- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกซูเปอร์ก็อด ได้ครอบครองยีนผานกู่สุดเทพ
- ตอนที่ 15 เป็นอมตะ พลังทำลายล้าง
ตอนที่ 15 เป็นอมตะ พลังทำลายล้าง
ตอนที่ 15 เป็นอมตะ พลังทำลายล้าง
“เสี่ยวหลุน ฉันมีธุระต้องออกไปข้างนอก มะรืนนี้นายช่วยยื่นใบลาให้ฉันหน่อยนะ”
ว่ากล่าวพร้อมยื่นข้าวผัดไข่สามกล่อง น้ำเปล่า และขนมอีกนิดหน่อยให้เพื่อนร่วมห้อง หลังจากนั้นก็เริ่มเก็บข้าวของในทันที
“ลาหยุด?”
เก๋อเสี่ยวหลุนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ หยิบใบลาขึ้นมาดู พบว่ามีตัวอักษรเขียนอยู่แค่สี่ตัว
ลาหยุด — ไป๋เย่
“ใบลาโคตรจะห้าวเลยว่ะเพื่อน นายแม่งแน่จริง”
ไม่มีกำหนดเวลา ไม่มีเหตุผล แค่บอกว่าจะไป ก็ไปเลย
“ถามจริง แล้วถ้าเขาไม่อนุมัติจะทำไง?”
จ้าวซินที่ลงมารับข้าวผัดไข่เห็นเข้า ก็ร้องอุทานอย่างทึ่ง ๆ
“ก็จะไม่กลับมา”
ไป๋เย่ตอบอย่างไม่ยี่หระ “ที่นี่ไม่ได้แจกใบปริญญาให้สักหน่อย ฉันกะจะกลับไปเรียนต่อที่มหาลัยเดิมอยู่แล้ว”
“แล้วนายลาไปทำอะไร?” เก๋อเสี่ยวหลุนที่รู้จักไป๋เย่มานานที่สุดเอ่ยถาม
พักหลังมานี้ จู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่าเพื่อนซี้คนนี้ดูแปลกไป แต่เก๋อเสี่ยวหลุนก็คิดว่ามันปกติ เพราะตั้งแต่ปลุกพลังแห่งกาแล็กซี่ได้ ทุกครั้งที่ส่องกระจก เขาก็รู้สึกว่าตัวเองแปลกไปเหมือนกัน
ไป๋เย่เก็บเป้เสร็จเรียบร้อย
“ฉันจะไปกู้โลก”
“แล้วก็ถือโอกาส... สร้างวิกฤตชีวภาพสักหน่อย”
...
【ยีนผานกู่เริ่มการวิวัฒนาการระยะที่สอง】
【เวลาประเมิน: 10 ชั่วโมง】
หลังจากใช้แต้มวิวัฒนาการไปหนึ่งหมื่นแต้ม การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่คาดหวังไว้กลับยังไม่ปรากฏ
การวิวัฒนาการไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในชั่วพริบตา แต่มันเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปตามลำดับขั้น
ถึงอย่างนั้น ไป๋เย่ก็ไม่คิดจะนั่งรอเฉย ๆ จากที่นี่ไปหมู่บ้านหวงระยะทางสามร้อยกว่ากิโลเมตร ถือซะว่าเป็นการวอร์มอัปร่างกายไปในตัว
“เริ่มระบบนำทางด้วยการเดินเท้า ไปตามเส้นทางปัจจุบัน แล้วเลี้ยวซ้ายอีก 820 เมตร...”
สวมหูฟัง ก้าวเท้าออกวิ่ง ไป๋เย่เริ่มออกเดินทาง
สถาบันซูเปอร์ก๊อดแห่งนี้สร้างอิงแนวเขา เมื่อผ่านภูเขาสลับซับซ้อน ข้ามทุ่งข้าวสาลี จะมองเห็นทางด่วนอยู่ไกล ๆ
ลงจากทางด่วนมุ่งหน้าสู่ถนนหลวง หมู่บ้านหวงจะตั้งอยู่ริมถนนหลวงเส้นนั้น
ไป๋เย่ไม่อยากสร้างความแตกตื่น จึงเดินตามเส้นสีแดงบนแผนที่นำทาง เส้นตรงระหว่างสองจุดคือระยะทางที่สั้นที่สุด
เสียงแจ้งเตือนออกนอกเส้นทางดังจากโทรศัพท์ไม่ขาดสาย...
ระหว่างทาง ร่างกายของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
ไม่ใช่เพียงแค่สมรรถภาพทางกายที่เพิ่มขึ้น แต่ที่เด่นชัดที่สุดคือความสามารถในการควบคุมร่างกาย
ความรู้สึกนี้ชวนให้ตื่นตะลึงราวกับกำลังเล่นเกม
เขารับรู้ได้ถึงกล้ามเนื้อทุกมัด กระดูกทุกชิ้น จากนั้นการรับรู้ก็ค่อย ๆ ลึกลงไปถึงเส้นขนทุกเส้น และแม้กระทั่งเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย
ไป๋เย่สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่ขับเคลื่อนทุกย่างก้าว ลองเร่งกล้ามเนื้อเฉพาะจุดให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ
เพียงก้าวเดียว ร่างของเขากลับพุ่งไปไกลกว่าที่คาดหลายเท่า
ก้าวนั้นไกลเกินควบคุม ไป๋เย่หวั่นว่าจะหน้าทิ่ม แต่สมดุลร่างกายและสมรรถภาพที่เพิ่มขึ้นมหาศาลทำให้เขาลงสู่พื้นได้อย่างมั่นคง ไร้ซึ่งอาการเสียหลัก
“นี่มัน...”
เขารีบเปิดหน้าต่างระบบดู แล้วก็เป็นไปตามคาด
หน้าต่างข้อมูลทั้งหมดเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง ทุกโมดูลมีแถบความคืบหน้าปรากฏขึ้น
และในส่วนของการวิวัฒนาการยีน โมดูลร่างกายเสร็จสมบูรณ์แล้ว
【ความแข็งแกร่งของร่างกาย: อมตะ LV1 (0/10000)】
“อมตะ...?”
ไป๋เย่นิ่งคิด
สายตาเลื่อนลงมาที่เอนจินยีนที่ยังไม่เคยเปิดใช้งาน
อย่างที่คาดไว้ มันกำลังเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดใช้งาน ความคืบหน้าเพิ่งผ่านมา 50%
ความแตกต่างพื้นฐานระหว่างร่างเทพรุ่นสองและรุ่นสาม คือเอนจินยีน
ร่างเทพรุ่นสองยากที่จะถูกทำลายด้วยอาวุธทางกายภาพ
แต่เมื่อมีการติดตั้ง【เอนจินฟิสิกส์】 หรือ 【เอนจินชีวภาพ】 เข้าไป เช่น ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันที่ควบคุมได้ แบบเดียวกับเลอหน่าที่ควบคุมดวงอาทิตย์ได้ นั่นจะกลายเป็นร่างเทพรุ่นสาม หรือที่เรียกว่า “เทพ”
ความสามารถในการคำนวณของร่างเทพรุ่นสามนั้นสูงมาก มีพลังโจมตีเฉพาะตัว และแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกทำลาย
ไป๋เย่กำลังก้าวเข้าสู่ขั้นตอนนั้น
สายตาเลื่อนลงมาที่ความสามารถในการโจมตีของยีน
【ความสามารถยีน: พลังทำลายล้าง (กำลังวิวัฒนาการ, ความคืบหน้าปัจจุบัน: 21.39%)】
“ทำลายล้าง... หึหึ”
ไป๋เย่ถูมือเบา ๆ
นี่แหละคือเหตุผลที่เขากล้าไปดักรอมอร์กาน่าที่หมู่บ้านหวง
พลังสังหารเทพของหลิวชวง มีไว้เพื่อฟันพวกที่เรียกตัวเองว่า “เทพ”
แต่ไป๋เย่มั่นใจ ความสามารถในการโจมตีที่ติดตัวมากับยีนผานกู่ของเขา เหนือกว่าพลังสังหารเทพแน่นอน!
และยังไม่หมดเพียงเท่านั้น
【อาวุธยีนกำลังปลดล็อก... ความคืบหน้าปัจจุบัน: 17.3%】
ส่วนนี้ดำเนินไปช้าที่สุด คาดว่าจะเสร็จเป็นลำดับสุดท้าย
แม้ยังไม่รู้ว่ามันจะเป็นเช่นไร แต่ไป๋เย่ประเมินว่า หากต้องเผชิญหน้ากับมอร์กาน่าที่กำลังหนีตายมาถึงหมู่บ้านหวง ต่อให้เธอเป็นร่างเทพรุ่นสี่ เขาก็น่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงได้
อาจไม่ถึงขั้นชนะเด็ดขาด เพราะร่างเทพรุ่นสี่ฆ่าไม่ตายง่าย ๆ แต่การไล่ต้อนให้ไปทางประเทศเกาะซากุระ ไม่น่าจะมีปัญหา
ไป๋เย่วิ่งตะบึง
เดิน ๆ หยุด ๆ จนมาถึงหมู่บ้านหวงในตอนดึก
คิดว่าในหมู่บ้านคงไม่มีที่พัก และไม่อยากรบกวนชาวบ้าน จึงกางเต็นท์ตั้งแคมป์รอปีศาจมาเยือน
จิตใจของไป๋เย่นิ่งสงบอย่างยิ่ง
การวิวัฒนาการระยะที่สองเสร็จสิ้นแล้ว และตอนนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองแข็งแกร่งถึงระดับไหน
…
“ทำไมเขาถึงไปอยู่ที่หมู่บ้านห่างไกลแบบนั้น?”
ตู้คาโอ้มองภาพจากดาวเทียมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
การต่อสู้ระหว่างเฉียงเว่ยและไป๋เย่ สร้างข้อมูลการต่อสู้จำนวนมหาศาล
เรือรบจวี้เสียทำการวิเคราะห์ตลอดทั้งคืน พยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ของเทพเจ้าโบราณจีนผู้นี้ที่มีระดับพลังงานไม่ด้อยไปกว่าพลังแห่งกาแล็กซี่
แต่พอดำเนินการไปได้ครึ่งทาง เหลียนเฟิงและอวี่ฉินก็ถอดใจ
เพราะระดับพลังงานในตัวไป๋เย่ พุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!
กระบวนการที่พุ่งขึ้นนี้ดำเนินไปจนถึงแปดโมงเช้า กินเวลาต่อเนื่องถึง 10 ชั่วโมง!
ข้อมูลพลังงานล่าสุด เกินขีดความสามารถในการวิเคราะห์ของเรือรบจวี้เสียไปไกล
พวกเขาสามารถเปิดใช้งานพลังแห่งกาแล็กซี่ พลังสังหารเทพ หรือกุหลาบกาลเวลาได้ เพราะยีนเหล่านั้นเป็นยีนที่ตู้คาโอ้นำมาจากเชินเหอ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เทคโนโลยีของเรือรบจวี้เสียจะสามารถวิเคราะห์ยีนระดับนี้ได้
ก่อนหน้านี้พวกเขาก็วิเคราะห์ยีนซูเปอร์ของไป๋เย่ไม่ได้อยู่แล้ว และตอนนี้ ยิ่งไกลเกินเอื้อม
“สถานการณ์ไม่ชัดเจน...เทอร์มินัลส่วนตัวของเขาตัดขาดจากเรือรบจวี้เสียไปเมื่อสี่ชั่วโมงก่อน”
เหลียนเฟิงรายงานเสียงเรียบ “แต่ก่อนไป เขาทิ้งใบลาไว้ให้เก๋อเสี่ยวหลุน”
“ใบลา?” ตู้คาโอ้ชะงักเล็กน้อย แต่ก็โล่งอก
ถ้าเป็นการลา อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่าเขายังคิดจะกลับมา
แต่ลางสังหรณ์ในใจยิ่งรุนแรง ตู้คาโอ้รู้ดีว่าความหวังลมๆ แล้งๆ นี้คงอยู่ได้ไม่นาน
ตั้งแต่ปลุกยีนซูเปอร์จนถึงตอนนี้ ไป๋เย่ยิ่งควบคุมยากขึ้นเรื่อย ๆ
“เหลียนเฟิง ช่วยติดต่อ ‘ท่านผู้นั้น’ ที่ฮัวกั่วซาน (ภูเขาผลไม้) ให้ที”
ตู้คาโอ้นวดขมับ
‘ดูท่า... คงต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดแล้ว’
[จบแล้ว]