- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกซูเปอร์ก็อด ได้ครอบครองยีนผานกู่สุดเทพ
- ตอนที่ 3 เชื่อมั่นในตัวเอง แล้วลุยเลย!
ตอนที่ 3 เชื่อมั่นในตัวเอง แล้วลุยเลย!
ตอนที่ 3 เชื่อมั่นในตัวเอง แล้วลุยเลย!
“เฉียงเว่ย เธอช่วยไปดูแลเด็กพวกนั้นหน่อย”
บนดาดฟ้าเรือรบจวี้เสีย เฉียงเว่ยที่เพิ่งมาถึงศูนย์บัญชาการได้ไม่นานก็ได้รับภารกิจใหม่ในทันที
เป้าหมายภารกิจมีสองคน เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมดา ๆ คนหนึ่งหน้าตาหล่อเหลาราวกับหนุ่มเจ้าสำอาง ส่วนอีกคนดูซื่อจนออกหน้า
บนจอภาพเบื้องหน้า คือวิดีโอเหตุการณ์ที่ทั้งสองกำลังกดหลิวชวงลงกับพื้น แล้วรุมอัดอย่างไม่ยั้งมือ ราวกับพวกอันธพาลยกพวกตีกันข้างถนน
เฉียงเว่ยเหลือบมองเพียงครู่เดียว ก่อนจะขมวดคิ้ว สีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก
“จะให้ดูแลยังไงคะ ดูแลไปแล้วจะได้ประโยชน์อะไร?”
เฉียงเว่ยเบะปาก ใบหน้าสวยเฉี่ยวปรากฏความไม่พอใจอย่างชัดเจน “คำว่า ‘ดูแล’ ที่ท่านพูดถึงนี่ หมายความว่ายังไงคะ?”
“ทำตามคำสั่ง เฉียงเว่ย ยีนซูเปอร์พลังแห่งกาแล็กซี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ การถูกปลุกก่อนกำหนดถือเป็นการเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์”
ตู้คาอ้าวเมินเฉยต่อคำบ่นของเฉียงเว่ย แล้วหันไปมองหน้าจอขนาดใหญ่
“แล้วอีกคนล่ะ?” เฉียงเว่ยชี้ไปที่ภาพของไป๋เย่ “ไอ้หน้าหล่อนี่ก็ต้องให้ฉันดูแลด้วยงั้นเหรอ?”
“เขานี่แหละ คือเป้าหมายที่เธอต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ”
ตู้คาอ้าวพูดโดยไม่หันกลับมามอง “ยีนซูเปอร์ของเขาไม่มีอยู่ในฐานข้อมูลของเรา แต่ดูจากความผันผวนของพลังงานแล้ว... คงไม่ด้อยไปกว่าพลังแห่งกาแล็กซี่ หรือแม้แต่พลังสังหารเทพ”
“ตอนนี้โลกยังอ่อนแอเกินไป กองทัพยมโลกกำลังจะบุก เราจำเป็นต้องรวมทุกพลังที่พอจะรวมได้...”
พูดยังไม่ทันจบ ทันใดนั้น สัญญาณเตือนภัยก็ดังสนั่นไปทั่วห้องประชุมปฏิบัติการ!
“ตรวจพบหน่วยลาดตระเวนจากยมโลก บริเวณถนนฝั่งตะวันตกของมหาวิทยาลัยเมืองจวี้เสีย!”
เหลียนเฟิง เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคสาวสวยหุ่นเซ็กซี่ที่นั่งอยู่หน้าคอนโซลควบคุมกล่าวรายงาน
“การอพยพประชาชนเสร็จสิ้น หน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าปะทะแล้วค่ะ! ปัจจุบัน… อัตราการสูญเสียเกิน 30%”
สายตาตู้คาอ้าวแข็งกร้าวขึ้นทันใด
เขารู้ดีว่าตัวเลขนั้นหมายถึงความสูญเสียของฝั่งโลกเพียงฝ่ายเดียว นี่ขนาดฝ่ายตรงข้ามเป็นแค่หน่วยลาดตระเวนเท่านั้น…
“ให้ฉันไปเถอะค่ะ ตอนนี้น่าจะยังทัน” เฉียงเว่ยหันหลังกลับทันที
พวกมันเป็นแค่หน่วยลาดตระเวน บทสรุปสุดท้ายย่อมหมายถึงการกวาดล้างให้สิ้นซาก!
แต่กองทัพย่อมต้องแบกรับความสูญเสียมหาศาล ความห่างชั้นของอารยธรรมคือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ตู้คาอ้าวไม่ห้าม ซึ่งถือเป็นการอนุญาตโดยปริยาย อวี่ฉินที่อยู่หน้าคอนโซลควบคุมเริ่มระบุพิกัด
แต่ทว่า...
“เดี๋ยวก่อนค่ะ ฉีหลิน ผู้มียีนสไนเปอร์แห่งเชินเหอที่ยังไม่ถูกปลุกก็อยู่แถวนั้น... เก๋อเสี่ยวหลุน พลังแห่งกาแล็กซี่ก็ด้วย!”
จู่ ๆ เหลียนเฟิงก็ร้องอุทานขึ้นอย่างตกใจ “แล้วก็ผู้ครอบครองยีนซูเปอร์ปริศนาคนนั้น ไป๋เย่! พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ปะทะด้วยความเร็วสูงค่ะ!”
เฉียงเว่ยชะงักฝีเท้า
ตู้คาอ้าวดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
“ฉายภาพถ่ายทอดสดให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
...
“ข้างหน้าปิดถนนแล้วพ่อหนุ่ม จะให้กลับรถหรือลงตรงนี้?”
“จอดตรงนี้แหละครับลุง เดี๋ยวพวกผมเดินต่อเอง... เท่าไหร่ครับ?”
“ไม่เอาหรอก ลุงเห็นพวกเราแล้วนึกถึงลูกลุงพอดี เก็บเงินไว้ตั้งใจเรียนเถอะ”
“รับไปเถอะครับลุง สมัยนี้เงินไม่ได้หาง่าย ๆ นะครับ”
หลังยื้อยุดกันพักหนึ่ง ไป๋เย่ก็จ่ายเงินได้สำเร็จ ทั้งสองลงจากรถแท็กซี่ ยืนมองเส้นกั้นเขตแดนไกล ๆ อย่างทำตัวไม่ถูก
แม้จะได้พลังมาแล้ว แถมแต่ละคนก็แกร่งใช่ย่อย
แต่เมื่อสามชั่วโมงก่อน พวกเขายังเป็นแค่นักศึกษาที่เพิ่งเดินออกจากร้านเกม
“นายพูดถูกจริง ๆ ด้วยว่ะไอ้ไป๋...”
เก๋อเสี่ยวหลุนมองเส้นกั้นเขตแดนก็รู้ว่าเกิดเรื่องแน่ แถมยังมีเสียงระเบิดตูมตามแว่วมาจากไกล ๆ ดูท่าจะเรื่องใหญ่ไม่เบา
อุบัติเหตุรถชน? ระเบิด?
เก๋อเสี่ยวหลุนในตอนนี้ยังคิดไปไม่ถึงเรื่องพวกนั้น
แต่ไป๋เย่รู้ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น ปัญหาคือจะข้ามเส้นกั้นเข้าไปช่วยยังไงนี่สิ
‘เดี๋ยวนะ... ข้ามงั้นเหรอ?’
“ไอ้ไป๋ เอาไงต่อดี? ฉันเห็นพวกถือปืนใส่ชุดลายพราง น่าจะเป็นทหารนะ!”
เก๋อเสี่ยวหลุนกำลังจะบอกว่าคงไม่ใช่เรื่องของพวกเขาแล้ว รีบกลับมหาลัยฯ กันเถอะ แต่ไป๋เย่กลับส่ายหน้า
“ทหารไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่นะหลุน ถ้าเจอกับสัตว์ประหลาด พวกเขาก็สู้ไม่ได้หรอก แค่เพราะใส่เครื่องแบบอยู่เลยถอยไม่ได้ก็เท่านั้น...”
“นายพูดถูก” เก๋อเสี่ยวหลุนทำหน้าจริงจัง แต่แล้วสีหน้าก็พลันสงสัย “สัตว์ประหลาด…?”
“พลังที่พวกเราได้มาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หลุน... โลกใบนี้ อาจกำลังจะเกิดเรื่องใหญ่ก็ได้”
ไป๋เย่อธิบายสถานการณ์ให้เก๋อเสี่ยวหลุนฟังด้วยวิธีที่เข้าใจง่ายที่สุด พร้อมกับเริ่มวอร์มร่างกาย
ตอนแรกเขาแค่อยากมาเก็บแต้มวิวัฒนาการ แต่พอมาถึง เจตนารมณ์ก็เปลี่ยนไป
คนพวกนั้นไม่ใช่ยอดมนุษย์ แต่เพราะสวมเครื่องแบบทหาร เลยต้องสู้ยิบตาโดยไม่ถอย
ส่วนพวกเขาเองก็ไม่ใช่ทหาร แต่ในแง่หนึ่ง พวกเขาคือยอดมนุษย์ แถมยังเป็นยอดมนุษย์ที่โคตรแกร่งเสียด้วย!
เลยมีเหตุผลที่จะเข้าร่วมต่อสู้อย่างถมเถ
“เดี๋ยวฉันนำเอง หลุน นายตามหลังฉันมา จำไว้ว่า เชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้!”
ไป๋เย่ตบไหล่เก๋อเสี่ยวหลุน จากนั้นก็พุ่งทะยานเข้าใส่เส้นกั้นเขตแดนเบื้องหน้า!
“ไอ้ไป๋? นี่นายจะไปไหน?!” เก๋อเสี่ยวหลุนยืนงงเป็นไก่ตาแตก ‘คิดจะทำอะไรของมัน?’
“ตามมาสิโว้ย!” ไป๋เย่ตะโกนลั่น มองเผิน ๆ ดูห้าวหาญ แต่ในใจ… เขากลัวแทบตาย
เขาบอกให้เก๋อเสี่ยวหลุนเชื่อมั่นในตัวเอง แต่ในใจเขาเองก็กำลังหวาดกลัวสุด ๆ
แม้จะปลุกพลังยีนซูเปอร์ขึ้นมาได้ แต่ก็ไม่เคยมีประสบการณ์เป็นซูเปอร์ฮีโร่มาก่อนนี่หว่า!
ทหารพวกนั้นคือของจริง ปืนในมือพวกเขาก็ของจริง อันตรายตรงหน้าก็ของจริง!
ไป๋เย่รู้แค่ว่าตัวเองแกร่ง แต่จะแกร่งขนาดไหน และจะใช้ความ “แกร่ง” นี้ยังไง เขาไม่รู้เลยสักนิด
ทำได้แค่เชื่อมั่นในระบบ
‘ยีนผานกู่ กายคงกระพัน น่าจะกันความร้อนของเทาเที่ยได้แหละ…มั้ง?’
“หยุดนะ! ไม่เห็นเส้นกั้นรึไง! ถอยกลับออกไปเดี๋ยวนี้!”
ทหารรักษาการณ์เห็นคนพุ่งเข้ามาก็ตะโกนห้ามสุดเสียงทันที
ไป๋เย่กัดฟันแน่น แล้วเร่งความเร็วให้มากขึ้น!
ปลุกยีนผานกู่ ได้รับกายคงกระพัน แถมอัปเกรดไปแล้วหนึ่งขั้น สมรรถภาพร่างกายตอนนี้ไปถึงระดับไหน ไป๋เย่เองก็ไม่แน่ใจ แถมตอนนี้ความตื่นเต้นพุ่งพล่านจนไม่มีเวลามานั่งสัมผัสความรู้สึกใด ๆ ทั้งนั้นอีก
เขาเพียงแค่ก้มหน้าก้มตาวิ่ง แล้วกระโดดสุดแรงเมื่อใกล้ถึงทหารพวกนั้น!
ฟุ่บ!
ไป๋เย่กระโดดพุ่งขึ้นสูงถึงหกเมตร แถมยังข้ามไปไกลกว่าสิบเมตร!
“เชี่ย! นี่เราโหดขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย!?”
ไป๋เย่ตกใจกับตัวเอง แม้จะเคยดูซูเปอร์ก๊อดมาแล้ว และรู้ว่ายีนซูเปอร์มีร่างกายที่ยอดเยี่ยมเป็นเรื่องปกติ แต่พอได้สัมผัสด้วยตัวเอง มันก็ยังรู้สึกเหลือเชื่ออยู่ดี!
“เชี่ย! แบบนี้ก็ได้เหรอวะ??” เก๋อเสี่ยวหลุนตะลึงจนอ้าปากค้าง
พร้อมกับตระหนักได้ว่า ความคิดแรกเริ่มที่จะเป็นเจ้าสนามครองแป้นบาสของตัวเองนั้นช่างโง่เขลาสิ้นดี
“อะไรวะเนี่ย!? วิชานินจาเหรอ!?” ทหารหลายนายต่างอ้าปากค้าง แต่แล้วก็ได้ยินเสียงตะโกนไล่หลังตามมาอีกครั้ง
“ไอ้ไป๋! รอด้วยสิวะ!”
เก๋อเสี่ยวหลุนเลียนแบบท่าทาง วิ่งและกระโดด!
สมรรถภาพร่างเหล็กไหลแห่งพลังกาแล็กซี่สำแดงเดช แม้จะกระโดดได้ไม่สูงและไกลเท่าไป๋เย่ แถมตอนลงพื้นยังหน้าทิ่มตีลังกา แต่เก๋อเสี่ยวหลุนก็ข้ามเส้นกั้นมาได้สำเร็จ!
ทั้งสองวิ่งตะบึงไปข้างหน้า ไม่นาน ความตื่นเต้นก็กลับมาอีกครั้ง
พวกเขาเห็นรถตำรวจ รถทหาร รถถัง รถหุ้มเกราะ และทหาถืออาวุธจริงเกลื่อนกลาด
รวมถึงสิ่งมีชีวิตปริศนาที่ถูกล้อมอยู่ตรงกลางที่กำลังต่อสู้ขัดขืน และยิงลำแสงคล้ายเลเซอร์ออกมา
ทั้งคู่ชะงักค้างไปหลายวินาที
ไป๋เย่กลืนน้ำลายเอือกใหญ่ หันไปมองเก๋อเสี่ยวหลุน
“ว่าไง? กล้าลุยไหม?”
“ก็หวั่น ๆ อยู่...” เก๋อเสี่ยวหลุนเริ่มปอดแหก เพราะของพวกนั้นมันของจริงทั้งนั้น!
ไป๋เย่เองก็กลัวไม่แพ้กัน เขาไม่แน่ใจว่ากายคงกระพันที่เพิ่งปลุกขึ้นมาจะนับเป็นร่างเทพได้ไหม จะทนแรงเลเซอร์ได้หรือเปล่า
เสี่ยงไปก็คงไม่คุ้ม!
แต่ตอนนั้นเอง
เขาเหลือบไปเห็นซากรถหุ้มเกราะที่พังยับเยินอยู่ไม่ไกล...
[จบแล้ว]