- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกซูเปอร์ก็อด ได้ครอบครองยีนผานกู่สุดเทพ
- ตอนที่ 7 ฉันดูวิดีโอการต่อสู้ของนายแล้ว
ตอนที่ 7 ฉันดูวิดีโอการต่อสู้ของนายแล้ว
ตอนที่ 7 ฉันดูวิดีโอการต่อสู้ของนายแล้ว
ตกดึก
สุดท้ายจ้าวซินก็ไม่ได้ไปขอเปลี่ยนห้องกับผู้ดูแลหอพัก และยอมสงบปากสงบคำลงในที่สุด
“ว่าแต่พวกพวกนายโดนเกณฑ์เข้ามากันได้ยังไง?”
บทสนทนายามดึกในหอพักชายก็ได้เริ่มต้นขึ้น
“ฉันแรงเยอะมาตั้งแต่เด็ก ต่อยวัวตายด้วยมือเปล่าเชียวนะเว้ย” จ้าวซินเริ่มโม้ก่อนเป็นคนแรก
“ฉันว่านายเอาแต่โม้จนวัวตายมากกว่ามั้ง” เก๋อเสี่ยวหลุนแค่นเสียง “ส่วนฉันกับเพื่อนช่วยกันทุ่มรถหุ้มเกราะใส่มนุษย์ต่างดาว แล้วก็โดนเกณฑ์มาที่นี่นี่แหละ”
“เชี่ย! ถ้าจะแข่งกันโม้แบบนี้ นายชนะขาดเลยว่ะเพื่อน”
“ไม่ได้โม้ ถามไอ้ไป๋ดูก็ได้ จริงไหมไป๋?”
“ถ่อมตัวหน่อยเพื่อน” ไป๋เย่ตอบกลับเรียบ ๆ “คนที่จะมาอยู่ที่นี่ได้ล้วนไม่ใช่คนธรรมดา บางทีการฉีกรถถังด้วยมือเปล่าอาจจะเป็นเรื่องปกติไปเลย”
เจียเหวินเงียบตลอดบทสนทนา ราวกับหลับไปแล้ว
“ไม่ใช่ละ พวกนายคิดว่ากำลังถ่ายหนังไซไฟกันอยู่หรือไง?” จ้าวซินบ่นอย่างเอือมระอา รู้สึกเหมือนเจอคู่แข่งตัวฉกาจด้านการโม้เข้าให้
ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ไป๋เย่ก็นึกถึงประโยคหนึ่งขึ้นมาได้
‘ขีดจำกัดที่มนุษยชาติจะพัฒนาไปถึง ย่อมเป็นสถานที่ที่ไกลที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้’
ปัญหาก็คือ...หากยีนผานกู่ของเขาถูกพัฒนาไปจนถึงขีดสุด สำหรับอารยธรรมต่างดาวแล้ว มันจะกลายเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของพวกนั้นหรือไม่?
ขณะที่กำลังคิดอะไรอยู่นั้นเอง —
ตูม!!!!
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน ส่งผลให้หอพักเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
“แผ่นดินไหวเหรอ!? เชี่ยเอ้ย!”
จ้าวซินที่อยู่เตียงชั้นบนกระโดดลงมาด้วยความเร็วแสง ไม่ลืมคว้ากางเกงขาสั้นที่พาดอยู่ขอบเตียงขึ้นมาสวม
ไป๋เย่กับอีกสองคนก็ลุกพรวดขึ้นตามทันที ทั้งหมดรีบพากันวิ่งออกนอกตัวอาคาร สิ่งที่เห็นคือเปลวเพลิงร้อนกำลังค่อย ๆ มอดลงกลางสนามกีฬาซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร
เมื่อเปลวไฟจางหาย ก็เผยให้เห็นร่างของ... นักรบหญิงที่ถือโล่และดาบใหญ่?
“เชี่ย...”
จ้าวซินอ้าปากค้าง “ถ่ายหนังไซไฟกันอยู่จริง ๆ ด้วยแฮะ...”
“ท่าทางเท่ดีนี่” ไป๋เย่เลิกคิ้ว
ในสถาบันซูเปอร์ก๊อด คนที่ชอบทำตัวโดดเด่นขนาดนี้มีไม่กี่คน
เงาร่างนั้นนอกจาก ‘เลอหน่า’ แล้ว จะเป็นใครไปได้
หัวใจของไป๋เย่เริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างเงียบ ๆ
‘ถ้าได้สู้กับระดับนี้ คงได้แต้มวิวัฒนาการไม่น้อยแน่’
......
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังทานมื้อเช้าเสร็จ แก๊งสี่หนุ่มจากห้อง 203 ก็ได้รับแจ้งให้ไปรวมพลที่สนาม
ที่นั่นไม่ได้มีแค่พวกเขาสี่คนเท่านั้น ไป๋เย่ยังเห็น “คนหน้าคุ้น” อีกหลาย ๆ คน เช่น
ฉีหลิน ตำรวจสาวที่เคยขับรถไปส่งพวกเขา
รุ่ยเหมิงเหมิง ที่กำลังมองซ้ายมองขวา
เฉียงเว่ย ที่กำลังทำหน้าตึงยืนกอดอก
และหลิวชวง ที่มีคำว่าอวดดีแปะอยู่บนหน้า
“ไอ้หมอนี่มาได้ไงวะ?” ยังเดินไปไม่ถึงไหน เก๋อเสี่ยวหลุนบ่นอุบอิบทันทีที่เห็นหลิวชวง
“ฉันบอกแล้วว่ามันก็ปลุกพลังได้เหมือนกัน คงโดนเรียกตัวมานั่นแหละ” ไป๋เย่ตอบ
“ที่นี่รับคนมั่วซั่วชะมัด... แม้แต่อันธพาลก็ยังจะเอามาปกป้องชาติ”
“นายมีปัญหาอะไรกับอันธพาล?” จ้าวซินที่เดินอยู่ข้าง ๆ เริ่มไม่พอใจ
“มีปัญหากับพวกสวะสังคมต่างหาก”
ไป๋เย่สบตาเข้ากับหลิวชวงพอดี
อีกฝ่ายเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน แม้จะโดนอัดจนฟันร่วงไปหลายซี่ แต่พอเจอกันอีกครั้ง แววตาก็ยังดุร้ายเหมือนเดิม
“ไอ้ลูกหมาสองตัวนี้ก็มาด้วยงั้นเหรอ ดีเลย ปะป๊าคนนี้ยังไม่ได้กินข้าวเช้า งั้นขอตืบพวกแกเป็นมื้อเช้าหน่อยแล้วกัน!”
หลิวชวงถลกแขนเสื้อเดินตรงเข้ามา
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เก๋อเสี่ยวหลุนอาจจะปอดแหกถอยหนีไป แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์ช่วยกันทุ่มรถหุ้มเกราะกับไป๋เย่ จิตใจของเก๋อเสี่ยวหลุนก็เหมือนผ่านการชุบตัวมาแล้วรอบหนึ่ง
นอกจากจะไม่กลัว เขายังเดินปรี่เข้าไปหาหลิวชวงด้วยซ้ำ
“กลัวที่ไหนล่ะ! ก็เข้ามาสิวะ!” เก๋อเสี่ยวหลุนตะโกนท้าทาย
“ฟันขึ้นแล้วหรือไง?” ไป๋เย่เองก็ไม่ได้ยืนดูเฉย ๆ
“จะไปคุยกับไอ้พวกสวะทำไม อัดแม่งเลยดิ!”
แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมาย คือคนที่พุ่งออกไปคนแรกกลับเป็นจ้าวซิน!
ยังไงซะก็นอนห้องเดียวกันมาตั้งคืนนึง(?) ฝั่งตรงข้ามดูยังไงก็เป็นพวกนักเลงข้างถนน เมื่อเพื่อนร่วมห้องมีภัย แถมไอ้สองคนนี้ก็ดูท่าทางจะเก่งใช่ย่อย จ้าวซินเลยไม่คิดหน้าคิดหลัง พุ่งเข้าไปเปิดก่อนทันที!
“เชี่ยไรเนี่ย?!” หลิวชวงที่กำลังเพ่งสมาธิไปที่คู่กรณีสองคนตรงหน้า ไม่ทันระวังว่าจะมีไอ้บ้าที่ไหนโผล่มาแจม
จ้าวซินกระโดดถีบเข้าเต็มแรง จนหน้าหลิวชวงบิดเบี้ยว ร่างเอียงกระเท่เร่ล้มฟาดพื้นดังพลั่ก
เก๋อเสี่ยวหลุนและไป๋เย่มองหน้ากัน “เอาเลย!”
ทั้งสองกรูเข้าไปเสริมทัพ หลิวชวงทำท่าจะเสียฟันเพิ่มอีกสองซี่
ทว่าคราวนี้เจ้าตัวไม่คิดสู้จนตัวตายแบบครั้งก่อน กลับเอามือกุมหัวร้องขอชีวิตเสียงหลง “เบาหน่อย! ผิดไปแล้ว ๆ ๆ!”
“ฉันแค่จะแอ๊คสาวเฉย ๆ ต้องทำขนาดนี้เลยหรอวะ! พี่ตำรวจสาวน่ะ เข้ามาช่วยกันหน่อยสิ!! เขียนหนังสือรับรอง สัญญาว่าจะกลับตัวเป็นคนดีแล้วไง!!”
ฉีหลินที่ตั้งใจจะปล่อยผ่านเริ่มทนดูไม่ได้ ขณะกำลังจะเอ่ยปากห้าม จู่ ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นกลางสนามขึ้นแทรก
ตูม!!!!
ตำแหน่งเดิมกับเมื่อคืนเป๊ะ
เสียงฟ้าคำรามกึกก้อง เลอหน่าเปิดตัวอย่างเจิดจรัส
ชุดเกราะสีดำขับเน้นรูปร่างอันเย้ายวนให้ดูโดดเด่น เน้นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน ขาขาวเรียวยาวโผล่พ้นกระโปรงศึกและรองเท้าบูตชวนให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิง
ทันทีที่เลอหน่าลงสู่พื้น เธอก็เห็นคนสามคนกำลังรุมยำหลิวชวง โดยเฉพาะเมื่อเห็นไป๋เย่ แววตาของเธอก็ฉายแววตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด
“โอ้? แต่ละคนดูพลังเหลือล้นกันดีจังนะ”
เลอหน่าละสายตาจากไป๋เย่ หันไปมองเก๋อเสี่ยวหลุนและจ้าวซินที่รีบถอยออกไป รวมถึงหลิวชวงที่เพิ่งตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน
แรงกดดันแผ่ออกมาจาง ๆ ทั่วทั้งสนามเงียบกริบทันใด
“ดีเลย เทพธิดาอย่างฉันน่ะชอบคนบ้าพลังอยู่แล้ว เอาล่ะ เปลี่ยนชุดอุปกรณ์กันซะแล้วค่อยมาซัดกันต่อ”
เลอหน่าดีดนิ้ว
วินาทีถัดมา ชุดเกราะสีดำอันน่าเกรงขามก็ปรากฏขึ้นบนร่างของหลิวชวง เก๋อเสี่ยวหลุน และจ้าวซิน แต่ไป๋เย่กลับไม่มี
ขณะที่เขากำลังสงสัยว่าชุดเกราะดำพวกนี้มีไว้สำหรับนักรบเชินเหอเท่านั้นหรือเปล่า เลอหน่าก็ขยับเข้ามาใกล้ แล้ววางมือเล็ก ๆ ลงบนหน้าอกของเขา
“ของนายน่ะพิเศษหน่อย... ฉันสั่งให้เลี่ยหยางส่งเกราะชุดนี้มาให้แบบด่วนจี๋ ใช้แก้ขัดไปก่อนนะ ตกลงไหม?”
เสียงของเลอหน่าดังขึ้นข้างหู จงใจกดเสียงให้ต่ำราวกับกำลังกระซิบกระซาบ
ประกอบกับมือซุกซนของเธอ ทำให้ไป๋เย่มีเหตุผลจะสงสัยว่า... หรือนี่ตัวฉันจะกำลังโดนแต๊ะอั๋งอยู่
แต่ความคิดนั้นก็ถูกโยนทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เพราะชุดเกราะสีทองหนาหนักชุดหนึ่ง ได้ปรากฏขึ้นสวมทับร่างของเขา
ไป๋เย่รู้สึกถึงน้ำหนักที่กดทับลงมาได้ มันหนักมากจริง ๆ แต่ก็เท่ไร้คำบรรยายเช่นกัน
ไม่จำเป็นต้องส่องกระจก แค่มองจากสายตาของพวกเก๋อเสี่ยวหลุน ไป๋เย่ก็พอจะเดาภาพลักษณ์ของตัวเองในตอนนี้ได้
“ฉันได้ดูวิดีโอการต่อสู้ของนายแล้ว น่ารักดีนี่... ฉันรู้สึกส่วนตัวน่ะว่าเกราะดำพวกนั้นไม่ค่อยเหมาะกับนาย ลองใส่ชุดนี้ดูก็แล้วกัน”
“เกราะชุดนี้มีชื่อว่า ‘ซานเยว่ (ขุนเขา)’ นายใช้ได้เต็มที่... ส่วนอาวุธ ถ้าบอกว่าถนัดอะไรได้แล้วเดี๋ยวฉันจัดหามาให้”
เลอหน่ายังคงกระซิบข้างหูไป๋เย่ แถมยังแอบขยิบตาให้ทีหนึ่ง
ท่าทีชวนสับสน ทำเอาไป๋เย่มึนงง ตัวแข็งทื่อ
‘วิดีโอต่อสู้? ไอ้ตอนทุ่มรถหุ้มเกราะนั่นน่ะเหรอ? มันเท่ขนาดนั้นเลย? ถึงจะรู้อยู่แล้วว่านิสัยของเลอหน่าเป็นแบบนี้ แต่นี่มันก็ออกจะ...รุกหนักไปหน่อยไหมเนี่ย? แล้วไอฟีลลิ่งเหมือนเป็นเด็กเสี่ยโดนเลี้ยงต้อยนี่มันคืออะไรกัน’
แต่สิ่งที่ไป๋เย่ไม่รู้ก็คือ...
ในขณะเดียวกัน กาแล็กซีเลี่ยหยางอันไกลโพ้น แม่ทัพใหญ่ผานเจิ้น พลันเกิดสัมผัสพิเศษ ร่างกายสั่นสะท้านเฮือกหนึ่ง
“เกราะขุนเขาของท่านอ๋อง... ถูกเลอหน่าเปิดใช้งานแล้วรึ!?”
[จบแล้ว]