุดเขาได้มองกลับไปยังโม่จี่แล้วพูดว่า

"เพื่อจะจัดการกับข้านี่ดูเหมือนว่าจะเตรียมการมาไม่น้อยเลยนะ "

ใน 19 คนนี้มีเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 ระดับ 3 ระดับ 2 อีก 8 คน ระดับ 1 อีก 5 คนซึ่งการเตรียมคนมาขนาดนี้มันมากพอที่จะฆ่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 ได้สบายๆ

"กองทัพนั้นต้องมั่นในว่าจะเอาชนะ เราไม่มีทางรบในสงครามที่ไม่มีความแน่นอน "

โม่จี่ได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่เย็นชา

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาก่อนที่จะถามกลับไปว่า

"แสดงว่าเจ้าจะบอกว่าวันนี้ข้าต้องตายแน่ๆ ? "

โม่จี่ได้มองไปยังหลินเทียนด้วยประกายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารพร้อมทั้งพูดว่า

"คิดว่าเจ้าเป็นอะไรกัน ? กล้าดียังไงที่จะมาตั้งคำถามกับข้า ? แค่ฆ่าเจ้าใช้ทหารธรรมดาๆใต้บัญชาข้าก็พอแล้ว ที่เราเตรียมกันมาขนาดนี้ก็เพื่อจะไม่ให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดเท่านั้น "

"ทหารของเจ้า ? งี้นี่เอง ได้ยินมาว่าเจ้าทำงานร่วมกับกองกำลังของจักรวรรดิ ดูเหมือนว่าจะเป็นแบบนั้นสินะ "

หลินเทียนได้มองไปยังคนอื่นๆพร้อมทั้งพูดว่า

"ส่วนพวกเจ้านี่ก็ใช้ได้เลยนะ ทั้งๆที่รู้ว่าข้าถือครองตราแม่ทัพแต่กล้ามารุมฆ่าข้านี่ไม่กลัวโดยประหาร 9 ชั่วโครต ? "

เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ทำให้ท่าทางของพวกเขาเปลี่ยนไปทันที

แน่นอนว่าพวกเขารู้ดีว่าหลินเทียนถือครองตราแม่ทัพ

"เหอะ ! เราช่วยเหลือซึ่งกันและกัน "

หนึ่งในนั้นได้จ้องมองไปทางหลินเทียนพร้อมกับพูดออกมาว่า

"อีกอย่างคือเรื่องนี้ไม่มีใครรู้เห็นอย่างแน่นอนเพราะว่าคนตายมันจะไม่พูดอะไร ! "

หลังจากที่พูดจบแล้วคนอื่นๆก็ได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยประกายตาที่เย็นชากว่าเก่า

"ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ? เจ้านี่ใช้คำนี้แบบไม่อายปากเลยสินะ กล้าที่จะพูดอีกงั้นหรอ "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะของเขาทันที

"เจ้า !"

คนที่พูดคำนี้ได้แต่อ้าปากค้างด้วยท่าทางที่เย็นชาอย่างมาก

"พอได้แล้ว ไม่ต้องไปปะทะฝีปากกับมันอีกต่อไปแล้ว "

โม่จี่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาก่อนที่จะเดินออกไปด้วยสีหน้าที่เหมือนสัตว์ร้ายแล้วพูดว่า

"ฆ่าน้องชายข้า กล้าขัดขืนตระกูลข้า เจ้ารู้ไหมว่าจะเป็นอย่างไร ? "

เมื่อจ้องมองไปยังหลินเทียนแล้วใบหน้าของโม่จี่ในตอนนี้ดูน่าสยดสยองมากๆ

"ไอ้ขยะโม่เซินน่ะหรอ ? ข้าเองก็ไม่อยากจะฆ่าให้มือสกปรกหรอกนะ เจ้าควรจะดีใจแทนน้องชายเสียมากกว่า "

หลังจากนั้นเขาก็ได้หันมองไปยังคนทั้ง 10 พร้อมทั้งพูดอย่างราบเรียบว่า

"ส่วนตระกูลโม่ของพวกเจ้าน่ะหรอ ? คิดว่าตระกูลของตัวเองเป็นอะไรกัน ? คิดว่าเป็นตระกูลขุนนางหรือไง ? "

นัยน์ตาของโม่จี่ได้หดเล็กลงพร้อมกับคำรามออกมาว่า

"เจ้ามันรนหาที่ตาย ! "

โม่จี่ได้ยกมือขึ้นมาพร้อมทั้งอัดเข้าใส่ร่างของหลินเทียนอย่างจัง

หลินเทียนได้แต่แสยะออกมาพลางสวนกลับไปโดยที่ไม่ขยับไปไหน

โครม ! หมัดทั้งสองได้ปะทะกันก่อนที่พวกเขาจะต่างถอยร่นกลับไป

"เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 ขยะๆ "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางไม่แยแส

ด้วยศักยภาพทางร่างกายของเขาแล้วมันสามารถต่อกรกับเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 ได้สบายๆ

"ดูเหมือนว่าร่างกายจะแข็งแกร่งใช้ได้หนิ ! อย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงร่างกายเท่านั้น มันวัดอะไรไม่ได้หรอก ! "

โม่จี่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

"วัดอะไรไม่ได้ ? "

หลินเทียนได้หรี่ตาของเขาลง

"อย่าคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์ 9 ดาราแล้วจะยิ่งใหญ่นักนะ สำหรับกองกำลังอย่างพวกเราแล้วเจ้าไม่ได้อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ ! เราบ่มเพาะทักษะการฆ่า ! เราจะฆ่าเจ้าให้เหมือนการฆ่าสุนัขเลยคอยดูสิ ! "

หลินเทียนได้หัวเราะออกมาพร้อมกับพูดออกมาว่า

"โม่จี่ เจ้าไม่กลัวว่าลิ้นตัวเองจะพันกันบ้างหรือไง ? "

ขณะที่จ้องมองไปยังโม่จี่นั้นหลินเทียนก็ได้แต่พูดออกมาด้วยสีหน้าที่สบายอารมณ์อย่างมาก

โม่จี่ได้แต่จ้องมองเขาด้วยสายตาที่ดุร้ายยิ่งกว่าเก่า

"หลินเกิง เจ้าไปแสดงให้มันได้เห็นหน่อยว่าเราต่างกับมันอย่างไร จำไว้ว่าอย่างฆ่ามันเพราะข้าจะเก็บลมหายใจสุดท้ายของมันเอาไว้เพื่อให้กลับไปตัดศีรษะของมันหน้าหลุมของน้องชายข้า "

โม่จี่ได้พูดออกมาอย่างไร้ความปราณี

"ได้ "

ชายหนุ่มคนหนึ่งได้ก้าวเดินออกไป

ชายหนุ่มคนนี้มีชื่อว่าหลินเกิงอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 2

"หากว่าสามารถฆ่าผู้มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดาราได้ก็คงเป็นเรื่องที่ดีแต่น่าเสียดายที่หัวหน้าโม่ให้แค่ตัดแขนเจ้า "

ระหว่างที่จ้องมองไปยังหลินเทียนเขาก็ได้หยิบเอากระบี่ออกมาแล้วพูดว่า

"ไม่ต้องเป็นห่วง การโจมตีของข้าเร็วและแข็งแกร่งดังนั้นพริบตาเดียวแขนเจ้าก็ขาดแล้ว มันไม่เจ็บปวดหรอก "

"ดูเหมือนว่าเจ้าจะมั่นใจในตัวเองจริงๆเลยนะ "

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างสบายอารมณ์

หลินเกิงได้แสดงสีหน้าที่เย็นชาออกมาพร้อมทั้งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

แกร๊ง ! กระบี่อันรุนแรงได้กวาดเข้าใส่หลินเทียนเพื่อจะกลืนกินร่างของเขา

หลินเทียนยังคงยืนอยู่ที่เก่าโดยไม่ขยับไปไหน

"เป็นอะไรไป ! กลัว ? กระจอกจริงๆ !"

หลินเกิงได้พูดออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วคลื่นกระบี่ของเขาก็เพิ่งความรุนแรงเข้าไปยิ่งกว่าเก่า

หลินเทียนยังคงยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ขยับไปไหนพร้อมทั้งขยับไปทางด้านซ้ายเล็กน้อยเมื่อร่างของหลินเกิงเข้าใกล้พลางยกกระบี่ในมือขวาฟาดฟันออกไปในเวลาเดียวกัน

"พุฟฟฟฟฟ ! "

เลือดได้สาดกระจายไปทั่วขณะที่หลินเกิงได้ส่งเสียงร้องออกมาเพราะแขนขวาของเขาได้ถูกหลินเทียนฟันจนขาดเป็นสองท่อน

"เป็นไปได้ไงกัน ! "

หลายๆคนถึงกับแสดงสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อออกมา

ใบหน้าของหลินเกิงเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อขณะที่กุมแขนที่ขาดเอาไว้พลางพยายามทิ้งระยะออกห่าง

น่าเสียดายที่หลินเทียนจะเปิดโอกาสให้เขาหนีไปได้อย่างไร เขาได้กวาดเท้าขวาเตะเข้าไปกลางหน้าอกของหลินเกิงอย่างรวดเร็ว

ครั้งนี้เสียงกระดูกแตกหักได้ดังขึ้นขณะที่หลินเกิงได้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าสังเวช

หลินเทียนที่กำลังเหยียบหน้าอกหลินเกิงอยู่ก็ได้มองกลับไปยังร่างของโม่จี่พร้อมทั้งพูดว่า

"นี่คือทักษะการฆ่าของผู้เชี่ยวชาญที่มาจากกองกำลังแล้วงั้นหรอ ? นี่คือที่บอกว่าจะฆ่าข้าไม่ต่างจากสุนัข ? "

เขาได้ส่ายศีรษะพร้อมทั้งพูดอย่างสบายใจว่า

"ก่อนที่จะเข้าเป็นศิษย์สำนักก็ได้ยินนักยินหนาว่าโม่จี่ยิ่งใหญ่ซะเหลือเกินและหลังจากที่ได้เข้าไปแล้วข่าวลือนี้ก็ยิ่งหนาหูขึ้นกว่าเก่าแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะไม่จริงซะเลยนะ ยิ่งใหญ่ ? มันก็เป็นพวกขยะที่คิดว่าตัวเองไร้เทียมทานเท่านั้น ! "

ท่าทางของโม่จี่ได้ตกต่ำลงพร้อมทั้งประกายตาที่เย็นยะเยือก

"ปล่อยเขาซะแล้วข้าจะให้เจ้าได้ตายอย่างมีความสุข ! "

โม่จี่ได้พูดออกมา

ขณะที่จ้องมองไปยังหลินเทียนนั้นกลิ่นอายที่แฝงไป ้วยความกระหายเลือดได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่ง

"เจ้าไม่เพียงอวดดีและคิดว่าตัวเองไร้เทียมทานเท่านั้นแต่เป็นไอ้โง่ไร้สมองด้วย "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยท่าทางที่สบายใจยิ่งกว่าเก่าว่า

"ยังไงเจ้าก็กะจะฆ่าข้าอยู่แล้วหนิ ทำไมข้าถึงต้องปล่อยมัน ? จะได้ตายอย่างมีความสุขขึ้น ? คิดว่าข้ามีพัฒนาการสมองระดับเดียวกับเจ้า ? "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 111

คัดลอกลิงก์แล้ว