เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 109

Divine King Of All Directions - 109

Divine King Of All Directions - 109


Divine King Of All Directions - 109

 

ตัวตนของสมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นมีสถานะพิเศษในเมืองนี้และทุกคนล้วนแสดงท่าทางเกรงกลัวออกมาเมื่อต้องเดินผ่านแต่ส่วนใหญ่จะไม่มีใครกล้าหยุดเดินที่นี่

หน้าร้อนที่ร้อนจัดได้ผ่านไปทำให้อากาศดีขึ้นมาก

หลินเทียนผู้ซึ่งสวมชุดคลุมสีขาวเองก็ได้เดินมาถึงด้านหน้าสมาคมและทำให้ผู้คนโดยรอบต่างต้องแสดงสีหน้าที่เกรงกลัวออกมา

"เป็นเขา !"

"ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมผู้มีพรสวรรค์คนนั้น ! "

"ผู้ถือครองตราแม่ทัพ ! "

หลายๆคนได้แต่มองไปยังหลินเทียนขณะที่พึมพำออกมาด้วยท่าทางตกตะลึง

"คุณหลิน"

พนักงานต้อนรับสาวได้ทักทายของอย่างสุภาพด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย

เรื่องรายของหลินเทียนนั้นแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองนั้นนั้นแน่นอนว่านางเองก็รู้ถึงเรื่องนี้ ตอนนี้หลินเทียนมีอายุเพียงแค่ 16 ปีแต่กลับประสบความสำเร็จขนาดนั้นมันทำให้นางรู้สึกชื่นชมและใจสั่นไม่น้อย

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมพูดว่า

"ข้าจะมารับภารกิจของสมาคมน่ะ "

นางได้พยักหน้าตอบพร้อมกับพูดว่า

"จะไปพบกับผู้อาวุโสเก้อก่อนไหม ? "

หลินเทียนได้ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า

"ไม่เป็นไรดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เขาเองก็น่าจะกำลังศึกษาข่ายอาคมดังนั้นข้าไม่อยากจะรบกวนเขาน่ะ "

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้เดินไปยังกระดานภารกิจก่อนที่จะเลือกภารกิจหาหญ้าเขี้ยววิญญาณ แก่นเลือดของสัตว์อสูรระดับ 4 พยัคฆ์หางเพลิง โคเกราะวิญญาณและข้อมูลเกี่ยวกับอสูรสุนัขจิ้งจอกหินและหากว่ารวมแต้มทั้งหมดแล้วก็น่าจะได้ประมาณ 200 แต้ม

หลังจากนั้นก็แจ้งพนักงานให้บันทึก

"ข้าไปล่ะ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

พนักงานสาวได้โค้งตัวพร้อมกับพูดว่า

"ดูแลตัวเองด้วยนะ "

หลินเทียนได้ยิ้มตอบพร้อมกับเดินจากไป

เหล่าผู้คนที่อยู่ภายในถึงกับสูดหายใจเข้าลึกหลังจากที่เห็นภารกิจที่หลินเทียนหยิบไป

"สัตว์อสูรระดับ 4 เกือบทั้งหมด !"

"สุดยอดเกินไปแล้ว !"

"ยังหนุ่มขนาดนี้แล้วหลังจากนี้โตไปจะขนาดไหนกัน ? "

หลายๆคนได้แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาตามๆกัน

.........

หลังจากที่ไปถึงป่าทมิฬแล้วเขาก็พบกับผู้คนมากมายเช่นก่อน

ณ ตอนนี้มันเป็นช่วงบ่ายและแม้ว่าพระอาทิตย์ยังเจิดจ้าแต่ก็ไม่ร้อนเท่าช่วงก่อนหน้านี้แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นเสียมากกว่า

"หญ้าเขี้ยววิญญาณน่าจะอยู่ห่างออกไปจากจุดนี้ประมาณ 1.6 กิโลเมตร "

หลินเทียนได้พูดอยู่กับตัวเองก่อนที่จะเดินเข้าไปในป่าลึกอย่างรวดเร็ว

นี่เป็นครั้งที่สามที่เขาเข้ามาในป่าทมิฬแห่งนี้ดังนั้นถึงได้คุ้นเคยกับเส้นทางมากๆ ไม่นานเขาก็ได้เดินไปยังพื้นที่ๆเต็มไปด้วยพงหญ้ามากมายเหมือนเป็นสวนของต้นไม้

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาขณะที่พบกับหญ้าเขี้ยววิญญาณ

หลังจากนั้นเขาก็ได้เดินเข้าไปพร้อมทั้งหยิบเอาถุงย่ามออกมาแล้วเก็บเกี่ยวหญ้าเขี้ยววิญญาณลงไปในถุงย่ามแล้วส่งมันเข้าไปเก็บไว้ในแหวนมิติอีกที หญ้านี้เป็นวัตถุดิบที่สามารถผสมเป็นหมึกในการวาดข่ายอาคมได้แต่แน่นอนว่าผลลัพธ์ของมันก็ธรรมดาๆ

หลังจากนั้นเขาก็ได้ยืนขึ้นแล้วมองไปยังป่าลึกที่อยู่ด้านหน้า

"พยัคฆ์หางเพลิง โคเกราะวิญญาณ สุนัขจิ้งจอกหิน "

หลินเทียนได้พึมพำกับตัวเอง

หลังจากนั้นเขาก็ก้าวต่อไปอย่างรวดเร็ว

ที่เขามาที่นี่ก็เพื่อที่จะหาแต้มไปแลกหยาดจันทราเพื่อสร้างข่ายอาคมลมกระโชกและอีกอย่างคือเขาคิดจะมาฝึกทักษะหมัดทลายฟ้าของตัวเองเพื่อยืนยันพลังทำลายของมันว่าจะสามารถใช้ในการสู้จริงได้

และการต่อสู้จริงนั้นมันก็เป็นการช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างดีที่สุด !

ดังนั้นเมื่อตอนอยู่ที่สมาคมเขาถึงได้เลือกเอาภารกิจที่ต้องเก็บเกี่ยวแก่นเลือดของสัตว์อสูรมา

เมื่อเดินเข้าไปในป่าลึกแล้วหลินเทียนได้พบเข้ากับพยัคฆ์หางเพลิงเข้าอย่างรวดเร็ว มันมีฟันที่แหลมคมพร้อมกับหางที่เปลือยเปล่าประดับไปด้วยหนามเล็กๆมากมาย

"ตรงหางมันจะเป็นส่วนที่อันตรายที่สุดแล้ว "

เขาได้คิดอยู่ภายในใจ

มันเป็นเพราะเขาได้ศึกษาข้อมูลของสัตว์อสูรที่อยู่ภายในป่างทมิฬมาก่อนแล้วดังนั้นถึงได้พุ่งเข้าประชิดแล้วเหวี่ยงหมัดเข้าใส่โดยทันที

โครม ! หมัดของเขาได้ปะทะเข้ากับร่างของมันก่อนที่จะส่งมันกระเด็นออกไปไกลแต่มันก็ลุกกลับขึ้นมาแล้วตั้งหนามแหลมตรงหางที่ดูน่ากลัวขึ้นเป็นประกายภายใต้แสงอาทิตย์

หลินเทียนได้ขยับมือขวาก่อนที่จะเรียกเอากระบี่คืนสู่หยวนออกมาแล้วฟาดฟันออกไปทันที

พุฟฟฟฟ ! หางของมันได้ถูกตัดจนขาดสะบั้นขณะที่เลือดได้ไหลทะลักออกมามากมาย

มันได้ส่งเสียงร้องออกมาพลางจ้องมองาทางเขาด้วยประกายตาที่ดุร้ายกว่าเดิมมาก

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับเก็บกระบี่แล้วกระโจนเข้าใส่อีกครั้ง

"ทักษะหมัดทลายฟ้า ! "

เขาได้ส่งเสียงออกมาขณะที่เหวี่ยงหมัดออกไปช้าๆแล้วปะทะเข้ากับศีรษะของมัน

มันได้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าสังเวชพร้อมทั้งทรุดลงไปขณะที่เลือดทะลักออกมาทางปาก

หลินเทียนได้เดินเข้าไปและพบว่ามันไม่มีสัญญาณชีวิตแล้วถึงได้ใช้มีดชำแหละศีรษะออกและพบว่าของอวัยวะภายในทุกอย่างได้แหลกสลายหมดแล้ว

"เป็นพลังทำลายที่สุดยอดจริงๆ "

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

หลังจากที่ได้เก็บเอาแก่นเลือดและแก่นอสูรของมันมาแล้วเขาก็หันหลังแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากนี้เขาต้องไปออกล่าโคเกราะวิญญาณอีก

มันเป็นสัตว์อสูรระดับ 4 ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากเขตแดนประมาณ 20000 ฟุต แถมมันยังเป็นสัตว์อสูรแบบเดียวกับหมาป่าโลหิตที่มักจะอยู่รวมกันเป็นฝูง

ความเร็วของหลินเทียนนั้นสูงมากๆขณะที่ไม่นานก็สามารถเห็นรูปร่างของโคเกราะวิญญาณอยู่ด้านหน้า

"พบแล้ว ! "

เขาได้ยิ้มออกมา

ณ ตอนนี้พื้นดินได้สั่นสะเทือนขณะที่กลิ่นอายอสูรสองตัวที่อยู่ห่างออกไปกำลังปะทะกันจนทำให้สัตว์อสูรมากมายได้แต่ถอยหนีไม่เว้นแม้แต่โคเกราะวิญญาณ

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าโกรธจัดพร้อมกับเปลี่ยนเป็นประหลาดใจทันที

"เป็นกลิ่นอายที่รุนแรงมากๆ "

เขาได้พูดกับตัวเองก่อนที่จะกระโดดขึ้นไปบนยอดไม้เพื่อมองไปยังพื้นที่ห่างออกไป

เขาเห็นว่าห่างออกไปไม่กี่สิบเมตรนั้นมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งสองตัวกำลังปะทะกันซึ่งทุกการเคลื่อนไหวส่งผลให้พื้นที่โดยรอบพังทลายทันที

"ตะขาบนัยน์ตาชมพูและเสือดาวเพลิงนพเก้า"

หลินเทียนได้แต่สูดหายใจเข้าลึก

พวกมันทั้งสองตัวเป็นถึงสัตว์อสูรระดับ 5 ตอนปลายที่มีพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 5 !

โครม !

ขามากมายของตะขาบนัยน์ตาชมพูได้เคลื่อนไหวพร้อมๆกันขณะที่แทงเข้าไปในร่างของเสือดาวเพลิงนพเก้าจนทำให้หลินเทียนได้แต่รู้สึกขนหัวลุก แน่นอนว่าเสือดาวนพเก้าเองก็ไม่ใช่พวกอ่อนแอดังนั้นถึงได้อ้าปากพ่นไฟเข้าใส่ตะขาบนัยน์ตาชมพูจนทำให้มันต้องส่งเสียงร้องออกมา

หลินเทียนได้แต่สูดหายใจเข้าลึกเพราะว่าสัตว์อสูรทั้งสองตัวนี้มันน่ากลัวมากๆ เขาในตอนนี้ไม่ใช่คู่มือของพวกมันแม้แต่น้อย

การปะทะกันของทั้งสองส่งผลให้สภาพพื้นที่โดยรอบพังทลายไปตามๆกัน

ไม่นานก็ผ่านไปประมาณ 15 นาที

ณ ตอนนี้ตะขาบนัยน์ตาชมพูดได้ส่งเสียงร้องออกมาก่อนที่จะพ่นของเหลวสีเขียวเข้าใส่ศีรษะของเสือดาวเพลิงนพเก้า

"โฮ๊กกก .... "

เสือดาวเพลิงนพเก้าได้โห่ร้องออกมาขณะที่ศีรษะของมันได้ส่งกลุ่มควันสีขาวออกมาก่อนที่ดวงตาของมันจะกลายเป็นมัวหมองไป

หลินเทียนได้แต่ผงะไป ของเหลวนั่นมันเป็นพิษ !

ผลลัพธ์ในตอนนี้ไม่ต้องบอกเลยว่าตอนนี้เสือดาวเพลิงนพเก้าไม่สามารถใช้ดวงตาได้อีกแล้ว ไม่นานมันก็ถูกฆ่าลงและโดนตะขายนัยน์ตาชมพูแย่งชิงเอาแก่นอสูรไปด้วยความโกรธ หลังจากนั้นมันก็ได้กลืนแก่นอสูรลงไปแล้วเคลื่อนไหวไปในทิศทางหนึ่งอย่างช้าๆ

ดูเหมือนว่ามันได้รับบาดเจ็บไม่น้อยเหมือนกัน

"มีขามากมายนี่มันสุดยอดไปเลย"

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

หลังจากนั้นประกายตาของเขาก็เปลี่ยนไปก่อนที่จะแสยะออกมา

แก่นอสูรระดับ 5 นี่มันห้ามปล่อยไปอย่างเสียเปล่า !

วิ้ส ! เขาได้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งไล่ตามตะขาบนัยน์ตาชมพูไป

เมื่อเห็นมนุษย์กำลังยืนขวางทางของมันนั้นตะขายนัยน์ตาชมพูก็ได้ส่งเสียงร้องออกมาขณะที่จ้องมองไปที่ร่างของหลินเทียนด้วยดวงตาที่ดุร้าย

"หากว่าเป็นช่วงที่เจ้าอยู่ในสภาพปกติข้าคงจะกลัวแต่ตอนนี้มันต่างกัน "

หลินเทียนได้แสยะออกมา

เขาได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์พร้อมทั้งส่งหมัดทลายฟ้าออกไปอย่างรวดเร็ว

"โครม !"

"โครม !"

"โครม !"

หลินเทียนเหวี่ยงหมัดทลายฟ้าออกไปซ้ำๆจนถึง 6 หมัดก่อนที่ตะขาบนัยน์ตาชมพูจะแน่นิ่งไป

เขาได้หยุดมือพร้อมทั้งปาดเหงื่อที่หน้าผากเล็กน้อย

"สมแล้วจริงๆที่เป็นสัตว์อสูรระดับ 5 ตอนปลาย ขนาดได้รับบาดเจ็บหนักแบบนี้ยังกินเวลาไปถึง 15 นาที "

หลังจากที่พูดจบแล้วหลินเทียนก็ได้หยิบเอามีดสั้นออกมาชำแหละร่างเพื่อเอาแก่นอสูรทั้ง 2 ออกมา หนึ่งเป็นของตัวมันและอีกก้อนเป็นของเสือดาวเพลิงนพเก้าที่ยังไม่ทันได้ย่อย

เมื่อจ้องมองไปยังแก่นอสูรทั้งสองแล้วเขาก็รู้สึกได้ถึงพลังที่อัดแน่นอยู่ภายในจนอดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าที่ตื่นเต้นออกมา

"หากว่าดูดกลืนพลังพวกมันทั้งหมดแล้วคงจะตัดผ่านไปยังระดับ 2 ได้ทันที ! "

เขาไม่ลังเลเลยที่จะหาที่ซ่อนตัวแล้วถือแก่นอสูรทั้งสองไว้ในมือขวาก่อนที่จะส่งความคิดและทำให้สัญลักษณ์รูปกระบี่ในมือส่องแสงออกมา พลังฉีมากมายในแก่นอสูรได้ถาโถมเข้าไปในร่างของเขาอย่างรวดเร็ว

หลังจากตั้งสติไม่นานหลินเทียนก็ได้หมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่พร้อมทั้งส่งพลังเข้าไปตามจุดพลังต่างๆภายในร่าง ขั้นตอนนี้เป็นอะไรที่เจ็บปวดมากๆแต่มันไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับเขาดังนั้นถึงไม่ส่งเสียงออกมาแม้แต่น้อย

"บึ้ส ! "

เขาได้เปล่งแสงออกมาก่อนที่กลิ่นอายของตัวเองจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ไม่นานก็ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง

ในหนึ่งชั่วโมงนี้หลินเทียนได้พบว่าจุดชีพจรเทวะที่มือขวาได้เชื่อมต่อถึงกันหมดแล้ว !

"โครม ! "

พลังงานมากมายได้ทะลักออกมาจากร่างของเขา

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 109

คัดลอกลิงก์แล้ว