เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 081

Divine King Of All Directions - 081

Divine King Of All Directions - 081


Divine King Of All Directions - 081

 

แม้จะผ่านไปกว่า 8 ชั่วโมงแล้วแต่หลินเทียนก็ยังคงอยู่ภายในข่ายอาคม

"ดูเหมือนว่าสถิติของสำนักเราจะถูกเปลี่ยนแล้วสินะ "

ฉีดงได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มฝืนๆ

ตั้งแต่สำนักนี้ก่อตั้งขึ้นนั้นหลินเทียนเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดาราคนแรกแถมยังเป็นคนที่อดทนอยู่ในข่ายอาคมคลื่นยักษ์ได้นานที่สุดกว่า 12 ชั่วโมงในครั้งแรก เป็นคนแรกที่เพิ่งเข้าร่วมสำนักได้สามเดือนแล้วระดับพลังพัฒนาไปถึงเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 เป็นคนแรกที่อาศัยเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ในการอดทนอยู่ภายในข่ายอาคมสังหารได้กว่า 8 ชั่วโมง ทั้งหมดที่ว่ามานี้ล้วนทำให้ฉีดงได้แต่ตกตะลึงจนหมดคำพูดไป

"สัตว์ประหลาดอย่างแท้จริง ! "

มู่ชิงได้พูดออกมา

ด้านนอกถ้ำนั้นผู้ชมต่างๆล้วนแต่สั่นสะท้านด้วยความรู้สึกโง่งมไม่หยุดไม่เว้นแม้แต่ศิษย์ภายในสำนัก

ห่างออกไปไม่ไกลนั้นศิษย์ภายในสำนักหลายคนได้แต่แสดงท่าทางที่หวาดหวั่นออกมา

"คนสุดท้ายนั้นมีชื่อว่า........หลินเทียนใช่ไหม ? "

"ใช่ "

"ผู้มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดาราซึ่งสามารถอดทนอยู่ในข่ายอาคมคลื่นยักษ์ได้ 12 ชั่วโมงในครั้งแรกแถมยังได้อันดับที่ 2 ในการทดสอบศิษย์ภายนอกรอบก่อน เข้าร่วมสำนักมา 3 เดือนแต่กลับตัดผ่านไปถึงเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 อดทนอยู่ในข่ายอาคมสังหารได้กว่า 8 ชั่วโมง......... โครตน่ากลัว ! "

"เจ้าหนูนี่สามารถเข้าร่วมเป็นศิษย์ภายในได้อย่างแน่นอน เมื่อเข้าไปแล้วก็ถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจเลยล่ะ "

ศิษย์ภายในหลายคนล้วนแต่พูดออกมาด้วยเสียงกระซิบ

ณ ตอนนี้หากว่ามีใครที่ยืนอยู่ข้างๆพวกเขาแล้วก็จะสัมผัสได้ถึงแรงกดดันของเขตแดนชีพจรเทวะซึ่งแข็งแกร่งกว่าโจวเฮ่าที่เพิ่งตัดผ่านไปได้อย่างมาก

............

ณ ตอนนี้หลินเทียนที่อยู่ภายในข่ายอาคมนั้นปากซีดไปหมดขณะที่ถูกรายล้อมไปด้วยสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายหลายสิบตัว เขาอดไม่ได้เลยที่จะแสดงรอยยิ้มฝืนๆออกมาเพราะมันไม่ต่างไปกับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 เป็นฝูงเลยด้วยซ้ำ !

สัตว์ร้ายยังคงจ้องมองเขาด้วยดวงตาสีแดงก่ำไม่ก็สีเขียวขจีที่ให้ความรู้สึกขนหัวลุก สัตว์อสูรเหล่านี้ล้วนร้ายกาจซึ่งเมื่อรวมกันเป็นฝูงแล้วจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้พวกมันอย่างมากไม่ต่างอะไรไปกับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 เลยด้วยซ้ำ

หลินเทียนได้ตั้งสติของเขาก่อนที่จะปลดปล่อยเจตจำนงแห่งกระบี่ออกมาระหว่างทีจ้องมองไปรอบๆ

"เหลือพลังฉีอยู่เพียง 10% ดังนั้นคงทนได้อีกไม่นานเท่าไหร่ "

เขาได้คำนวณอยู่ภายในใจ

เสียงคำรามอย่างดังได้ถูกส่งออกมาอีกครั้ง ในหมู่พวกมันนั้นมีสัตว์อสูรรูปร่างเหมือนลิงอยู่ 9 ตัวที่ร่างกายของมันปกคลุมไปด้วยขนหนา กรงเล็บอันแหลมคมและเคี้ยวยาวที่ให้ความรู้สึกสยดสยองอย่างมาก

ระหว่างที่วานรทั้ง 9 ตัวได้กระโจนเข้ามานั้นพวกมันก็ได้ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างเต็มที่จนทำให้มิตินี้ถึงกับสั่นสะเทือน

อีกทางหนึ่งก็กวาดกรงเล็บอันแหลมคมเข้าใส่ร่างของหลินเทียนอย่างรวดเร็ว

พลังฉีของเขาในตอนนี้เหลือเพียง 10% เท่านั้นแต่สภาพของเขาในตอนนี้จริงจังเป็นอย่างมาก เท้าของเขาได้ก้าวออกไปก่อนที่จะหลบการโจมตีทั้งหมดของพวกมันและอาศัยโอกาสนี้กวัดแก่งกระบี่ในมือเพื่อแทงเข้าไปยังจุดตายที่คอหอยของพวกมันทั้ง 9 ตัว

"พุฟฟฟฟฟ ! "

ขณะที่กระบี่ได้ถูกดึงออกมานั้นเลือดมากมายก็ได้กระฉูดไปรอบทิศทาง

ตอนนี้เองที่หางแหลมที่หุ้มไปด้วยเกล็ดได้ตวัดเข้าใส่ร่างของเขาอย่างจัง

หลินเทียนได้ยกกระบี่ขึ้นมาปัดมันออกก่อนที่ร่างของเขาจะกระเด็นออกไปไกลซึ่งตอนนี้เองที่สัตว์อสูรอีกตัวที่อยู่ด้านหลังเขาได้อ้าปากรอร่างของเขาไว้แล้ว เมื่อมองกลับไปที่เคี้ยวของมันแล้วเขารู้ได้เลยว่าต่อให้เป็นช้างก็จะถูกมันบดขยี้ตายคาปากแน่นอน

หลินเทียนที่อยู่กลางอากาศในตอนนี้ได้ขยับเท้าขวาก่อนที่จะเปลี่ยนทิศทางของตัวเองอย่างรวดเร็ว

ทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ระดับ 2 !

"พุฟฟฟฟ ! "

เมื่อหลบออกจากคมเคี้ยวของสัตว์อสูรได้แล้วหลินเทียนในตอนนี้สงบนิ่งเป็นอย่างมาก เขาได้ตวัดกระบี่เข้าใส่หัวใจของสัตว์อสูรอย่างฉับพลัน

มันได้โห่ร้องออกมาอย่างน่าสงสารก่อนที่จะนอนจมกองเลือด

ตอนนี้พลังฉีของเขาเกือบจะแห้งหมดแล้วภายใต้แรงโน้มถ่วง 2.5 เท่านี้ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาช้าลงแถมไม่รู้ด้วยว่าตอนไหนกันที่รู้สึกว่ากระบี่ในมือมันหนักเหลือเกิน

สัตว์อสูรโดยรอบไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พักหายใจแม้แต่น้อย

สัตว์อสูรกว่าสิบตัวได้กระโจนเข้าใส่เขาพร้อมกับซึ่งฉากนี้มันน่ากลัวเป็นอย่างมาก

หลินเทียนได้แต่กัดฟันพร้อมทั้งใช้แรงทั้งหมดเพื่อหลบการโจมตีนี้

"พุฟฟฟฟ ! "

คลื่นสายฟ้าได้ถูกส่งออกมาขณะที่กระบี่ในมือของเขาได้ฟัดฟันไปยังช่วงท้องของสัตว์อสูรจนเป็นเหตุให้เลือดกระจายไปทั่วดั่งสายฝน

ณ ตอนนี้มีการโจมตีมากมายมาจากโดยรอบ

กรงเล็บแหลม !

การแทงของหางแหลม !

คมเคี้ยวที่ชุ่มไปด้วยเลือด !

สัตว์อสูรเป็นฝูงได้โจมตีเข้าใส่เขาพร้อมกันซึ่งแม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งเพียงใดก็ยังรู้สึกว่ารับมือยากมาก

"วุ้สสส ! "

หางของสัตว์อสูรได้พุ่งเข้ามาทางเขาอย่างรวดเร็ว

"ซวยล่ะ !"

ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีไปทันที

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีที่ต่อเนื่องแบบนี้มันทำให้เขาไม่สามารถหลบการโจมตีนี้ได้

โครมมม ! หางของสัตว์อสูรได้ฟาดลงกลางหลังของเขาและอดไม่ได้ที่จะทำให้เขาต้องกระอักเลือดออกมาคำโต ในเวลาเดียวกันนี้เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดอันรุนแรงที่โลดแล่นไปทั่วร่างกายไม่เว้นแม้แต่กระดูกของเขาที่เกิดเกิดรอยร้าวขึ้น

"สมแล้วที่เป็นสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลาย ! "

เขาได้คิดอยู่ภายในใจ

ในเวลาเดียวกันนี้สัตว์อสูรมากมายก็ได้กระโจนเข้าใส่เขาอีกครั้ง

กรงเล็บอันแหลงคมได้ขย้ำมาทางเขาอย่างรวดเร็ว !

สัตว์อสูรที่ร่างกายปกคลุมไปด้วยเกราะเหล็กได้กระโจนเข้ามาอย่างรวดเร็ว

แมงมุงตัวใหญ่ได้พุ่งเข้ามาด้วยดวงตาที่เป็นประกายเย็นยะเยือก !

หลินเทียนได้แต่ฝืนยิ้มออกมาเพราะว่ากระบวนทัพนี้มันน่าเหลือเชื่อมากๆ เหมือนถูกส่งมาจัดการผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะ ?

"ช่างเหอะ ถึงอย่างไรมันก็เป็นการทดสอบ เข้ามา ! "

เขาได้คำรามออกมาอย่างดัง

แม้ว่าสัตว์อสูรจะมีมากมาย แม้ว่ามันจะแข็งแกร่งแต่เขาก็ไม่กลัวแม้แต่น้อย

หากว่าแค่ภาพลวงตายังกลัวแล้วจะก้าวเดินบนเส้นทางบ่มเพาะอย่างไร ?

"ฆ่า ! "

เขาได้คำรามออกมาก่อนที่จะพุ่งไปพร้อมกับกระบี่ในมือ

คลื่นกระบี่มากมายได้ส่องแสงออกมาก่อนที่เขาจะสำแดงทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตอย่างรวดเร็ว พลังทำลายที่แฝงไปด้วยสายฟ้านั้นรุนแรงจนน่ากลัวแต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังได้รับบาดเจ็บจากสัตว์อสูรอยู่ดี ไม่นานร่างกายของเขาก็ถูกชโลมไปด้วยเลือดจนทำให้สภาพในตอนนี้น่าอนาถเป็นอย่างมาก

.......

"ผ่านไป 10 ชั่วโมงแล้วเจ้าหนูนั่นยังไม่ออกมาอีกงั้นหรอ ? จะทนได้นานเท่าไหร่กันเนี่ย ! "

หัวใจของมู่ชิงถึงกับสั่นสะท้านไม่หยุด

"ไม่รู้สิ "

ฉีดงได้ส่ายศีรษะพร้อมกับพูดออกมาว่า

"แต่ครั้งนี้เราได้สมบัติชั้นดีมาเลยล่ะ ไม่เพียงแค่เป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดาราแต่ในเรื่องอื่นๆก็ถือได้ว่าเป็นสัตว์ประหลาดที่หาได้ยากแม้จะเป็นทั้งอาณาจักรนี้ก็เถอะ การที่เราได้ศิษย์ระดับนี้มาไม่รู้ว่าจะได้รับรางวัลและทรัพยากรบ่มเพาะมากมายขนาดไหนกัน !"

"ที่เจ้าพูดก็ถูก !"

มู่ชิงได้พูดออกมา

สำนักนี้ได้รับการสนับสนุนจากเมืองหลวงโดยเฉพาะการฝึกผู้มีพรสวรรค์ให้กับจักรวรรดิ หากว่าทางจักรพรรดิรู้เรื่องที่ทางสำนักมีผู้มีพรสวรรค์ระดับนี้ก็คงจะมีความสุขเป็นอย่างมากและจะยกความดีความชอบให้กับทางสำนัก เมื่อถึงตอนที่หลินเทียนได้เข้าร่วมกับสำนักที่เมืองหลวงในอนาคตแล้วทางสำนักจิ่วหยางก็จะต้องได้รับรางวัลอย่างงามอย่างแน่นอน

ระหว่างที่พวกเขากำลังพูดกับอยู่นี้ก็มีร่างๆหนึ่งปรากฏขึ้นที่หน้าทางเข้าถ้ำ

"หลินเทียน เขาออกมาแล้ว ! "

ฉีดงได้พูดออกมา

เมื่อมองไปยังร่างของหลินเทียนที่ออกมาแล้วศิษย์ทั้งหลายล้วนแต่กำหมัดตัวเองด้วยท่าทางตกตะลึงอย่างมาก

"10 ชั่วโมง ! "

"หลินเทียนนี่ยังเป็นศิษย์ใหม่ที่มีอายุ 16 ปีแท้ๆแถมยังเพิ่งเข้ากับสำนักเราได้เพียง 3 เดือนแต่ตัดผ่านไปถึงเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ซ้ำยังสามารถอดทนอยู่ภายในข่ายอาคมสังหารได้กว่า 10 ชั่วโมง นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ ! "

"ท้าทายสวรรค์เกินไปแล้ว ! "

หลายคนได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาไม่หยุด

หลูเชิงที่ยืนอยู่ข้างๆโจวเฮ่าที่อยู่ห่างออกไปนั้นมีท่าทางน่าเกลียดอย่างมากพร้อมทั้งพูดว่า

"ไอ้ระยำนั่น ! .........."

"กระวนกระวายอะไรกัน "

โจวเฮ่าได้จ้องมองไปทางหลินเทียนพร้อมกับพูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

"ตอนนี้ยิ่งเกียรติยศมันมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งตกลงมาตายอนาถกว่าเก่า "

หลูเชิงได้ชะงักไปก่อนที่ดวงตาของเขาจะเป็นประกายแล้วพูดว่า

"ที่นายน้อยพูดก็ถูก ! "

หลินเทียนนั้นเป็นสัตว์ประหลาดมากความสามารถแต่ก็ยังอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายเท่านั้นจะเป็นคู่มือของโจวเฮ่าได้อย่างไร ? หลังจากนี้ไม่นานเมื่อถึงเวลาที่ต้องประลองกับโจวเฮ่าแล้วก็จะเป็นวันตกนรกของหลินเทียน !

"เฮ้ ! "

หลังจากที่คิดถึงจุดนี้แล้วหลูเชิงก็ได้แต่ยิ้มออกมาด้วยใบหน้าที่ชั่วร้าย

........

หลินเทียนได้เรียกสติกลับมา ก่อนหน้านี่เขาถูกรุมขย้ำโดยสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายเป็นฝูงและเขาพยายามอย่างสุดฝีมือเพื่อสังหารพวกมันไป 9 ตัวแต่พลังฉีของเขาก็หมดเสียก่อนจึงเป็นเหตุให้โดยแมงมุมยักษ์ฟาดด้วยขามากมายแล้วตายลง

"ความรู้สึกตอนตายนี่มันไม่ดีเลยแหะ "

เขาได้แต่คิดอยู่ภายในใจ

ริมฝีปากของเขาซีดเซียวลงทันทีเพราะแม้จะเป็นเพียงข่ายอาคมแต่เขาก็รู้สึกได้ถึงความตายอย่างชัดเจน เมื่อนึกถึงฉากก่อนหน้านี้แล้วก็อดที่จะสั่นสะท้านไปไม่ได้แต่ถึงอย่างไรก็ตามเมื่อคิดแล้วประกายตาของเขากลับมั่นคงยิ่งกว่าเก่าเพราะเขาไม่อยากรู้สึกถึงความตายเป็นครั้งที่สองแล้วดังนั้นเขาต้องพยายามแข็งแกร่งขึ้นให้ได้ !

"หลินเทียน !"

ซูชูวได้วิ่งเข้ามาอย่างเร็ว

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมทั้งลุกขึ้นจากพื้น

"เป็นไง ? "

ซูชูวได้ถามออกมา

"ก็ดีแต่เหนื่อยไปหน่อย "

เขาได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

"สู้อยู่ด้านในกว่า10ชั่วโมงยังจะบอกว่าแค่เหนื่อย ? "

ซูชูวได้แต่หมดคำพูดไปพร้อมกับพูดต่อว่า

"แล้วเจ้าอยู่ด้านในตั้ง 10 กว่าชั่วโมงได้ไงกัน ? "

หลินเทียนได้ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหยอกล้อออกไปว่า

"บางทีอาจเพราะข้าเป็นคนดีมั้ง"

"ไปไกลๆเลยไป ! "

ซูชูวได้ตะหวาดออกมาพร้อมกับหยิบเอายาส่งให้เขาแล้วพูดว่า

"นี่เป็นยาฟื้นพลังหยวน รีบๆกลืนเข้าไปเร็วจะได้ฟื้นฟูพลัง"

ยาฟื้นพลังหยวนนั้นไม่ได้ต่างจากยาแก่นแท้ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูพลังฉีให้กับผู้ใช้อย่างรวดเร็วแต่ความสามารถของมันไม่ใช่อะไรที่ยาแก่นแท้จะเทียบได้เลยเพราะราคาต่อเม็ดมันมีมูลค่ากว่าหลายสิบเหรียญซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเงินหลายปีของบางครอบครัวด้วยซ้ำ แน่นอนว่ามันมีผลกับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนต่ำกว่าชีพจรเทวะเท่านั้น แน่นอนว่าสูงขึ้นไปก็ใช้ได้แต่มันจะไม่ส่งผลอะไรมากนัก

"นี่สำนักเราให้ยาฟื้นฟูพลังด้วย ? "

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

ซูชูวได้แต่กรอกตาพร้อมกับพูดว่า

"ก็กำลังจะเริ่มการประลองแล้วแถมทุกคนยังเหนื่อยกันหมดถ้าจะให้รอก็มีหวังไม่ต่ำกว่า2-4ชั่วโมง คิดว่าผู้อาวุโสเขาจะนั่งรอ ? หากว่าเป็นแบบนั้นคงลากยาวไปถึงพรุ่งนี้แน่นอน "

หลินเทียนได้ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วว่า

"ก็นั่นสินะ "

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วสำหรับทางสำนักเงินไม่กี่สิบเหรียญคงไม่มีอะไรมาก

เขาไม่ลังเลเลยที่จะทานมันเขาไปอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเองที่เขารู้สึกได้ว่าที่หน้าท้องของเขาอบอุ่นเป็นอย่างมากก่อนที่พลังฉีที่เหือดแห้งจะเริ่มฟื้นฟูด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 081

คัดลอกลิงก์แล้ว