เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 080

Divine King Of All Directions - 080

Divine King Of All Directions - 080


Divine King Of All Directions - 080

 

หลังจากที่เห็นว่าหลินเทียนได้พุ่งเข้ามาด้วยตัวเองแล้วสัตว์อสูรตัวนั้นก็ได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดังก่อนที่จะตวัดหางอันแหลมคมฟาดเข้าใส่หลินเทียนโดยทันทีแต่น่าเสียดายที่ความเร็วของหลินเทียนนั้นสูงเป็นอย่างมากดังนั้นในชั่วพริบตานี้ร่างของเขาได้หายไปอย่างรวดเร็วก่อนที่กระบี่ในมือจะเฉือนเข้าไปที่คอหอยของมัน

"พุฟฟฟ ! "

ศีรษะของสัตว์อสูรได้ร่วงหล่นลงกับพื้นก่อนที่เลือดมากมายจะสาดกระจายไปทั่วพื้นที่

การฆ่าสัตว์อสูรระดับ 3 ในการโจมตีเดียวนั้นเป็นเรื่องที่ธรรมดาสำหรับเขาอยู่แล้ว

เพราะตอนนี้เขาแข็งแกร่งมากพอที่จะทำได้

"โฮ๊ก ! "

เสียงคำรามแห่งความโกรธได้ดังขึ้นอีกครั้งซึ่งตอนนี้สัตว์อสูรระดับ 3 ตอนกลางได้ก่อตัวขึ้นมา

หลินเทียนได้กระโจนเข้าใส่ฝูงสัตว์อสูรพร้อมทั้งกวัดแกว่งกระบี่ในมือที่ห่อหุ้มไปด้วยพลังฉีภายใต้แรงโน้มถ่วงประมาณ 2.5 เท่าเข้าที่คอหอยของพวกมันอย่างแม่นยำ

ฆ่าในการเคลื่อนไหวเดียว !

ไม่เพียงเป็นการไม่เสียเวลาและมันยังช่วยลดการเผาผลาญอีกด้วย !

มันเป็นเพราะว่าที่นี่ก็มีข่ายอาคมแรงโน้มถ่วงแบบเดียวกับข่ายอาคมคลื่นยักษ์ดังนั้นความเร็วในการเผาผลาญพลังของเขาจึงมากกว่าภายนอกมากและเขาตระหนักได้ถึงจุดนี้ดีดังนั้นถึงได้พยายามสังหารศัตรูทุกด้วยให้ได้ภายในการโจมตีเดียวเพื่อจะได้ลดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นออกไป จนถึงตอนนี่เขาใช้แค่การกวัดแกว่งธรรมดาๆโดยที่ไม่ได้พึ่งพาทักษะแม้แต่น้อย

ไม่นานหลินเทียนก็ได้สังหารสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนกลางไปกว่าสิบตัวและทำให้สภาพพื้นที่นี้เงียบสงบลงครู่หนึ่ง

แต่มันก็แค่ชั่วครู่หนึ่งเท่านั้น

หลังจากนั้นอีกไม่กี่ลมหายใจก็มีเสียงคำรามอย่างดังถูกส่งออกมาซึ่งตรงหน้าของเขาในตอนนี้ได้มีร่างของผีร้ายก่อตัวขึ้น ร่างนี้สวมผ้าคลุมสีเทาเอาไว้เหมือนกับวิญญาณตามตำนานไม่มีผิดแถมยังให้ความรู้สึกขนหัวลุกอีกด้วย

สัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลาย ฉีเหมียงกุ่ย !

"ได้พบกันอีกแล้ว "

หลินเทียนได้หรี่ตาของเขาลง

ฉีเหมียงกุ่ยก็ยังคงทำเสียงคิกคิกอยู่เช่นเคยขณะที่จ้องมองเขาด้วยดวงตาสีแดงก่ำพลางกระโจนเข้าใส่เขาโดยทันที

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาทว่าเขายังสามารถสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา

เขาได้ย่อตัวลงเล็กน้อยก่อนที่ดวงตาของเขาจะเป็นประกายแล้วจดจ่อไปที่ร่างของมันอย่างจริงจัง

ข่ายอาคมภาพลวงตาและข่ายอาคมสังหารมันต่างกันอยู่ที่ว่าแม้ทั้งสองจะเป็นข่ายอาคมลวงตาแต่สัตว์อสูรภายในข่ายอาคมลวงตานั้นจะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเขาได้หากว่าเขามีจิตใจที่มั่นคงพอเพียงแค่ยืนเฉยๆสัตว์อสูรก็จะถูกทำลายหายไปเองแต่ข่ายอาคมสังหารคือหากว่าเราไม่ตั้งรับก็จะตายแล้วถูกส่งออกไปนอกข่ายอาคมโดยทันที

ท้ายที่สุดแล้วฉีเหมียงกุ่ยก็ได้เข้าประชิดร่างของเขาก่อนที่จะเหวี่ยงกรงเล็บอันแหลมคมเข้าใส่เขาทันที

และในเวลาเดียวกันนี้เองที่หลินเทียนได้เคลื่อนไหวพร้อมทั้งพุ่งออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วดั่งสายฟ้า

"วุ้สสส ! "

เสียงเบาๆได้ถูกส่งออกมาก่อนที่หลินเทียนจะพุ่งผ่านร่างฉีเหมียงกุ่ยไปขณะที่มันได้แต่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าสังเวช ตรงคอหอยของมันมีรอบแทงโดยกระบี่แถมตอนนี้เลือดยังทะลักออกมาไม่หยุดอีกด้วย

หลินเทียนรู้ถึงจุดอ่อนของมันดีจากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ในสันเขาชิงเฟิงแถมตอนนี้เขายังตัดผ่านไปยังเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 แล้วด้วยดังนั้นการสู้กับมันถึงไม่มีปัญหาอะไรแม้แต่น้อย ที่ยิ่งแล้วใหญ่คือเมื่อครู่เขาได้สำแดงทักษะกระบี่สายฟ้าออกไปด้วย

"โครม ! "

เสียงดังสนั่นได้เกิดขึ้นหลังจากที่พื้นที่โดยรอบจะสั่นสะเทือน

ตอนนี้เองที่ตรงหน้าของเขาได้พบกับสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลาย

"เข้ามา ! "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้หายใจเข้าลึกพร้อมทั้งกวัดแกว่งกระบี่ออกไปรอบทิศทาง

ตอนนี้เวลาได้ผ่านไปนานเกือบจะสองชั่วโมงแล้วซึ่งในช่วงนี้มีศิษย์หลายคนถูกส่งออกมาจากข่ายอาคมด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด

คนเหล่านี้ล้วนถูกส่งออกมาหลังจากที่ตายอยู่ภายในข่ายอาคม แม้ว่าจะไม่ได้ตายจริงแต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตายนั้นใครจะไม่รู้สึกกลัวบ้าง ? แน่นอนว่าในหมู่คนเหล่านี้ก็มีคนที่กล้าหาญอยู่ด้วยแต่ตอนนี้สภาพของเขาก็ซีดเผือดไม่ต่างกัน

"ยากเกินไปแล้ว ระหว่างสู้รู้สึกเหมือนกำลังแบกหินก้อนใหญ่สู้ไปด้วยไม่มีผิด ไม่สิ เหมือนว่าทั้งตัวถูกชุบด้วยปรอทมากกว่า จะเหวี่ยงมือยังเป็นปัญหาเลยและยิ่งกว่านั้นคือสัตว์อสูรก็โผล่มาด้วยเรื่อยๆ นี่มัน.......... ยากจริงๆ ! "

หลายคนได้โวยวายออกมา

เขาเหล่านี้คือศิษย์เก่าซึ่งมีระดับพลังอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 แล้วแม้ว่าจะเคยฝึกอยู่ในข่ายอาคมคลื่นยักษ์ก็ตามแต่ภายในข่ายอาคมสังหารนี้กลับมีแรงโน้มถ่วงที่รุนแรงกว่าและเป็นเหตุให้พวกเขารู้สึกไม่คุ้นเคย พอรวมๆเอาหลายๆปัจจัยแล้วก็เห็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงไม่สามารถเอาตัวรอดภายในระยะเวลาสองชั่วโมงได้

พริบตาเดียวก็ผ่านไปทั้งหมดสองชั่วโมง

ในระหว่างก่อนถึงสองชั่วโมงนี้จากผู้เข้าร่วม 49 คนได้มีคนถูกส่งออกมาทั้งหมด 23 คนแล้ว

"49คนเข้าร่วมและมี 26 คนที่ยังมีคุณสมบัติก็ถือว่าดีใช้ได้ "

มู่ชิงได้พยักหน้าออกมา

ฉีดงได้พูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

"ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้หนูนั่นมันจะสามารถอดทดอยู่ได้นานเท่าไหร่กัน ข้าล่ะคาดหวังจริงๆ "

"ข้าเหมือนกัน "

มู่ชิงได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มจางๆ

พวกเขายืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากจากหน้าทางเข้าถ้ำข่ายอาคม

ผู้ที่อยู่ภายในไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ด้านนอกได้แต่ผู้ที่อยู่ด้านนอกก็ไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ภายในได้เช่นเดียวกัน มู่ชิงและฉีดงยังคงยืนจ้องไปทางปากถ้ำที่อยู่ด้านหน้าเพราะว่าหลังจากที่ศิษย์ถูกฆ่าแล้วพวกเขาก็จะถูกส่งออกมาทางนั้น

ไม่เพียงแค่มู่ชิงและฉีงเท่านั้นแต่มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังก็มองไปทางเดียวกัน

"ดูเหมือนว่าเจ้านั่นจะผ่านการทดสอบนะ "

โจวเฮ่าได้พูดออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

แต่ภายใต้รอยยิ้มนี้กลับแฝงไปด้วยความชั่วร้าย

ณ ตอนนี้หลินเทียนยังคงปะทะอยู่กับสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายถึงห้าตัวแถมพวกมันยังไม่มีตัวไหนด้อยไปกว่าฉีเหมียงกุ่ยเลยแม้แต่น้อย เขาได้ย่อตัวลงพร้อมกับกระบี่ในมือขวาที่สั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มสำแดงทักษะออกมา

"กระบี่วายุสะท้าน ! "

เมื่อกระบี่ได้ถูกฟาดฟันออกไปนั้นภาพกระบี่มากมายก็ได้ถูกส่งออกไปทันที

"พุฟฟฟ ! "

"พุฟฟ ! "

"พุฟฟฟฟ!"

สัตว์อสูรทั้งห้าตัวได้ถูกสังหารก่อนที่จะล้มลงจมกองเลือดตัวเอง

ท่าทางของหลินเทียนในตอนนี้เปลี่ยนไปเล็กน้อยเพราะว่าพลังฉีที่ถูกเผาผลาญไปเมื่อครู่นั้นมากกว่าภายนอก

นัยน์ตาของเขาได้หดเล็กลงก่อนที่จะจับกระบี่แล้วกลับไปยืนที่เก่าอย่างสงบนิ่ง

"ต้องพยายามรักษะพลังฉีและพลังกายเอาไว้ "

เขาได้คิดอยู่ภายในใจ

บึ้สสสส ! มิติโดยรอบได้สั่นไหวก่อนที่สัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายกว่าโหลจะก่อตัวขึ้นโดยรอบ

.......

ด้านนอกถ้ำนั้นมีศิษย์มากมายถูกส่งออกไป

เวลาได้ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงแล้ว

"ในหมู่คนที่มีคุณสมบัติทั้ง 26 คนมี 17 คนถูกส่งออกมาแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงแค่ 9 คนเท่านั้น "

มู่ชิงได้พูดออกมา

"เจ้าลูกศิษย์สุดรักของเจ้ายังอยู่ด้านในนี่มันทำให้เจ้าภูมิใจ ? "

ฉีดงได้พูดออกมาด้วยท่าทางมีความสุข

มู่ชิงได้แต่ตอบกลับด้วยท่าทางหมดคำพูดว่า

"ภูมิใจอะไรล่ะ แต่นางอยู่อย่างสงบๆข้าก็พอใจแล้ว"

ระหว่างที่พวกเขากำลังพูดกันอยู่นั้นก็มีอีก 5 คนถูกส่งออกมา

ณ ตอนนี้ภายในข่ายอาคมยังเหลือผู้เข้าร่วมอยู่อีก 4 คน

"! "

ซูชูวได้ถูกส่งออกมาในตอนนี้ขณะที่กำลังแสดงสีหน้าอมทุกข์ด้วยท่าทางที่ประหลาดใจ

เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วฉีดงอดไม่ได้เลยที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"ดูเหมือนว่าเจ้าหนูนี่จะถูกฆ่าโดยสัตว์อสูรนะ ท่าทางดูไม่ค่อยได้เชียว "

มู่ชิงได้ส่ายศีรษะพร้อมกับพูดว่า

"ไม่ว่านางจะเข้าไปเพื่ออะไรแต่อย่างน้อยๆก็ไม่ได้เป็นผลเสียอะไรกับตัวนาง "

"ก็จริงนั่นแหละ "

ฉีดงได้พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

เวลายังคงผ่านไปเรื่อยๆก่อนที่จะมีอีกคนถูกส่งออกมา

"เหลือเพียงแค่ 3 คนแล้ว ศิษย์ภายนอกลำดับที่ 4 หยงฉาง ลำดับที่ 5 หลงซิ่วและเจ้าหลินเทียน "

อาจารย์หลายคนได้พูดออกมา

"จะว่าไปแล้วหลงซิ่วและหยงฉางนั้นเป็นศิษย์ภายนอกอยู่ตั้งสองปีแล้วแต่หลินเทียนนี่มันมีพรสวรรค์จริงๆเลยนะที่สามารถอดทนได้นานขนาดนี้แม้จะเพิ่งเข้ามาใหม่ "

"แล้วการที่เป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดารามันจะไม่ถูกเรียกว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ได้ยังไงกัน ? "

"ก็นั่นล่ะนะ จะว่าก็ว่าเพราะเขามีพรสวรรค์ระดับ 9 ดาราหนิ "

หลายคนต่างพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ทุกๆคนได้แต่มองไปยังทางเข้าถ้ำก่อนที่ไม่นานหยงฉางและหลงซิ่วจะถูกส่งออกมา

"เหลือเพียงคนเดียวแล้ว ! "

หลายคนได้พูดออกมา

และคนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปจากเวลาที่กำหนดให้มีคุณสมบัติอีกกว่าสองชั่วโมงแล้ว

"หลินเทียนยังอยู่ด้านใน !"

อาจารย์หลายคนได้พูดออกมา

ซูชูวเองก็ได้แต่มองไปยังถ้ำพลางยิ้มออกมาแล้วพูดว่า

"เป็นสัตว์ประหลาดจริงๆนั่นแหละ "

หลินเทียนเข้าร่วมสำนักมาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้นแต่กลับมีความสามารถขนาดนี้ซึ่งมันแซงหน้านางไปไกลมากและทำให้นางรู้สึกกดดัน

ฉีดงและมู่ชิงที่อยู่ห่างออกไปก็ได้แต่หรี่ตาลง

"ฉีดง เจ้าว่าไอ้หนูนั่นจะอยู่ได้นานเท่าไหร่กัน ? "

มู่ชิงได้ถามออกมา

ฉีดงได้ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกลับไปว่า

"ด้วยความสามารถของไอ้หนูนั่นข้าว่าน่าจะได้อีกชั่วโมงนะ "

มู่ชิงได้ส่ายศีรษะพร้อมกับพูดว่า

"ข้าว่าน่าจะได้มากกว่านั้น "

"มากกว่านั้น ? "

ฉีดงได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาเพราะว่าที่เขาพูดไปว่าหลินเทียนสามารถอดทนได้อีกชั่วโมงนั้นเป็นเพราะว่าเขารู้สึกโปรดปรานในตัวหลินเทียนอย่างมากแต่ก็ไม่คิดเลยว่ามู่ชิงจะบอกว่าหลินเทียนจะสามารถทนได้นานกว่านั้น

"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันมันเป็นเพียงความรู้สึกน่ะ "

มู่ชิงได้พูดออกมา

.........

ภายในข่ายอาคมนั้นตอนนี้หลินเทียนกำลังอยู่ท่ามกลางวงล้อมของสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายกว่า 11 ตัวซึ่งในสี่ชั่วโมงที่ผ่านมาทั้งหมดนี้เขาได้สังหารสัตว์อสูรไปมากมายภายใต้แรงโน้มถ่วง 2.5 เท่าจึงเป็นเหตุให้พลังฉีของเขาถูกเผาผลาญอย่างรุนแรงแต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่สีหน้าของเขาในตอนนี้ก็ยังคงราบเรียบเช่นเคย

"เข้ามา ! "

เมื่อจ้องมองออกไปแล้วเขาก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

เสมือนว่าพวกมันสามารถสัมผัสได้ถึงการยั่วยุของหลินเทียนดังนั้นถึงได้คำรามออกมาด้วยความโกรธแล้วกระโจนเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนได้ก้าวเท้าหลบออกไปพร้อมทั้งกวัดแกว่งกระบี่ในมือเล็กน้อยเพื่อแทงทะลุศีรษะของสัตว์อสูรตัวหนึ่งและในเวลาเดียวกันนี้เขาก็ได้ย่อตัวลงเพื่อหลบการโจมตีของสัตว์อสูรอีกตัวแล้วใช้เท้าขวาเตะออกไปอย่างรุนแรงจนทำให้อสูรตัวนั้นปลิวออกไปไกลและตายลงเนื่องจากลูกเตะอันรุนแรงทำให้กระดูกต้นคอมันหักทันที

"กระบี่สายฟ้ามรกต ! "

เขาได้ส่งเสียงออกมาก่อนที่มือขวาจะยกขึ้นพลางส่งเสียงคำรามของสายฟ้าออกมารอบทิศทาง

กระบี่สายฟ้ามรกตนั้นเป็นทักษะที่ไร้เทียมทาน เมื่อกวัดแกว่งออกไปแล้วหมายถึงความตายของอีกฝ่าย !

"พุฟฟฟฟ !"

"พุฟฟ ! "

"พุฟฟฟฟ! "

เสมือนว่ากระบี่ในมือของเขาได้แปรเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าที่และทุกการเคลื่อนไหวของเขาก็จะส่งผลให้สัตว์อสูรตรงหน้าตายลงภายใต้การกวัดแกว่งนี้

ไม่นานสัตว์อสูรทั้ง 11 ตัวก็ได้ตายลงอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้เองที่มีเสียงคำรามอย่างดังเกิดขึ้นขณะที่ร่างของสัตว์อสูรมากมายได้ก่อตัวอย่างไม่หยุดหย่อน

หลินเทียนไม่หลบไม่หนีพร้อมทั้งเผชิญหน้ากับพวกมันซึ่งๆหน้า

สัตว์อสูรกับผู้บ่มเพาะนั้นต่างกันเพราะว่าให้พูดกันตามตรงแล้วมันอ่อนแอกว่าผู้บ่มเพาะในระดับเดียวกันมากตรงที่มันไม่มีไหวพริบแถมสัตว์อสูรในข่ายอาคมนี้ยังอ่อนแอกว่าสัตว์อสูรตัวจริงของมันดังนั้นหลินเทียนถึงยังสามารถทนมาได้ถึงจุดนี้และพยายามฆ่าพวกมันอย่างต่อเนื่อง

แน่นอนว่าเรื่องที่บอกว่าผู้บ่มเพาะนั้นแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรนี้ใช้ได้เพียงกับสัตว์อสูรที่ยังไม่ได้แปลงกายเพราะว่าสำหรับสัตว์อสูรที่สามารถแปลงกายได้สำเร็จแล้วมันต่างกันมาก ส่วนใหญ่แล้วพวกมันแข็งแกร่งกว่าผู้บ่มเพาะมากๆ

ไม่นานก็ได้ผ่านไปอีก 1 ชั่วโมงเต็ม

หลังจากที่ผ่านมาถึง 1 ชั่วโมงแล้วหลินเทียนก็ยังไม่ถูกส่งออกมา

"นี่......"

ฉีดงที่ยืนมองอยู่ก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

"เป็นไง ? เหมือนที่ข้าพูด ? "

มู่ชิงได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ฉีดงก็ได้แต่ส่ายศีรษะไปด้วยสีหน้าขมขื่น

เวลาได้ผ่านไปอีกครึ่งหนึ่งชั่วโมงอย่างรวดเร็ว

ณ ตอนนี้ผู้คนที่อยู่รอบนอกถ้ำต่างแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออ มาด้วยกันทั้งหมดไม่เว้นแม้กระทั้งโจวเฮ่าที่อยู่ห่างออกไป

ผ่านมากว่า 8 ชั่วโมงแล้วแต่หลินเทียนยังอยู่ด้านใน !

"เป็นไปได้ไงกัน ! เจ้านั่นเป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ซึ่งโดยปกติแล้วอย่างมากก็น่าจะทนได้ 5 ชั่วโมงซึ่งแม้แต่โม่จี่ที่มีพรสวรรค์ก็ยังไม่ใช่ข้อยกเว้นแต่เจ้าหลินเทียนนี่ยังอยู่ด้านในอยู่อีก "

อาจารย์หลายคนได้พูดออกมาด้วยท่าทางตกตะลึงอย่างมาก

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 080

คัดลอกลิงก์แล้ว