เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 คู่หูจอมเดือด

ตอนที่ 4 คู่หูจอมเดือด

ตอนที่ 4 คู่หูจอมเดือด


หากย้อนเวลากลับไปเมื่อสามชั่วโมงก่อน ถ้ามีใครมาบอกเก๋อเสี่ยวหลุนว่าให้ช่วยกันยกรถหุ้มเกราะ แล้วทุ่มใส่สัตว์ประหลาดหน่อย เขาคงปฏิเสธทันที

ไม่เพียงแค่ปฏิเสธเท่านั้น เขายังต้องรีบโทรเรียกโรงพยาบาลจิตเวชให้มารับตัวคนพูดไปโดยด่วน

แต่ ณ เวลานี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

ไป๋เย่และเก๋อเสี่ยวหลุนแอบย่องไปยังด้านหลังซากรถหุ้มเกราะ ทั้งสองลองออกแรงยกพร้อมกันด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ผลปรากฏว่าพวกเขาสามารถยกมันขึ้นได้จริง ๆ!

ไม่ใช่แค่ยกขึ้นได้เท่านั้น แต่ยังรู้สึกว่าไม่ได้หนักหนาอะไร ราวกับกำลังแบกถังน้ำดื่มปกติอย่างไรอย่างนั้น!

“สาม!”

“สอง!”

“หนึ่ง!”

“ทุ่มแม่มเลย!”

ทั้งสองออกแรงเหวี่ยงไปข้างหน้าพร้อมกัน รถหุ้มเกราะที่ถูกยกขึ้นลอยละลิ่วออกไป

ท่ามกลางสมรภูมิที่กำลังยิงถล่มใส่กันอย่างดุเดือด ไม่มีใครทันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงฉับพลันนี้

จนกระทั่งรถหุ้มเกราะคันนั้นพุ่งตกลงกลางวงล้อมของพวกเทาเที่ย แรงกระแทกมหาศาลถึงขนาดทำให้รถกระดอนจากพื้นขึ้นมาอีกครั้ง

ทันใดนั้นราวกับโลกเงียบเสียงลงในพริบตา

ไป๋เย่ที่เลือดขึ้นหน้าไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาพุ่งตัวเข้าไปซ้ำด้วยความเร็วสูงประหนึ่งกระสุนปืนใหญ่ที่หลุดจากปากกระบอก

“จัดการมันเลย!!!”

เก๋อเสี่ยวหลุนรีบตามไปติด ๆ อะดรีนาลีนสูบฉีดไปทั่วร่าง ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้ว... เขาคือยอดมนุษย์!

“หยุดยิง!! รีบหยุดยิงเดี๋ยวนี้!!!”

สมกับที่เป็นผู้บัญชาการ  ต่อให้สถานการณ์จะโกลาหลเพียงใด ก็ยังตั้งสติและสั่งการทหารให้หยุดยิงได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนสองหนุ่มที่พุ่งตัวเข้าไปปะทะ ตอนนี้ได้ประชิดตัวพวกเทาเที่ยเรียบร้อยแล้ว

ไม่มีเทคนิคการต่อสู้ชั้นสูง ไม่มีแผนการซับซ้อน ไม่มีท่วงท่าลีลาที่สวยงาม

ไป๋เย่คว้าปืนของพวกเทาเที่ยที่ตกอยู่ขึ้นมา แต่แทนที่จะยิง เขากลับใช้มันเป็นกระบอง ฟาดใส่หัวอีกฝ่ายไม่ยั้ง!

เก๋อเสี่ยวหลุนเองก็ใช่ว่าจะยืนดูเฉย ๆ เมื่อเย็นเขาอัดหลิวชวงไปยังไง ตอนนี้เขาก็ซัดพวกเทาเที่ยอย่างนั้น

เขานั่งคร่อมร่างพวกเทาเที่ย แล้วระดมหมัดทุบเข้าที่ศีรษะไม่หยุดมือ ทุบจนหมวกเกราะและหัวเละไปพร้อมกัน!

เพียงไม่ถึงหนึ่งนาที

พวกเทาเที่ยไม่กี่ตัวที่ทำให้กองทัพต้องปวดหัว กลับถูกเด็กหนุ่มสองคนบ้าระห่ำจัดการจนราบคาบ!

หลังจากจัดการเสร็จ ไป๋เย่ยังทุบอกคำราม ร้องตะโกนก้องฟ้า

“ไอ้พวกสวะ! ใครกล้ารุกรานโลกเรา ต่อให้อยู่ไกลแค่ไหนก็ต้องกำจัดให้หมด!!”

.......

ในขณะเดียวกัน ณ ศูนย์บัญชาการเรือรบจวี้เสีย

ภาพของไป๋เย่และเก๋อเสี่ยวหลุนที่เปี่ยมด้วยความฮึกเหิม ทำให้ทั้งห้องบัญชาการเงียบกริบไร้สุ้มเสียง

“สะใจ สะใจจริง ๆ! ฮ่า ๆ!”

ตู้คาอ้าวหัวเราะร่า หันไปมองเฉียงเว่ย “ตอนนี้ลูกคิดว่ามันมีความหมายหรือยัง? ต้นกล้าชั้นดีขนาดนี้เชียวนะ ฮ่า ๆ ๆ!”

“เชอะ พวกป่าเถื่อน” เฉียงเว่ยกลอกตา แต่พอหันกลับไปมองจออีกครั้ง แววตากลับเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่เป็นเพียงนักศึกษามหาวิทยาลัยสองคนที่เพิ่งจะปลุกยีนซูเปอร์ขึ้นมาได้ และยังไม่รู้วิธีใช้พลังด้วยซ้ำ

แม้แต่ตอนจะข้ามเส้นกั้นเขตแดนยังลังเลอยู่ตั้งนานสองนาน

แต่ยิ่งเป็นแบบนั้น ก็ยิ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงสภาพจิตใจของทั้งคู่... จิตใจของคนธรรมดา

มีความตื่นตระหนก มีความหวาดกลัว แต่ไม่ได้ปอดแหก

โดยเฉพาะหมอนั่นที่หน้าตาดูดีนิดหน่อย... หน้าตาก็ออกจะสำอางแท้ ๆ แต่ทำไมถึงดูบ้าระห่ำกว่าเจ้าทึ่มเก๋อเสี่ยวหลุนเสียอีก

“เตรียมตัวให้พร้อม เฉียงเว่ย”

ตู้คาอ้าวเอ่ยขึ้น น้ำเสียงยังคงเจือไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจที่ยังไม่จางหาย

“พรุ่งนี้ไปติดต่อพ่อหนุ่มสองคนนี้ซะ... พ่อแทบจะรอไม่ไหวแล้ว ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”

.......

กว่าไป๋เย่และเก๋อเสี่ยวหลุนจะกลับถึงหอพัก ก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่า

ประตูใหญ่ปิดไปนานแล้ว ทั้งสองจึงต้องปีนกำแพงเข้ามา

ความจริงถ้าไม่ได้นายทหารระดับสูงสักคนโทรศัพท์มาเคลียร์ให้ ป่านนี้พวกเขาก็คงยังไม่ได้กลับ

หอพักพวกเขาเป็นห้องคู่

สองเพื่อนซี้นอนอยู่บนเตียง พลิกตัวไปมา ต่างนอนไม่หลับ

หนึ่งวันกับสองสมรภูมิ สภาพจิตใจของทั้งคู่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

“ไอ้ไป๋ ฉันยังรู้สึกเหมือนมันไม่จริงเลยว่ะ เหมือนกับฝันไป...” เก๋อเสี่ยวหลุนที่นอนอยู่เตียงชั้นบนพูดขึ้น

“ก็คงงั้นมั้ง” ไป๋เย่นอนเอามือหนุนหัว สายตามองลอดไปนอกหน้าต่าง

ดวงดาวยังสว่างไสว ดวงจันทร์ยังแขวนอยู่บนฟ้า

สองโลกช่างคล้ายคลึง แต่ทุกอย่างกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

จัดการเทาเที่ยไปไม่กี่ตัว แต่แต้มวิวัฒนาการกลับพุ่งไปเกินสองร้อย

การฆ่าและการเอาชนะมันคนละเรื่องกันจริง ๆ เพราะต่อให้เป็นเทพสงครามโนซิงที่ยังตื่นไม่เต็มที่ ก็คงไม่ให้แต้มแค่นิดเดียวแบบนั้น

ไป๋เย่ทุ่มแต้มทั้งหมดลงไปที่ความสามารถในการโจมตีของยีน

‘พลังบดขยี้’

ความสามารถในการโจมตีของยีน ถือเป็นสกิลเฉพาะของยีนผานกู่

ตอนอัดหลิวชวงเขายังไม่ทันสังเกต อาจเป็นเพราะอีกฝ่ายมีร่างกายที่แข็งแกร่งพอสมควร แต่ตอนไล่อัดพวกเทาเที่ย เกราะของพวกมันดูเหมือนทำมาจากกระดาษยังไงยังงั้น

“ไอ้ไป๋ นายว่าสัตว์ประหลาดพวกนั้น... มันมีเยอะไหมวะ?” เก๋อเสี่ยวหลุนที่นอนไม่หลับถามขึ้น

“ไม่รู้สิ แต่น่าจะไม่น้อย” ไป๋เย่ตอบส่ง ๆ

“แต่ก็ไม่น่ามีปัญหา มาเท่าไหร่ก็ซัดร่วงให้หมดนั่นแหละ”

“พูดอีกก็ถูกอีก... เฮ้อ... แต่ไม่รู้ว่ามันจะกระทบกับการสอบของพวกเราไหมเนี่ยสิ”

“......”

คิดได้ไงวะเรื่องสอบต่อ

ตลอดทั้งคืนพลิกตัวอย่างไรก็นอนไม่หลับ จนฟ้าเริ่มสาง ไป๋เย่ถึงได้หลับไปงีบหนึ่ง

แต่รู้สึกเหมือนเพิ่งหลับไปได้ไม่นาน ก็ถูกเสียงเคาะประตูปลุกจนตื่น

“ใครวะมาแต่เช้าเชียว... เห้ย แปดโมงแล้ว?”

เก๋อเสี่ยวหลุนเดินไปเปิดประตูด้วยดวงตาแดงก่ำ ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเมื่อคืนเขาเองก็นอนไม่หลับเช่นกัน

ไป๋เย่พลิกตัว เตรียมจะนอนต่อ แต่กลับได้ยินเสียงร้องประหลาดของเก๋อเสี่ยวหลุน

“เชี่ย! ชายชุดดำ!?”

ชายชุดดำ?

ไป๋เย่ขมวดคิ้วลุกขึ้นนั่ง ในตอนนั้นเอง ภายในหอพักคู่ขนาดกะทัดรัด ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญเดินเข้ามาสองคน

คนหนึ่งสวมสูทสีดำ เชิ้ตขาว ผูกเนกไทดำ สวมแว่นกันแดด ผมตัดสั้นเกรียนดูทะมัดทะแมง

อีกคนเป็นหญิงสาวอายุราวยี่สิบปี สวมกางเกงยีนส์ รองเท้าส้นสูง สวมแจ็กเกตสีแดง ผมสีแดงกุหลาบพลิ้วไสวยาวสลวย

เฉียงเว่ยพร้อมกับเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการในชุดดำอีกหนึ่งคน

ไป๋เย่ถอนหายใจ ยอมรับเลยว่าตู้คาอ้าวทำงานไวพิลึก

แต่ก็เข้าใจได้

กองทัพยมโลกเริ่มบุกมาแล้ว หน่วยลาดตระเวนเริ่มบินเข้ามาในโลก แถมพุ่งตรงมาที่นี่อีก

เวลาที่เหลือให้โลก และเหลือให้ประเทศนี้ ดูเหมือนจะมีไม่มากแล้ว

“ปกติพวกคุณพักอยู่ที่นี่กันเหรอครับ?”

เจ้าหน้าที่ชุดดำสายปฏิบัติการเอ่ยถาม ส่วนเฉียงเว่ยยืนนิ่ง ๆ

แต่ไป๋เย่สังเกตเห็นว่าแม่สาวเย็นชาคนนี้ดูจะหลุดคาแร็กเตอร์ไปหน่อย ตั้งแต่เดินเข้ามา เธอก็มองซ้ายมองขวาอย่างกับเด็กขี้สงสัย

“ว่าไง สนใจจะเปลี่ยนไปอยู่หอพักที่ใหญ่กว่านี้ไหม?”

“ย้ายหอ?” เก๋อเสี่ยวหลุนยังตั้งสติไม่ทัน หันมามองหน้าไป๋เย่ตามสัญชาตญาณ

ไป๋เย่ยักไหล่ไม่ตอบ เก๋อเสี่ยวหลุนจึงหันไปถามอีกฝ่าย

“เอ่อ...ย้ายไปที่ไหนเหรอครับ?”

“ค่ายทหาร”

เฉียงเว่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยแทรก แต่สายตากลับจับจ้องไปที่ไป๋เย่

“มีโอกาสดีให้สู้กับพวกมอนสเตอร์แบบถูกกฎหมาย แถมยังได้ตอบแทนประเทศชาติ พวกนายจะไปไหม?”

ชายชุดดำเลิกคิ้ว

ดูท่าว่าครั้งนี้ เขาไม่จำเป็นต้องใช้ไม้ตายอย่าง “ได้อยู่หอพักเดียวกับสาวสวย” ออกมาใช้แล้วสินะ?

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 4 คู่หูจอมเดือด

คัดลอกลิงก์แล้ว