- หน้าแรก
- เมื่อผมมอบระบบให้รัฐบาล ท่านผู้นำเลยเปย์ยับปั้นให้เป็นเทพทรู
- บทที่ 20: ยังมีของที่ยึดมาได้ที่ยังไม่ได้เอาออกมาอีกนะ!
บทที่ 20: ยังมีของที่ยึดมาได้ที่ยังไม่ได้เอาออกมาอีกนะ!
บทที่ 20: ยังมีของที่ยึดมาได้ที่ยังไม่ได้เอาออกมาอีกนะ!
เมื่อถูกบุคคลสำคัญระดับชาติมากมายจ้องมองราวกับเห็นเทพเจ้าแบบนี้ เฉินโหยวก็รู้สึกหนังศีรษะชาหนึบและกดดันสุดๆ
เขาอ้าปากค้าง อยากจะพูดถ้อยคำที่ฟังดูหึกเหิมปลุกใจสักหน่อย แต่ความเป็นจริงคือ...
“ผม... ผมไม่รู้ว่าจะสอนยังไงครับ” แก้มของเฉินโหยวร้อนผ่าว เขาเกาหัวแก้เก้อด้วยความอึดอัด
เขาเผชิญหน้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของหลี่กั๋วอันและเหล่าผู้เชี่ยวชาญ แล้วพูดความจริงออกไป
“ที่ผมเปลี่ยนอาชีพเป็นผู้บำเพ็ญเซียนได้ ก็เพราะระบบเกมตรวจพบอารยธรรมฮัวเซี่ยครับ ส่วนที่ผมเปลี่ยนจากคนธรรมดามาเป็นขอบเขตกลั่นลมปราณชั้นที่หนึ่งได้ทันที ก็เพราะ... เพราะผมกินยาเข้าไปเม็ดหนึ่ง”
“ยา?” หลี่กั๋วอันเลิกคิ้วขึ้น
“ใช่ครับ เรียกว่า 【โอสถจ้าวฮว่า】” เฉินโหยวอธิบายอย่างละเอียด “มันอยู่ในแพ็กเกจของขวัญราคาเก้าสิบล้านแปดแสนนั่นแหละครับ เคล็ดวิชาก็เหมือนกัน เกมให้ผมเรียนรู้ได้เลย เหมือนกับตอนลงโปรแกรมในคอมพิวเตอร์เลยครับ แค่ ‘ติ๊ด’ เดียว ก็ทำเป็นแล้ว ส่วนวิธีการเข้าสู่มรรคาวิถีจริงๆ หรือวิธีชักนำปราณเข้าสู่ร่างกาย ผมเองก็ยังไม่รู้เรื่องเลยครับ”
ความจริงจากปากของเขาทำให้บรรยากาศที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในห้องประชุมเย็นเยียบลงในทันที ความปิติยินดีบนใบหน้าของทุกคนจางหายไป กลายเป็นความครุ่นคิดและความผิดหวังที่ยากจะปกปิด
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง เส้นทางสู่ความเป็นเหนือมนุษย์นี้ไม่ใช่ถนนสายกว้างที่ใครๆ ก็เดินได้ แต่มันเหมือนกับประตูที่ต้องใช้ “กุญแจ” พิเศษถึงจะเปิดออกได้มากกว่า และในตอนนี้ กุญแจเพียงดอกเดียวก็คือไอเท็มวิเศษเหล่านั้นใน “หยวนเจี้ย” ส่วนผู้ค้นหากุญแจเพียงคนเดียวก็มีแค่เฉินโหยว
คุณค่าของเฉินโหยวในวินาทีนี้ได้พุ่งสูงขึ้นไปอีกขั้น
“แต่ว่า ผมคิดว่าการบำเพ็ญเพียรในขั้นต่อๆ ไป น่าจะทำให้ค้นพบวิธีการถ่ายทอดวิชาได้บ้างนะครับ” เฉินโหยวเสริมขึ้นมา เพราะจากความเข้าใจของเขาที่มีต่อระบบบำเพ็ญเซียน สิ่งนี้ย่อมไม่ใช่สำนักวิชาที่จำกัดอยู่แค่คนคนเดียวแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสอนสั่งหรือโอสถอื่นๆ ที่ช่วยให้คนทั่วไปเข้าสู่มรรคาวิถีได้ มันต้องมีอยู่จริงแน่นอน
“ผมเข้าใจแล้ว”
ปฏิกิริยาของหลี่กั๋วอันกลับเหนือความคาดหมายของทุกคน เขาไม่มีท่าทีผิดหวังเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งดูสุขุมเยือกเย็นขึ้นไปอีก ในดวงตาที่ลึกล้ำคู่นั้นได้วาดแผนยุทธศาสตร์ฉับใหม่ขึ้นมาแล้ว เขาลุกขึ้นยืน กวาดสายตามองไปทั่วห้อง แล้วสรุปด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“ตั้งแต่นี้ไป โครงการ ‘เติมเงิน’ จะเข้าสู่ระยะที่สอง แผนการทั้งหมดจะถูกปรับปรุงใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายหลักสามประการ” น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังมาก แต่กลับแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้
“ข้อแรก!” สายตาของหลี่กั๋วอันจับจ้องไปที่จางอวิ๋นไห่ หัวหน้าทีมยุทธวิธี “เริ่มการฝึกฝนเสริมสร้างร่างกายในโลกจริงสำหรับสหายเฉินโหยวทันที! เริ่มคืนนี้เลย!”
“หา?” เฉินโหยวตกใจจนแทบกระโดดตัวลอย “คืนนี้? ผมเพิ่งจะหนีตายกลับมาจากในเกมนะ!”
หลี่กั๋วอันไม่สนใจการประท้วงของเฉินโหยว ตรรกะของเขาชัดเจนและเย็นชา “ทุกประสบการณ์เฉียดตายในเกมจะส่งผลสะท้อนกลับมาที่ร่างกายและจิตใจในโลกจริง นายจำเป็นต้องมีร่างกายและจิตใจที่แข็งแกร่งพอจะรองรับสิ่งเหล่านั้นได้ เราจะฝากความหวังทั้งหมดไว้กับ 【ยันต์แทนตัว】 ไม่ได้ ร่างกายของนายคือรากฐานที่แบกรับคุณค่าทางยุทธศาสตร์ทั้งหมดเอาไว้ จะให้เกิดความผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด”
จางอวิ๋นไห่ลุกพรวดพราดขึ้นยืน ส้นเท้าชิด ทำวันทยหัตถ์อย่างถูกต้องตามระเบียบเป๊ะ “รับประกันว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จครับ!”
เฉินโหยวจ้องมองเส้นสายที่แข็งกร้าวบนใบหน้าของนายทหารผู้นั้น แล้วก็รู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาในใจ เขาสังหรณ์ใจว่าชีวิตต่อจากนี้ของตัวเองคงจะน่าสังเวชยิ่งกว่าตอนตีมอนสเตอร์ในเกมเสียอีก
“ข้อสอง!” หลี่กั๋วอันชูนิ้วที่สองขึ้น คราวนี้เขามองมาที่เฉินโหยว “ภารกิจหลักของนายในเกมเปลี่ยนไปแล้ว จากนี้ไป การรวบรวมอุปกรณ์ อาวุธ หรือวัสดุ ให้ถือเป็นเรื่องรอง เป้าหมายหลักของนายคือทำทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม เพื่อให้ได้มาซึ่งโอสถที่คล้ายกับ 【โอสถจ้าวฮว่า】 รวมถึงเคล็ดวิชาและของวิเศษที่สามารถเพิ่มระดับพลังบำเพ็ญได้โดยตรง! เราต้องการพิสูจน์ว่า ‘กุญแจ’ เหล่านี้จะมีผลกับคนอื่นด้วยหรือไม่!”
ความทะเยอทะยานของหลี่กั๋วอันถูกเปิดเผยออกมาจนหมดสิ้นในวินาทีนี้ สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่เพียงคนเดียว แต่สิ่งที่เขาต้องการคือยุคสมัยใหม่ที่ประชาชนทุกคนสามารถกลายเป็นยอดมนุษย์ได้!
หัวใจของเฉินโหยวเต้นแรงขึ้นมาทันที ถ้าสามารถทำให้คนอื่นก้าวเข้าสู่เส้นทางเซียนได้จริงๆ... อนาคตของฮัวเซี่ยคงจะยิ่งใหญ่เกินจินตนาการ
“ข้อสาม!” หลี่กั๋วอันหันไปทางทีมวิเคราะห์ข้อมูลและทีมยุทธวิธี “วางแผนให้สหายเฉินโหยวพุ่งไปให้ถึงเลเวล 10 ด้วยความเร็วสูงสุด จากนั้นให้ทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปที่การยกระดับขอบเขตพลัง”
ซุนเฟิง หัวหน้าทีมวิเคราะห์ข้อมูลพยักหน้ารับ “ถูกต้องครับ”
จางอวิ๋นไห่รีบเสริมขึ้นมา “การไปถึงเลเวล 10 คือเกณฑ์ขั้นต่ำในการเปิดระบบกิลด์และฟังก์ชันดันเจี้ยน ในเกม การสุ่มเพิ่มเพื่อนทีละคนเราไม่แน่ใจว่าจะได้รับข้อมูลที่แท้จริงหรือไม่ แถมความเสี่ยงที่จะเปิดเผยตัวตนก็สูงมาก แต่กิลด์นั้นต่างออกไป มันคือศูนย์รวมข้อมูลขนาดใหญ่ เฉินโหยวสามารถแฝงตัวเข้าไปในนั้นโดยไม่ต้องเปิดเผยตัวเอง ก็สามารถรับรู้กฎเชิงลึกและความลับของ ‘หยวนเจี้ย’ ได้มากขึ้นผ่านการสังเกตบทสนทนาของผู้เล่นเลเวลสูงคนอื่นๆ ส่วนดันเจี้ยน ตามการตั้งค่าปกติของเกมทั่วไป มันจะเป็นแหล่งผลิตทรัพยากรหายากและอุปกรณ์ที่ใหญ่ที่สุด! โอสถที่เราต้องการก็น่าจะอยู่ที่นั่น!”
หลี่กั๋วอันฟังจบก็พยักหน้าอย่างพอใจ “เอาตามนี้ ทุกแผนกต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เราต้องปั้นเฉินโหยวให้กลายเป็นเทพ ก่อนที่ระยะเวลาคุ้มครองมือใหม่สามสิบวันจะสิ้นสุดลง!”
บรรยากาศในห้องประชุมถูกจุดให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง ทุกคนต่างรู้สึกฮึกเหิมไปกับแผนการที่ยิ่งใหญ่และชัดเจนนี้ ทุกคนรู้ดีว่าตัวเองกำลังจะได้มีส่วนร่วมในภารกิจที่ยิ่งใหญ่เพียงใด มีเพียงเฉินโหยวเท่านั้นที่รู้สึกเหมือนมีภูเขาไท่ซานกดทับลงมาบนบ่า ทั้งต้องเร่งเก็บเลเวล ทั้งต้องหาโอสถ กลับมายังต้องโดนหน่วยรบพิเศษเคี่ยวเข็ญอีก... ชีวิตนี้ยังจะมีอะไรให้หวังอีกไหมเนี่ย?
ทันใดนั้น หลี่กั๋วอันดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ เขาจึงเสริมขึ้นมาอีกประโยค “อีกอย่าง โครงการเราต้องขยายทีม ติดต่อไปที่สถาบันสังคมศาสตร์ เชิญนักภาษาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมวิทยาที่เก่งที่สุดในประเทศมา เราต้องการคนมาวิเคราะห์ระบบภาษา โครงสร้างสังคม และรูปแบบพฤติกรรมของอารยธรรมต่างๆ ใน ‘หยวนเจี้ย’”
เขาหยุดเว้นจังหวะ ก่อนจะออกคำสั่งสุดท้าย “จบการประชุม ทุกคน...”
“ท่านหลี่ เดี๋ยวครับ!” เฉินโหยวรีบพูดแทรกขึ้นมา “อุปกรณ์ที่ได้จากแม่ทัพวิญญาณอาฆาตตัวนั้น! ในเกมผมคงไม่ได้ใช้ เอามาวิจัยก่อนได้ครับ”
สิ้นเสียง ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน เหนือฝ่ามือที่เฉินโหยวแบออก ห้วงมิติก็เกิดระลอกคลื่นสั่นไหวเบาๆ
“ฟึ่บ!”
ดาบศึกรูปร่างน่ากลัวที่แผ่ไอสีดำจางๆ ปรากฏขึ้นกลางอากาศ แล้วตกลงบนโต๊ะประชุมพร้อมกลิ่นอายเย็นยะเยือก ส่งเสียงดัง “เคร้ง” ทึบๆ ตามมาด้วยชุดเกราะสีดำที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและร่องรอยการถูกฟันแทง ก็ลอยออกมาและตกลงกระแทกข้างๆ ดาบอย่างหนักหน่วง
【ดาบศึกวิญญาณอาฆาต】 (ระดับหายาก)
【เกราะแม่ทัพที่ชำรุด】 (ระดับหายาก)
อุปกรณ์ระดับหายากทั้งสองชิ้นวางสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น การมีอยู่ของพวกมันถือเป็นการท้าทายกฎฟิสิกส์อย่างโจ่งแจ้ง
“ยังมีตราทหารอีกอันครับ” เฉินโหยวพูดพลางพยายามจะหยิบไอเท็มภารกิจชิ้นนั้นออกมา แต่เขาก็ต้องขมวดคิ้วในทันที “ไม่ได้แฮะ ตราทหารอันนี้เอาออกมาไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะมันเป็นไอเท็มภารกิจ เลยเอาออกจากฉากเกมไม่ได้มั้งครับ”
นี่เป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผลที่สุดเท่าที่เฉินโหยวจะนึกออก ทุกคนไม่ได้ใส่ใจกับการค้นพบนี้มากนัก เพราะความสนใจทั้งหมดถูกดึงดูดไปที่อุปกรณ์สองชิ้นบนโต๊ะจนหมดแล้ว โดยเฉพาะเฉียนจงหัว นักวัสดุศาสตร์
เขาแทบจะกระโจนเข้าใส่โต๊ะประชุม มือทั้งสองข้างที่สวมถุงมือพิเศษสั่นระริกขณะลูบไล้ดาบศึกสีดำเล่มนั้นอย่างระมัดระวัง สีหน้าท่าทางนั้นไม่เหมือนคนเจอวัสดุวิจัย แต่เหมือนได้เจอญาติที่พลัดพรากจากกันไปนานหลายปีมากกว่า
“พระเจ้าช่วย... นี่มัน... ลวดลายพวกนี้...” ลมหายใจของเฉียนจงหัวเริ่มถี่กระชั้น เขาขยับแว่นสายตายาว แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนแทบจะแนบไปกับตัวดาบ “โครงสร้างซับแรงสั่นสะเทือนที่สมบูรณ์แบบ เส้นทางนำร่องพลังงานที่เหลือเชื่อ... ไอสีดำนี่ไม่ใช่ของประดับ แต่มันคือ... คือสนามพลังงานที่มีชีวิต!”
เขาหันขวับไปทางชุดเกราะชำรุดชุดนั้น “แล้วก็นี่อีก! ความหนาแน่นของวัสดุนี้อย่างน้อยก็มากกว่าไทเทเนียมอัลลอยด์สามสิบเท่า แต่น้ำหนักกลับเบาจนเหลือเชื่อ! รอยร้าวพวกนี้ก็ไม่ได้เกิดจากการทำลายทางกายภาพธรรมดา แต่ข้างในยังมีร่องรอยการกัดกร่อนของพลังงานความเข้มข้นสูงหลงเหลืออยู่!”
เฉียนจงหัวตื่นเต้นจนพูดจาแทบไม่รู้เรื่อง เขาเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตาแดงก่ำจ้องเขม็งไปที่หลี่กั๋วอัน น้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านหลี่! ให้ผม! เอาพวกมันมาให้ผม! ผมรับประกัน ขอแค่เดือนเดียว! ไม่สิ! ครึ่งเดือน! ผมจะทำให้ประสิทธิภาพเกราะเอ็กโซสเกเลตันสำหรับทหารราบของเราก้าวกระโดดไปอย่างน้อยสามรุ่น! เทคโนโลยีผิวเคลือบเครื่องบินรบของเราจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ทันที!”
ปรมาจารย์ด้านวัสดุศาสตร์ระดับสมบัติของชาติผู้นี้ ในเวลานี้ตื่นเต้นดีใจราวกับเด็กน้อยที่กำลังร้องขอลูกกวาด คนทั้งห้องประชุมต่างพลอยติดเชื้อความบ้าคลั่งของเขาไปด้วย พวกเขาอาจจะไม่เข้าใจศัพท์เทคนิคพวกนั้น แต่ทุกคนฟังออกถึงน้ำหนักของประโยคสุดท้าย นั่นคือการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี!