- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกซูเปอร์ก็อด ได้ครอบครองยีนผานกู่สุดเทพ
- ตอนที่ 12 ยินดีต้อนรับสู่โลก
ตอนที่ 12 ยินดีต้อนรับสู่โลก
ตอนที่ 12 ยินดีต้อนรับสู่โลก
ถนนร้านหนังสือ เดิมชื่อถนนซูเหอ เป็นย่านเก่าแก่ตั้งแต่ยุค 90 และได้รับการบูรณะใหม่เมื่อไม่กี่ปีก่อน เพิ่มกลิ่นอายการค้าที่ทันสมัย ทำให้บรรยากาศคึกคักกว่าที่เคยอย่างเห็นได้ชัด
อึก—
ชานมสองแก้วถูกดูดจนหมดเกลี้ยงพร้อมกัน ก่อนจะถูกโยนลงถังขยะอย่างแม่นยำ
“เร็ว ๆ เข้า! ฉันอยากกินอันนั้น ไปกันเถอะ!”
เลอหน่าวิ่งอย่างร่าเริงไปที่ร้านเครื่องดื่มอีกร้านหนึ่ง ทิ้งให้ไป๋เย่เดินตามหลังต้อย ๆ เหมือนลูกสมุนประจำกาย
เรื่องอื่นไม่รู้ แต่เรื่องความเร็วในการกินน้ำหวาน เลอหน่าชนะผู้หญิง 99% ที่ไป๋เย่รู้จักแบบขาดลอย
เดินมาไม่เท่าไหร่ นี่ปาเข้าไปแก้วที่แปดแล้ว…
ประเด็นคือเลอหน่าดูจะคลั่งไคล้ของเย็นพวกนี้เป็นพิเศษ กินแก้วต่อแก้วโดยไม่มีทีท่าว่าจะพัก
“คุณลูกค้า แก้วคู่รักแก้วที่สองลดครึ่งราคานะคะ ทั้งหมด 15.5 หยวนค่ะ~”
“......สแกนแล้วครับ”
ครั้งแรกยังต้องตามแก้ตามอธิบาย แต่พอเข้าครั้งที่แปดก็เริ่มชิน
เลอหน่าหัวเราะทุกครั้งที่ได้ยินคำเรียกแบบนั้น และมักจะหันมามองเขาด้วยสายตาเปี่ยมความหมาย
ไป๋เย่คิดสงสัยจริงจัง หน้าตาเขาก็ออกจะ...ธรรมดา ถ้ามีเสน่ห์ขนาดนั้นจริง สมัยเรียนคงได้เป็นคาสโนว่าบอยไปนานแล้ว
จ่ายเงินเสร็จก็ยื่นเครื่องดื่มให้เลอหน่า
ในที่สุดไป๋เย่ก็ทนไม่ไหว
“นี่รู้ไหม ที่ประเทศจีน พวกผู้หญิงเขาให้ความสำคัญกับชื่อเสียงมากนะ”
ไป๋เย่พยายามเตือนอ้อม ๆ
เลอหน่าสวยมาก แถมยังรุกหนักขนาดนี้ เขากลัวจริง ๆ ว่าจะต้านเธอไม่ไหว แต่มันก็รู้สึกแปลก ๆ ชอบกล สุดท้ายจึงตัดสินใจว่าควรพูดให้ชัดเจนไปเลยดีกว่า
อย่างน้อยก็ควรถามให้รู้เรื่อง!
“หือ?” เลอหน่าดูสนใจขึ้นมาทันที “นายคิดได้แล้วเหรอ?”
“......ฮะ?” ไป๋เย่ตามไม่ทัน
“ตัดสินใจจะเป็นแฟนฉันได้แล้วสินะ?” เลอหน่าถามย้ำ
ไป๋เย่ตาโต “อะไรนะ?!”
‘สมองเธอทำงานยังไงวะเนี่ย!’
แต่คราวนี้ไป๋เย่ไม่คิดเงียบ เขาตั้งใจจะพูดให้รู้เรื่อง
“เลอหน่า” ไป๋เย่ทำหน้าจริงจัง “ผมรู้ถึงความกระตือรือร้นของคุณ แต่ความกระตือรือร้นนี้ทำให้ผมสับสน เพราะผมไม่คิดว่าผม... เอ๊ะ?”
พูดยังไม่ทันจบ หางตาของไป๋เย่ก็เหลือบไปเห็นเงาร่างมหึมาร่วงหล่นจากฟากฟ้า กระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของผู้คนดังระงม
“สัตว์ประหลาด! มีสัตว์ประหลาด!!!”
“ที่รัก ถือของแป๊บสิ ขอฉันถ่ายลงโซเขียลหน่อย!”
“ลูกจ๋า! รีบมาหาแม่เร็วเข้า!”
เพียงชั่วพริบตา ถนนคนเดินก็จมสู่ความโกลาหล และใจกลางของความวุ่นวายนั้น คือจระเข้รูปร่างคล้ายมนุษย์ที่สูงกว่าสามเมตร มีเกล็ดสีแดงหุ้มผิวหนัง มีกระดูกหนามแหลมคมและปากกว้างน่าสยดสยอง
สัตว์ประหลาดตนนั้นนั่งแช่อยู่กับพื้น มือข้างหนึ่งกุมท้อง อีกข้างลูบก้น หอบหายใจแฮก ๆ แถมยังพูดภาษามนุษย์ได้อีกว่า
“เดี๋ยวก่อน ๆ ... แฮก... เหนื่อยจะตายชัก ขอพักก่อนได้ไหมเนี่ย?”
นั่นคือเทพจระเข้สั่วตุ้น!
ยังไม่ทันตั้งตัว จุดดำหลายจุดบนท้องฟ้าก็กำลังเคลื่อนใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกมันบินลัดเลาะผ่านตึกสูง จัดขบวนเป็นระเบียบ และสื่อสารกันอย่างรวดเร็วกลางอากาศ
“พบเป้าหมายสั่วตุ้น เริ่มปฏิบัติการจับกุมทันที!”
ทหารเกราะหลายนายขับขี่เครื่องบินส่วนบุคคล รูปลักษณ์ดูล้ำยุคเต็มพิกัด
บางครั้งก็บินโฉบต่ำ ทำเอาผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น
“เทพจระเข้สั่วตุ้นคือวัตถุดิบวิจัยที่ท่านคาร์ลระบุเจาะจง รีบไปจับตัวมาซะ!”
“พวกชาวโลกนี่เกะกะชะมัด รีบกวาดทิ้งไปให้หมด!”
“คุมจังหวะให้ดี นักรบสัตว์ป่าที่ถูกขังมาหมื่นปี ต่อให้เก่งแค่ไหนก็เหลือพลังไม่เท่าไหร่หรอก”
“รักษารูปขบวน แล้วจัดการในรวดเดียว!”
เมื่อเห็นทหารเทาเที่ยบนฟ้าใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แก้วเครื่องดื่มในมือไป๋เย่ก็ร่วงลงพื้น
ชุดเกราะสวมทับร่าง ขวานคู่กระชับในมือ เขาเข้าสู่โหมดต่อสู้แทบจะในทันที!
“จับตาดูเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นไว้ ฉันจะไปจัดการพวกเศษสวะนั่นเอง!”
ไป๋เย่ใช้ขวานคู่เกี่ยวพื้น ออกแรงส่งตัว พุ่งทะยานออกไปดั่งลูกปืนใหญ่ ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย!
ตูม!!!
เพียงก้าวเดียวก็ข้ามผ่านระยะหลายสิบเมตร เป้าหมายแรกคือทหารเทาเที่ยที่บินต่ำ มันหลบไม่ทันจึงถูกไป๋เย่ผ่าแยกเป็นสองส่วนทั้งคนทั้งเครื่อง!
“กำลังหาที่ฟาร์มแต้มอยู่พอดี เข้ามาเลย!”
ไม่ว่าศัตรูจะแกร่งหรืออ่อน หรือจะห่างชั้นกันแค่ไหน
ทันทีที่เข้าโหมดการต่อสู้ เลือดแห่งผานกู่ในกายไป๋เย่จะเดือดพล่านขึ้นมาทันที!
ไป๋เย่ในชุดเกราะทองคำ ถือขวานคู่ ดวงตาแดงก่ำ หายใจแรงดั่งวัวคลั่ง กลิ่นอายรอบตัวดุดันป่าเถื่อน ต่างจากชายหนุ่มเมื่อครู่ราวคนละคน!
“จัดการพวกมันเลย! ไป๋เย่!”
“สู้เขา!!!”
เลอหน่าป้องปากตะโกนเชียร์สุดเสียง แทบจะได้ยินกันทั้งถนน!
หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เลอหน่าผู้เปิดเผยได้เม้าท์มอยเรื่องชายในฝันกับแก๊งเพื่อนสาวในหอพักไปเรียบร้อยแล้ว
ฉีหลินที่เคยเจอไป๋เย่และเก๋อเสี่ยวหลุนมาก่อน เคยถามเธอว่าชอบไป๋เย่ตรงไหน
เลอหน่าตอบว่า “ฉันชอบตอนที่เขาทำตัวซื่อ ๆ บื้อ ๆ แต่ก็ชอบความบ้าคลั่งตอนสู้แบบไม่กลัวตายของเขาด้วย”
“เขาคือเทพบุตรที่ตรงสเปกฉันสุด ๆ... แล้วพวกเธอไม่คิดว่าเขาหล่อมากเหรอ?”
หล่อไหมไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้ร่างกายไป๋เย่กำลังร้อนผ่าว กายคงกระพัน LV5 คือจุดสูงสุดของร่างเทพรุ่นที่สองอย่างแท้จริง!
เขาบินไม่ได้ แต่เขากระโดดสูงได้!
ทุกการกระโดด เขาจะพุ่งไปหาเทาเที่ยได้อย่างแม่นยำ แล้วฟันพวกมันขาดเป็นสองท่อน!
“รักษารูปขบวน เพิ่มระยะความสูง!”
“มันบินไม่ได้ ใช้แผนโจมตีที่หนึ่ง! ทีมสองรีบอ้อมหลังไปจับสั่วตุ้นก่อน!”
หัวหน้าหน่วยกุมเทาเที่ยยังไม่ถอดใจ ด้วยประสบการณ์โชกโชน มันมองจุดอ่อนเรื่องการบินของไป๋เย่ได้ในทันที
ใช่แล้ว…ระยะและความสูงในการกระโดดของไป๋เย่มีขีดจำกัด และเมื่อกระโดดสูงเกินไป ความแม่นยำก็จะลดลง
แต่ไป๋เย่ไม่หยุดแค่นั้น
สัญชาตญาณการต่อสู้บอกวิธีแก้ปัญหาให้เขาแทบจะทันที
เขาเงื้อขวานขึ้น เล็งเพียงครู่เดียว แล้วขว้างออกไปราวกับปาดาวกระจาย!
ร่างเทพ: กายคงกระพันอัปเกรดเป็น LV5 สมรรถภาพร่างกายพุ่งทะยานขึ้นอีกขั้น
ความรู้สึกต่อน้ำหนักเลือนลางไปอีกครั้ง เขารู้สึกแค่ว่าขวานในมือเริ่มเบาเกินไป ใช้ขวานคู่ยังรู้สึกไม่สะใจ
มือเดียวถือสองเล่มก็ยังเฉย ๆ
แต่ไม่ได้หมายความว่าน้ำหนักขวานจะลดลง!
พละกำลังมหาศาลบวกกับแรงเฉื่อย ส่งผลให้ขวานในมือไป๋เย่พุ่งออกไปดุจเคียวมัจจุราช เพียงสัมผัสร่างทหารเทาเที่ย ร่างนั้นก็ระเบิดเป็นหมอกเลือดทันที!
แม้แต่เครื่องบินอัลลอยด์ก็ถูกอัดจนบี้แบน แรงกระแทกมหาศาลขนาดไหนคงไม่ต้องบรรยาย!
ยังไม่หมดแค่นั้น ขวานที่ขว้างออกไป ไป๋เย่ยังเรียกกลับมาได้ดั่งใจ
หลังการขว้างไม่กี่ครั้ง พวกเทาเที่ยก็เหลือเพียงตัวเดียว มันติดแหง็กอยู่ตรงกลาง จะถอยก็ไม่ได้ จะบุกก็ไม่รอด
โชคร้ายนัก เครื่องบินของเจ้าเทาเที่ยตัวนี้เกิดขัดข้อง ต้องลงจอดฉุกเฉินต่อหน้าไป๋เย่พอดี...
ไป๋เย่ก้าวเข้าไปหา กลิ่นอายกดดันทำเอาทหารเทาเที่ยตัวสั่นงันงกจนไม่กล้าขยับ!
ฉัวะ—
ขวานผ่าร่างเทาเที่ยแยกเป็นสองส่วน แสงสีแดงในดวงตาไป๋เย่ค่อย ๆ จางลง เขาฉีกยิ้มกว้างเห็นฟันขาว
“ยินดีต้อนรับสู่โลก”
[จบแล้ว]