- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกซูเปอร์ก็อด ได้ครอบครองยีนผานกู่สุดเทพ
- ตอนที่ 4 คู่หูจอมเดือด
ตอนที่ 4 คู่หูจอมเดือด
ตอนที่ 4 คู่หูจอมเดือด
หากย้อนเวลากลับไปเมื่อสามชั่วโมงก่อน ถ้ามีใครมาบอกเก๋อเสี่ยวหลุนว่าให้ช่วยกันยกรถหุ้มเกราะ แล้วทุ่มใส่สัตว์ประหลาดหน่อย เขาคงปฏิเสธทันที
ไม่เพียงแค่ปฏิเสธเท่านั้น เขายังต้องรีบโทรเรียกโรงพยาบาลจิตเวชให้มารับตัวคนพูดไปโดยด่วน
แต่ ณ เวลานี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
ไป๋เย่และเก๋อเสี่ยวหลุนแอบย่องไปยังด้านหลังซากรถหุ้มเกราะ ทั้งสองลองออกแรงยกพร้อมกันด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ผลปรากฏว่าพวกเขาสามารถยกมันขึ้นได้จริง ๆ!
ไม่ใช่แค่ยกขึ้นได้เท่านั้น แต่ยังรู้สึกว่าไม่ได้หนักหนาอะไร ราวกับกำลังแบกถังน้ำดื่มปกติอย่างไรอย่างนั้น!
“สาม!”
“สอง!”
“หนึ่ง!”
“ทุ่มแม่มเลย!”
ทั้งสองออกแรงเหวี่ยงไปข้างหน้าพร้อมกัน รถหุ้มเกราะที่ถูกยกขึ้นลอยละลิ่วออกไป
ท่ามกลางสมรภูมิที่กำลังยิงถล่มใส่กันอย่างดุเดือด ไม่มีใครทันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงฉับพลันนี้
จนกระทั่งรถหุ้มเกราะคันนั้นพุ่งตกลงกลางวงล้อมของพวกเทาเที่ย แรงกระแทกมหาศาลถึงขนาดทำให้รถกระดอนจากพื้นขึ้นมาอีกครั้ง
ทันใดนั้นราวกับโลกเงียบเสียงลงในพริบตา
ไป๋เย่ที่เลือดขึ้นหน้าไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาพุ่งตัวเข้าไปซ้ำด้วยความเร็วสูงประหนึ่งกระสุนปืนใหญ่ที่หลุดจากปากกระบอก
“จัดการมันเลย!!!”
เก๋อเสี่ยวหลุนรีบตามไปติด ๆ อะดรีนาลีนสูบฉีดไปทั่วร่าง ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้ว... เขาคือยอดมนุษย์!
“หยุดยิง!! รีบหยุดยิงเดี๋ยวนี้!!!”
สมกับที่เป็นผู้บัญชาการ ต่อให้สถานการณ์จะโกลาหลเพียงใด ก็ยังตั้งสติและสั่งการทหารให้หยุดยิงได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนสองหนุ่มที่พุ่งตัวเข้าไปปะทะ ตอนนี้ได้ประชิดตัวพวกเทาเที่ยเรียบร้อยแล้ว
ไม่มีเทคนิคการต่อสู้ชั้นสูง ไม่มีแผนการซับซ้อน ไม่มีท่วงท่าลีลาที่สวยงาม
ไป๋เย่คว้าปืนของพวกเทาเที่ยที่ตกอยู่ขึ้นมา แต่แทนที่จะยิง เขากลับใช้มันเป็นกระบอง ฟาดใส่หัวอีกฝ่ายไม่ยั้ง!
เก๋อเสี่ยวหลุนเองก็ใช่ว่าจะยืนดูเฉย ๆ เมื่อเย็นเขาอัดหลิวชวงไปยังไง ตอนนี้เขาก็ซัดพวกเทาเที่ยอย่างนั้น
เขานั่งคร่อมร่างพวกเทาเที่ย แล้วระดมหมัดทุบเข้าที่ศีรษะไม่หยุดมือ ทุบจนหมวกเกราะและหัวเละไปพร้อมกัน!
เพียงไม่ถึงหนึ่งนาที
พวกเทาเที่ยไม่กี่ตัวที่ทำให้กองทัพต้องปวดหัว กลับถูกเด็กหนุ่มสองคนบ้าระห่ำจัดการจนราบคาบ!
หลังจากจัดการเสร็จ ไป๋เย่ยังทุบอกคำราม ร้องตะโกนก้องฟ้า
“ไอ้พวกสวะ! ใครกล้ารุกรานโลกเรา ต่อให้อยู่ไกลแค่ไหนก็ต้องกำจัดให้หมด!!”
.......
ในขณะเดียวกัน ณ ศูนย์บัญชาการเรือรบจวี้เสีย
ภาพของไป๋เย่และเก๋อเสี่ยวหลุนที่เปี่ยมด้วยความฮึกเหิม ทำให้ทั้งห้องบัญชาการเงียบกริบไร้สุ้มเสียง
“สะใจ สะใจจริง ๆ! ฮ่า ๆ!”
ตู้คาอ้าวหัวเราะร่า หันไปมองเฉียงเว่ย “ตอนนี้ลูกคิดว่ามันมีความหมายหรือยัง? ต้นกล้าชั้นดีขนาดนี้เชียวนะ ฮ่า ๆ ๆ!”
“เชอะ พวกป่าเถื่อน” เฉียงเว่ยกลอกตา แต่พอหันกลับไปมองจออีกครั้ง แววตากลับเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่เป็นเพียงนักศึกษามหาวิทยาลัยสองคนที่เพิ่งจะปลุกยีนซูเปอร์ขึ้นมาได้ และยังไม่รู้วิธีใช้พลังด้วยซ้ำ
แม้แต่ตอนจะข้ามเส้นกั้นเขตแดนยังลังเลอยู่ตั้งนานสองนาน
แต่ยิ่งเป็นแบบนั้น ก็ยิ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงสภาพจิตใจของทั้งคู่... จิตใจของคนธรรมดา
มีความตื่นตระหนก มีความหวาดกลัว แต่ไม่ได้ปอดแหก
โดยเฉพาะหมอนั่นที่หน้าตาดูดีนิดหน่อย... หน้าตาก็ออกจะสำอางแท้ ๆ แต่ทำไมถึงดูบ้าระห่ำกว่าเจ้าทึ่มเก๋อเสี่ยวหลุนเสียอีก
“เตรียมตัวให้พร้อม เฉียงเว่ย”
ตู้คาอ้าวเอ่ยขึ้น น้ำเสียงยังคงเจือไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจที่ยังไม่จางหาย
“พรุ่งนี้ไปติดต่อพ่อหนุ่มสองคนนี้ซะ... พ่อแทบจะรอไม่ไหวแล้ว ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”
.......
กว่าไป๋เย่และเก๋อเสี่ยวหลุนจะกลับถึงหอพัก ก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่า
ประตูใหญ่ปิดไปนานแล้ว ทั้งสองจึงต้องปีนกำแพงเข้ามา
ความจริงถ้าไม่ได้นายทหารระดับสูงสักคนโทรศัพท์มาเคลียร์ให้ ป่านนี้พวกเขาก็คงยังไม่ได้กลับ
หอพักพวกเขาเป็นห้องคู่
สองเพื่อนซี้นอนอยู่บนเตียง พลิกตัวไปมา ต่างนอนไม่หลับ
หนึ่งวันกับสองสมรภูมิ สภาพจิตใจของทั้งคู่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“ไอ้ไป๋ ฉันยังรู้สึกเหมือนมันไม่จริงเลยว่ะ เหมือนกับฝันไป...” เก๋อเสี่ยวหลุนที่นอนอยู่เตียงชั้นบนพูดขึ้น
“ก็คงงั้นมั้ง” ไป๋เย่นอนเอามือหนุนหัว สายตามองลอดไปนอกหน้าต่าง
ดวงดาวยังสว่างไสว ดวงจันทร์ยังแขวนอยู่บนฟ้า
สองโลกช่างคล้ายคลึง แต่ทุกอย่างกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
จัดการเทาเที่ยไปไม่กี่ตัว แต่แต้มวิวัฒนาการกลับพุ่งไปเกินสองร้อย
การฆ่าและการเอาชนะมันคนละเรื่องกันจริง ๆ เพราะต่อให้เป็นเทพสงครามโนซิงที่ยังตื่นไม่เต็มที่ ก็คงไม่ให้แต้มแค่นิดเดียวแบบนั้น
ไป๋เย่ทุ่มแต้มทั้งหมดลงไปที่ความสามารถในการโจมตีของยีน
‘พลังบดขยี้’
ความสามารถในการโจมตีของยีน ถือเป็นสกิลเฉพาะของยีนผานกู่
ตอนอัดหลิวชวงเขายังไม่ทันสังเกต อาจเป็นเพราะอีกฝ่ายมีร่างกายที่แข็งแกร่งพอสมควร แต่ตอนไล่อัดพวกเทาเที่ย เกราะของพวกมันดูเหมือนทำมาจากกระดาษยังไงยังงั้น
“ไอ้ไป๋ นายว่าสัตว์ประหลาดพวกนั้น... มันมีเยอะไหมวะ?” เก๋อเสี่ยวหลุนที่นอนไม่หลับถามขึ้น
“ไม่รู้สิ แต่น่าจะไม่น้อย” ไป๋เย่ตอบส่ง ๆ
“แต่ก็ไม่น่ามีปัญหา มาเท่าไหร่ก็ซัดร่วงให้หมดนั่นแหละ”
“พูดอีกก็ถูกอีก... เฮ้อ... แต่ไม่รู้ว่ามันจะกระทบกับการสอบของพวกเราไหมเนี่ยสิ”
“......”
คิดได้ไงวะเรื่องสอบต่อ
…
ตลอดทั้งคืนพลิกตัวอย่างไรก็นอนไม่หลับ จนฟ้าเริ่มสาง ไป๋เย่ถึงได้หลับไปงีบหนึ่ง
แต่รู้สึกเหมือนเพิ่งหลับไปได้ไม่นาน ก็ถูกเสียงเคาะประตูปลุกจนตื่น
“ใครวะมาแต่เช้าเชียว... เห้ย แปดโมงแล้ว?”
เก๋อเสี่ยวหลุนเดินไปเปิดประตูด้วยดวงตาแดงก่ำ ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเมื่อคืนเขาเองก็นอนไม่หลับเช่นกัน
ไป๋เย่พลิกตัว เตรียมจะนอนต่อ แต่กลับได้ยินเสียงร้องประหลาดของเก๋อเสี่ยวหลุน
“เชี่ย! ชายชุดดำ!?”
ชายชุดดำ?
ไป๋เย่ขมวดคิ้วลุกขึ้นนั่ง ในตอนนั้นเอง ภายในหอพักคู่ขนาดกะทัดรัด ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญเดินเข้ามาสองคน
คนหนึ่งสวมสูทสีดำ เชิ้ตขาว ผูกเนกไทดำ สวมแว่นกันแดด ผมตัดสั้นเกรียนดูทะมัดทะแมง
อีกคนเป็นหญิงสาวอายุราวยี่สิบปี สวมกางเกงยีนส์ รองเท้าส้นสูง สวมแจ็กเกตสีแดง ผมสีแดงกุหลาบพลิ้วไสวยาวสลวย
เฉียงเว่ยพร้อมกับเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการในชุดดำอีกหนึ่งคน
ไป๋เย่ถอนหายใจ ยอมรับเลยว่าตู้คาอ้าวทำงานไวพิลึก
แต่ก็เข้าใจได้
กองทัพยมโลกเริ่มบุกมาแล้ว หน่วยลาดตระเวนเริ่มบินเข้ามาในโลก แถมพุ่งตรงมาที่นี่อีก
เวลาที่เหลือให้โลก และเหลือให้ประเทศนี้ ดูเหมือนจะมีไม่มากแล้ว
“ปกติพวกคุณพักอยู่ที่นี่กันเหรอครับ?”
เจ้าหน้าที่ชุดดำสายปฏิบัติการเอ่ยถาม ส่วนเฉียงเว่ยยืนนิ่ง ๆ
แต่ไป๋เย่สังเกตเห็นว่าแม่สาวเย็นชาคนนี้ดูจะหลุดคาแร็กเตอร์ไปหน่อย ตั้งแต่เดินเข้ามา เธอก็มองซ้ายมองขวาอย่างกับเด็กขี้สงสัย
“ว่าไง สนใจจะเปลี่ยนไปอยู่หอพักที่ใหญ่กว่านี้ไหม?”
“ย้ายหอ?” เก๋อเสี่ยวหลุนยังตั้งสติไม่ทัน หันมามองหน้าไป๋เย่ตามสัญชาตญาณ
ไป๋เย่ยักไหล่ไม่ตอบ เก๋อเสี่ยวหลุนจึงหันไปถามอีกฝ่าย
“เอ่อ...ย้ายไปที่ไหนเหรอครับ?”
“ค่ายทหาร”
เฉียงเว่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยแทรก แต่สายตากลับจับจ้องไปที่ไป๋เย่
“มีโอกาสดีให้สู้กับพวกมอนสเตอร์แบบถูกกฎหมาย แถมยังได้ตอบแทนประเทศชาติ พวกนายจะไปไหม?”
ชายชุดดำเลิกคิ้ว
ดูท่าว่าครั้งนี้ เขาไม่จำเป็นต้องใช้ไม้ตายอย่าง “ได้อยู่หอพักเดียวกับสาวสวย” ออกมาใช้แล้วสินะ?
[จบแล้ว]