- หน้าแรก
- ฝึกยุทธ์พันปี ไหงข้ากลายเป็นบรรพชนผู้สร้างโลกไปซะได้
- บทที่ 15: ท่านหลินผู้มีนิสัยอ่อนโยนและเปี่ยมด้วยคุณธรรมยุทธ์
บทที่ 15: ท่านหลินผู้มีนิสัยอ่อนโยนและเปี่ยมด้วยคุณธรรมยุทธ์
บทที่ 15: ท่านหลินผู้มีนิสัยอ่อนโยนและเปี่ยมด้วยคุณธรรมยุทธ์
ความจริงแล้ว จวงหยวนหยวนฟื้นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวาน
แต่นางยังคงแสร้งทำเป็นหมดสติ หรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อลอบสังเกตสถานการณ์รอบตัวอย่างละเอียด
สิ่งแรกที่นางเห็นคือสิ่งที่เรียกว่า ‘ทาส’ ซึ่งแท้จริงแล้วคือหุ่นยนต์พ่อบ้านรูปร่างมนุษย์รุ่นเก่าคร่ำครึ
มิน่าเล่าถึงได้เรียกชายคนนั้นว่าเจ้านาย
จะว่าไปแล้วชายคนนั้น... ช่างมีพลังที่น่าหวาดหวั่นอะไรเช่นนี้!
จวงหยวนหยวนไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า มนุษย์จะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนั้น
นางถึงกับคิดว่าชายคนนั้นอาจไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นอสูรกายบางอย่างที่สวมหนังมนุษย์อยู่
เผ่ามนุษย์ แม้ในช่วงร้อยปีมานี้วิถียุทธ์จะพัฒนาไปไกล และมีผู้เยี่ยมวรยุทธ์มากกว่าเมื่อร้อยปีก่อนนับไม่ถ้วน
แต่ต่อให้เป็นผู้เยี่ยมวรยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุด ก็ไม่มีทางโจมตีได้รุนแรงถึงระดับนั้นเป็นแน่
เรื่องนี้ทำให้จวงหยวนหยวนหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง แม้จะรู้ว่าชายคนนั้นช่วยชีวิตนางไว้ ทั้งยังสั่งให้หุ่นยนต์ดูแลนาง แต่นางก็ไม่กล้า ‘ตื่น’ ขึ้นมาสุ่มสี่สุ่มห้า
นางจึงแกล้งหมดสติและนอนอยู่บนเตียงต่ออีกหนึ่งวัน
เสี่ยวโหรวผลักประตูเข้ามาเบาๆ
“เจ้านายเจ้าคะ คุณหนูผู้นั้นฟื้นมาทั้งวันแล้ว แต่ยังแกล้งหลับอยู่ จะให้ข้าน้อยปลุกนางไหมเจ้าคะ” เสี่ยวโหรวถามด้วยรอยยิ้ม
หลินเยว่หัวเราะ “ไม่ต้องหรอก นางอยากแกล้งหลับก็ปล่อยให้นางแกล้งไปเถอะ”
“แต่ข้าเดาว่านางคงใกล้จะ ‘ตื่น’ แล้วล่ะ”
“เสี่ยวโหรว เมื่อวานเจ้าไปพึมพำข้างเตียงนางไม่ใช่หรือ ว่าอย่างมากสามวันก็จะฟื้น? ข้าเดาว่านางคงได้ยินเข้าแล้วล่ะ”
เสี่ยวโหรวแลบลิ้นอย่างซุกซน
การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของนางถูกเจ้านายจับได้เสียแล้ว
และก็เป็นไปตามที่หลินเยว่คาดการณ์ไว้ บ่ายวันนั้น คุณหนูนักยุทธ์ผู้นี้ก็แสร้งทำเป็นปวดหัว เอามือกุมศีรษะแล้วลืมตาตื่นขึ้นมา
“คุณหนู ฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ!” เสี่ยวโหรวกลั้นยิ้มพลางเอ่ยถามที่ข้างเตียง
“เจ้าเป็นใคร? แล้วข้าอยู่ที่ไหน?” จวงหยวนหยวนถามด้วยสีหน้ามึนงง
หางตาพลันเหลือบไปเห็นเสื้อผ้าบุรุษที่สวมอยู่บนร่าง แก้มของจวงหยวนหยวนก็แดงระเรื่อขึ้นมาอย่างยากจะสังเกต
“ข้าคือเสี่ยวโหรว หุ่นยนต์พ่อบ้านส่วนตัวของท่านหลินเจ้าค่ะ ตอนนี้ท่านอยู่ที่บ้านในแดนลี้ลับของท่านหลิน”
“หากท่านมีข้อสงสัยประการใด สามารถถามข้า หรือจะไปพบท่านหลินที่ห้องข้างๆ ก็ได้เจ้าค่ะ”
เสี่ยวโหรวบอกกล่าวตามคำสั่งที่หลินเยว่กำชับไว้
“ท่านหลินที่เจ้าพูดถึง คือ...”
จวงหยวนหยวนย่อมรู้ดีว่า ‘ท่านหลิน’ ที่เสี่ยวโหรวกล่าวถึงคือผู้เยี่ยมวรยุทธ์ที่แข็งแกร่งอย่างน่าสะพรึงกลัวผู้นั้น แต่ตอนนี้นางยังไม่กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับตัวตนระดับนั้นโดยตรง
ดังนั้น จึงได้แต่ลองเลียบเคียงถามเพื่อล้วงข้อมูลจากเสี่ยวโหรว
“ท่านหลินเป็นยอดนักยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่เจ้าค่ะ แต่ท่านถ่อมตนมาก และไม่เคยคิดว่าตนเองแข็งแกร่งเลย”
“ท่านหลินอารมณ์ดีหรือไม่?” จวงหยวนหยวนหยั่งเชิงถาม
“แน่นอนเจ้าค่ะ ท่านหลินนิสัยอ่อนโยนมาก แถมยังเปี่ยมด้วยคุณธรรมยุทธ์อีกด้วยนะเจ้าคะ!”
คุณ... คุณธรรมยุทธ์เปี่ยมล้น?!
มุมปากของจวงหยวนหยวนกระตุก ‘คำนี้มันใช้ได้ด้วยหรือ?’
‘เปี่ยมด้วยคุณธรรมยุทธ์กับนิสัยอ่อนโยน มันเข้ากันตรงไหนกัน!’
“จริงสิ! ท่านยังไม่ได้บอกเสี่ยวโหรวเลยว่าจะให้เรียกท่านว่าอะไร”
“ข้าชื่อจวงหยวนหยวน”
“ที่แท้ก็คุณหนูจวง ท่านหลินฝากขออภัยเรื่องที่พลั้งมือทำร้ายท่านเมื่อไม่กี่วันก่อนด้วยนะเจ้าคะ แต่ท่านวางใจได้ อาการบาดเจ็บของท่านหายสนิทดีแล้ว ไม่ทิ้งผลข้างเคียงใดๆ ไว้แน่นอน”
จวงหยวนหยวนพยักหน้า ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์ นางย่อมสัมผัสถึงสภาพร่างกายของตนเองได้ดี
ต้องยอมรับว่าโอสถที่ได้กินเข้าไปนั้น เรียกได้ว่าเป็นโอสถระดับยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง
ต่อให้เป็นโอสถที่ดีที่สุดที่สำนักยุทธ์จิ้งไห่ของท่านพ่อสั่งซื้อจากสถาบันวิทยาศาสตร์วิถียุทธ์แห่งสหพันธรัฐ นางก็ยังไม่เคยเห็นโอสถชนิดไหนมีสรรพคุณสูงส่งถึงเพียงนี้มาก่อน
ทันใดนั้น เสี่ยวโหรวก็เหลือบมองเวลา
“คุณหนูจวง ถึงเวลาอาหารของท่านหลินแล้ว ในเมื่อท่านฟื้นแล้ว ข้าจะไปเรียนท่านหลินให้ทราบ เราไปทานอาหารด้วยกันนะเจ้าคะ!”
“จะดีหรือ?” จวงหยวนหยวนเริ่มประหม่าขึ้นมาทันที
“ในเมื่อท่านมาอยู่ที่นี่ ก็ถือเป็นแขกของท่านหลิน ไม่มีอะไรไม่ดีหรอกเจ้าค่ะ”
ไม่นานนัก จวงหยวนหยวนก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามกับหลินเยว่
เห็นได้ชัดว่านางกล้านั่งเพียงครึ่งก้น สีหน้าท่าทางเกร็งไปหมด หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าร่างกายยังสั่นเทาอยู่เล็กน้อย
หลินเยว่เห็นท่าทีของนางแล้วก็นึกขำ
“คุณหนูจวง ไม่จำเป็นต้องเกร็งขนาดนั้น ข้าไม่ใช่สัตว์ประหลาดเสียหน่อย”
จวงหยวนหยวนคิดในใจ ‘ท่านน่ากลัวยิ่งกว่าสัตว์ประหลาดเสียอีก’
“ก่อนอื่น ข้าต้องขออภัยที่พลั้งมือทำร้ายคุณหนูจวง”
จวงหยวนหยวนรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ไม่เป็นไร! เป็นความผิดของข้าเองที่เผลอบุกรุกเข้ามาในแดนลี้ลับของท่าน!”
ตอนนี้นางไม่กล้าพูดหรอกว่าตนเองก็ไม่รู้ว่าเข้ามาได้อย่างไร และยิ่งไม่กล้าเอ่ยว่าสงสัยว่าอาจเป็นฝีมือของท่านหลินผู้นี้ที่จับนางมา
“เผลอบุกรุกเข้ามาในแดนลี้ลับของข้า?” หลินเยว่หัวเราะกับคำพูดของเด็กสาว
ดูออกทันทีว่านางประหม่าจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว
“ฮ่าๆๆ ข้าว่าเจ้าคงไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอก”
หลินเยว่กล่าวกลั้วหัวเราะ “แดนลี้ลับของข้าล่องลอยอยู่นอกหมื่นภพ บางครั้งอาจจะไปสัมผัสกับดวงดาวที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ และในยามที่ห้วงมิติเกิดความผันผวน ก็อาจทำให้ผู้บริสุทธิ์บางคนพลัดหลงเข้ามาได้”
“นั่นต่างหากคือสาเหตุที่แท้จริงที่เจ้ามาอยู่ที่นี่”
“ในรอบหลายร้อยปีมานี้ เจ้าก็น่าจะเป็นผู้มีวาสนาคนที่สาม... หรือคนที่สี่ที่ได้มาเยือน”
หลินเยว่นับรวมเจ้าแมวต้าจ้วงเข้าไปในรายชื่อผู้มีวาสนาด้วย
หล... หลายร้อยปี?!
รูม่านตาของจวงหยวนหยวนหดเกร็ง ท่านหลินที่อยู่ตรงหน้า ดูแล้วอายุไม่น่าจะมากกว่านางเท่าใดนัก นอกจากแววตาที่ดูผ่านโลกมาอย่างโชกโชนแล้ว ใบหน้าก็ดูเหมือนคนอายุยี่สิบกว่าๆ เท่านั้นเอง!
หรือว่าเขามีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปีแล้ว?
ยังจะบอกอีกหรือว่าตนเองไม่ใช่สัตว์ประหลาด?
ต้องรู้ก่อนว่า ต่อให้เป็นท่านพ่อซึ่งเป็นผู้เยี่ยมวรยุทธ์ และอาศัยเทคโนโลยีช่วยยืดอายุขัย ก็ยังมีอายุขัยได้เพียงสองร้อยกว่าปีเท่านั้น
ยานอวกาศข้ามดวงดาวรุ่นล่าสุดอาจจะมีเทคโนโลยีแคปซูลจำศีลก็จริง แต่การมีชีวิตอยู่เช่นนั้น กับการมีชีวิตอยู่จริงๆ มันเป็นคนละเรื่องกันเลย!
“อย่าเพิ่งตกใจไป จริงๆ แล้วปีนี้ข้า... เสี่ยวโหรว! ข้าอายุเท่าไหร่แล้วนะ?!”
เสี่ยวโหรวที่อยู่ข้างๆ ยิ้มหวาน “เจ้านาย ปีนี้ท่านอายุครบสองร้อยห้าสิบแปดปีพอดีเจ้าค่ะ!”
“ท่านลืมแล้วหรือเจ้าคะ? ปีที่ต้าจ้วงจากไป ท่านอายุร้อยห้าสิบแปด ตอนนี้ก็ผ่านมาหนึ่งร้อยปีพอดีเจ้าค่ะ!”
หลินเยว่หัวเราะเยาะตนเอง “อยู่ในเขาไร้วันเวลา เคยชินกับชีวิตที่ผ่านไปวันๆ จนวันเกิดก็แทบไม่ได้จัด จะไปจำได้อย่างไรว่าตัวเองอายุเท่าไหร่แล้ว”
จวงหยวนหยวนกลืนน้ำลายดังเอื๊อก หากท่านหลินตรงหน้าไม่ได้โป้ปด แสดงว่าคนที่นางพบเจอ อาจจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่น่าหวาดหวั่นอย่างแท้จริง!
ชั่วขณะนั้น จวงหยวนหยวนยิ่งทวีความประหม่า จนไม่กล้าแม้แต่จะขยับตะเกียบคีบอาหาร
“คุณหนูจวง อย่าได้เกร็งไปเลย เจ้ายังต้องใช้ชีวิตอยู่ในแดนลี้ลับของข้าอีกประมาณหนึ่งเดือน”
“ข้าวก็ต้องกิน ยุทธ์ก็ต้องฝึก ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป”
“หนึ่งเดือน?!”
“ท่านปล่อยข้าไปตอนนี้เลยไม่ได้หรือเจ้าคะ?” จวงหยวนหยวนรีบถาม พอได้ยินว่าต้องอยู่กับ ‘สัตว์ประหลาด’ ตนนี้ไปอีกตั้งหนึ่งเดือน นางก็ตกใจจนลืมความกลัวไปชั่วขณะ
“กฎของแดนลี้ลับเป็นไปตามธรรมชาติ ผู้ที่หลงเข้ามาจะจากไปเองเมื่อครบสามสิบวัน ข้าเองก็แก้ไขอะไรไม่ได้”
“แต่เจ้าวางใจเถอะ ในช่วงหนึ่งเดือนนี้ ข้าจะให้เสี่ยวโหรวจัดเตรียมห้องพักให้เจ้าอย่างดี”
ใบหน้าของจวงหยวนหยวนซีดเผือดลงทันตา แต่ก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแห้งๆ ในพริบตา “งั้น... งั้นก็ต้องรบกวนท่านแล้วเจ้าค่ะ”