- หน้าแรก
- ราชันย์ผู้เนรมิตโลกมายา
- บทที่ 20 การสัมภาษณ์
บทที่ 20 การสัมภาษณ์
บทที่ 20 การสัมภาษณ์
บทที่ 20 การสัมภาษณ์
สถานีโทรทัศน์หนิงเจียง
โจวหงอวี้พิมพ์คีย์บอร์ดรัวเร็ว ทำสกู๊ปข่าวชิ้นหนึ่งเสร็จอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเธอก็กวาดสายตามองข้อมูลที่รวบรวมมาได้
"นึกไม่ถึงเลยว่าบิลิบิลิ อนิเมชันจะเป็นบริษัทอนิเมชันเก่าแก่ขนาดนี้ ฉันไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย"
โจวหงอวี้รับผิดชอบข่าวสังคมมาโดยตลอด จึงมีความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมอนิเมชันที่รุ่งเรืองของเมืองหนิงเจียงเพียงผิวเผิน
หลังจากตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด โจวหงอวี้ถึงได้รู้ว่าบิลิบิลิ อนิเมชันที่สวีรุ่ยพูดถึง แท้จริงแล้วเคยเป็นหนึ่งในบริษัทอนิเมชันชั้นนำของจีน
"สวีรุ่ยคนนี้ไม่ธรรมดาเลย น่าเสียดายที่ตอนนั้นฉันติดธุระเลยไม่ได้สัมภาษณ์เขา ไม่อย่างนั้นสกู๊ปข่าวชิ้นนี้คงขยายประเด็นได้มากกว่านี้"
โจวหงอวี้ส่ายหน้าถอนหายใจ
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงใช้เส้นสายเจาะลึกเหตุการณ์นี้และทำสกู๊ปข่าวเด็ดๆ ได้
แต่ตอนนี้เธอถูกลดบทบาทในสถานี มีเด็กใหม่เข้ามาแทนที่ ทรัพยากรที่เธอหามาได้ก็น้อยเต็มที
ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ถูกส่งไปทำข่าวพิธีจบการศึกษาของมหาวิทยาลัยหนิงเจียงหรอก
นอกจากรายการเดิมบางรายการจะถูกถอดออก โจวหงอวี้ยังถูกลดชั้นไปดูแลสื่อออนไลน์อย่างเวยป๋ออีกด้วย
สื่ออินเทอร์เน็ตเหล่านี้เพิ่งจะเริ่มตั้งไข่ และคนในสถานีโทรทัศน์โดยทั่วไปก็มักจะดูถูกคนที่ทำงานด้านนี้
"พี่อวี้ ผู้อำนวยการเฉียนตกลงจะใช้ข่าวที่คุณเสนอลงในรายการข่าวภาคค่ำแล้วนะคะ เขาฝากมาบอกว่าให้พี่เอาเทปไปให้ตอนบ่ายนี้เลย"
เสี่ยวกาว ผู้ช่วยของโจวหงอวี้เดินกลับมาพร้อมเอกสารและบอกเธอ
"รู้แล้วจ้ะ"
โจวหงอวี้พยักหน้า มองดูสกู๊ปข่าวของตัวเองอีกครั้งแล้วยิ้มอย่างจนใจ
แม้จะถูกย้ายไปอยู่แผนกที่ไม่ได้รับความนิยม แต่เธอก็ยังต้องทำงานอย่างตั้งใจต่อไป
หลังจากได้รับปริญญาบัตรและใบรับรองการจบการศึกษา สวีรุ่ยก็สำเร็จการศึกษาอย่างเป็นทางการ
เย็นวันนั้น เขาและอี้เชี่ยนเชี่ยนจัดงานฉลองเล็กๆ กัน
สวีรุ่ยลงมือเข้าครัวเอง ทำอาหารเต็มโต๊ะ ทั้งขาหมูตุ๋นถั่วเหลือง ปลากุุเลาทอด หมูสามชั้นผัดถั่วลันเตา และแน่นอน ผักกาดหอมผัดกระเทียมที่อี้เชี่ยนเชี่ยนไม่ค่อยชอบ
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากไปส่งอี้เชี่ยนเชี่ยนทำเรื่องส่งมอบงานที่มัชรูม อนิเมชัน สวีรุ่ยและอี้เชี่ยนเชี่ยนก็มาถึงสตูดิโอบิลิบิลิ อนิเมชัน
เขาจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดชั้นสอง เคลียร์พื้นที่ห้องผลิตอนิเมชันเดิมให้โล่ง
ตอนนี้พวกเขายังมีคนไม่มาก แค่ชั้นเดียวก็เพียงพอแล้ว
สวีรุ่ยยังไม่รีบร้อนซื้ออุปกรณ์
เขาเช่าเซิร์ฟเวอร์ สร้างเว็บไซต์ทางการอย่างง่ายๆ และโพสต์ประกาศรับสมัครงานพร้อมข้อมูลบริษัท
โชคดีที่การจดทะเบียนบริษัทไม่มีปัญหา สวีรุ่ยได้เครื่องหมายการค้าของบริษัทบิลิบิลิมาครอบครองอย่างง่ายดาย
ในทางทฤษฎี ตอนนี้เขาคือเจ้าของบริษัทผลิตอนิเมชันบิลิบิลิแห่งเมืองหนิงเจียงแล้ว
เขาเคลียร์พื้นที่มุมหนึ่ง หยิบแล็ปท็อปออกมาเปิดไฟล์เอกสารหลายฉบับ
นี่คือเรซูเม่ที่สวีรุ่ยได้รับในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
โพสต์แรกของเขาในเวยป๋อเรื่องการฟื้นฟูบิลิบิลิ อนิเมชัน มียอดรีโพสต์ถึงหนึ่งแสนครั้ง
หลังจากคัดกรองเรซูเม่ที่ใช้ไม่ได้ออกไป ก็ยังเหลืออีกกว่าร้อยฉบับในอีเมลบริษัท ครอบคลุมตำแหน่งต่างๆ ในการผลิตอนิเมชัน
ดูเผินๆ เหมือนว่าการกลับมาของบิลิบิลิอยู่ใกล้แค่เอื้อม
แต่สวีรุ่ยรู้ดีว่าในจำนวนนี้มีพวกแค่อยากรู้อยากเห็นกี่คน และมีเด็กจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ทำงานกี่คน
สุดท้าย หลังจากคัดเลือก เขาเลือกเรซูเม่ที่มีคุณภาพแตกต่างกันมาสามสิบฉบับ และนัดสัมภาษณ์เริ่มตั้งแต่วันนี้
สวีรุ่ยคิดว่าถ้าเลือกได้สักห้าคนจากกลุ่มนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
เป้าหมายแรกของเขาคือการทำหนังสั้น คนไม่กี่คนก็พอ ไม่จำเป็นต้องสร้างบริษัทใหญ่โตเหมือนเรนโบว์ มีเดีย
ประมาณสิบโมงเช้า ชายหนุ่มสวมเสื้อลายสก๊อตและแว่นตาก็เดินอาดๆ เข้ามาในบริษัทที่ว่างเปล่า และตรงดิ่งมาหาสวีรุ่ยกับอี้เชี่ยนเชี่ยน
"พวกคุณคือคนสัมภาษณ์เหรอครับ?"
น้ำเสียงของเขาดูผ่อนคลาย ราวกับผ่านสมรภูมิสัมภาษณ์มาอย่างโชกโชน
"ผมชื่อเฉินจื่อเยว่ จบเอกอนิเมชันจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนิงเจียง สมัครตำแหน่งคีย์อนิเมเตอร์ครับ"
ชายหนุ่มที่ชื่อเฉินจื่อเยว่ลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าทั้งสองแล้วพูดขึ้น
สวีรุ่ยและอี้เชี่ยนเชี่ยนมองหน้ากัน ก่อนจะเริ่มถามคำถามตามขั้นตอน
เนื่องจากผู้สมัครสมัครตำแหน่งคีย์อนิเมเตอร์ คำถามส่วนใหญ่จึงมาจากอี้เชี่ยนเชี่ยน
ระหว่างการถามตอบ เฉินจื่อเยว่ดูเหม่อลอยเล็กน้อย เหมือนไม่ได้สนใจจริงๆ
เมื่อเวลาสัมภาษณ์ยี่สิบนาทีสิ้นสุดลง เขาก็ลุกขึ้นยืน
"อันที่จริง..."
ชายหนุ่มที่ชื่อเฉินจื่อเยว่ยิ้ม
เดิมทีเขาตั้งใจจะไปสมัครงานที่ 'โทเมโท แมนูแฟคเจอริ่ง' และเนื่องจากบิลิบิลิอยู่ใกล้กับโทเมโทฯ เขาจึงตัดสินใจแวะมาดูเล่นๆ สนุกๆ ในวันนี้
เป้าหมายเดียวของเขาคือโทเมโทฯ เขาไม่คิดจะพิจารณาบิลิบิลิด้วยซ้ำ
เฉินจื่อเยว่กำลังจะเอ่ยปาก อยากจะเห็นสีหน้าเหวอๆ ของสวีรุ่ยคนดังในโลกออนไลน์
แต่ก่อนที่เฉินจื่อเยว่จะได้พูด อี้เชี่ยนเชี่ยนก็วางเรซูเม่ในมือลงและตอบกลับอย่างใจเย็น
"ขอโทษนะคะ แม้คุณจะมีประสบการณ์อนิเมเตอร์มาสองปี แต่ดูจากคุณภาพงานของคุณแล้ว มีส่วนที่ทำแบบขอไปทีมากเกินไป รวมถึงหลายตอนที่มีชื่อเสียในวงการเรื่องคุณภาพแย่ด้วย
พูดตามตรง ทักษะของคุณไม่ผ่านเกณฑ์ของเราค่ะ"
"คุณ..."
เฉินจื่อเยว่อึ้งจนพูดไม่ออก
"ตอนแรกฉันคิดว่างานที่ออกมาแย่ อาจเป็นเพราะตารางงานที่เร่งรัดในขั้นตอนการผลิตอื่น ฉันเลยอยากจะคุยกับคุณเพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติม
ถ้าเป็นแบบนั้น เราคงคุยกันต่อได้
แต่จากการสนทนาเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าคุณมีเวลาเหลือเฟือที่จะทำงานให้ออกมาดี แต่คุณเลือกที่จะทำแบบลวกๆ
ขอโทษด้วยค่ะ เราไม่ต้องการคนแบบนี้ที่นี่"
คำพูดของอี้เชี่ยนเชี่ยนจี้ใจดำเฉินจื่อเยว่เข้าอย่างจัง
เขาคิดเสมอว่างานอนิเมเตอร์เป็นแค่ทางผ่าน เขาอยากจะเป็นคีย์อนิเมเตอร์และผู้กำกับอนิเมชันในอนาคต
ดังนั้น เขาจึงทำงานอย่างสะเพร่าและคิดจะเปลี่ยนงานหลังจากโดนเจ้านายด่าอย่างหนัก
เฉินจื่อเยว่เชื่อว่าถ้าเขาตั้งใจ เขาต้องสร้างคีย์อนิเมชันคุณภาพสูงได้แน่ เป็นบริษัทต่างหากที่ห่วยแตก เขาต้องการเวทีที่ดีกว่านี้!
คำพูดของอี้เชี่ยนเชี่ยนปฏิเสธตัวตนของเฉินจื่อเยว่อย่างสิ้นเชิง ทำให้เขาตัวแข็งทื่อ ลืมสิ่งที่ตั้งใจจะพูดไปจนหมด
"ขอโทษด้วยครับ เธอเป็นคนพูดตรง คุณอย่าเก็บไปใส่ใจเลย"
สวีรุ่ยผายมือ แล้วชี้ไปทางบันได
"เชิญกลับทางที่ขึ้นมาได้เลยครับ"
เฉินจื่อเยว่ลังเลอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะได้สติ แล้วเดินลงบันไดไปอย่างมึนงง
หลังจากเหตุการณ์นี้ สภาพจิตใจของเขาค่อนข้างย่ำแย่
แม้เขาจะมีการสัมภาษณ์ที่โทเมโทฯ ต่อ แต่หัวสมองของเฉินจื่อเยว่ว่างเปล่าไปหมด ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป
มองดูคนที่จากไป สวีรุ่ยยิ้มอย่างจนใจ
"พี่เชี่ยนเชี่ยน ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้ เดี๋ยวคนหนีหมด"
ได้ยินสวีรุ่ยพูดแบบนั้น อี้เชี่ยนเชี่ยนก็พองแก้มและพูดอย่างขัดเคือง
"ฉันทนไม่ได้กับงานอนิเมชันที่ทำแบบขอไปทีหรอกนะ
อนิเมะเรื่อง 'รุ่งอรุณสีไพฑูรย์' ที่เขารับผิดชอบ เป็นผลงานเรื่องแรกของอาจารย์ซูไห่ที่ถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมชัน
อาจารย์ซูไห่วาดมังงะมาตลอดยี่สิบปี ก่อนหน้านี้ไม่สามารถทำเป็นอนิเมชันได้เพราะเนื้อหา จนเพิ่งได้รับโอกาสตอนอายุสี่สิบ
และก็เพราะคนอย่างเขานี่แหละ อนิเมชันเรื่อง 'รุ่งอรุณสีไพฑูรย์' ถึงกลายเป็นความอัปยศของวงการ และอาจารย์ซูไห่ถึงกับเลิกวาดไปเลยเพราะเรื่องนี้!"
สวีรุ่ยไม่ได้ตอบ
เขารู้ว่าอี้เชี่ยนเชี่ยนจริงจังกับอนิเมชันมาก แต่ไม่คิดว่าเธอจะคิดละเอียดอ่อนขนาดนี้
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง สวีรุ่ยก็ตั้งสติและเตรียมรับผู้สัมภาษณ์คนต่อไป
ขอบคุณ 【หางของยาคุโมะ รัน】 สำหรับการโดเนท 10,000 เหรียญฉีเตี่ยน~