เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 082

Divine King Of All Directions - 082

Divine King Of All Directions - 082


Divine King Of All Directions - 082

 

หลังจากที่เวลาได้ผ่านไปประมาณสิบห้านาทีนั้นพลังฉีของหลินเทียนก็กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง

"ยานี่มีฤทธิ์ดีจริงๆ "

หลินเทียนได้พูดออกมาคนเดียว

ณ ตอนนี้ชายวัยกลางคนที่รับหน้าที่เจ้าภาพก็ได้กระแอมออกมาพร้อมกับพูดต่อว่า

"ผู้มีคุณสมบัติทดสอบ หลินเทียน หยงฉาง หลงซิ่ว ...... "

เขาได้อ่านรายชื่อทั้งหมด 25 คนพร้อมทั้งพูดต่อว่า

"ทั้งหมดไปรวมกันที่เวที "

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาเพราะในรายชื่อเหล่านี้ไม่มีซูชูวรวมอยู่ด้วย

"เจ้าไม่สามารถผ่านการทดสอบในข่ายอาคมได้ ? ไม่น่าจะเป็นไปได้ ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

"แน่นอนว่าผ่านและข้าเป็น 4 คนสุดท้ายด้วย !"

ซูชูวได้แสยะออกมา

"งั้นทำไม..."

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่สงสัยมากกว่าเก่า

ซูชูวได้ตอบเขากลับไปว่า

"ข้าสละสิทธิ์เข้าร่วมน่ะ "

"สละสิทธิ์ ? "

หลินเทียนได้พูดต่อด้วยท่าทางไม่แปลกใจว่า

"เจ้าไม่เล่นแล้ว ? "

"เฮ้พูดให้มันดีๆหน่อย ! "

ซูชูวได้แสยะออกมาอีกครั้งว่า

"ถึงอย่างไรข้าก็มีอาจารย์อยู่ซึ่งการที่สามารถอยู่ในข่ายอาคมได้เกินสี่ชั่วโมงก็ทำให้ตาเฒ่ามู่ได้หน้าแล้วดังนั้นข้าถึงไม่อยากจะไปแย่งทรัพยากรของศิษย์ภายในคนอื่นๆแค่นั้นเอง อีกอย่างข้าไม่สอบการประลองด้วย "

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่อับอายออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

"ไหนใครบอกกันเอ่ยว่าจะเอาชนะแล้วเข้าเป็นศิษย์ภายใน "

"เจ้าพูดอะไรนะ ! "

ซูชูวได้พูดออกมาด้วยท่าทางดุๆ

"ข้าพูดว่าเจ้านี่เป็นหญิงชั้นสูงที่จิตใจกว้างขว้างคิดเพื่อคนอื่นจริงๆ "

หลินเทียนได้รีบเปลี่ยนคำพูดโดยทันที

"นั่นก็ใช่ !"

ซูชูวได้แสยะออกมาต่อว่า

"เอาล่ะไปได้แล้ว ! "

หลินเทียนได้แต่พยักหน้าพร้อมกับเดินไปทางเวทีอย่างรวดเร็ว

ไม่นานคนอื่นๆก็ได้ขึ้นไปบนเวทีทั้งหมด

เวทีนี้กว้างมากๆอย่างน้อยๆก็หลายร้อยตารางเมตรที่สามารถจุคนได้กว่า 200 คนซึ่งการที่จะมีการประลองของ 25 คนก็เป็นอะไรที่สบายๆอยู่แล้ว ณ ตอนนี้ผู้เข้าร่วมได้แต่มองไปที่กันและกันด้วยความระมัดระวังเพราะทุกคนอาจจะเป็นคู่แข็งของพวกเขาได้

หลินเทียนที่ยืนอยู่บนเวทีสามารถได้ยินเสียงลมหายใจอันรุนแรงของคนอื่นๆได้อย่างชัดเจน

"กระวนกระวายกันจังแหะ"

เขาได้แต่คิดอยู่ภายในใจ

ณ ตอนนี้ทุกๆคนได้เตรียมตัวหมดแล้วและรอการประกาศจากชายวัยกลางคนเท่านั้น

ด้านล่างเวทีก็เต็มไปด้วยผู้ชมมากมายหลายร้อนคนที่กำลังจับจ้องขึ้นมาบนเวที

"ทั้ง 25 คนนี้มีเพียง 4 คนสุดท้ายเท่านั้นที่จะเป็นผู้ชนะ ไม่รู้เลยเนอะว่าจะเป็นใคร "

"ต้องเป็นเจ้าหลินเทียนนั่นอย่างแน่นอน "

"ใช่ๆ หยงฉางและหลงซิ่วเองก็ไม่เบาเลย อย่างน้อยๆก็น่าจะเป็นผู้ชนะด้วย ได้ยินมาว่าพวกเขาฝึกหนักเป็นอย่างมากและสามารถตัดผ่านไปยังเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 9 ได้แล้ว "

"แม่นางซูชูวก็มีสิทธิ์เข้าร่วมแล้วทำไมถึงได้สละสิทธิ์กัน นี่มันแปลกจริงๆ "

"แปลกตรงไหน ! นางบ่มเพาะพลังอยู่ข้างกายผู้อาวุโสโม่ชิงมาตั้งแต่ยังเด็กดังนั้นต่อให้ไม่ผ่านเข้าไปเป็นศิษย์ภายในก็ไม่มีทางขาดแคลนทรัพยากรบ่มเพาะอย่างแน่นอน ดูเหมือนว่าที่นางไม่เข้าร่วมก็เพราะว่าไม่อยากจะแย่งที่คนทั้ง 25 คนที่เหลือ น่ายกย่องจริงๆ "

"ที่พูดก็ถูก "

"พูดก็พูดแล้วน่าเสียดายเรื่องของจางเฟิงเนอะ หากว่าไม่ตายในสันเขาชิงเฟิงก็คงจะตัดผ่านไปยังเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ไปแล้วเพราะก่อนหน้านี้ก็อยู่ในระดับ 8 ตอนปลายแล้วด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังอยู่ในอันดับ 3 ของการจัดอันดับศิษย์ภายนอกอีก "

"ใช่แล้ว น่าเสียดายจริงๆ ดูเหมือนว่าในสันเขาชิงเฟิงจะเริ่มไม่ค่อยสงบสุขแล้วสิ เราเองก็ต้องระมัดระวังเหมือนกันนะ "

"ใช่แล้ว ! "

หลายๆคนได้เริ่มการสนทนากัน

หลินเทียนที่อยู่บนเวทีนั้นได้ยินบทสนทนาของพวกเขาอย่างชัดเจนพร้อมกับอดยิ้มออกมาไม่ได้ จางเฟิงที่ถูกเขาฆ่ากลับกลายเป็นว่าโดนสัตว์อสูรฆ่าแทน แน่นอนมันเป็นเพราะว่าจางเฟิงเป็นเพียงศิษย์ธรรมดาๆดังนั้นการตายของคนธรรมดาๆก็ไม่น่าสนใจอะไรเหมือนที่ซูชูวเคยพูดเอาไว้ว่าคนที่ตายในสันเขานั้นอธิบายได้ว่าเป็นคนอ่อนแอ หากว่าสำนักยังต้องลงไปดูแลอีกก็ไม่ต่างอะไรจากพ่อแม่แล้ว

เสียงกระแอมเบาได้ถูกส่งออกมาจากมุมเวที

ทุกคนล้วนมองตามแหล่งเสียงไปก่อนที่จะพบกับชายวัยกลางคน

ชายคนนั้นได้มองไปยังผู้เข้าร่วมทั้ง 25 คนก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"หมดความสามารถในการสู้และถูกโยนออกไปนอกสนามถือว่าแพ้ "

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ตะโกนออกมาว่า

"เริ่มได้ ! "

"แกร๊ง ! "

เสียงกระบี่ได้คำรามออกมาอย่างดัง

ทั้ง 25คนล้วนกระโจนเข้าใส่หลินเทียนด้วยกันทั้งหมด !

สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ชมถึงกับตกตะลึงโดยทันที

"นี่มันใครกัน ? บ้าไปแล้ว ? "

"เซ่าหลิน อันดับ 6 ของการทดสอบศิษย์ภายนอกเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8แต่ทำไมถึงได้โจมตีหลินเทียน ? คิดจะวัดความสามารถ ? นี่มันดูไม่ค่อยฉลาด ? "

"นี่..."

หลายๆคนต่างแสดงสีหน้าที่สงสัยออกมา

แน่นอนว่าพวกเขารู้ดีว่าหลินเทียนนั้นแข็งแกร่งมากๆเพราะว่าเป็นถึงอันดับ 2 ในการทดสอบศิษย์ภายนอกแต่กางที่เซ่าหลินโจมตีใส่หลินเทียนนั้นมันทำให ผู้คนได้แต่เกิดความสงสัยขึ้นทันที อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นมันเกิดเรื่องที่น่าเหลือเชื่อกว่าเดิมขึ้นเพราะหลังจากที่เกิดเสียงปะทะกันของคมกระบี่แล้วผู้คนทั้งหมดโดยรอบล้วนโจมตีไปที่หลินเทียนเหมือนว่าได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้ว

"นี่มัน.........อะไรกัน !"

"ศิษย์ภายนอกอันดับที่ 7 หยางเจิง และอันดับที่ 7 เซ่าฉีแถมคนอื่นๆอีก นี่มัน....."

"ทำอะไรกัน ? "

ผู้ชมทั้งหลายต่างจ้องมองที่เวทีด้วยนัยน์ตาที่เบิกกว้าง

ไม่เพียงแค่พวกเขาเท่านั้นแต่มู่ชิง ฉีดง และซูชูวก็รู้สึกโกรธเช่นกัน

ณ ตอนนี้ผู้คนทั้งหมดล้วนรุมหลินเทียนอย่างไร้ความปราณี

"คนพวกนี้มันทำเกินไปหรือเปล่า ? "

ศิษย์ใหม่หลายคนได้โกรธจัดโดยทันที

ในหมู่ผู้เข้าร่วมทั้ง 25 คนนั้นมีหลินเทียนเพียงคนเดียวที่เป็นศิษย์ใหม่ซึ่งการที่สามารถมาถึงจุดนี้ได้ภายในสามเดือนนั้นถือเป็นเกียรติของหลินเทียนและศิษย์ใหม่อย่างมากแต่ตอนนี้หลังจากที่เห็นหลินเทียนซึ่งเป็นเหมือนวีรบุรุษของพวกเขาโดยรุมก็ทำให้ศิษย์ใหม่ทั้งหลายโกรธจัดโดยทันที

ด้านข้างได้มีเสียงดังออกมาว่า

"มันเป็นการประลองหมู่ เกินไปตรงไหน ! "

"บางคนมันคิดว่ามันมีเกียรติมากและไร้เทียมทานจึงไม่รู้จักหยุดดังนั้นคงทำให้ใครหลายคนไม่พอใจล่ะมั้ง "

"ผู้บ่มเพาะควรจะเป็นคนที่ไม่ทำตัวโดดเด่นถึงจะดี "

"ใช่ๆ "

ศิษย์เก่าหลายคนได้พูดเป็นเสียงเดียวกัน

หลินเทียนได้เข้าร่วมกับสำนักมาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้นแต่กลับแซงหน้าพวกเขาทั้งหมดดังนั้นถึงได้ทำให้คนเหล่านี้รู้สึกไม่พอใจนัก

"เจ้า......... "

ศิษย์เก่าหลายคนที่ได้ยินแบบนั้นก็โกรธจัดโดยทันทีแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรเพราะพวกเขาไม่ใช่หลินเทียนที่ห้าวหาญพอที่จะตอบโต้

โจวเฮ่าและหลูเชิงที่อยู่ห่างออกไปต่างมองมาทางเวที

"นี่มันก็น่าประหลาดใจจริงๆแหะ "

โจวเฮ่าได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลูเชิงได้พูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

"ไอ้ระยำนั่นมันเป็น พียงศิษย์ใหม่แต่กลับเด่นเกินหน้าเกินตาคนอื่นๆศิษย์เก่าทั้งหลายก็น่าจะไม่พอใจเท่าไหร่ "

หลูเชิงเองก็มีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมกับการทดสอบเหมือนกันแต่เขารู้ดีว่าระดับพลังของตัวเองยังไม่เพียงพอดังนั้นถึงไม่เข้าร่วม

ห่างออกไปนั้นศิษย์ภายในสำนักทั้งหลายต่างขมวดคิ้วเข้าหากัน

"นี่มันไร้เกียรติจริงๆ "

"เจ้าหลินเทียนนั่นก็แข็งแกร่งจริงๆนั่นแหละแต่ถูกห้อมล้อมโดยผู้คนกว่า 20 คนก็คงเป็นอันตรายไม่น้อย"

"โอกาสยืนหยัดอยู่ได้มีเพียง 20% เท่านั้น"

"น่าเสียดายจริงๆ "

ศิษย์ภายในทั้งหลายล้วนแต่ส่ายศีรษะของพวกเขา

.......

ณ ตอนนี้ผู้คนทั้งหมดได้แต่รุมโจมตีเข้าใส่หลินเทียนอย่างไม่หยุดหย่อนซึ่งส่วนใหญ่แล้วพวกเขาอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8และมีแม้กระทั่งระดับ 9อย่างหลงซิ่วและหยงฉาง หลงซิ่วนั้นใช้หอกยาวเป็นอาวุธส่วนหยงฉางนั้นใช้ง้าวยาวที่ส่งแรงกดดันออกมามากกว่าคนอื่นๆ

หลินเทียนได้แต่ขมวดคิ้วขณะที่มองไปยังการโจมตีของคนนับฝูง

การที่คนทั้งหมดรุมเขานั้นมันทำให้เขารู้สึกแปลกๆ

"โจมตี ! "

เสียงคำรามได้ดังออกมา

หลงซิ่วนั้นแสดงสีหน้าที่ไม่แยแสออกมาพร้อมกับเหวี่ยงหอกยาวเข้าใส่เขาอย่างไร้ความปราณี

ท่าทางของหลินเทียนเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนที่จะรับการโจมตีเอาไว้ด้วยกระบี่

"แกร๊ง ! "

เสียงปะทะกันได้ดังขึ้นทั่วทุกทิศทาง

หอกยาวของหลงซิ่วนั้นมีน้ำหนักกว่า 50 กิโลกรัมดังนั้นหลังจากที่ปะทะกับกระบี่แล้วก็ทำให้หลินเทียนถึงกับต้องขมวดคิ้ว หากว่าเขาไม่ได้ถ่ายเทพลังให้ได้แล้วกระบี่ในมือของเขาคงจะแหลกระเอียดไปแล้ว

อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นแบบนั้นแต่เขาก็ยังก้าวถอยออกไปหลายก้าว

"แกร๊ง !"

ณ ตอนนี้เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นอีกครั้ง

ตรงจุดอับสายตาได้มีคลื่นกระบี่ถูกส่งออกมาซึ่งหลังจากที่ใกล้จะปะทะแล้วมันได้เพิ่มจำนวนออกก่อนที่จะปะทะเข้ากับหลินเทียนดั่งห่าฝน

ศิษย์ทั้งหลายภายใต้เวทีต่างแสดงสีหน้าที่ประหลาดใจและตกตะลึงออกมาในเวลาเดียวกัน

"นั่นมันทักษะมีดพันวิญญาณ "

ศิษย์เก่าคนหนึ่งได้พูดออกมาว่า

"ทักษะนี้เหมือนกับทักษะกระบี่พันวิญญาณซึ่งหลังจากที่คลื่นกระบี่ได้ถูกส่งออกมาแล้วก็จะเป็นเรื่องยากที่จะคำนวณเส้นทางของมันอย่างมาก ใครเป็นคนส่งออกมากัน ? หากว่าไม่อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ก็เป็นเรื่องยากมากที่จะฝึกฝนได้ !"

"บึ้ส ! "

ผู้คนทั้งหลายต่างรายล้อมหลินเทียนเอาไว้

หลินเทียนได้กวาดตามองพร้อมกับยกมือขวาขึ้นเมื่อรับการโจมตีของมีดทั้งหลาย

เขาได้ยกกระบี่ขึ้นมาไว้ที่หน้าอกพร้อมทั้งปัดการโจมตีด้วยท่าทางที่ไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย

"แกร๊ง ! "

เสียงปะทะกันได้ดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะปัดป้องการโจมตีต่อไป

ชายหนุ่มที่กำลังถือกระบี่ยาวได้ทำการโจมตีเข้าใส่หลินเทียนซึ่งได้ส่งเสียงปะทะกันออกมาเรื่อยๆและตอนนี้ระยะห่างของพวกเขาก็อยู่ห่างกันไม่ถึง 3 ฟุตด้วยซ้ำ

เฮือก !

นี่ทำให้สีหน้าของผู้คนเปลี่ยนไปมากกว่าเก่า

ในคลื่นกระบี่เหล่านี้แฝงไปด้วยการโจมตีที่เย็นยะเยือกซึ่งหากว่าเปลี่ยนเป็นผู้ชมที่อยู่ในจุดของหลินเทียนนั้นก็คงจะตกตายจากคลื่นกระบี่และการโจมตีของทักษะมีดไปแล้วแต่ตอนนี้หลินเทียนกลับสามารถปัดป้องพวกมันได้ทั้งหมดอย่างสบายใจเหมือนว่ารู้เส้นทางของใบมีดอยู่ก่อนแล้ว

เมื่อมองไปยังผู้ที่กำลังถือมีดเอาไว้ก็ทำให้ศิษย์เก่าหลายคนได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาตามๆกัน

"ศิษย์ภายนอกลำดับที่ 10 โม่คง ? ไม่ใช่ว่าเขาอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 8 งั้นหรอ ? ทำไมอยู่ดีๆถึงได้กลายเป็นระดับ 9 กัน ? "

หลายคนได้แสดงสีหน้าที่สงสัยออกมา

ชายหนุ่มที่ถือกระบี่อยู่บนเวทีเองก็ได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาทันทีเพราะว่าก่อนหน้านี้เขาคิดว่าการโจมตีของคลื่นกระบี่และทักษะมีดพันวิญญาณนั้นจะสามารถจัดการหลินเทียนได้แต่ไม่คิดเลยว่าการโจมตีอันรุนแรงนี้กลับถูกป้องกันเอาไว้ได้ทั้งหมด

ชายหนุ่มได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนส่วนหลินเทียนก็จ้องมองมาทางเขาเช่นกัน

"โม่คง ? คนตระกูลโม่ ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างราบเรียบ

โม่คงได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาว่า

"เป็นไง ! คงไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์นี้สินะ ? "

เมื่อมองไปยังหลินเทียนแล้วโม่คงก็ได้พูดด้วยน้ำเสียงแสยะและระดับเสียงที่หลินเทียนสามารถได้ยินเพียงคนเดียวว่า

"คนๆเดียวต้องแบกรับการโจมตีจากคนเป็นฝูงดังนั้นต่อให้เจ้าอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ก็คงไม่มีทางชนะหรอก ! "

"เจ้าเป็นคนจ้างพวกมันมา ? "

หลินเทียนได้กวาดตามองไปรอบๆพร้อมกับพูดว่า

"หากพูดกันตามปกติแล้วพวกมันไม่น่าจะตกลงนะ "

"เงินสามารถทำได้ทุกสิ่งซึ่งตระกูลโม่ของข้าไม่ได้ขาดแคลนเงินด้วย ! ระหว่างที่เจ้าอยู่ในข่ายอาคมก่อนหน้านี้ข้าก็ได้แอบติดต่อพวกเขาไว้หมดแล้วและให้เงินพวกเขามากพอที่จะช่วยกำราบเจ้า ทั้ง 24 คนช่วยกันก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรมากนั่นถือเป็นการได้เงินไปฟรีๆด้วยซ้ำแถมยังเขี่ยคู่แข่งชั้นดีอีกด้วย ไม่คิดว่ามันดี ? "

สายตาของหลินเทียนยังคงราบเรียบพร้อมกับพูดออกมาด้วยท่าทางที่ไม่แยแสว่า

"งั้นแสดงว่าจ่ายหนักไปเพื่อที่จะตัดช่องทางให้ข้าเข้าเป็นศิษย์ภายใน ? "

"แน่นอนว่าไม่ง่ายแบบนั้น "

โม่คงได้แสยะออกมาว่า

"ก่อนหน้านี้เราปล่อยให้เจ้ารอดไปได้ในป่าทมิฬดังนั้นท่านผู้นำตระกูลโกรธจัดเป็นอย่างมากและหลังจากที่ท่านรู้ว่าเจ้าจะเข้าร่วมการทดสอบนี้ถึงได้มอบยาเพิ่มพลังที่ทำให้ข้าตัดผ่านไปเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ได้เป็นของขวัญ ! ข้าบอกกับพวกมันเพียงแค่กำราบเจ้าแต่มันจะจบแค่นั้นได้ไง ? "

โม่คงได้พูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

"แม้ว่าสำนักจะมีกฎเหล็กห้ามสังหารศิษย์ร่วมสำนักแต่ระหว่างการประลองก็เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดได้ทุกเมื่อดังนั้นหากว่าเจ้าตายด้วยอุบัติเหตุแล้วแม้ทางสำนักจะโกรธแต่อย่างมากก็คงจะไล่ข้าออกจากสำนักเท่านั้น "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางแปลกๆว่า

"เจ้าบอกข้าหมดนี่แล้วไม่กลัวว่าข้าจะไปฟ้องผู้อาวุโส ? "

"ข้าได้สืบเรื่องของเจ้ามาหมดแล้ว "

โม่คงได้พูดออกมาว่า

"แม้ว่าภายนอกเจ้าอาจจะดูเข้ากับคนง่ายแต่เป็นเพียงหยิ่งยโสอยู่ภายในใจลึกๆดังนั้นแม้ว่าเจ้าจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้วก็คงไม่มีทางรายงานผู้อาวุโสอย่างแน่นอน ! "

กระบี่ได้ปะทะกันก่อนที่จะแยกเขาออก

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขว่า

"ดูเหมือนว่าจะสืบมาดีหนิ มันก็เป็นอย่างที่เจ้าว่านั่นแหละเพราะข้าจะไม่รายงานทางสำนัก "

"ข้าก็แค่เตะพวกมันออกนอกเวทีไปให้หมด"

หลังจากนั้นเขาก็ได้พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกพลางกวัดแกว่งคลื่นกระบี่อันรุนแรงออกไปว่า

"ส่วนตัวเจ้านั้นจากคำพูดก่อนหน้านี้ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดขึ้นกับเจ้าก็ได้ "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 082

คัดลอกลิงก์แล้ว