- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกซูเปอร์ก็อด ได้ครอบครองยีนผานกู่สุดเทพ
- ตอนที่ 14 ก่อนจะกลายเป็นเทพ
ตอนที่ 14 ก่อนจะกลายเป็นเทพ
ตอนที่ 14 ก่อนจะกลายเป็นเทพ
“ท่านคาร์ล เทพเจ้าแห่งความตายของข้า”
“ภารกิจล้มเหลว เทพจระเข้สั่วตุ้นถูกชิงตัวไป ข้าทำงานผิดพลาด โปรดลงโทษข้าด้วย”
ผู้บัญชาการเทาเที่ยคุกเข่าข้างหนึ่ง เบื้องหน้าคือภาพโฮโลแกรมของเทพเจ้าแห่งความตาย
คาร์ลไม่เอ่ยคำใด เพียงทอดสายตามองข้อมูลการต่อสู้ที่ลอยเรียงรายอยู่ตรงหน้าอย่างเงียบงัน
แม้หน่วยจับกุมสั่วตุ้นของเทาเที่ยจะถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น แต่ข้อมูลและภาพเหตุการณ์ยังคงถูกบันทึกไว้อย่างครบถ้วน
ผู้บัญชาการเทาเที่ยยังคงคุกเข่าอยู่อย่างนั้น
ตั้งแต่ต้นจนจบ มันไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
“เทพธิดาแห่งเลี่ยหยาง เลอหน่า...”
น้ำเสียงของคาร์ลนุ่มนวลไพเราะ จนยากจะเชื่อว่านี่คือเทพเจ้าแห่งความตายผู้ปกครองกาแล็กซีมรณะ
“พวกเขาสร้างสถาบันซูเปอร์ก๊อดขึ้นบนโลก และปลุกยีนซูเปอร์จากโครงการสร้างเทพแห่งเชินเหอในอดีตให้ตื่นขึ้น...”
“นี่คิดจะเปลี่ยนโลกให้กลายเป็นกาแล็กซีเต๋อโนแห่งที่สองงั้นรึ...”
ทุกถ้อยคำ ไม่มีประโยคไหนกล่าวถึงเรื่องที่สั่วตุ้นถูกชิงตัวไปเลย
ผู้บัญชาการเทาเที่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “แล้วทางกาแล็กซีเลี่ยหยาง...”
“เกี่ยวอะไรกับเลี่ยหยาง?” คาร์ลปรายตามองเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตากลับไปยังข้อมูลตรงหน้า
“แต่ผู้คุ้มกันของเทพธิดาเลี่ยหยางชิงตัวเทพจระเข้สั่วตุ้นไป นั่นเป็นของขวัญที่ท่านจะมอบให้ราชินีมอร์กาน่านะขอรับ...”
ผู้บัญชาการเทาเที่ยพูดอย่างระมัดระวัง “เรื่องนี้ชวนให้สงสัยว่า เลี่ยหยางเองก็อยากจะมีส่วนแบ่ง...”
“เลี่ยหยางไม่ก้าวเท้าออกจากกาแล็กซีของตัวเองง่าย ๆ หรอก ต่อให้ออกมา ก็คงไม่มุ่งหน้ามาที่โลก”
น้ำเสียงของคาร์ลราบเรียบ “อีกอย่าง คนที่ลงมือก็ไม่ใช่เลอหน่า เป็นแค่นักรบรุ่นที่สองธรรมดา ๆ คนหนึ่ง”
“แต่เขาสวมชุดเกราะของเลี่ยหยาง หรือว่า...”
พูดไม่ทันจบ ผู้บัญชาการเทาเที่ยก็ก้มหน้าลงอีกครั้ง รอคอยคำตอบจากเทพเจ้าแห่งความตาย
“ชุดเกราะนั้นเลอหน่าเป็นคนมอบให้... น่าจะเป็นนักรบซูเปอร์ท้องถิ่นของโลก ดูแล้วไม่น่าใช่ผลผลิตจากอารยธรรมเชินเหอ”
คาร์ลพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “เจ้ารวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งไปให้ปีศาจสาวตนนั้น บางทีนางอาจจะสนใจมากกว่าข้า... ช่างเถอะ นางติดต่อมาแล้ว เดี๋ยวข้าส่งเอง”
การสื่อสารระหว่างห้องบัญชาการเทาเที่ยกับคาร์ลถูกตัดขาด
แต่การสื่อสารระหว่างคาร์ลกับมอร์กาน่ากลับเชื่อมต่อขึ้นทันที
“ฉันกำลังจะถึงที่ที่นายบอกแล้ว น่าจะอีกแค่วันเดียว กองทัพนางฟ้าของพี่สาวฉันตามมาติด ๆ นายรักษาคำพูดด้วยล่ะ”
เสียงของมอร์กาน่าดังผ่านระบบสื่อสารมืด น้ำเสียงไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก
“ฟังดูเธอจะหงุดหงิดนะ... ยานปีศาจหมายเลขหนึ่งถูกทำลายแล้วหรือ?” คาร์ลถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“อย่างยัยเยี่ยนนั่นน่ะหรอ? เหอะ นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ให้เวลาอีกสองหมื่นปีมันก็แตะต้องยานปีศาจหมายเลขหนึ่งของฉันไม่ได้หรอก!”
“อายุไม่ใช่ตัวชี้วัดความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว เท่าที่รู้มา เธอคนนั้นสังหารนักรบปีศาจของเธอไปไม่น้อยเลยนี่”
“นั่นเพราะนังเคชาสารเลวนั่นต่างหาก... โธ่เว้ย! ตามมาติดขนาดนี้เลยเหรอ!? ไม่คุยแล้ว ฉันต้องเร่งความเร็ว! ไอ้พวกนรกแตกเอ้ย!”
สถานการณ์ของมอร์กาน่าดูท่าจะไม่ดีนัก เหมือนกำลังหนีหัวซุกหัวซุน แถมยังสลัดตัวติดตามไม่หลุด
แต่คาร์ลยังคงสงบนิ่ง
“ฉันหาผู้ช่วยให้เธอไว้แล้ว แต่เธอต้องไปกล่อมเอาเอง กำลังส่งข้อมูลไปให้ หวังว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง”
“ส่งเสร็จแล้วก็ไสหัวไป!”
มอร์กาน่าสบถด่า แต่ก็รอจนได้รับไฟล์ข้อมูลครบถ้วนถึงค่อยตัดการสื่อสาร
ไฟล์ข้อมูลมีขนาดไม่ใหญ่ มอร์กาน่าใช้เวลาเพียงพริบตาก็วิเคราะห์เสร็จ
“เทพท้องถิ่นของโลกที่ถูกเทพสาวน้อยแห่งเลี่ยหยางเลี้ยงต้อยไว้งั้นเหรอ? นักรบซูเปอร์รุ่นที่สอง?”
มอร์กาน่าหรี่ตา “จะว่าไป ก็ตรงสเปกฉันอยู่เหมือนกันนะเนี่ย”
พร้อมกับเสียงหัวเราะเบา ๆ
ยานปีศาจหมายเลขหนึ่งเร่งความเร็วขึ้นทันใด ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล ในที่สุดก็สลัดผู้ไล่ล่าหลุดจนได้
นางฟ้าหลายตนหยุดการไล่ล่า นางฟ้าผู้นำขบวนถอดหมวกเกราะออก เผยให้เห็นใบหน้างดงามที่เปี่ยมด้วยจิตสังหาร
“พี่เยี่ยน จะตามต่อหรือไม่?” นางฟ้าตนหนึ่งเข้ามาถาม
“ตามหรือไม่ตามก็ค่าเท่ากัน นางร่วมมือกับคาร์ล เป้าหมายต่อไปต้องเป็นโลกแน่ แจ้งราชินีเคชา พวกเราจะล่วงหน้าไปที่โลกก่อน เตรียมการดักซุ่มโจมตี”
เยี่ยนกล่าวเสียงเย็น ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีเงินขุ่นมัว
ไฟล์ข้อมูลที่คาร์ลและมอร์กาน่ารับส่งกันเมื่อครู่ ถูกถอดรหัสอย่างรวดเร็ว
“หืม...บนโลกมีตัวตนแบบนี้โผล่มาอีกแล้วหรือ... แถมยังสวมเกราะที่เลี่ยหยางสร้างอีก?” เยี่ยนขมวดคิ้วเรียวสวย
“หน้าตาก็เจริญหูเจริญตาดีหรอก แต่ไม่รู้ว่าความอดทนจะถึงขั้นไหน”
จากการสู้รบกับมอร์กาน่ามาหลายหมื่นปี เยี่ยนไม่ต้องคำนวณก็เดาได้ว่ามอร์กาน่าจะต้องน้ำลายหกอยากได้เด็กหนุ่มชาวโลกคนนี้แน่ ๆ
ยัยปีศาจนั่น ชอบแย่งของคนอื่นเป็นที่สุด...
......
“ฉันแพ้แล้ว”
ขวานยักษ์หยุดชะงักห่างจากใบหน้าสวยของเฉียงเว่ยเพียงสองนิ้ว
เธอรู้ดี หากอีกฝ่ายไม่ยั้งมือ เธอคงไม่จบสวยแน่
เรื่องนี้ทำให้เธอตกตะลึงไม่น้อย ยีนซูเปอร์ของเธอตื่นขึ้นก่อน และได้ฝึกฝนกับชุดเกราะดำมานานพอสมควร
ส่วนไป๋เย่เพิ่งจะปลุกพลังได้แค่สัปดาห์เดียว แต่ช่องว่างฝีมือระหว่างเขากับเธอกลับห่างชั้นกันคนละระดับ!
โดยเฉพาะสัญชาตญาณการต่อสู้อันน่าสะพรึง หากจะพูดให้ถูก มันคือสัญชาตญาณดิบในการต่อสู้
ตอนแรก อาศัยการข้ามมิติผ่านรูหนอน ทำให้เธอยังพอจะได้เปรียบอยู่บ้าง
แต่พอหมอนี่เริ่มตาแดงก่ำ สถานการณ์ก็พลิกผัน
ทุกครั้งที่เธอโผล่จากรูหนอน เขาจะตอบสนองกลับได้ทันที และโจมตีสวนกลับอย่างรวดเร็ว!
ที่สำคัญ นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์จากการคำนวณ
เขาไม่ได้คาดเดาไว้ล่วงหน้า แต่ใช้สัญชาตญาณล้วน ๆ ในการมองทะลุจุดที่เธอจะปรากฏตัวจากรูหนอนครั้งแล้วครั้งเล่า...
สัญชาตญาณการต่อสู้แบบนี้ มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
“ออมมือให้แล้วนะ” ไป๋เย่เก็บขวานคู่ ชุดเกราะสลายหายไป
เฉียงเว่ยสมกับที่เป็นนักรบซูเปอร์รุ่นแรกที่พลังตื่นขึ้นก่อน ศักยภาพการเติบโตที่แม้แต่มอร์กาน่าคงยังชื่นชม
การต่อสู้ตลอดสองชั่วโมงเต็ม บวกกับแต้มวิวัฒนาการที่เหลืออยู่ก่อนหน้า เพียงพอสำหรับการอัปเกรดยีนผานกู่ระยะแรก
ไป๋เย่พอใจเป็นอย่างมาก เขาหันหลังเตรียมไปซื้อข้าวให้เพื่อนรักทั้งสาม พร้อมกับไปยื่นใบลาพักยาว
ต่อจากนี้ เขาจะไปทำเรื่องใหญ่...
“สรุปแล้วจนถึงตอนนี้นายก็ยังไม่รู้ใช่ไหมว่ายีนซูเปอร์ของนายเป็นแบบไหนกันแน่?”
ขณะที่ไป๋เย่กำลังจะก้าวพ้นประตูโรงฝึก เฉียงเว่ยก็เอ่ยถามขึ้น
คำถามนี้มีจุดประสงค์แอบแฝงชัดเจน ไป๋เย่เดาว่าเฉียงเว่ยคงไม่ได้ตั้งใจจะถามเอง
นักฆ่าคนหนึ่ง สามารถต่อกรกับนักรบสายบู๊อย่างเขาได้ถึงสองชั่วโมง โดยยังมีพลังงานมืดหล่อเลี้ยงตลอดเวลา
สาเหตุหลักที่เขาได้แต้มวิวัฒนาการเกือบหมื่นแต้ม... ก็เพราะคู่ต่อสู้ของเขา ไม่ได้มีแค่เฉียงเว่ย แต่ยังมีเรือรบจวี้เสียหนุนหลังอยู่ด้วย
ช่วยคำนวณ ช่วยวิเคราะห์ แถมยังเติมพลังงานให้ไม่อั้น
หรือหากจะพูดให้ตรง ๆ แล้วล่ะก็ การต่อสู้ครั้งนี้ ก็เพื่อทดสอบข้อมูลการต่อสู้ของเขานั่นเอง
แต่เห็นแก่แต้มวิวัฒนาการ ไป๋เย่จึงตัดสินใจตอบแทนสักหน่อย
“ฉันรู้ดีอยู่แล้ว และเพราะรู้นี่แหละ ถึงบอกได้ว่าพวกเรามันคนละทางกัน”
ไป๋เย่ตอบกลับเรียบ ๆ ไม่ได้พูดกับเฉียงเว่ย แต่พูดกับคนที่อยู่เบื้องหลังเธอ ซึ่งก็คือตู้คาโอ้ คือไรซ์ คือเรือรบจวี้เสีย คือสถาบันซูเปอร์ก๊อด
คือทุกคนที่พยายามจะควบคุมเขา
“ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง คนจีนคนหนึ่ง ชาวโลกคนหนึ่ง ผมขอบคุณในสิ่งที่พวกคุณทำ แต่ในฐานะเทพ...”
ขณะพูด ไป๋เย่รู้สึกร้อนวูบที่หน้าอก
ใช่แล้ว ยีนเปิดใช้งานระยะที่สอง เขา... กำลังจะกลายเป็นเทพ
ความน่าเกรงขามพุ่งทะลุ ภาระหน้าที่ก็หนักอึ้งตาม
ไป๋เย่ค่อย ๆ หันกลับมา สายตามองตรงไปที่เฉียงเว่ย ราวกับเขามองเห็นใบหน้าของคนเหล่านั้นที่กำลังจ้องมองเขาผ่านหน้าจอ
“ผมแค่อยากจะบอกพวกคุณว่า... ที่นี่ คือโลก”
[จบแล้ว]