เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 ฉันดูวิดีโอการต่อสู้ของนายแล้ว

ตอนที่ 7 ฉันดูวิดีโอการต่อสู้ของนายแล้ว

ตอนที่ 7 ฉันดูวิดีโอการต่อสู้ของนายแล้ว


ตกดึก

สุดท้ายจ้าวซินก็ไม่ได้ไปขอเปลี่ยนห้องกับผู้ดูแลหอพัก และยอมสงบปากสงบคำลงในที่สุด

“ว่าแต่พวกพวกนายโดนเกณฑ์เข้ามากันได้ยังไง?”

บทสนทนายามดึกในหอพักชายก็ได้เริ่มต้นขึ้น

“ฉันแรงเยอะมาตั้งแต่เด็ก ต่อยวัวตายด้วยมือเปล่าเชียวนะเว้ย” จ้าวซินเริ่มโม้ก่อนเป็นคนแรก

“ฉันว่านายเอาแต่โม้จนวัวตายมากกว่ามั้ง” เก๋อเสี่ยวหลุนแค่นเสียง “ส่วนฉันกับเพื่อนช่วยกันทุ่มรถหุ้มเกราะใส่มนุษย์ต่างดาว แล้วก็โดนเกณฑ์มาที่นี่นี่แหละ”

“เชี่ย! ถ้าจะแข่งกันโม้แบบนี้ นายชนะขาดเลยว่ะเพื่อน”

“ไม่ได้โม้ ถามไอ้ไป๋ดูก็ได้ จริงไหมไป๋?”

“ถ่อมตัวหน่อยเพื่อน” ไป๋เย่ตอบกลับเรียบ ๆ “คนที่จะมาอยู่ที่นี่ได้ล้วนไม่ใช่คนธรรมดา บางทีการฉีกรถถังด้วยมือเปล่าอาจจะเป็นเรื่องปกติไปเลย”

เจียเหวินเงียบตลอดบทสนทนา ราวกับหลับไปแล้ว

“ไม่ใช่ละ พวกนายคิดว่ากำลังถ่ายหนังไซไฟกันอยู่หรือไง?” จ้าวซินบ่นอย่างเอือมระอา รู้สึกเหมือนเจอคู่แข่งตัวฉกาจด้านการโม้เข้าให้

ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ไป๋เย่ก็นึกถึงประโยคหนึ่งขึ้นมาได้

‘ขีดจำกัดที่มนุษยชาติจะพัฒนาไปถึง ย่อมเป็นสถานที่ที่ไกลที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้’

ปัญหาก็คือ...หากยีนผานกู่ของเขาถูกพัฒนาไปจนถึงขีดสุด สำหรับอารยธรรมต่างดาวแล้ว มันจะกลายเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของพวกนั้นหรือไม่?

ขณะที่กำลังคิดอะไรอยู่นั้นเอง —

ตูม!!!!

เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน ส่งผลให้หอพักเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

“แผ่นดินไหวเหรอ!? เชี่ยเอ้ย!”

จ้าวซินที่อยู่เตียงชั้นบนกระโดดลงมาด้วยความเร็วแสง ไม่ลืมคว้ากางเกงขาสั้นที่พาดอยู่ขอบเตียงขึ้นมาสวม

ไป๋เย่กับอีกสองคนก็ลุกพรวดขึ้นตามทันที ทั้งหมดรีบพากันวิ่งออกนอกตัวอาคาร สิ่งที่เห็นคือเปลวเพลิงร้อนกำลังค่อย ๆ มอดลงกลางสนามกีฬาซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร

เมื่อเปลวไฟจางหาย ก็เผยให้เห็นร่างของ... นักรบหญิงที่ถือโล่และดาบใหญ่?

“เชี่ย...”

จ้าวซินอ้าปากค้าง “ถ่ายหนังไซไฟกันอยู่จริง ๆ ด้วยแฮะ...”

“ท่าทางเท่ดีนี่” ไป๋เย่เลิกคิ้ว

ในสถาบันซูเปอร์ก๊อด คนที่ชอบทำตัวโดดเด่นขนาดนี้มีไม่กี่คน

เงาร่างนั้นนอกจาก ‘เลอหน่า’ แล้ว จะเป็นใครไปได้

หัวใจของไป๋เย่เริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างเงียบ ๆ

‘ถ้าได้สู้กับระดับนี้ คงได้แต้มวิวัฒนาการไม่น้อยแน่’

......

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังทานมื้อเช้าเสร็จ แก๊งสี่หนุ่มจากห้อง 203 ก็ได้รับแจ้งให้ไปรวมพลที่สนาม

ที่นั่นไม่ได้มีแค่พวกเขาสี่คนเท่านั้น ไป๋เย่ยังเห็น “คนหน้าคุ้น” อีกหลาย ๆ คน เช่น

ฉีหลิน ตำรวจสาวที่เคยขับรถไปส่งพวกเขา

รุ่ยเหมิงเหมิง ที่กำลังมองซ้ายมองขวา

เฉียงเว่ย ที่กำลังทำหน้าตึงยืนกอดอก

และหลิวชวง ที่มีคำว่าอวดดีแปะอยู่บนหน้า

“ไอ้หมอนี่มาได้ไงวะ?” ยังเดินไปไม่ถึงไหน เก๋อเสี่ยวหลุนบ่นอุบอิบทันทีที่เห็นหลิวชวง

“ฉันบอกแล้วว่ามันก็ปลุกพลังได้เหมือนกัน คงโดนเรียกตัวมานั่นแหละ” ไป๋เย่ตอบ

“ที่นี่รับคนมั่วซั่วชะมัด... แม้แต่อันธพาลก็ยังจะเอามาปกป้องชาติ”

“นายมีปัญหาอะไรกับอันธพาล?” จ้าวซินที่เดินอยู่ข้าง ๆ เริ่มไม่พอใจ

“มีปัญหากับพวกสวะสังคมต่างหาก”

ไป๋เย่สบตาเข้ากับหลิวชวงพอดี

อีกฝ่ายเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน แม้จะโดนอัดจนฟันร่วงไปหลายซี่ แต่พอเจอกันอีกครั้ง แววตาก็ยังดุร้ายเหมือนเดิม

“ไอ้ลูกหมาสองตัวนี้ก็มาด้วยงั้นเหรอ ดีเลย ปะป๊าคนนี้ยังไม่ได้กินข้าวเช้า งั้นขอตืบพวกแกเป็นมื้อเช้าหน่อยแล้วกัน!”

หลิวชวงถลกแขนเสื้อเดินตรงเข้ามา

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เก๋อเสี่ยวหลุนอาจจะปอดแหกถอยหนีไป แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์ช่วยกันทุ่มรถหุ้มเกราะกับไป๋เย่ จิตใจของเก๋อเสี่ยวหลุนก็เหมือนผ่านการชุบตัวมาแล้วรอบหนึ่ง

นอกจากจะไม่กลัว เขายังเดินปรี่เข้าไปหาหลิวชวงด้วยซ้ำ

“กลัวที่ไหนล่ะ! ก็เข้ามาสิวะ!” เก๋อเสี่ยวหลุนตะโกนท้าทาย

“ฟันขึ้นแล้วหรือไง?” ไป๋เย่เองก็ไม่ได้ยืนดูเฉย ๆ

“จะไปคุยกับไอ้พวกสวะทำไม อัดแม่งเลยดิ!”

แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมาย คือคนที่พุ่งออกไปคนแรกกลับเป็นจ้าวซิน!

ยังไงซะก็นอนห้องเดียวกันมาตั้งคืนนึง(?) ฝั่งตรงข้ามดูยังไงก็เป็นพวกนักเลงข้างถนน เมื่อเพื่อนร่วมห้องมีภัย แถมไอ้สองคนนี้ก็ดูท่าทางจะเก่งใช่ย่อย จ้าวซินเลยไม่คิดหน้าคิดหลัง พุ่งเข้าไปเปิดก่อนทันที!

“เชี่ยไรเนี่ย?!” หลิวชวงที่กำลังเพ่งสมาธิไปที่คู่กรณีสองคนตรงหน้า ไม่ทันระวังว่าจะมีไอ้บ้าที่ไหนโผล่มาแจม

จ้าวซินกระโดดถีบเข้าเต็มแรง จนหน้าหลิวชวงบิดเบี้ยว ร่างเอียงกระเท่เร่ล้มฟาดพื้นดังพลั่ก

เก๋อเสี่ยวหลุนและไป๋เย่มองหน้ากัน “เอาเลย!”

ทั้งสองกรูเข้าไปเสริมทัพ หลิวชวงทำท่าจะเสียฟันเพิ่มอีกสองซี่

ทว่าคราวนี้เจ้าตัวไม่คิดสู้จนตัวตายแบบครั้งก่อน กลับเอามือกุมหัวร้องขอชีวิตเสียงหลง “เบาหน่อย! ผิดไปแล้ว ๆ ๆ!”

“ฉันแค่จะแอ๊คสาวเฉย ๆ ต้องทำขนาดนี้เลยหรอวะ! พี่ตำรวจสาวน่ะ เข้ามาช่วยกันหน่อยสิ!! เขียนหนังสือรับรอง สัญญาว่าจะกลับตัวเป็นคนดีแล้วไง!!”

ฉีหลินที่ตั้งใจจะปล่อยผ่านเริ่มทนดูไม่ได้ ขณะกำลังจะเอ่ยปากห้าม จู่ ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นกลางสนามขึ้นแทรก

ตูม!!!!

ตำแหน่งเดิมกับเมื่อคืนเป๊ะ

เสียงฟ้าคำรามกึกก้อง เลอหน่าเปิดตัวอย่างเจิดจรัส

ชุดเกราะสีดำขับเน้นรูปร่างอันเย้ายวนให้ดูโดดเด่น เน้นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน ขาขาวเรียวยาวโผล่พ้นกระโปรงศึกและรองเท้าบูตชวนให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิง

ทันทีที่เลอหน่าลงสู่พื้น เธอก็เห็นคนสามคนกำลังรุมยำหลิวชวง โดยเฉพาะเมื่อเห็นไป๋เย่ แววตาของเธอก็ฉายแววตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด

“โอ้? แต่ละคนดูพลังเหลือล้นกันดีจังนะ”

เลอหน่าละสายตาจากไป๋เย่ หันไปมองเก๋อเสี่ยวหลุนและจ้าวซินที่รีบถอยออกไป รวมถึงหลิวชวงที่เพิ่งตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน

แรงกดดันแผ่ออกมาจาง ๆ ทั่วทั้งสนามเงียบกริบทันใด

“ดีเลย เทพธิดาอย่างฉันน่ะชอบคนบ้าพลังอยู่แล้ว เอาล่ะ เปลี่ยนชุดอุปกรณ์กันซะแล้วค่อยมาซัดกันต่อ”

เลอหน่าดีดนิ้ว

วินาทีถัดมา ชุดเกราะสีดำอันน่าเกรงขามก็ปรากฏขึ้นบนร่างของหลิวชวง เก๋อเสี่ยวหลุน และจ้าวซิน แต่ไป๋เย่กลับไม่มี

ขณะที่เขากำลังสงสัยว่าชุดเกราะดำพวกนี้มีไว้สำหรับนักรบเชินเหอเท่านั้นหรือเปล่า เลอหน่าก็ขยับเข้ามาใกล้ แล้ววางมือเล็ก ๆ ลงบนหน้าอกของเขา

“ของนายน่ะพิเศษหน่อย... ฉันสั่งให้เลี่ยหยางส่งเกราะชุดนี้มาให้แบบด่วนจี๋ ใช้แก้ขัดไปก่อนนะ ตกลงไหม?”

เสียงของเลอหน่าดังขึ้นข้างหู จงใจกดเสียงให้ต่ำราวกับกำลังกระซิบกระซาบ

ประกอบกับมือซุกซนของเธอ ทำให้ไป๋เย่มีเหตุผลจะสงสัยว่า... หรือนี่ตัวฉันจะกำลังโดนแต๊ะอั๋งอยู่

แต่ความคิดนั้นก็ถูกโยนทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เพราะชุดเกราะสีทองหนาหนักชุดหนึ่ง ได้ปรากฏขึ้นสวมทับร่างของเขา

ไป๋เย่รู้สึกถึงน้ำหนักที่กดทับลงมาได้ มันหนักมากจริง ๆ แต่ก็เท่ไร้คำบรรยายเช่นกัน

ไม่จำเป็นต้องส่องกระจก แค่มองจากสายตาของพวกเก๋อเสี่ยวหลุน ไป๋เย่ก็พอจะเดาภาพลักษณ์ของตัวเองในตอนนี้ได้

“ฉันได้ดูวิดีโอการต่อสู้ของนายแล้ว น่ารักดีนี่... ฉันรู้สึกส่วนตัวน่ะว่าเกราะดำพวกนั้นไม่ค่อยเหมาะกับนาย ลองใส่ชุดนี้ดูก็แล้วกัน”

“เกราะชุดนี้มีชื่อว่า ‘ซานเยว่ (ขุนเขา)’ นายใช้ได้เต็มที่... ส่วนอาวุธ ถ้าบอกว่าถนัดอะไรได้แล้วเดี๋ยวฉันจัดหามาให้”

เลอหน่ายังคงกระซิบข้างหูไป๋เย่ แถมยังแอบขยิบตาให้ทีหนึ่ง

ท่าทีชวนสับสน ทำเอาไป๋เย่มึนงง ตัวแข็งทื่อ

‘วิดีโอต่อสู้? ไอ้ตอนทุ่มรถหุ้มเกราะนั่นน่ะเหรอ? มันเท่ขนาดนั้นเลย? ถึงจะรู้อยู่แล้วว่านิสัยของเลอหน่าเป็นแบบนี้ แต่นี่มันก็ออกจะ...รุกหนักไปหน่อยไหมเนี่ย? แล้วไอฟีลลิ่งเหมือนเป็นเด็กเสี่ยโดนเลี้ยงต้อยนี่มันคืออะไรกัน’

แต่สิ่งที่ไป๋เย่ไม่รู้ก็คือ...

ในขณะเดียวกัน กาแล็กซีเลี่ยหยางอันไกลโพ้น แม่ทัพใหญ่ผานเจิ้น พลันเกิดสัมผัสพิเศษ ร่างกายสั่นสะท้านเฮือกหนึ่ง

“เกราะขุนเขาของท่านอ๋อง... ถูกเลอหน่าเปิดใช้งานแล้วรึ!?”

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 7 ฉันดูวิดีโอการต่อสู้ของนายแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว