- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- บทที่ 16: การตรวจสอบซ้ำ
บทที่ 16: การตรวจสอบซ้ำ
บทที่ 16: การตรวจสอบซ้ำ
เช้าตรู่ในเขตหนิงไท่ ยังมีหมอกจาง ๆ ลอยปกคลุม
เจียงหยวนขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเข้ามาในลานกองปราบปรามอาชญากรรม แขนเสื้อมีละอองน้ำเกาะอยู่เล็กน้อย
“อรุณสวัสดิ์”
ตำรวจนายหนึ่งที่เดินผ่านมายิ้มทักทายเจียงหยวนอย่างเป็นธรรมชาติ
เจียงหยวนชะงักเล็กน้อย ก่อนรีบตอบกลับไป
“อรุณสวัสดิ์ครับ”
มาอยู่ที่นี่นานขนาดนี้ วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับคำทักทายระหว่างเดินทาง และตำรวจคนนั้นก็ดูคุ้นหน้าคุ้นตา แต่เจียงหยวนกลับนึกชื่อเขาและหน่วยงานไม่ออก
เขาส่ายหัวเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปในอาคาร ระหว่างทางยังมีอีกสองคนพยักหน้าทักทายเขา
แม้ทุกคนจะรีบเร่งกันหมด แต่บรรยากาศทำให้เจียงหยวนรู้สึกดีขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
เมื่อเข้าไปในห้องทำงาน เขาพบว่าหวังจงและเหยียนเก๋อนั่งอยู่ข้างในเรียบร้อยแล้ว
...
“นายนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ หมอเจียง ซ่อนฝีมืออันร้ายกาจไว้จริง ๆ”
เหยียนเก๋อชมอย่างออกเสียง และยังใช้คำเรียกว่า “หมอเจียง” ซึ่งฟังดูให้เกียรติมากกว่า “เจียงน้อย” ที่เคยใช้กัน
ในหน่วยงานท้องถิ่นแบบนี้ ที่ไม่มีทั้งเงินและอำนาจ การได้รับความเคารพนับถือคือสิ่งล้ำค่าที่สุด
ฟังเหยียนเก๋อพูดจบ เจียงหยวนก็เข้าใจทันที...คดีทำร้ายร่างกายของหลิวอวี่เมื่อวาน คงมีความคืบหน้าแล้ว
“จับตัวได้แล้วเหรอครับ ตรวจสอบซ้ำหรือยัง?”
เขาถามด้วยความคาดหวัง
“จับได้แล้ว ส่วนเรื่องตรวจซ้ำน่ะ นายลองดูเอาเองเลย”
เหยียนเก๋อยื่นเอกสารชุดพิมพ์ลายนิ้วมือมาให้หลายใบ
เมื่อวานตอนเจียงหยวนจับคู่ลายนิ้วมือในคดีหลิวอวี่ เขาปรับแต่งภาพหลายรอบ และระบุเพียง 8 จุดลักษณะเด่น ซึ่งตามหลักต้องมีการตรวจสอบซ้ำ
ตามกฎระเบียบ จุดลักษณะเด่นที่เหมือนกัน 8 จุด สำหรับกองสืบสวนคดีอาญาถือว่าตรงกัน สามารถดำเนินการจับกุม สอบสวน และขออนุมัติหมายจับได้เลย
แต่หากจะใช้ในชั้นศาล ต้องมีจุดลักษณะเด่นอย่างน้อย 13 จุดที่ตรงกันโดยไม่มีข้อโต้แย้ง ถึงจะสามารถออกหนังสือรับรองลายนิ้วมือได้ แต่ตอนนี้จับตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว จะเอาลายนิ้วมือใหม่มาเทียบก็ง่ายขึ้นเยอะ
เพราะลายนิ้วมือที่ได้จากของกลางมักไม่สมบูรณ์ และแม้จะพิมพ์ชัดแค่ไหน ก็ไม่อาจเห็นรายละเอียดครบทั้งหมด
แต่เมื่อมีตัวจริงอยู่ตรงหน้า จะพิมพ์ซ้ำกี่รอบก็ได้ รายละเอียดก็ยิ่งชัดเจน ใช้ลายนิ้วมือที่พิมพ์ใหม่จากตัวจริงไปเทียบกับของกลาง ย่อมมีโอกาสตรงกันสูงขึ้น
...
เจียงหยวนรับเอกสารชุดพิมพ์ลายนิ้วมือมา กวาดตามองเอกสารสองสามชุด ในใจก็สงบลงไม่น้อย
ตามปกติ เขารู้ว่าทางกองปราบต้องมีคนตรวจสอบซ้ำมาแล้ว ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วเหยียนเก๋อกับหวังจงคงยุ่งหัวปั่น ไม่มีเวลามานั่งเล่นทายใจเขาอยู่ตรงนี้หรอก
แต่ถึงจะเดาได้ เจียงหยวนก็ยังเปิดลิ้นชัก หยิบแว่นขยายรูปเกือกออกมากดลงบนเอกสารลายนิ้วมือแล้วเริ่มตรวจดู
แค่เพียงมองแวบแรก เขาก็มั่นใจว่าลายนิ้วมือตรงกัน เพราะเขาดูต้นฉบับลายนิ้วมือจนขึ้นใจแล้ว
ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังเปิดคอมพิวเตอร์ ดึงข้อมูลลายนิ้วมือจากคดีหลิวอวี่ขึ้นมาตรวจอีกครั้ง
คราวนี้เขาเน้นดูว่า ‘มีจุดที่ต้องตัดออกหรือไม่’
ตามทฤษฎี โลกนี้อาจมีลายนิ้วมือที่เหมือนกันอยู่ ซึ่งก็เป็นเรื่องของทฤษฎีความน่าจะเป็น แต่...
ถ้าลายนิ้วมือสองอันมีจุดลักษณะเด่นที่แตกต่างกันเพียงจุดเดียว ไม่ว่าจะในแง่ทฤษฎีหรือในทางปฏิบัติ ก็สามารถยกเว้นการรับรองได้ว่าเป็นลายนิ้วมือเดียวกัน
เจียงหยวนตรวจอย่างละเอียดทุกจุด ไม่พบข้อขัดแย้ง จากนั้นจึงระบุจุดลักษณะเด่น 13 จุด แล้วผ่อนลมหายใจออกอย่างโล่งใจ พร้อมรอยยิ้ม
“ตรวจซ้ำไม่มีปัญหา ยืนยันได้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันครับ”
...
เหยียนเก๋อที่เดิมตั้งใจจะมาดูเรื่องสนุก พอเห็นท่าทางของเจียงหยวนตอนสุดท้าย ก็เผลอสูดลมหายใจเข้าแรง ๆเพราะเขาเองก็เพิ่งถูกเรียกตัวจากที่นอนมาทำการตรวจซ้ำเมื่อคืนนี้
โดยเหตุผลที่เรียกตัวเขาแต่ไม่ใช่เจียงหยวนนั้น ก็เพราะหน้าที่และความรับผิดชอบของเขาเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจร่องรอยอาวุโส จึงมีคุณสมบัติมากที่สุดในการออกเอกสารรับรองการตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือ และไม่ใช่เพราะหัวหน้าหวงเฉียงหมินของกองสืบสวนมีใจลำเอียง กังวลว่าจะสิ้นเปลืองกำลังรบอันมีค่าของกองสืบสวน
เหยียนเก๋อมองท่าทางการทำงานของเจียงหยวน เลยยิ่งรู้สึกทึ่งกับความเร็วของเจียงหยวนเมื่อกี้ เพราะตัวเขาเพิ่งตรวจไปเมื่อคืน เขาเองใช้เวลาราวสิบนาทีในการทำงานที่ว่า “เร็วสุดแล้ว” แต่เจียงหยวนกลับทำเสร็จภายในไม่กี่อึดใจ ความรู้สึกเหมือนกลับไปช่วงเรียน ที่ถูกเหล่าเทพทั้งหลายครอบงำ
เหยียนเก๋อถอนหายใจยาว “คดีค้าง20ปี ให้เจ้าหน้าที่นั่งโต๊ะอย่างนายมาปิดซะได้...”
“พวกเราทุกคนก็นั่งโต๊ะเหมือนกันนั่นแหละ”
อู๋จวินพุดแก้
“พวกเราต่างก็ไขคดีกันทั้งนั้น”
เหยียนเก๋อว่า
“ไอ้คดีที่เจียงหยวนไขเมื่อวานน่ะ คุยได้ทั้งชีวิตเลยนะ เจตนาทำร้าย รื้อคดีเก่า แถมเป็นคดีมีชื่อเสียงอีก... คาดว่าในสถานีตำรวจตอนนี้ยังมีคนจำคดีนี้ได้ไม่น้อย โดยเฉพาะหัวหน้าที่เติบโตในท้องถิ่น ตอนนั้นระดมคนทั้งหน่วยลงพื้นที่กันหมดเลยมั้ง...”
“ผมก็แค่หาจุดเชื่อมโยงนิดเดียวเองครับ งานหลักทีมอื่นเขาก็เป็นทำ”
เจียงหยวนใช้สกิล “แสร้งถ่อมตัว” ที่ร่ำเรียนมาอย่างเต็มที่
เหยียนเก๋อหัวเราะหึ ๆ หึ ๆ
“ถ้าไม่มีเบาะแสที่นายหา คนอื่นๆ ก็ไม่มีงานให้ทำใช่ไหมล่ะ ทุกคนเลิกงานไปแล้ว ถูกเรียกกลับมาทำงานล่วงเวลา แถมไม่มีค่าล่วงเวลาด้วย”
เจียงหยวนเงียบ ไม่รู้ว่าควรถ่อมตัวต่อหรือโยนบาปให้คนอื่นดี
...
“ก๊อก ก๊อก!”
หัวหน้าทีมชุดสอง หลิวเหวินไค่ โผล่หน้าเข้ามาในห้องแล้วยิ้มทัก
“โอ้ เจียงหยวนมาแล้ว เมื่อวานขอบใจมากนะ”
“ไม่ต้องถึงกับขอบคุณหรอกครับ ผมไม่ได้เหนื่อยอะไรเลย…”
เมื่อคืนเจียงหยวนกินปิ้งย่างกับเบียร์ ยังไม่รู้สึกว่าลำบากอะไรเลย
ใบหน้าหลิวเหวินไค่แดงระเรื่อจากการอดนอน แต่แววตาเต็มไปด้วยความฮึกเหิม
“ถ้าไม่ใช่นายเทียบลายนิ้วมือได้ คดีนี้ก็คงเงียบหายไปแล้ว นายเนี่ย ถ้าเป็นในนิยายกำลังภายในโบราณ นี่เขาเรียกว่า”มีความดีความชอบอันดับหนึ่ง!’ เลยนะ”
เจียงหยวนเปลี่ยนเรื่อง
“ผู้ต้องสงสัยเป็นยังไงบ้างครับ ผมหมายถึง เขาเป็นคนแบบไหน?”
เพราะเจียงหยวนแค่จับคู่ลายนิ้วมือได้ ไม่รู้รายละเอียดอื่นเลย และในฐานะหน้าใหม่ เขาก็ยังรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับอาชญากรอยู่บ้าง
หลิวเหวินไค่คิดนิดหนึ่งแล้วตอบ
“ก็คนธรรมดานี่แหละ โชคไม่ดีเอาซะเลย...”
“ตอนนั้นเขามีเพื่อนที่ติดต่อกันทางจดหมายอยู่ในเขตเรา หลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ ก็รีบมาหาเพื่อนคนนั้นทันที แต่พอมาถึงตามเวลานัด กลับไม่เจอเพื่อน รออยู่ทั้งวันเพื่อนก็ไม่มา อารมณ์เลยแย่มาก บังเอิญเจอผู้เสียหายที่เมามา ก็พูดกันไม่กี่คำแล้วมีเรื่องกันเลย ต่อยหนักไปหน่อย เลยเกิดเหตุสลด”
“แล้วเพื่อนทางจดหมายคนนั้นล่ะ?”
“หลังเกิดเรื่อง เขาก็รู้ว่าทำรุนแรงเกินไป เลยไม่ติดต่อเพื่อนอีกเลย ส่วนเพื่อนก็ไม่เขียนจดหมายติดต่อกลับมาอีก คงโทษตัวเองที่ไม่ได้ไปเจอในวันนั้นล่ะมั้ง”
“สรุปแล้วก็คือ นอกจากตัวผู้ต้องสงสัยเอง ไม่มีใครรู้ว่าเขาเคยมาเขตหนิงไท่เลย”
อู๋จวินสรุป พร้อมถอนหายใจ
“ซวยก็จริง แต่ก็นับว่าโชคดีนะ”
“คนธรรมดาทั่วไปแบกรับโชคแบบนี้ไม่ไหวหรอก”
หลิวเหวินไค่พูดเบา ๆ
“ตอนจับกุมแล้วพาตัวขึ้นรถ เขาร้องไห้จนขาอ่อน บอกว่าไม่กล้ามีความรัก ไม่กล้าแต่งงาน ไม่กล้ากู้ซื้อบ้าน ต้องเก็บเงินไว้ให้พ่อแม่ ต้องหลีกเลี่ยงสื่อโซเชียลทุกชนิด... แล้วก็ถามพวกเราว่าทำไมไม่มาให้เร็วกว่านี้อีก”
เหยียนเก๋อฟังแล้วก็อดสะเทือนใจไม่ได้
“ตอนเกิดเรื่อง เขาเพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยเอง ตอนนี้ก็คงอายุราว ๆ สี่สิบแล้วมั้ง ทุกอย่างในชีวิตพังหมดเลย”
หลิวเหวินไค่ยักไหล่
“ตอนนั้นผมถามเขาไปแค่คำเดียว ก็ทำให้หยุดร้องได้เลยนะ”
เหยียนเก๋อถามต่อทันที
“ถามว่าไงล่ะ”
หลิวเหวินไค่ตอบ
“ผมถามว่า ทำไมไม่มอบตัวให้เร็วกว่านี้”
-----
(จบบทที่ 16)