เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 ยีนผานกู่...อัปเกรดได้

ตอนที่ 13 ยีนผานกู่...อัปเกรดได้

ตอนที่ 13 ยีนผานกู่...อัปเกรดได้


“เดี๋ยวสิ...นี่กำลังถ่ายหนังไซไฟกันอยู่เหรอ?”

“คนเราจะกระโดดได้สูงขนาดนั้นเลยเหรอวะ...แล้วไอ้เครื่องบินพวกนั้นของจริงไหม?”

“ที่รัก หยิกแขนผมทีสิ นี่ผมไม่ได้กำลังฝันไปใช่ไหม!”

“หุบปาก! อย่าบังกล้องสิ ฉันกำลังถ่ายเทพบุตรอยู่นะ!”

“......”

...

ไป๋เย่ไม่สนใจเสียงฮือฮารอบข้าง หลังจากจัดการเทาเที่ยตัวสุดท้ายเสร็จ เขาก็หันไปมองสั่วตุ้นทันที

อันตรายยังไม่หมด สั่วตุ้นไม่ใช่ลูกกระจ๊อกธรรมดา คาร์ลตั้งใจจะมอบมันเป็นของขวัญให้มอร์กาน่า

ไป๋เย่ยังจำได้ดีว่าแค่เจ้าจระเข้ตัวนี้พุ่งชนทีเดียว ก็สามารถตัดหัวเทวทูตให้กระเด็นหลุดจากบ่าได้

ยิ่งกว่านั้น การที่สั่วตุ้นโผล่มาในจังหวะแบบนี้...หมายความมอร์กาน่าคงใกล้จะมาถึงโลกเต็มทีแล้ว

เดิมทีเขาวางแผนจะเก็บแต้มวิวัฒนาการต่ออีกสักสัปดาห์ เพื่อเตรียมไล่ต้อนมอร์กาน่าไปทางประเทศเกาะซากุระ

แต่ดูเหมือนเวลาที่เขาเผื่อไว้จะมากเกินไป

“ปล่อยข้า! นี่ยัยหนู ขอข้ากินอะไรหน่อยสิ แค่ซาลาเปาลูกเดียวก็ได้!”

“ถนนนี้มีซาลาเปาเต็มไปหมด ให้ข้ากินสักคำเถอะน่า...”

“ข้าถูกขังมาตั้งนาน นานมากเลยนะโว้ย! เพิ่งออกมาก็โดนไล่กระทืบทันที จนป่านนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องข้าเลย!”

ยังไม่ทันเดินไปถึงตัว เสียงโอดครวญก็ดังลั่นมาแต่ไกล

เลอหน่าในชุดเกราะดำใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบหัวจระเข้เอาไว้ ขณะที่ดาบใหญ่พาดคอขู่ขวัญ

สั่วตุ้นไม่มีความคิดจะต่อต้านแม้แต่น้อย ยอมหมอบราบกับพื้นร้องขอชีวิตรัว ๆ

ถ้าไม่ใช่เพราะรู้ว่ามันเรียกคนว่า “ซาลาเปา” ไป๋เย่คงเผลอสงสารเจ้าตัวกินจุหน้าโง่นี่ไปแล้ว...

ขณะกำลังชั่งใจว่าจะจัดการอย่างไร เสียงของเหลียนเฟิงก็ดังขึ้นข้างหู

“พาเจ้านี่ไปที่เขตไร้ผู้คนก่อน ฉันส่งพิกัดให้เลอหน่าแล้ว กองทัพจะส่งคนไปคุมตัวมัน”

“......” ไป๋เย่เงียบ ไม่ตอบรับ

เหลียนเฟิงรักษาระยะห่างเสมอ คำพูดของเธอไม่ใช่คำสั่ง และไม่ใช่คำขอร้อง แต่มันคือข้อเสนอที่เยือกเย็นราวกับ AI ที่คำนวณทางเลือกดีที่สุดมาให้แล้ว

“แน่นอนว่าคุณมีสิทธิ์ตัดสินใจเป็นอันดับแรก ถ้าคิดจะฆ่ามันทิ้งตรงนี้ กรุณาช่วยเปลี่ยนสถานที่ด้วย แถวนี้มีเด็กอยู่”

คิ้วที่ขมวดมุ่นของไป๋เย่คลายลงเล็กน้อย เขาหันไปสบตาเลอหน่า แล้วพยักหน้าเบา ๆ

“เอาเจ้านี่กลับไปที่สถาบันก่อนแล้วกัน ฉันจะเอามันไว้ซ้อมเป็นคู่มือ”

ตอนแรกนึกว่าสั่วตุ้นจะโผล่มาแค่แวบเดียว และคงหาตัวได้ยาก

ไม่นึกเลยว่าแค่มาเดินเที่ยวกับเลอหน่า จะเจอแต้มประสบการณ์เดินได้มาเสิร์ฟถึงที่

แบบนี้จะปล่อยให้หลุดมือไปได้ไงกัน!

ไป๋เย่มองแต้มวิวัฒนาการจากการเก็บกวาดหน่วยรบพิเศษเทาเที่ย รวมแล้ว 4,800 แต้ม

ใช้แต้มนี้อัปเกรดพลังโจมตีของยีนได้สบาย ๆ แต่เพื่อความไม่ประมาท ก่อนรับมือมอร์กาน่า เขาตั้งใจจะอัปเกรดเป็นร่างเทพรุ่นที่สามก่อน

และเทพจระเข้สั่วตุ้นก็เหมาะจะเป็นเครื่องมือช่วยปั๊มเลเวลชั้นดี

“ได้ยินแล้วใช่ไหม?” เลอหน่าพูดขึ้น เห็นได้ชัดว่ากำลังตอบกลับเหลียนเฟิง

ทั้งสามคนอยู่ในช่องสื่อสารเดียวกัน

เหลียนเฟิงไม่รีรอ “เฮลิคอปเตอร์จะไปถึงจุดนัดพบในอีก 15 นาที เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก รีบพามันออกไปจากตรงนั้นก่อน”

กว่าไป๋เย่และเลอหน่าจะกลับถึงสถาบันซูเปอร์ก๊อดก็บ่ายคล้อยแล้ว

ไรซ์แสดงฝีมือให้ได้เห็นกับตา

สั่วตุ้นถูกเขากักขังไว้ด้วยอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนเวทมนตร์ ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงแบบไหน

แต่ค่าพลังงานถือว่าสูงลิ่ว ไม่ด้อยไปกว่าการกลับไปถูกผนึกอีกครั้ง

ตราบใดที่นิสัยชอบกินคนของมันยังแก้ไม่หาย มันคงไม่ได้ออกมาข้างนอกง่าย ๆ แน่

แต่ตามคำขอของไป๋เย่ นาน ๆ ทีมันจะถูกปล่อยออกมาเป็นกระสอบทรายให้เขาได้บ้าง

ไป๋เย่คิดว่าขังไว้ที่ไหนก็ค่าเท่ากัน ถ้ามอร์กาน่าตั้งใจจะแย่งชิงสั่วตุ้นจริง ๆ ไม่ว่าจะเรือรบจวี้เสียหรือสถาบันซูเปอร์ก๊อด ไม่ช้าก็เร็วคงโดนตีแตก

สำหรับเขาหน้าที่ของสั่วตุ้นมีเพียงหนึ่งเดียว คือการเป็นถุงแจกแต้มประสบการณ์ขนาดยักษ์

เมื่อกลับถึงห้องพัก ไป๋เย่อาบน้ำชำระล้างร่างกาย พร้อมเปิดหน้าต่างระบบขึ้นดู

***

ชื่อ: ไป๋เย่

ยีนซูเปอร์: มหาจักรพรรดิผานกู่ (ระยะที่หนึ่ง, อัปเกรดได้, ต้องการ 10,000 แต้มวิวัฒนาการ)

ความแข็งแกร่งของร่างกาย: คงกระพัน LV5 (ไม่สามารถอัปเกรดได้)

ความสามารถยีน: พลังบดขยี้ LV5 (ไม่สามารถอัปเกรดได้)

อาวุธยีน: ยังไม่เปิดใช้งาน

เอนจินยีน: ยังไม่เปิดใช้งาน

แต้มวิวัฒนาการ: 1,139

***

“หมื่นแต้มงั้นสินะ...... เฮ้อ”

น้ำเย็น ๆ ไหลผ่านจากฝักบัวรดลงศีรษะ ไป๋เย่มองดูตัวเลขห้าหลักด้วยความรู้สึกพูดไม่ออก

10,000 แต้มวิวัฒนาการ เขาต้องการแค่การต่อสู้ระดับสูงสักแมตช์ หรือไม่ก็ฆ่าลูกกระจ๊อกเทาเที่ยสักหน่อยก็พอจะหาแต้มพวกนี้ได้แล้ว ซึ่งเรียกได้ว่า “ถูก” มาก

นี่พิสูจน์ให้เห็นในอีกแง่หนึ่งว่า ยีนผานกู่นั้นโหดเพียงใด

จากซูเปอร์โซลเจอร์สู่ความเป็น “เทพ” ก็แค่การเปลี่ยนจากร่างเทพรุ่นสอง รุ่นสาม …

ติดตั้งเอนจินยีน ระบบหมุนเวียนพลังงานภายใน

สำหรับยีนผานกู่ เริ่มต้นก็เป็นยีนรุ่นสองแล้ว ผ่านการต่อสู้ในหมู่บ้านมือใหม่ที่แทบไม่นับว่าเป็นการต่อสู้จริงจังไม่กี่ครั้ง ก็ได้ร่างเทพรุ่นสามมาครองง่าย ๆ

“ประเด็นคือไอ้หมื่นแต้มนี่จะไปหาจากไหน...”

เขาได้แต่เกาหัวแกรก ๆ

เมื่อวานแก๊งห้อง 203 ฝึกหนักเกินไป ถ้าไม่นอนพักสักสองวันคงลุกไม่ขึ้น แม้กระทั่งข้าวเช้าของวันนี้ก็ยังไม่ลุกไปกิน ป่านนี้คงยังนอนเน่ากันอยู่แน่นอน

ขนาดฝึกโหดมาทั้งสัปดาห์สภาพยังดูไม่จืดเท่าขนาดนี้

สั่วตุ้นที่เพิ่งถูกคลายผนึก ถ้าไม่ได้กินจุสักสองสามวันก็คงฟื้นพลังได้ไม่เต็มที่ ยังใช้เป็นถุงแจกแต้มตอนนี้ไม่ได้

‘เหลือแค่เลอหน่า…’

แต่ด้วยนิสัยของเลอหน่า แค่ซ้อมมือกันธรรมดาอาจจะพอไหว แต่ถ้าจะให้เอาจริงเอาจัง สู้แป๊บเดียวเธอคงบ่นเหนื่อย...

แถมวันนี้ทริปช้อปปิ้งยังล่มกลางคันอีก

ไป๋เย่มีเหตุผลที่จะสงสัยว่า เลอหน่าอาจใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างเพื่อเบี้ยวการซ้อมก็เป็นได้

“อืม...” ไป๋เย่ครุ่นคิด “หรือจะลองไปหาหัวโล้นนั่นดู?”

ตาแก่นี่ดูเงียบ ๆ ไม่ค่อยแสดงตน แต่วิชาผนึกเมื่อกี้นับว่าร้ายกาจใช่เล่น

แถมอีกไม่นานต้องเจอกับมอร์กาน่า ลองซ้อมมือกับระดับสูงไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย

“ฉันจะออกไปข้างนอก มื้อเย็นพวกนายจะเอาอะไรไหม?”

ไป๋เย่เตรียมตัวออกเดินทาง

“ขอข้าวผัดไข่... บอกพ่อครัวใส่ไข่เยอะ ๆ... ใช้น้ำมันมะกอก...” เก๋อเสี่ยวหลุนสั่งเสียงอ่อย

“คุณพ่อครับ จัดมาให้ผมด้วยที่หนึ่ง” จ้าวซินพลิกตัวสั่ง

“เจียเหวินล่ะ?” ไป๋เย่มองไปที่เตียงชั้นบน เจียเหวินที่อาการดีกว่าเพื่อน กำลังนั่งอ่านหนังสือ

“ข้าวผัดไข่ธรรมดาก็พอ ขอบใจนะ” เจียเหวินตอบอย่างสุภาพ

“ได้ ข้าวผัดไข่สามกล่อง” ไป๋เย่จดรายการ ตั้งใจว่าจะซื้อกลับมาให้หลังจากเสร็จธุระ

ยังไงซะสามคนนี้ก็เจ็บตัวเพราะช่วยเขาฟาร์มแต้ม ถือเป็นของขอบคุณเล็ก ๆ น้อย ๆ

“ไปฟาร์มแต้ม แล้วถือโอกาสขอลาหยุดยาว ๆ เลยดีกว่า... หืม?”

วางแผนเสร็จสรรพ ขณะกำลังจะก้าวออกจากห้อง ไป๋เย่ก็เห็นเฉียงเว่ยยืนรออยู่หน้าประตู

เฉียงเว่ยยืนกอดอกพิงผนัง ดูท่าจะมารอสักพักแล้ว

“มาหาใคร?”

“หานาย”

“......มีอะไร?” ไป๋เย่สงสัย

“ได้ยินว่านายจับสัตว์ประหลาดมาได้ตัวนึง... ฉันแค่อยากรู้ว่าฝีมือนายอยู่ระดับไหนกันแน่”

เฉียงเว่ยท้าดวลด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“โรงฝึกซ้อม ฉันบอกเลอหน่ากับผอ.ไว้แล้ว กล้ามาไหม?”

ดวงตาไป๋เย่เป็นประกาย

ถุงแต้มประสบการณ์ก้อนโต แถมยังมาเสิร์ฟถึงที่แบบนี้ จะปล่อยไปได้อย่างไร?

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 13 ยีนผานกู่...อัปเกรดได้

คัดลอกลิงก์แล้ว