- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกซูเปอร์ก็อด ได้ครอบครองยีนผานกู่สุดเทพ
- ตอนที่ 10 แผนการ
ตอนที่ 10 แผนการ
ตอนที่ 10 แผนการ
***
ชื่อ: ไป๋เย่
ยีนซูเปอร์: มหาจักรพรรดิผานกู่ (ระยะที่หนึ่ง)
ความแข็งแกร่งของร่างกาย: คงกระพัน LV4 (0/5000)
ความสามารถยีน: พลังบดขยี้ LV4 (0/5000)
อาวุธยีน: ยังไม่เปิดใช้งาน
เอนจินยีน: ยังไม่เปิดใช้งาน
แต้มวิวัฒนาการ: 917
***
สิ่งแรกที่ทำหลังจากแยกย้าย คือการอัปเกรดโมดูลที่มีอยู่ทั้งสองอย่างให้เต็มพิกัด
เขาอัปเกรดรวดเดียวจนถึง LV4 ข้ามไปสองขั้นติด
การเพิ่มขึ้นเห็นผลชัดเจน แต่ในขณะเดียวกัน ไป๋เย่ก็อดสงสัยไม่ได้
“แล้วจะอัปเกรดยีนผานกู่ยังไงต่อล่ะเนี่ย... ยังมีอาวุธยีนกับเอนจินยีนอีก หรือว่าต้องอัปเกรดทุกอย่างให้ถึง LV9 ก่อน?”
ดูท่าจะยากเอาเรื่อง...
แค่จะขึ้น LV5 ยังต้องใช้ถึง 5,000 แต้ม ถ้าจะไปให้ถึง LV9 ตัวเลขคงมหาศาลจนน่าตกใจ
แต่ก็ช่วยไม่ได้
หลังจากประมือกับเลอหน่า ไป๋เย่ก็พอจะเข้าใจระดับความสามารถของตัวเองคร่าว ๆ
แน่นอนว่าเขาต้องแข็งแกร่งกว่าพลังแห่งกาแล็กซี่ของเก๋อเสี่ยวหลุน
แม้เก๋อเสี่ยวหลุนจะยังไม่ได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ แต่นั่นก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงข้อดีของยีนผานกู่
ไม่จำเป็นต้องพัฒนาให้ยุ่งยาก ขอเพียงเข้าสู่สถานะการต่อสู้ สัญชาตญาณจะขับเคลื่อนให้เขาทำการโจมตีทุกรูปแบบด้วยตัวเอง!
“ความแข็งแกร่งคงกระพัน น่าจะเทียบเท่าร่างเทพรุ่นที่สอง”
“ดูเหมือนว่าถ้าอยากจะอัปเลเวล ก็มีแต่ต้องต่อสู้ไปเรื่อย ๆ เท่านั้น”
ไป๋เย่เลิกคิ้ว
การวิวัฒน์ของยีนผานกู่ เท่ากับการยกระดับความแข็งแกร่งของร่างกายและพลังโจมตีของยีนไปพร้อมกัน
จากรุ่นที่สองไปสู่รุ่นที่สาม มันคือธรณีประตูที่ข้ามผ่านได้ยากยิ่ง
แต่สำหรับเขา ขอแค่มีการต่อสู้และแต้มวิวัฒนาการที่เพียงพอ เขาก็สามารถก้าวข้ามมันไปได้
“แต้มวิวัฒนาการ...”
คนแรกที่ไป๋เย่นึกถึงคือเลอหน่า
ยิ่งคู่ต่อสู้แข็งแกร่ง แต้มวิวัฒนาการที่ได้ก็จะยิ่งมาก
เลอหน่ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขนี้ชัดเจน
แต่ไป๋เย่ยังรู้อีกวิธีหนึ่ง...การสังหาร
การรัวหมัดใส่หลิวชวงนับร้อยหมัด ได้แต้มมาแค่ 100 กว่าแต้ม
แต่ฆ่าเทาเที่ยไปไม่กี่ตัว กลับได้มาถึง 300 แต้ม
มันชัดเจนว่าการตัดสินของระบบ... การฆ่า คือวิธีที่สมเหตุสมผลและรวดเร็วที่สุดในการเติบโต
ไป๋เย่คาดการณ์ว่าถ้าได้สู้กับเลอหน่าแบบเอาเป็นเอาตายจริง ๆ การต่อสู้ครึ่งชั่วโมงเมื่อครู่นี้ คงให้แต้มวิวัฒนาการกว่านี้มาก
ส่วนเรื่องการฆ่า...
“คงใช้เวลาอีกพักหนึ่งกว่ามอร์กาน่าจะมาถึงโลก ยังไม่รู้เวลาแน่ชัด และก่อนที่พวกนั้นจะมาถึง”
ไป๋เย่ชะงัก
“หือ?”
เขากระพริบตาปริบ ๆ
เป้าหมายที่แข็งแกร่ง และสามารถฆ่าได้ ดูเหมือนจะมีอยู่หนึ่งราย เพียงแต่ระยะเวลาที่ปรากฏตัวอาจจะสั้นไปหน่อย คงหาตัวจับยาก
แต่เมื่อพูดถึงมอร์กาน่า...
ไป๋เย่หรี่ตา
ทันทีที่พวกปีศาจมาถึงโลก ก็จะใช้ยีนปีศาจแพร่เชื้อใส่คนทั้งหมู่บ้านหวง
กองทัพปีศาจชุดแรกจะถือกำเนิดขึ้นจากการเปลี่ยนร่างนี้
ไป๋เย่ย่อมมีความคิดบางอย่าง และเป็นความคิดที่เขามีมาตั้งแต่ชาติก่อน
ประเทศเกาะแห่งหนึ่งที่ชอบปล่อยน้ำเสียลงทะเล ดูจะเหมาะสมกับการถูกยีนปีศาจแพร่เชื้อมากกว่าชาวบ้านตาดำ ๆ ในหมู่บ้านหวงเสียอีก...
“ต้องหาวิธีขัดขวางมอร์กาน่า ทางที่ดีคือไล่ต้อนให้ไปทางนั้นให้ได้”
ไป๋เย่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแผนที่ ค้นหาหมู่บ้านหวงในเมืองจวี้เสีย
ข่าวดีคือ ระยะทางจากที่นี่ไม่ไกลนัก แค่สามร้อยกว่ากิโลเมตร ยังไม่ถึงขั้นข้ามเมือง
แต่ปัญหาคือจะทำอย่างไรให้ไปทันเวลาที่มอร์กาน่าปรากฏตัว
“สงสัยต้องลางานสินะ...”
ไป๋เย่เตรียมเวลาให้ตัวเองสองสัปดาห์สำหรับการฟาร์มแต้มอย่างบ้าคลั่ง เพื่ออัปเกรดให้มากที่สุด
ยังไงซะมอร์กาน่าก็เป็นถึงระดับเทพหลัก เบื้องหลังมียานรบ ‘ปีศาจหมายเลขหนึ่ง’ หนุนหลัง แถมร่างเทพก็แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ
ด้วยความสามารถของเขาตอนนี้ ถ้าบุ่มบ่ามไปที่หมู่บ้านหวงโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ก็คงไม่ต่างอะไรกับเดินไปแจกแต้ม
แต่ไป๋เย่ก็ไม่ได้กดดันตัวเองขนาดนั้น
บางเรื่องทำให้เต็มที่ก็พอ ถ้าไปไม่ทัน ก็ช่วยไม่ได้
เพราะกองทัพเทาเที่ยก็ใกล้จะบุกมาแล้ว เขาไม่สามารถปกป้องทุกคนได้
......
แผนการถูกวางไว้เช่นนั้น แต่พอเริ่มลงมือปฏิบัติจริง ก้าวแรกไป๋เย่ก็เจอตอเข้าอย่างจัง
“สู้เหรอ? ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอา...” เลอหน่าส่ายหัวดิกเป็นกลองป๋องแป๋ง
“คนเขาเพิ่งมาถึงเองนะยะ ของใช้ส่วนตัวก็ยังไม่ได้ซื้อเลย ให้ไปสู้รบปรบมืออะไรกัน เหนื่อยจะตาย...”
เลอหน่าที่ตอนนี้เข้ากันได้ดีกับแก๊งสาว ๆ ในสถาบัน แถมยังนัดกันไปช้อปปิ้งบ่ายนี้เรียบร้อยแสดงท่าทีปฏิเสธ
แต่ถึงจะบอกว่าปฏิเสธ แต่ไป๋เย่ฟังยังไงมันก็น้ำเสียงอ้อนกันชัด ๆ
“เอ่อ...” ไป๋เย่เกาหัว รู้สึกว่าตัวเองคงเรียกร้องมากไป
ยังไงเลอหน่าก็ไม่ใช่พวกบ้าการต่อสู้สักหน่อย
“ขอโทษที่รบกวน”
ไป๋เย่หันหลังกลับ ดูท่าคงต้องเปลี่ยนแผน
‘เลอหน่าพึ่งไม่ได้... ลองไปหาพี่ลิง (ซุนหงอคง) ดีไหมนะ?’
“เอ๊ะ? เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งรีบไป!”
พอเห็นไป๋เย่ถอดใจง่าย ๆ เลอหน่ากลับเป็นฝ่ายอยู่ไม่สุขเสียเอง
เธอพุ่งตัวมาขวางหน้าไป๋เย่ โน้มตัวลงเล็กน้อยแล้วเงยหน้ามองสบตาไป๋เย่ตรง ๆ
“เอ่อ...มีอะไรหรือเปล่า?”
ไป๋เย่ทำตัวไม่ถูกกับท่าทางเหมือนเด็กสาวตัวน้อยของเลอหน่า สายตาเริ่มลอกแลกเอาแต่หลบตาเธอ
“แปลกจริง... ฉันมองไม่เห็นแววตาแบบพวกคนบ้าในตาของนายเลยแฮะ...”
เลอหน่าพึมพำ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้
“นี่นายคงไม่ได้ใช้เรื่องต่อสู้มาอ้างเพื่อจะได้อยู่กับฉันสองต่อสองหรอกนะ?”
“หือ?”
เลอหน่าขยับหน้าเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ไป๋เย่รีบเอนตัวหลบตามสัญชาตญาณ
แต่เลอหน่าดูท่าจะไม่ยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ
“นายอยากเดตกับฉัน แต่หาเหตุผลดี ๆ ไม่ได้ ก็เลยใช้การต่อสู้มาเป็นข้ออ้าง ใช่ไหมล่ะ?”
“.......”
ไป๋เย่ถึงกับไปไม่เป็น
นิสัยของเลอหน่า ทำไมมันไม่ค่อยเหมือนกับที่เขาจำได้เลยสักนิด...
นี่มันมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่า?
“ช่างเถอะ”
ไม่รู้ว่าเธอตีความอะไรได้จากสายตาของไป๋เย่ จู่ ๆ เลอหน่าก็ยืดตัวกลับไปยืนตรง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า
“การฝึกของพวกนายหลังจากนี้จะหนักหนาสาหัสมากนะ ทางที่ดีควรจะรู้จักแบ่งเวลาพักผ่อนบ้าง”
“เอาอย่างนี้... ทุกสุดสัปดาห์นายมาเดินซื้อของเป็นเพื่อนฉัน แล้วตอนกลางคืนฉันจะอยู่ซ้อมพิเศษให้นาย เป็นไง?”
เลอหน่ากระพริบตาปริบ ๆ
ไป๋เย่ทำหน้าประหลาด
แต่หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว เขาก็พยักหน้า
“ตกลง”
“งั้นก็ดีล ไปล่ะนะ~”
มองดูเลอหน่าเดินกระโดดโลดเต้นจากไป ราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งได้ตุ๊กตาตัวโปรด
ไป๋เย่ถอนหายใจ รู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก
‘เลอหน่า รุกหนักเกินไปแล้ว…’
ถ้าไม่ใช่ว่ารู้นิสัยของเลอหน่าอยู่ก่อนแล้ว เขาคงสงสัยว่าแม่สาวคนนี้ต้องมีแผนการอะไรแอบแฝงแน่ ๆ
‘แผนการคงต้องปรับเปลี่ยนจริง ๆ’
ไป๋เย่เดินกลับหอพักอย่างเงียบเชียบ
เวลาเร่งรัดเข้ามาทุกที ปีศาจก็กำลังจะลงมา ทัพเทาเที่ยก็ใกล้ถึง ทูตสวรรค์ก็คงอีกไม่นาน
การเพิ่มความแข็งแกร่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด
ในเมื่อเลอหน่าพึ่งไม่ได้ พี่ลิงก็หาตัวไม่เจอ
งั้นก็คงต้องรบกวนบรรดาเพื่อนยากร่วมห้องเสียแล้ว...
[จบแล้ว]