- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกซูเปอร์ก็อด ได้ครอบครองยีนผานกู่สุดเทพ
- ตอนที่ 9 ความสามารถของเขาทำลายล้างได้ทุกสรรพสิ่ง
ตอนที่ 9 ความสามารถของเขาทำลายล้างได้ทุกสรรพสิ่ง
ตอนที่ 9 ความสามารถของเขาทำลายล้างได้ทุกสรรพสิ่ง
ตึง!
เมื่อขวานปะทะลงบนโล่ เสียงโลหะผสมกระทบกันดังกังวานราวกับเสียงระฆังยักษณ์ถูกตี
เลอหน่าผู้ถือโล่ระเบิดพลัง ผลักไป๋เย่ถอยร่น พร้อมรุกไล่ตามติด แววตาของเธอฉายความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด
“ใช่เลย! แบบนี้แหละ เอาอีก!”
เลอหน่าตื่นเต้นสุดขีด
‘เทพเจ้าโบราณของโลก...ไม่สิ ของจีนแข็งแกร่งขนาดนี้เชียว? เพิ่งปลุกยีนซูเปอร์แท้ ๆ แต่พลังกลับมหาศาลขนาดนี้ มิน่าล่ะ ผานเจิ้นถึงได้ให้ความสำคัญกับโลกใบนี้นัก!’
เมื่อหลายร้อยปีก่อน เคยมีลิงตัวหนึ่งถือกระบองบุกสวรรค์เลี่ยหยางเพียงลำพัง
เผชิญหน้ากับกองทัพเลี่ยหยางทั้งกอง ลิงตัวนั้นกลับบุกตะลุยเข้าออกถึงเจ็ดครั้งเจ็ดครา สุดท้ายก็ยังถอยกลับไปได้อย่างไร้รอยขีดข่วน
เลอหน่าสนใจเทพเจ้าโบราณจีนมานาน มันเริ่มต้นจากความเบื่อหน่ายกฎเกณฑ์คร่ำครึของเลี่ยหยางที่เคร่งครัดเกินไป
แต่คืนที่เลอหน่าได้เห็นไป๋เย่ แม้ใบหน้าจะฉายแววตื่นตระหนก แต่กลับกัดฟันพุ่งเข้าสู่สมรภูมิ และปิดท้ายด้วยการยกรถหุ้มเกราะทุ่มใส่หัวพวกเทาเที่ยอย่างหน้าตาเฉย...
ทั้งที่กลัวจนหัวหด แต่พอลงมือกลับบ้าระห่ำสุดขีด
ที่สำคัญคือความบ้าคลั่งของไป๋เย่ตอนของขึ้น...เลอหน่าค้นพบว่า มันช่างถูกใจเธอเสียเหลือเกิน!
“หน้าตาหล่อเหลาดั่งเทพบุตร แต่หัวใจดุดันอย่างกับนักรบเดนตาย ท่าทีปกติดูซื่อ ๆ แต่พอสู้จริงกลับโหดดิบเถื่อน ถูกใจจริง ๆ!”
เลอหน่ายิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้น พลังโจมตีก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้แรงกดดันที่ไป๋เย่ต้องแบกรับทวีคูณตาม
แต่ในขณะเดียวกัน ไป๋เย่ก็ยิ่งตื่นเต้นไม่แพ้กัน!
ความตื่นเต้นนี้พลุ่งพล่านไปทั่วร่าง
ความรู้สึกร้อนรุ่มเหมือนตอนปลุกพลังยีนซูเปอร์กลับมาอีกครั้ง
ไป๋เย่รู้สึกเพียงว่าเขามีพลังมหาศาล และสัญชาตญาณกำลังสั่งให้เขาต่อสู้แบบไม่หยุด!
เหวี่ยงขวาน!
ฟาดฟัน!
โดยไม่รู้ตัว ไป๋เย่นำขวานคู่มาประกบกัน ทุกครั้งดูเหมือนฟาดด้วยสองมือพร้อมกัน แต่ความจริงคือใช้เหมือนขวานมือเดียว!
ตึง!
ขวานสองเล่มผสานเป็นหนึ่ง ฟาดลงบนโล่ของเลอหน่าอย่างจัง
“หือ?”
ขวานนี้ทำเอาเลอหน่าถึงกับประหลาดใจ
แรงปะทะยังพอรับไหว แต่โล่ของเธอเหมือนจะ...เสียหาย?
นี่คือโล่ที่ทำจากโลหะผสมมืดบริสุทธิ์สูง ไป๋เย่ที่เพิ่งปลุกยีนซูเปอร์ ทำไมถึงมีพลังทำลายล้างขนาดนี้?
...
ในขณะเดียวกัน ณ ศูนย์บัญชาการบนเรือรบจวี้เสีย
ภาพการต่อสู้ถูกถ่ายทอดสดบนจอขนาดใหญ่ ข้อมูลของทั้งสองฝ่ายไหลลงมาดั่งน้ำตกบนจอเสริมด้านข้าง
“ระดับความเสียหาย 92% กำลังจะเกินขีดจำกัดกลไกการซ่อมแซมระยะไกล”
อวี่ฉินรัวนิ้วบนแป้นควบคุม ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นเริ่มฉายแววตื่นตะลึง
“การวิเคราะห์ล่าช้า ต้องการข้อมูลการโจมตีเพิ่มเติม” เหลียนเฟิงรายงานอย่างรวดเร็ว
ตู้คาโอ้นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ดวงตาพลันเป็นประกาย “เร็วเข้า ลองเทียบผลลัพธ์การโจมตีกับพลังสังหารเทพดูซิ!”
โล่ของเลอหน่า รวมไปถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ของนักรบเกราะดำทั้งหมด ล้วนสร้างจากวัสดุโลหะผสมมืดอันล้ำค่า
อาวุธในมือไป๋เย่แม้จะเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงจากเลี่ยหยาง แต่เขาเพิ่งจะได้จับมัน และเพิ่งปลุกพลัง ลำพังแค่สร้างความเสียหายให้โล่โลหะผสมมืดของเลอหน่าได้ก็นับว่าน่าทึ่งแล้ว
แต่นี่อานุภาพการโจมตียังรุนแรงจนเกินกว่าความเร็วในการซ่อมแซมระยะไกลอีกงั้นหรือ?
นี่มันพลังระดับไหนกัน!
“ผลการเปรียบเทียบออกมาแล้วค่ะ” เหลียนเฟิงดำเนินการเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
ตู้คาโอ้รีบถาม “เป็นยังไงบ้าง?”
“ความเข้ากันได้ไม่ถึง 10% แต่ยืนยันได้ว่าเป็นความสามารถในการโจมตีที่ติดตัวมากับยีนของเขาค่ะ”
น้ำเสียงของเหลียนเฟิงยังคงเยือกเย็นเสมอ “โล่ของเลอหน่าไม่ได้ถูกทำลายด้วยพละกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีพลังงานพิเศษบางอย่างปะปนอยู่ด้วย”
“พลังงานนี้บริสุทธิ์มาก รูปแบบการแสดงออกก็เรียบง่ายสุด ๆ... นั่นคือการทำลายล้างล้วน ๆ”
เหลียนเฟิงหยุดเว้นจังหวะ มองไปที่หน้าจอใหญ่ตรงกลาง
“และดิฉันยังพบอีกว่า พลังนี้จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่เขาโจมตี”
“หมายความว่า ภายใต้สภาพแวดล้อมและเงื่อนไขการโจมตีที่เหมาะสม เขาอาจจะสามารถใช้พลังนี้... ทำลายล้างทุกสรรพสิ่งได้”
ได้ยินดังนั้น ตู้คาโอ้ก็ไม่อาจรักษาความสงบนิ่งไว้ได้อีกต่อไป
จากคำพูดของเหลียนเฟิง สรุปได้ไม่ยากว่าความสามารถในการโจมตีของยีนไป๋เย่ เหนือกว่าพลังสังหารเทพอย่างแน่นอน
หรือจะพูดให้ถูก คือไม่ใช่แค่คนละระดับ แต่คนละเส้นทาง
พลังสังหารเทพถือกำเนิดขึ้นเพื่อต่อกรกับร่างเทพ หรือเทพเจ้าที่แท้จริง
แต่ขอบเขตพลังของไป๋เย่กลับ... ครอบคลุมทุกสรรพสิ่ง!
และนี่เองก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขาหนักใจ
ยีนซูเปอร์ที่ทรงพลังขนาดนี้ ความสามารถในการโจมตีที่น่ากลัวขนาดนี้ จะเป็นของเทพเจ้าในยุคโบราณจากอารยธรรมที่ล้าหลังแห่งนี้จริง ๆ น่ะหรือ?
บางทีอาจมีแค่ ‘ท่านผู้นั้น’ ที่จะให้คำตอบเขาได้...
ตู้คาโอ้รีบสลัดความคิดนี้ทิ้งทันทีที่มันผุดขึ้นมา
‘ยังไม่ถึงเวลา’
ก่อนจะติดต่อ ‘ท่านผู้นั้น’ อย่างน้อยต้องผูกมัดไป๋เย่ไว้กับหน่วยเกราะดำให้ได้เสียก่อน
“วิเคราะห์ต่อไป ฉันต้องการชุดข้อมูลการโจมตีที่สมบูรณ์”
ตู้คาโอ้ออกคำสั่ง
แม้จะวิเคราะห์ไม่ได้ทั้งหมด แต่ลำพังแค่ข้อมูลการโจมตีก็มีความสำคัญต่อพวกเขาอย่างมหาศาล
และตู้คาโอ้มีลางสังหรณ์บางอย่าง
ไป๋เย่มีความทระนงตนคล้ายคลึงกับ ‘ท่านผู้นั้น’
หากมีศัตรูร่วมกัน พวกเขาอาจยอมร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเกราะดำ
แต่หากสงครามจบลง...
...
“พอได้แล้ว! หยุดเดี๋ยวนี้! แค่ซ้อมมือกันเฉย ๆ จะจริงจังไปไหนเนี่ย…”
สู้กันมาครึ่งชั่วโมงเต็ม จนโล่แทบจะถูกสับเป็นรู เลอหน่าก็เริ่มต้านไม่ไหว
‘แรงพ่อหนุ่มคนนี้มันไม่มีวันหมดเลยหรือไงนะ?’
เลอหน่าได้แต่บ่นอุบ จะดึงพลังงานจากดวงอาทิตย์มาใช้ถล่มก็ไม่ได้ แถมการต่อสู้ระยะประชิดก็ไม่ใช่ทางถนัดของเธอซะด้วย!
ยอมรับเลยว่าพ่อเทพบุตรคนนี้ช่างดุดันจริง ๆ
“วันนี้พอแค่นี้ก่อน ชุดเกราะปลดล็อกด้วยคำสั่งเสียง แต่พวกนายควรปรับตัวให้ชินกับมัน เพราะต่อไปคงต้องใส่มันไปอีกนาน”
เลอหน่าโบกมือ เรียกเก็บโล่โลหะผสมมืดที่เสียหายหนักกลับเข้าคลังอาวุธมิติส่วนตัว
ไป๋เย่หอบหายใจหนักหน่วง มองดูขวานยักษ์ในมือ ความตื่นเต้นยังคงอัดแน่นอยู่ในอก
“ตอนนี้ฉัน... โหดขนาดนี้เลยเหรอ?”
เมื่อพละกำลังเพิ่มขึ้น การรับรู้น้ำหนักก็เริ่มคลาดเคลื่อน
เขารู้แค่ว่าขวานสองเล่มนี้หนักมาก แต่เวลาฟันลงไป มันช่างสะใจจริง ๆ!
ที่สำคัญคือสภาวะตอนต่อสู้
เลอหน่าแข็งแกร่ง แข็งแกร่งแค่ไหนเขาไม่แน่ใจ รู้แค่ว่าในอนิเมะเธอเทพมาก
เขารู้สึกเหมือนเลอหน่าเป็นภูเขาลูกหนึ่ง และเขาก็มีความมุ่งมั่นที่จะผ่าภูเขาลูกนี้ให้แยกออก พร้อมด้วยพลังที่จำเป็นต้องใช้!
“นี่คือยีนผานกู่งั้นเหรอ... ผ่าทำลายทุกสิ่ง?”
“น่าสนุกดีนี่!”
พลังป้องกันของเลอหน่าไม่ใช่ระดับท็อป เธอถนัดการใช้พลังระเบิดจากดวงอาทิตย์กวาดล้างศัตรูมากกว่า
แต่เธอก็เป็นถึงเทพหลักของเลี่ยหยาง ช่วงเวลาที่ครองพลังย่อมยาวนานกว่าเขามาก
เขาเพิ่งจะเริ่มต้น ทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว
ไป๋เย่เปิดหน้าต่างระบบ ตั้งใจจะดูว่าการต่อสู้รอบนี้ได้แต้มวิวัฒนาการเท่าไหร่
“เชี่ย...”
ตัวเลขที่ปรากฏทำเอาเขาตะลึงงัน
“สามพันสาม!?”
ไป๋เย่หันขวับไปมองเลอหน่า พอดีกับที่อีกฝ่ายมองมา
เลอหน่าที่แอบมองอยู่สะดุ้งโหยงเมื่อเจอสายตาเร่าร้อนของไป๋เย่ แต่แทนที่จะเขินอาย เธอกลับเชิดคางขึ้นอย่างท้าทาย
ไป๋เย่รีบละสายตากลับมา กลืนน้ำลายเอือก
“แม่เจ้า...งานนี้มีที่ให้ฟาร์มยาว ๆ แล้วสิ”
[จบแล้ว]