เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 110

Divine King Of All Directions - 110

Divine King Of All Directions - 110


Divine King Of All Directions - 110

 

พลังฉีภายในร่างของเขาได้เดือดพล่านไปทั่วอยู่หลายลมหายใจ

หลังจากนั้นไม่นานแก่นอสูรระดับ 5 ทั้ง 2 ในมือของหลินเทียนก็ดูหมองลงก่อนที่จะกลายสภาพไปเป็นเศษหินธรรมดาๆแทน

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้ลืมตาขึ้นอีกครั้ง

"เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 2 ! "

เขาได้ส่งเสียงกระซิบออกมาขณะที่ดวงตาของเขาได้เปล่งประกาย

หลังจากทีกำหมัดแล้วเขาก็รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มมากขึ้น ตอนนี้ชีพจรเทวะของแขนทั้งสองข้างได้ก่อตัวอย่างสมบูรณ์แล้วถึงได้ทำให้แขนทั้งสองเขาเขาแข็งแกร่งเหมือนดั่งเพชร

เขาได้สูดหายใจเข้าลึกก่อนที่จะทิ้งแก่นอสูรในมือลง

เขาต้องมาไล่ล่าโคเกราะวิญญาณแต่ไม่คิดเลยว่าจะได้พบกับการต่อสู้แลกชีวิตกันของสัตว์อสูรระดับ 5 ตอนปลายแถมยังได้รับผลประโยชน์มาอีก นี่มันทำให้เขาได้แต่พึงระลึกว่าโชคของตัวเองมันดีขนาดไหน

"ไม่รู้เลยว่าแถวๆนี้จะมีโคเกราะวิญญาณไหมแต่ผ่านไปตั้งนานแล้วมันน่าจะกลับมาแล้วมั้ง "

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

ที่อยู่ของโคเกราะวิญญาณนั้นอยู่ห่างออกไปไม่ไกลดังนั้นหลังจากที่เดินออกไปไม่นานก็พบกับพวกมันถึง 3 ตัว

ริมฝีปากของเขาได้ยกตัวขึ้นเป็นรอยยิ้มก่อนที่จะก้าวเดินออกไป

การต่อสู้อันดุเดือดได้เริ่มต้นขึ้นโดยที่เขาไม่ใช้ทักษะเคลื่อนไหวหรือเพลงกระบี่แม้แต่น้อย เขาจัดการพวกมันทั้ง 3 ตัวโดยอาศัยทักษะเพลงหมัดทลายฟ้าเท่านั้นซึ่งขั้นตอนนี้กินเวลาไปประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าพวกมันจะหมดสภาพโดยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บภายนอกแม้แต่น้อยทว่าอวัยวะภายในทั้งหมดกลับแหลกสลายเป็นผุยผง

"แข็งแกร่งขึ้นแล้วก็สามารถสำแดงทักษะนี้ได้ดีขึ้น "

หลินเทียนได้กำหมัดของเขา

หลังจากที่ตัดผ่านมายังเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 2 นั้นร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นไม่น้อยเลย

หลังจากนั้นประมาณหนึ่งชั่วโมงเขาก็ได้หาตัวสุนัขจิ้งจอกหินพร้อมทั้งไล่ล่าอย่างรวดเร็ว

ร่างกายของมันใหญ่มากแต่การเคลื่อนไหวกลับหมดจดไม่ต่างอะไรไปจากวานรเลยด้วยซ้ำ หางทั้งสามของมันแหลมคมเหมือนใบมีดให้ความรู้สึกน่ากลัวอย่างมาก

อย่างไรก็ตามสำหรับเขาแล้วมันไม่ได้มีผลอะไรเลย

"โครม ! "

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้ต่อยอัดร่างของมันจนส่งเสียงร้องออกมาและทรุดลงไปกับพื้น

หลินเทียนได้มองไปยังร่างของมันสลับกับกำปั้นตัวเองพร้อมกับยิ้มออกมา พลังทำลายของมันน่าพอใจมากๆแม้จะโจมตีจากภายนอกแต่กลับสร้างความเสียหายภายในอย่างไร้ร่อยรอย

เขาได้เก็บเกี่ยวข้อมูลของมันพร้อมทั้งเอาแก่นอสูรของมันไปก่อนที่จะหันหลังเดินจากไป

หลังจากนั้นหลินเทียนก็ได้เดินออกไปถึงขึ้นนอกของป่าทมิฬซึ่งระหว่างทางก็ได้ปะทะกับสัตว์อสูรหลายตัวเพื่อขัดเกลาร่างกาย

"โครม !"

"โครม !"

"โครม !"

เสียงการปะทะกันของกล้ามเนื้อได้ดังอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงร้องของสัตว์อสูร

หลังจากนั้นไม่นานหลินเทียนก็เดินออกไปถึงด้านนอกป่าทมิฬแล้วตรงกลับไปที่เมือง

ภารกิจทั้ง 4 ได้เสร็จอย่างรวดเร็วแถมยังช่วยขัดเกลาร่างกายของเขาเล็กน้อยด้วยแต่หลังจากที่เสร็จภารกิจนี้แล้วเขาก็ยังต้องรับภารกิจเพิ่มเพราะแต้มที่ใช้แลกเป็นหยาดจันทรานั้นสูงมากๆอย่างน้อยๆเขาก็ต้องมีเป็นพันๆแต้มถึงจะพอใช้

หลังจากนั้น 2 ชั่วโมงเขาก็กลับไปถึงตัวเมืองขณะที่เผชิญหน้ากับผู้ดูแลประตูเมืองที่มองมาทางเขาด้วยท่าทางเกรงกลัว หลังจากที่ตัดผ่านเขตแดนชีพจรเทวะมาแล้วความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นมากดังนั้นแม้ว่าก่อนหน้านี้การไปกลับระหว่างตัวเมืองและป่าทมิฬจะกินเวลามากมายหลายชั่วโมงแต่ตอนนี้มันไม่ได้นานขนาดนั้นแล้ว

หลังจากที่เดินเข้าไปในเมืองเขาก็กวาดตามองไปรอบๆ

"ดูเหมือนว่ากำลังจะค่ำแล้วงั้นค่อยไปทำภารกิจต่อในวันพรุ่งนี้แล้วกัน "

หลินเทียนได้พูดอยู่กับตัวเอง

เขาก้าวเดินออกไปอย่างนุ่มนวลก่อนที่จะเดินไปถึงสมาคมอย่างรวดเร็ว

ณ ตอนนี้หลินเทียนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันรุนแรงกำลังจ้องมาทางเขาด้วยท่าทางปฏิปักษ์ถึงได้ตรงดิ่งไปยังสมาคมก่อนที่จะหันหน้ากลับไปมองและพบว่าบนตำหนักสูงแห่งหนึ่งมีสายตาอันเย็นยะเยือกกำลังจับจ้องมาที่เขา

"เหอะ ! "

เขาได้แสยะออกมาเพราะเขาตระหนักได้ถึงบางสิ่งอย่างชัดเจน

เมื่อเข้าไปในสมาคมแล้วเขาก็ได้ส่งหญ้าเขี้ยววิญญาณ แก่นเลือดพยัคฆ์หางเพลิง โคเกราะวิญญาณ และข้อมูลเกี่ยวกับสุนัขจิ้งจอกหิน

"ท่านนี่จัดการได้เร็วจริงๆ ! "

พนักงานได้แต่พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ ในภารกิจทั้ง 4 นี้การเก็บเกี่ยวหญ้าเขี้ยววิญญาณเป็นเรื่องที่ธรรมดาๆแต่อีก 3 ภารกิจนั้นไม่ง่ายเลยเพราะมันต้องจัดการสัตว์อสูรระดับ 4 ที่ถือว่าเป็นภารกิจที่ยากแต่หลินเทียนกลับทำสำเร็จทั้งหมดภายในวันเดียว

"อื้ม"

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

พนักงานได้ยิ้มออกมาพร้อมกับยืนยันภารกิจแล้วพูดว่า

"ทั้งหมด 200 แต้ม ท่านจะเอาไปแลกเลยหรือว่าสะสมไว้ก่อนคะ ? "

"สะสมไว้ก่อนแล้วกัน"

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาก่อนที่จะหยิบเอาใบรายการส่งให้นางแล้วพูดว่า

"ช่วยเตรียมของพวกนี้ให้หน่อยสิ "

"ไม่มีปัญหาค่ะ "

นางได้รีบตอบกลับอย่างเร็ว

หลังจากที่รับใบรายการมาแล้วนางก็รีบวิ่งออกไปทันที

ไม่นานนางก็กลับมาพร้อมกับพูดว่า

"นี่คือของที่ท่านต้องการค่ะ "

"อื้ม ขอบคุณมาก "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ขยับมือขวาเล็กน้อยพร้อมทั้งส่งมันเข้าไปในแหวนมิติ

ท่าทางของพนักงานต้อนรับเปลี่ยนเป็นตกตะลึงขณะที่จ้องมองหลินเทียนไม่หยุดพลางคิดว่าเขาทำได้อย่างไรกัน ? ถุงหายไปไหน ?

"มันหายไปอยู่ในมิติเล็กๆน่ะ "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะยกนิ้วกลางขึ้นมาให้ดูแหวนที่สวมอยู่

"ลึกลับจริงๆ "

นางได้แต่กระพริบตาปริบๆ

นางเป็นเพียงพนักงานเท่านั้นถึงไม่รู้จักสมบัติเช่นแหวนมิติ

หลินเทียนได้เก็บของพร้อมทั้งบอกลาอย่างรวดเร็ว

"เดินทางกลับดีๆนะคะ "

พนักงานได้เดินไปส่งเขาที่ทางเขาด้วยตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็นใครที่เดินเข้ามาในสมาคมนางก็มักจะปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความสุภาพและเคารพแต่กับหลินเทียนนั้นมันต่างออกไปเล็กน้อยเพราะมันมาจากความเคารพที่อยู่ลึกลงไปในจิตใจ มันไม่ใช่เพราะสถานะของเขาที่เป็นปรมาจารย์แต่มันเป็นเพราะความอ่อนโยนที่เขาปฏิบัติต่อคนอื่นๆ

หลังจากที่เดินออกมาแล้วหลินเทียนก็กลับไปยังสำนักอย่างรวดเร็ว

ณ ตอนนี้เป็นช่วงค่ำแล้วดังนั้นเขาถึงได้ทานอาหารปี่กู่เข้าไปแล้วกลับขึ้นไปบนยอดพลางหยิบเอาวัตถุดิบออกมาเพื่อสร้างข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณ เขาอยากจะปรับรากฐานพลังของตัวเองให้มั่นคง

เวลากลางคืนได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เช้าวันรุ่งขึ้นหลินเทียนก็รีบลงมาจากที่พักอย่างรวดเร็วเพื่อมุ่งหน้าไปยังสมาคมอีกครั้ง หลังจากที่รับภารกิจมาแล้วเขาก็ตรงดิ่งไปที่ป่าทมิฬโดยทันที แต้มที่ต้องใช้แลกหยาดจันทรานั้นใช้เยอะมากๆดังนั้นอย่างน้อยๆเขาต้องไปกลับที่นี่ 5-6 ครั้งแต่มันก็เป็นโอกาสที่เขาจะได้ขัดเกลาตัวเองเหมือนกัน

เมื่อเดินออกมาเขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่กำลังจับจ้องมาทางเขาอีกครั้งและมันเป็นตำแหน่งเดียวกันกับเมื่อวานนี้ไม่มีผิด

เขาได้แต่แสยะอยู่ภายในใจก่อนที่จะเดินออกไปนอกเมืองอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ใช้เวลาไปอีก 2 ชั่วโมงเขาก็ไปถึงป่าทมิฬอีกครั้งแล้วเข้าไปทำภารกิจแรกโดยทันที มันเป็นภารกิจล่าเอาสมองของสัตว์อสูรที่เขาใช้เวลาหาร่องรอยของมันกว่าครึ่งชั่วโมงแล้วหลังจากที่จบการต่อสู้ก็ได้ชำแหละเอาสมองและแก่นอสูรของมันไป

หลังจากนั้นภารกิจต่างๆก็สำเร็จไปอย่างรวดเร็ว

"กลับดีกว่า"

เขาได้พูดกับตัวเองก่อนที่จะเดินกลับไปทางเมือง

หลังจากนั้นในช่วงหลายวันนี้เขาก็ไปกลับจากป่าทมิฬอยู่ตลอดเพื่อทำภารกิจของเขาและทุกๆครั้งก็จะสัมผัสได้ถึงสายตาอันเย็นชาทีกำลังจับจ้องมาเก็บทุกรายละเอียด

สำหรับเขาแล้วไม่ได้สนใจอะไรแม้แต่น้อยก่อนที่จะทำท่าทีเหมือนไม่รู้สึกอะไร

.........

ช่วงกลางดึกที่ดวงดาวปรากฏอยู่เต็มฟากฟ้า

หลินเทียนที่กำลังนั่งอยู่บนยอดที่พักเองก็ได้ขยับนิ้วเล็กน้อยเพื่อวาดข่ายอาคมแต่มันแตกต่างจากลวดลายข่ายอาคมครั้งก่อน แม้ว่ามันจะมีรากฐานอยู่ 5 จุดแต่ขนาดของมันใหญ่มากๆเหมือนกับเป็นภาพของโซ่ห้าเส้นเสียมากกว่า

ไม่นานเขาก็หยุดมือลง

ตอนนี้เขาได้กางม้วนอาคมออกซึ่งมันมีความยาวกว่า 10 เมตรที่ภายในเต็มไปด้วยลวดลายสีดำรายล้อมบางอย่างเอาไว้เหมือนกับมีไว้เพื่อวางบางสิ่ง

"ข่ายอาคมระดับ 3 คุกโดดเดี่ยว หลังจากที่ใช้ร่วมกับข่ายอาคมผสานแล้วมันจะมีผลลัพธ์ยังไงกันนะ "

หลินเทียนได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

ท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิดนี้ดวงตาของเขาได้เปล่งประกายไอเย็นออกมา

ไม่นานเวลาก็ได้ผ่านไปจนถึงช่วงเช้าอีกครั้ง

หลินเทียนได้กวาดตามองไปรอบๆขณะที่ข้างกายเขาเต็มไปด้วยม้วนข่ายอาคมที่สำเร็จแล้วมากมายไม่ว่าจะเป็นข่ายอาคมผสาน ข่ายอาคมคุกโดดเดี่ยวก่อนที่จะโบกมือขวาเพื่อเก็บพวกมันกลับไปในแหวนมิติของเขา

"เตรียมการอยู่ตั้งนาน อย่าให้ข้าต้องผิดหวังแล้วกัน "

หลินเทียนได้แสยะออกมา

เขาได้ทิ้งข้อความไว้ให้หลินซี่ก่อนที่จะเดินออกไปด้านนอกสำนักแล้วตรงไปยังสมาคมอย่างรวดเร็ว หลังจากที่รับภารกิจมาแล้วเขาก็เดินไปทางป่าทมิฬอีกครั้งและหลังจากที่เดินไปถึงหน้าประตูแล้วก็สัมผัสได้ถึงสายตาอันเย็นชายิ่งกว่าเก่าที่กำลังจับจ้องมาทางเขาอีกครั้ง

สำหรับเขาแล้วก็ยังคงแสดงสีหน้าไม่สนใจแล้วเดินต่อไป

...............

ห่างออกไปจากจุดที่ประตูเมืองตั้งอยู่นั้นชายหนุ่มหลายคนที่ดูแข็งแรงแฝงไปด้วยจิตสังหารกำลังยืนอยู่ข้างกายโม่จี่และซูมู่หยาง

ซูมู่หยางได้จ้องมองไปยังร่างของหลินเทียนที่กำลังเดินออกไปนอกเมืองด้วยท่าทางที่ราบเรียบและเย็นชา

โม่จี่เองก็กำลังจ้องมองออกไปด้วยสายตาที่เย็นชาเช่นกันก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้มันทักจะตรงไปยังป่าทมิฬตลอดและมันเป็นเพราะว่ามันถือครองตราแม่ทัพเอาไว้ดังนั้นเขาต้องลงมือในป่าทมิฬเท่านั้น ต้องฆ่ามันให้ได้ !"

หลังจากนั้นโม่จี่ก็ได้พูดต่อว่า

"คิดให้ดีนะเพราะหากว่ามันไม่ตายแล้วเจ้าหมดสิทธิ์เข้าร่วมสำนักเป่ยหยานไปตลอดชีวิตแน่นอน "

ซูมู่หยางเองก็ได้แต่มองออกไปยังหน้าประตูเมืองแล้วตอบรับด้วยประกายตาที่เย็นยะเยือก

"อื้ม ! ไปด้วยกันนี่แหละ "

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมก่อนที่จะปลดปล่อยจิตสังหารออกมาทันที

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 110

คัดลอกลิงก์แล้ว