เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 วิเคราะห์ยีนของเขาไม่ได้?

ตอนที่ 8 วิเคราะห์ยีนของเขาไม่ได้?

ตอนที่ 8 วิเคราะห์ยีนของเขาไม่ได้?


ทันทีที่ไป๋เย่สวมเกราะชุดนั้น นอกจากผานเจิ้นที่อยู่ไกลถึงกาแล็กซีเลี่ยหยางแล้ว ทางด้านเรือรบจวี้เสีย ก็ได้รับสัญญาณตอบกลับในทันทีเช่นกัน

“เริ่มการซิงโครไนซ์ข้อมูล ค่าชี้วัดทุกอย่างปกติ เริ่มการเชื่อมต่อกับเทอร์มินัลส่วนบุคคล”

ข้อมูลของชุดเกราะดำแต่ละชุดปรากฏขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่ในศูนย์บัญชาการ ตัวเลขที่กระพริบอยู่ด้านข้างแสดงถึงความคืบหน้าในการซิงโครไนซ์หน้าต่างเทอร์มินัลส่วนบุคคล

เมื่อการซิงโครไนซ์เสร็จสมบูรณ์ เรือรบจวี้เสียจะสามารถให้การสนับสนุนระยะไกลแก่ผู้สวมเกราะดำได้ทันที

ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ข้อมูลข่าวกรองแบบไม่จำกัด การวิเคราะห์ข้อมูล และการจ่ายพลังงานมืด

กล่าวได้ว่า เรือรบจวี้เสียเปรียบเสมือน “พี่เลี้ยงทางไกล” ของเหล่านักรบเกราะดำก็ว่าได้

ความเร็วในการซิงโครไนซ์ขึ้นอยู่กับปริมาณข้อมูล

จนถึงตอนนี้คนที่เร็วที่สุดคือเฉียงเว่ย ซึ่งอยู่ที่ 100% ทันที เพราะมีการซิงโครไนซ์ไว้ก่อนหน้านานแล้ว

รองลงมาคือฉีหลิน สไนเปอร์แห่งเชินเหอ

ช้าที่สุดคือเก๋อเสี่ยวหลุนกับหลิวชวง คนหนึ่งคือพลังแห่งกาแล็กซี่ อีกคนคือพลังสังหารเทพ แม้แต่เจียเหวินก็ยังเร็วกว่าสองคนนี้

และสุดท้ายคือไป๋เย่ ที่ตัวเลขยังคงค้างอยู่ที่ 0%

“เกิดอะไรขึ้น? เลอหน่าเปิดสิทธิ์การเข้าถึงให้แล้วไม่ใช่หรือ?”

ตู้คาโอ้สังเกตเห็นความผิดปกติเป็นคนแรก

อวี่ฉินรีบปฏิบัติการ มือทั้งสองขยับบนแผงควบคุมจนมองตามแทบไม่ทัน

“ช่องทางการส่งข้อมูลปกติค่ะ” อวี่ฉินพบต้นตอของปัญหาอย่างรวดเร็ว “แต่โมดูลถอดรหัสยีนเกิดข้อผิดพลาด”

“เขากำลังต่อต้านงั้นรึ?” ตู้คาโอ้ขมวดคิ้ว

ก่อนหน้านี้ไรซ์ได้แจ้งข้อมูลให้เขาทราบแล้วว่า อีกฝ่ายสงสัยว่ายีนซูเปอร์ของเด็กหนุ่มคนนี้อาจมาจากเทพเจ้าโบราณของจีน

ตู้คาโอ้เชื่อเรื่องนี้อย่างสนิทใจ

เขาอยู่บนโลกนี้มานาน และเคยพยายามค้นหาเบาะแสของเทพเจ้าโบราณจีนมาก่อน เพราะตำนานเหล่านั้นทั้งลึกลับและน่าหลงใหล แถมยังมีระบบระเบียบในตัวเอง ยากจะปฏิเสธการมีอยู่จริงได้ทั้งหมด

ยิ่งไปกว่านั้น…เขายังรู้จักหนึ่งในนั้นด้วย แถมอารมณ์ยังแปรปรวน เอาแต่ใจ และมีหลักการปฏิบัติตนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

และที่สำคัญที่สุดคือ ตู้คาโอ้ทำอะไร ‘ท่านผู้นั้น’ ไม่ได้เลยสักนิด!

และตอนนี้ดันมีผู้ต้องสงสัยว่าอาจครอบครองยีนซูเปอร์เทพเจ้าโบราณจีนโผล่มาอีกคน ตู้คาโอ้ย่อมอยากจะดึงตัวมาร่วมงานด้วยให้ได้

ไม่ใช่แค่เขา ดูเหมือนทางกาแล็กซีเลี่ยหยางก็กำลังวางแผนแบบเดียวกันอยู่...

“ถ้าเป็นการต่อต้าน ก็ให้หยุดไว้ก่อน เดี๋ยวฉันจะไปคุยเอง”

หลังจากชั่งน้ำหนักอยู่ครู่หนึ่ง ตู้คาโอ้ก็สั่งการ

เหมือนกับ ‘ท่านผู้นั้น’ ไม่มีผิด

พูดให้ดูดีคือมีหลักการของตัวเอง พูดให้แย่หน่อยคือหัวดื้อไม่ฟังใคร

และถ้าพูดให้แรงที่สุด คือควบคุมไม่ได้

จนถึงตอนนี้ ‘ท่านผู้นั้น’ ก็ยังปฏิเสธที่จะแชร์ข้อมูลเทอร์มินัลส่วนตัว แม้แต่การร่วมรบก็ยังไม่ยอม ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว และทำอะไรตามใจชอบ

แผนเดิมของตู้คาโอ้คือใช้ไป๋เย่เป็นสะพานเชื่อม เพื่อดึงตัว ‘ท่านผู้นั้น’ เข้าสู่หน่วยเกราะดำ

ไป๋เย่มีจิตสำนึกรักชาติสูง แม้จะยังอ่อนหัดแต่จิตใจแน่วแน่ เดิมทีคิดว่าจะคุยง่ายกว่า ไม่นึกเลยว่าจะเจอปัญหาตั้งแต่เริ่มแบบนี้

“เขาไม่ได้ต่อต้านโดยเจตนาค่ะ... แต่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ”

ทันใดนั้น อวี่ฉินที่อยู่หน้าคอนโซลก็เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความประหลาดใจ

“เป็นปัญหาที่ฝ่ายเราเอง ด้วยความสามารถในการวิเคราะห์ตอนนี้ เรายังไม่สามารถถอดรหัสห์ยีนซูเปอร์ของเขาจากระยะไกลได้ แต่ถ้าข้ามขั้นตอนการวิเคราะห์ไป กระบวนการอื่น ๆ ยังทำงานได้ปกติค่ะ”

“วิเคราะห์ไม่ได้!?” ตู้คาโอ้สีหน้าเปลี่ยน ในใจสั่นสะท้าน

แม้เทคโนโลยีของเรือรบจวี้เสียจะล้าหลังกว่าอารยธรรมระดับสูง แต่นั่นก็เป็นแค่การเปรียบเทียบ

อาจวิเคราะห์อารยธรรมระดับนางฟ้าหรือปีศาจไม่ได้ แต่บนโลกนี้ อย่างน้อยพวกเขาก็ล้ำหน้าไปกว่าหนึ่งยุคสมัย!

ไม่สิ ต้องบอกว่าหลายยุคสมัยเลยต่างหาก!

แต่กลับวิเคราะห์ไม่ได้เนี่ยนะ...

“งั้นก็ยกเลิกการวิเคราะห์ยีนไปก่อน ทำการซิงโครไนซ์เทอร์มินัลส่วนตัว... ไม่สิ”

ตู้คาโอ้ก้มหน้า สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ชั่งน้ำหนักผลดีผลเสีย

หลังระดมความคิดชั่วครู่ เขาก็หันไปหาเหลียนเฟิง อดีตวิศวกรแห่งเต๋อโน

“เหลียนเฟิง เธอรับผิดชอบเทอร์มินัลชุดเกราะของไป๋เย่โดยตรง ให้สิทธิ์การเข้าถึงระดับเดียวกับเลอหน่า”

“รับทราบค่ะ”

......

“แรงน่ะเขาไม่ได้ใช้กันแบบนั้น... ออกแรงหน่อย มองคู่ต่อสู้ให้เป็น...ศัตรู มันยากนักรึไง?”

เลอหน่าทำหน้ายียวน น้ำเสียงแฝงการเย้ยหยัน

พอสวมชุดเกราะดำครบชุด หนุ่มฉกรรจ์ทั้งหลายกลับเขินอายไปเสียอย่างนั้น

เก๋อเสี่ยวหลุนมองดาบใหญ่ในมือ แค่น้ำหนักก็รู้สึกได้ว่าไม่ธรรมดา

‘จะให้เอาไอนี้ไปฟาดหัวคนงั้นหรอ…? ใครจะไปกล้าทำ! แถมพี่สาวตำรวจก็ยืนจ้องอยู่ตรงนั้น!’

ไม่ใช่แค่เก๋อเสี่ยวหลุน แม้แต่หลิวชวงเองก็ไม่กล้า...

ไม่ต้องพูดถึงตอนออกจากห้องขัง ต่อให้ไม่ได้เขียนหนังสือสัญญา เขาก็ไม่กล้าเอาขวานยักษ์นี่ไปจามหัวใครหรอก

จากจุดนี้จะเห็นได้ว่าเนื้อแท้ของหลิวชวงไม่ใช่คนเลวโดยสันดาน แต่ที่ทำตัวเกเรก่อนหน้าส่วนใหญ่เป็นผลจากสภาพแวดล้อม

“ช่างเถอะ ๆ มีดีแค่เปลือก ไปนั่งตรงโน้นไป”

เลอหน่าโบกมืออย่างเอือมระอา เก๋อเสี่ยวหลุนและหลิวชวงเหมือนยกภูเขาออกจากอก รีบวิ่งไปนั่งอยู่อีกด้านทันที

จากนั้นเลอหน่าก็หันมามองไป๋เย่ที่กำลังครุ่นคิด ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอกลับมายิ้มแย้มสดใสทันที

“นายอยากลองไหม?”

ไป๋เย่ละสายตาจากขวานของหลิวชวง หันไปมองเลอหน่า

“ได้สิ มีอาวุธให้ไหม?”

ความจริงไป๋เย่ก็มีอาวุธอยู่ ระบบบอกว่าเป็นอาวุธยีน แต่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน

จากภาพจำเกี่ยวกับมหาจักรพรรดิผานกู่ เขาเดาว่าอาวุธยีนของเขาน่าจะเป็นขวานสักเล่ม

ขวานผานกู่ที่ใช้ผ่าเปิดฟ้าดิน

แต่ตอนนี้เขายังห่างไกลจากการปลดล็อกอาวุธยีนของตัวเองเลยต้องขอยืมเลอหน่าใช้ไปก่อน

แต่คำถามนี้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากปาก ในหัวของไป๋เย่ก็มีเสียงแปลกประหลาดดังขึ้น

เรียบนิ่ง แต่ไพเราะ

“ฉันคือเหลียนเฟิงจากศูนย์บัญชาการจวี้เสีย คุณต้องการอาวุธประเภทไหนคะ? ฉันจะส่งผ่านเทอร์มินัลชุดเกราะไปให้”

ไป๋เย่ชะงัก เหลือบมองเลอหน่า ในใจพอจะเดาสถานการณ์ออกคร่าว ๆ

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ขอหนัก ๆ ถ้าเป็นขวานได้จะดีมาก”

“รับทราบค่ะ”

สองวินาทีต่อมา เหลียนเฟิงก็ส่งขวานด้ามหนึ่งมาให้ ไป๋เย่รู้สึกมือหนักอึ้งทันที แต่สังเกตว่ามันต่างจากอาวุธของพวกเก๋อเสี่ยวหลุนอย่างเห็นได้ชัด

เป็นอาวุธจากเลี่ยหยาง ที่มาจากคลังของเลอหน่า

“ใช้ได้นี่ เหมาะกับนายดีนะ ดูเท่มากเลย”

เลอหน่าสำรวจดูแล้วยกนิ้วให้อย่างจริงใจ

ไป๋เย่ลองขยับ ความรู้สึกขัดใจยิ่งชัดเจน จึงขมวดคิ้วถาม

“มีรุ่นอื่นอีกไหม?”

“นี่คือขวานที่หนักที่สุดแล้ว ถ้าวัดกันแค่น้ำหนัก ของหลิวชวงยังหนักไม่เท่าเล่มในมือคุณ อยากเปลี่ยนเป็นอันที่เบากว่าไหม?”

“ไม่เป็นไร เอาอันนี้แหละ” ไป๋เย่ตอบ

‘ยังไงซะวันหน้าก็ต้องใช้อาวุธของตัวเองอยู่แล้ว ไม่สำคัญหรอก’

เขาปรับตัวกับขวานที่ใหญ่กว่าของหลิวชวงเกือบหนึ่งเท่า แล้วมองไปที่เลอหน่า

‘ไม่รู้ว่าการสู้กับคนระดับนี้ จะได้แต้มวิวัฒนาการเท่าไหร่?’

เลอหน่าเองก็ดูตื่นเต้นไม่แพ้กัน

เธอสะบัดมือ แสงสีทองวาบขึ้น โล่และดาบใหญ่รูปร่างสุดเท่ก็ปรากฏขึ้นในมือซ้ายและขวา

“สายตาของฉันนี่ยอดเยี่ยมจริง ๆ...”

“เข้ามา! เทพธิดาผู้นี้จะเป็นคู่ซ้อมให้นายเอง!”

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 8 วิเคราะห์ยีนของเขาไม่ได้?

คัดลอกลิงก์แล้ว