เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 งานศพอันเงียบสงบ

บทที่ 15 งานศพอันเงียบสงบ

บทที่ 15 งานศพอันเงียบสงบ


“ขอแสดงความเสียใจด้วยนะ”

“ขอให้ทำใจได้ไว ๆ”

เจียงหยวนเดินตามพ่อไปคำนับหน้าโลงศพ ยืนสงบไว้อาลัยอย่างเงียบ ๆ  ไม่นานก็รีบออกมา

เจียงฟู่เจินเดินพลางถอนหายใจพลาง

“พ่อก็ตาย แม่ก็ติดคุก น่าสงสารเด็กคนนั้นจริงๆ แล้วยังมีญาติๆ ผู้เฒ่าผู้แก่ของเธออีก ลำบากกันไปหมด”

คดีของป้าสิบเจ็ดยังไม่ตัดสิน แต่ใคร ๆ ก็พอจะเดาได้ ต่อให้ไม่ถูกตัดสินโทษประหาร ป้าสิบเจ็ดก็คงต้องอยู่ในคุกไปอีกนาน ลูกชายของทั้งคู่ เจียงเล่อ ยังเรียนอยู่ ตอนนี้ก็กลายเป็นคนที่เศร้าและเจ็บปวดที่สุด

แม้หมู่บ้านเจียงชุนจะมั่งคั่ง แต่กับเรื่องแบบนี้ก็ช่วยได้จำกัด เจียงหยวนเองก็ทนเห็นภาพหดหู่แบบนี้ไม่ไหว พอออกจากศาลาแล้วรีบกลับมาครัว ถึงได้รู้สึกว่าจิตใจกลับมาเป็นปกติขึ้นหน่อย

...

“นิสัยเสียของลุงสิบเจ็ดคือ ตระหนี่ถี่เหนียวมากเกินไป”

เจียงฟู่เจินพูดขึ้นมาระหว่างนึกย้อนไป

“สมัยก่อนตอนที่ในหมู่บ้านเรายังลำบากกันอยู่ เขาเป็นคนที่แม้แต่เวลาต้มเนื้อยังไม่ยอมตักฟองออกเลย ต่อมายังไปเปิดร้านอาหารเล็กๆ จริงๆ แล้วไม่จำเป็นเลย ร้านเขาก็ดูเหมือนจะทำกำไรได้ไม่น้อย แต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่ได้คิดคำนวณต้นทุนค่าเช่าร้าน ค่าแรงตัวเองกับเมีย ค่าเริ่มต้นลงทุนทำร้าน ดอกเบี้ยอีกก็ไม่ได้คิด ต่อมาเขาใช้เงินเวนคืนที่ดินที่ได้มาไปร่วมทุนกับคนอื่นเปิดร้าน ลงทุนแล้วก็ลงทุนอีก ขาดทุนไปไม่รู้เท่าไหร่... ป้าสิบเจ็ดของเจ้าจะโวยวายเขา มันก็ไม่แปลก”

"แต่ผมเห็นว่าลุงสิบเจ็ดอ้วนมากนะครับ"

เจียงหยวนพูด

“ก็เพราะกินแต่ของเหลือในร้านนั่นแหละ”

จียงฟู่เจินเบ้ปาก

“ไม่มีเงินก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มีเงินแล้วยังงกอีก ป้าสิบเจ็ดเจ้าไม่ระเบิดก็แปลกแล้ว”

เจียงหยวนไม่ค่อยมีความทรงจำหรือตีสนิทกับลุงสิบเจ็ด แต่ดูจากทักษะข้าวผัดไข่ที่เขาได้รับมาแล้ว ก็คงจริงอย่างที่พ่อพูด

“ลองชิมดู”

พ่อคีบเนื้อวัวให้เจียงหยวนชิ้นหนึ่ง แล้วก็โรยเกลือเพิ่มอีกนิด

การใส่เกลือตอนต้มเนื้อจะทำให้เนื้อเด้ง เคี้ยวหนึบ ไม่เปื่อยยุ่ย คนที่ชอบรสจัดหรือเนื้อหนึบ เช่นชาวมองโกลหลายคน มักจะใส่เกลือตั้งแต่แรก ส่วนคนที่ชอบเนื้อนุ่มก็ต้องทำวิธีตรงกันข้ามกัน

เนื้อวัวที่เจียงฟู่เจินต้ม นุ่มแต่ไม่เละ ฉีกด้วยมือก็ขาด เคี้ยวหนึบแล้วยังเด้งสู้ลิ้นด้วย เจียงหยวนพยักหน้าอย่างพอใจระหว่างเคี้ยว

“เอาไปให้พวกเด็ก ๆ ข้างนอกกินด้วยสิ”

หลังเจียงหยวนกินไปสองชิ้น เจียงฟู่เจินก็จัดใส่จานให้อีกจานใหญ่ เป็นเนื้อวัวที่มีไขมันแทรกเหลืองนวล เนื้อที่เพิ่งต้มเสร็จกระเด้งขึ้นลงในจาน มองดูเหมือนกล้ามเนื้อหัวใจที่เต้นอยู่เหมือนกัน

...

เจียงหยวนยกจานเนื้อออกไปที่ลานกว้าง ก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่ชอบกินโต๊ะจีน

“ถ้ามีบาร์บีคิวด้วยก็ดีสิ”

ลูกพี่ลูกน้องหญิงคนหนึ่งกินเนื้อเสร็จก็เริ่มเสนอข้อเรียกร้องใหม่

“เดี๋ยวฉันไปเอาให้”

เพื่อนชายคนหนึ่งรีบอาสา

“อยากกินปูจัง”

ลูกพี่ลูกน้องอีกคนหันไปมองเพื่อนชายของตัวเอง

“ได้เลย”

เขารีบลุกวิ่งไปหลังเช็ดปาก

ไม่นานนัก ตรงหน้าเจียงหยวนและกลุ่มวัยรุ่นก็เต็มไปด้วยจานอาหารวางเรียงราย ทุกคนดื่มกิน พูดคุยกันสบาย ๆ เหมือนไปปิกนิก บรรยากาศผ่อนคลายทีเดียว

จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ของเจียงหยวนดังขึ้น

พอกำลังล้วงมือถือออกมา ลูกพี่ลูกน้องหญิงคนเดิมก็รีบกลืนเนื้อลงคอแล้วถามว่า

“พี่หยวน มีศพเหรอ?”

เจียงหยวนหัวเราะ แต่ก็ลุกไปรับโทรศัพท์ที่ด้านข้าง

...

"เจียงหยวน นายหาผู้ต้องสงสัยในคดีทำร้ายร่างกายโดยเจตนานั่นเจอแล้วใช่ไหม"

เสียงของหัวหน้าใหญ่หวงเฉียงหมินดังทะลุหูเจียงหยวน แถมยังรีบพูดอย่างตื่นเต้น

เจียงหยวนตอบสั้น ๆ ว่า

“ครับ ลายนิ้วมือเทียบตรงกันแล้ว ผมส่งเข้าระบบรอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกที...”

“ยืนยันแล้ว”

หวงเฉียงหมินขัดขึ้น

“ถ้าแกเป็นคนทำก็ดีแล้ว ทำได้ดีมาก...”

ระหว่างที่พูด เสียงของหัวหน้าก็เหมือนจะห่างออกไปเรื่อย ๆ

เจียงหยวนยังคงรับคำ แต่ไม่ได้ยินอะไรต่อจากนั้นแล้ว มีเพียงเสียงคำสั่งวุ่นวายในหู ได้ยินว่า...

“ให้ทีมสองรีบมุ่งหน้าไปที่ชิงไป๋ซื่อทันที ไปที่บ้านผู้ต้องสงสัย”

“ทีมสามไปบ้านพ่อแม่เขา ตรวจให้ละเอียด ฉันจะออกหนังสือส่งไปให้ด้วย ถ้าไม่เจอตัว ให้ทั้งสองทีมไปที่โรงไฟฟ้าได้เลย ระวังอย่าให้ข่าวรั่วไหล ทำดีกับตำรวจท้องถิ่นให้มาก พูดจาดี ๆ รายงานตลอดเวลา…”

เสียงคำสั่งยังไม่ทันจบ หวงเฉียงหมินก็วางสายไป

...

เจียงหยวนเก็บโทรศัพท์ แหงนหน้ามองฟ้ามืด แล้วถอนหายใจ อดสงสารตำรวจสืบสวนทีมสองับทีมสามขึ้นมาทันที ถ้าไปถึงแล้วจับผู้ต้องสงสัยได้ ก็ต้องสอบปากคำ จัดเตรียมพยานหลักฐานต่อ แต่ถ้าจับไม่ได้ ก็ต้องไปซุ่มดูที่ที่ทำงานของผู้ต้องสงสัยและสถานที่ที่อาจปรากฏตัว แล้วก็กลับไปที่วงจรเดิม...

“พี่หยวน ต้องกลับที่ทำงานเหรอ”

เพื่อนของลูกพี่ลูกน้องยื่นบาร์บีคิวให้สองไม้ ดวงตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง

เจียงหยวนรับมา กัดคำหนึ่ง กลืนลงไปแล้วถึงตอบว่า

“ไม่ต้องไป ไม่มีอะไรเกี่ยวกับพี่”

งานจับกุมเป็นงานภาคสนามล้วน ๆ จะต้องใช้คนจากฝ่ายนิติเวชหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่ามีคนพอไหม และสมาชิกคนนั้นหนุ่มแน่นแข็งแรงเหมือนวัวหรือเปล่า ดูจากสถานการณ์...เขาคงยังไม่ต้องไปเป็นแรงงานหลักในตอนนี้

แน่นอน ในงานจับกุมหากมีทีมตรวจสถานที่ที่เกิดเหตุและถ่ายภาพร่วมด้วย ก็ถือว่าสมเหตุสมผลและทันสมัยมาก การถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ รวมถึงเก็บหลักฐาน วัตถุพยานในทันทีก็เป็นประโยชน์มากและช่วยให้การสอบสวนหลังจากนั้นง่ายขึ้นมาก แต่ในเป็นความจริง ตำรวจก็มักจะต้องรับหน้าที่ทั้งหมดนั้นไปด้วย หากจำเป็น พวกเขาก็ยังสามารถเก็บลายนิ้วมือ เก็บหลักฐานที่มี DNA ได้อีกด้วย...

การปฏิบัติในชีวิตจริงแบบนี้ มันก็เหมือนใช้งาน ‘ล่อให้เป็นวัว’ ‘ใช้วัวให้เป็นลา’ สุดท้ายก็เป็นแค่สัตว์ใช้งานตัวโต ๆ ไม่มีใครอิจฉาใครได้หรอก

...

#ช่วงกลางคืน

เจ้าหน้าที่ตำรวจทีมสองและทีมสามจากกองสืบสวนเขตหนิงไท่ มุ่งหน้าไปยังชิงไป๋ซื่อซึ่งอยู่ไกลออกไปราว 200 กิโลเมตร ประสานตำรวจท้องถิ่น ให้เตรียมจัดวางกำลังดักซุ่มและภารกิจอื่น ๆ

เจียงหยวนและญาติ ๆ ที่มาร่วมงานศพลุงสิบเจ็ด ก็กำลังนั่งกินบาร์บีคิว เล่นติ๊กต็อกกันอย่างตั้งอกตั้งใจ

#เวลารุ่งสาง

หลิวเหวินไค่เฝ้าตามดูผู้ต้องสงสัยจนกระทั่งกลับถึงบ้าน จึงตะโกนออกคำสั่งเริ่มปฏิบัติการจับกุมด้วยอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน

ท้องฟ้ามีดาวพร่างพราย ลมโชยอ่อน พุ่มหญ้าริมทางพลิ้วไหว เสียงกระทบแก้วและเสียงพูดคุยดังมาเป็นพัก ๆ

#ยามค่ำคืน

หลิวเหวินไค่และตำรวจทีมสองและทีมสามเร่งเดินทางกลับหนิงไท่กลางดึก ความโคลงเคลงและความเหนื่อยล้าปกคลุมตลอดการเดินทาง

เจียงหยวนพลิกตัว ขมวดคิ้ว ใบหน้ารู้สึกเกร็ง ราวกับมีคดีปริศนาที่ยากจะคลี่คลายโผล่มาในความฝัน

**กล่าวโดยรวมแล้ว นี่คืองานศพที่เงียบสงบ**

-----

(จบบทที่ 15)

จบบทที่ บทที่ 15 งานศพอันเงียบสงบ

คัดลอกลิงก์แล้ว