เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 หน่วยลาดตระเวนของเทาเที่ย

ตอนที่ 2 หน่วยลาดตระเวนของเทาเที่ย

ตอนที่ 2 หน่วยลาดตระเวนของเทาเที่ย


“คุณตำรวจครับ พวกเราสองคนตั้งใจจะช่วยเหลือคนจริง ๆ นะครับ! ถมยังเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายด้วย จริง ๆ นะครับ!”

“ไอ้หมอนั่นมันรังแกผู้หญิงตัวคนเดียว จะให้ทนดูเฉย ๆ ได้ยังไงล่ะครับ!”

ภายในสถานีตำรวจ เก๋อเสี่ยวหลุนกับไป๋เย่พยายามอธิบายสารพัดเหตุผล แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรงหน้ากลับรับฟังอย่างเฉยเมย

“เพิ่งจะมารู้จักกลัวกันตอนนี้หรือไงห๊ะ?! ทำดีช่วยเหลือคน? ป้องกันตัวโดยชอบ? พวกนายต่อยคนฟันร่วงไปทั้งแถบนะเว้ย!”

“แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือน ถ้าฝ่ายนั้นเขาฟ้องพวกนายข้อหาทำเกินกว่าเหตุขึ้นมา ยังไงก็ต้องไปขึ้นศาลอยู่ดี!”

นายตำรวจขู่กึ่งจริงกึ่งเล่น

เก๋อเสี่ยวหลุนและไป๋เย่ถึงกับเงียบกริบ ไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ

แม้ทั้งคู่จะปลุกพลังยีนเหนือมนุษย์ขึ้นมาได้สำเร็จ และไป๋เย่เองก็มีชีวิตมาสองชาติภพ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคุณตำรวจ ก็ยังคงทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัวอย่างถึงที่สุด

อีกทั้งไป๋เย่ยังฟังออกว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีเจตนาร้าย เพียงแค่กำลังอบรมสั่งสอนพวกเขาเท่านั้น

ในตอนนั้นเอง ตำรวจหญิงหน้าตาดีคนหนึ่งก็เดินเข้ามา

“หัวหน้าคะ สองคนนี้ไม่มีปัญหาอะไรแล้วค่ะ ฝ่ายหญิงให้การชัดเจน ส่วนอันธพาลที่ชื่อหลิวชวงคนนั้นก็รับสารภาพเรียบร้อยแล้วค่ะ”

“อืม เข้าใจแล้ว”

หัวหน้าหวังหันมามองเด็กหนุ่มทั้งสองที่กำลังโล่งใจราวกับยกภูเขาออกจากอก ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหัว

“เอาล่ะ ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ช่วงนี้เรียกรถยากซะด้วยสิ... เอาอย่างนี้ ฉีหลิน เธอช่วยไปส่งพวกเขากลับมหาลัยฯหน่อย ทั้งคู่เป็นเด็กมหาลัยเซี่ยต้าน่ะ”

พอได้ยินชื่อคุณตำรวจหญิง ไป๋เย่ตาลุกวาวขึ้นมาทันที

‘ฉีหลิน...?’

.......

นี่เป็นครั้งแรกที่เก๋อเสี่ยวหลุนได้นั่งรถตำรวจ แม้จะไม่ใช่ในฐานะผู้ต้องหา แต่ก็อดรู้สึกประหม่าไม่ได้

ตลอดทางเขาเอาแต่มองซ้ายมองขวาไม่หยุด กลัวว่าจะมีคนรู้จักมองผ่านกระจกรถเข้ามาเห็น

“อย่าทำเหมือนไปก่อคดีอะไรมาแบบนั้นสิ พวกนายทำความดีช่วยเหลือคนนะ กลับถึงมหาลัยฯแล้วก็รอรับใบประกาศเกียรติคุณได้เลย”

ฉีหลินเห็นท่าทางของเก๋อเสี่ยวหลุนแล้วก็นึกขำ จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแซว

จากนั้นเธอก็มองไปที่ไป๋เย่ผ่านกระจกมองหลัง สังเกตว่าเจ้าหนุ่มคนนี้กลับนิ่งเงียบผิดปกติ ไม่พูดไม่จาตลอดทาง ไม่รู้ว่าตกใจจนเอ๋อไปแล้วหรือเปล่า

‘แปลกจริง ๆ ไอ้ความห้าวหาญตอนสู้กับอันธพาลพวกนั้นมันหายไปไหนหมดแล้วนะ…’

ที่ไป๋เย่ไม่พูด ไม่ใช่เพราะตกใจ แต่เพราะเขากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ขณะเดียวกันก็จ้องหน้าจอเสมือนจริงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

ชื่อ: ไป๋เย่

ยีนซูเปอร์: มหาจักรพรรดิผานกู่ (ระยะที่หนึ่ง)

ความแข็งแกร่งของร่างกาย: คงกระพัน LV1 (12/100)

ความสามารถยีน: พลังบดขยี้ LV1 (7/100)

อาวุธยีน: ยังไม่เปิดใช้งาน

เอนจินยีน: ยังไม่เปิดใช้งาน

แต้มวิวัฒนาการ: 107

แต้มวิวัฒนาการ 107 แต้มนี้ ล้วนได้มาจากการซัดหลิวชวง

ดูเหมือนจะเยอะ แต่ก็ได้แค่อัปเกรดร่างกายหรือความสามารถโจมตีเท่านั้น พูดกันตามตรง มันยังห่างไกลจากความต้องการอีกมาก

จากความรู้เกี่ยวกับโลกซูเปอร์ก๊อดที่เขามี ไม่ต้องรอถึงช่วงกลางหรือช่วงท้ายเรื่องหรอก แค่การบุกของอารยธรรมระดับสูงในช่วงต้น ก็สามารถถล่มโลกจนแทบไม่มีทางสู้ได้แล้ว

แม้เขาจะปลุกพลังยีนซูเปอร์ขึ้นมาได้ แต่ตอนนี้ยังเป็นเพียงก้าวแรก หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล

“อัปเกรดร่างกายก่อนก็แล้วกัน สงครามยังคงอีกสักพัก กว่าจะถึงตอนนั้นค่อย ๆ ฝึกไปก็พอ”

ไป๋เย่อัปเกรดกายคงกระพันเป็น LV2 ส่วนการอัปเกรดครั้งถัดไปต้องใช้แต้มวิวัฒนาการ 300 แต้ม

ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกได้ว่าการตอบสนองของร่างกายดีขึ้น เลือดลมในกายเดือดพล่าน กล้ามเนื้อและผิวหนังกระชับแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ความรู้สึกนี้คล้ายกับตอนเพิ่งปลุกพลังใหม่ ๆ  รู้สึกเหมือนกับว่าสามารถต่อยช้างให้ตายได้ในหมัดเดียว แล้วยกมันวิ่งต่ออีกแปดร้อยกิโลเมตร ก็คงไม่เหนื่อยสักนิด

‘ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด การเรียกตัวของสถาบันซูเปอร์ก๊อดก็น่าจะใกล้เข้ามาแล้วสิ…?’ ไป๋เย่คิดในใจ

นี่คือเหตุผลที่เขาเลือกอัปเกรดกายคงกระพัน เพราะการฝึกต่อจากนี้คงโหดเอาเรื่อง ต่อให้เพิ่มพลังโจมตีไปตอนนี้ก็อาจไม่มีโอกาสได้ใช้

คิดได้ดังนั้น เขาก็เหลือบมองเก๋อเสี่ยวหลุนข้าง ๆ

อีกฝ่ายมีร่างกายเหล็กไหล ว่ากันว่าเป็นร่างเทพรุ่นที่สอง แข็งแกร่งไร้เทียมทาน ไม่รู้ว่าเทียบกับกายคงกระพันขั้นต้นของเขาแล้ว อะไรจะแข็งแกร่งกว่ากัน

‘สิ่งสำคัญคือต้องรีบเก็บแต้มวิวัฒนาการให้ได้มากที่สุด เพื่อวิวัฒนาการยีนไปสู่ร่างสมบูรณ์โดยเร็ว แล้วพอพวกบอสเหล่านั้นโผล่มา…’ ไป๋เย่เลิกคิ้ว

พูดตามตรง ถ้าวิวัฒนาการได้สมบูรณ์ หากวัดกันที่ความเข้มข้นของยีน เขาไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น

แค่มหาปราชญ์คนเดียวยังเคยปั่นเลี่ยหยางจนแทบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ หากเขาเปิดใช้งานจักรพรรดิผานกู่ได้จริง ใครเล่าจะต้านไหว?

ขณะที่ไป๋เย่กำลังเพ้อฝันถึงอนาคต จู่ ๆ วิทยุสื่อสารข้างที่นั่งคนขับก็ดังขึ้น

“เกิดอุบัติเหตุที่ถนนฝั่งตะวันตกของมหาวิทยาลัย ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในละแวกใกล้เคียงรีบเข้าสนับสนุนด่วน”

“ขอย้ำ เกิดอุบัติเหตุที่ถนนฝั่งตะวันตกของมหาวิทยาลัย ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในละแวกใกล้เคียงรีบเข้าสนับสนุนด่วน!”

สิ้นเสียงประกาศ ฉีหลินที่อยู่ด้านหน้ารีบหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา “รหัส ****93 รับทราบ”

บรื๊น—

รถตำรวจเร่งความเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน ทั้งสองถูกแรงดันจนแผ่นหลังแนบติดกับพนักเบาะ

“ฉันคงไปส่งพวกนายต่อไม่ได้แล้ว เดี๋ยวพวกนายลงแล้วเรียกรถกลับกันเองนะ”

น้ำเสียงของฉีหลินแม้ฟังดูเยือกเย็น แต่ไป๋เย่คล้ายจับกระแสความรู้สึกบางอย่างได้ถึง...ความตื่นเต้น?

“ได้เลยครับผม ไม่มีปัญหาครับพี่สาวตำรวจ!”

เก๋อเสี่ยวหลุนรีบรับคำ ส่วนไป๋เย่นึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้

‘อุบัติเหตุร้ายแรง...ฉีหลิน...รถตำรวจ...คงไม่ใช่หน่วยลาดตระเวนระลอกแรกของเทาเที่ยหรอกนะ? จะบังเอิญขนาดนี้เลยเหรอ?’

ไป๋เย่ถูมือด้วยความตื่นเต้น ความพลุ่งพล่านจากการอัปเกรดร่างกายเมื่อครู่ถูกจุดติดขึ้นอีกครั้ง

‘แต้มวิวัฒนาการ มาเสิร์ฟถึงที่แล้วนี่ไง!’

‘พวกหน่วยลาดตระเวนของเทาเที่ยมีกี่ตัวกันนะ? น่าจะพอให้อัปเกรดพลังบดขยี้ได้อยู่ละมั้ง แต่จะขอติดรถไปด้วยคงไม่ได้ ฉีหลินคงไม่อนุญาตแน่ มีแต่ต้องไปเอง’

ตลอดทางเต็มไปด้วยความเงียบงัน

ไม่นาน เมื่อขับมาถึงสี่แยกแห่งหนึ่ง ฉีหลินก็จอดรถเพื่อให้ทั้งสองคนลง

โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง รถตำรวจก็พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งสองเดินไปยืนริมถนนอย่างเงียบ ๆ แล้วนั่งยอง ๆ ลงอย่างรู้ใจกัน เตรียมโบกแท็กซี่

“ไอ้ไป๋...” เก๋อเสี่ยวหลุนทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไป “วันนี้... มันโคตรจะแปลกเลยว่ะ”

“ใช่ โคตรแปลก” ไป๋เย่เหลือบมองเก๋อเสี่ยวหลุน เดิมทีคิดว่าเป็นแค่รูมเมตจอมซื่อบื้อ ใครจะไปคิดว่าจะเป็นถึงพลังแห่งกาแล็กซี่

“ฉันเหมือนจะ... ปลุกพลังอะไรบางอย่างที่โคตรจะสุดยอดขึ้นมาได้” ไป๋เย่เอ่ยขึ้น

“หา!?” เก๋อเสี่ยวหลุนขึ้นเสียงสูงด้วยความตกใจ “นาย... นายก็ได้ยินเสียงนั่นเหมือนกันเหรอ?”

“อืม” ไป๋เย่พยักหน้า “ไม่ใช่แค่เราสองคนหรอก ไอ้หลิวชวงอันธพาลนั่น ก็น่าจะปลุกพลังขึ้นมาได้เหมือนกัน”

“อันธพาลอย่างมันเนี่ยนะ...”

เก๋อเสี่ยวหลุนกำลังจะแย้ง แต่ก็นึกถึงภาพการต่อสู้เมื่อวันนี้ ทั้ง ๆ ที่ซัดกันไปตั้งขนาดนั้นจนคิดว่าตัวเองจะกลายเป็นฆาตกรไปแล้วเสียอีก ผลกลับกลายเป็นว่าฝ่ายตรงข้ามแทบไม่เป็นอะไร แถมยังลุกขึ้นมาด่าได้อีก

“โลกนี้มัน... เฮ้อ” เก๋อเสี่ยวหลุนถอนหายใจ

คนเลวยังได้พลังพิเศษ ความคิดนั้นทำให้เขารู้สึกอึดอัด แต่แล้วดวงตาก็พลันสว่างวาบขึ้นมา

“ถ้างั้นนะไป๋ หลังจากนี้พวกเราก็...เล่นบาสได้ไร้เทียมทานไปเลยสิวะ เดี๋ยวกลับไปลองกันเถอะ!”

‘เจ้าทึ่มเอ๊ย’

ไป๋เย่กลอกตา ลุกขึ้นโบกรถแท็กซี่ที่กำลังวิ่งมาใกล้

“ฉันไม่อยากชดใช้ค่าแป้นบาสว่ะ เอาเวลามาคิดเรื่องกู้โลกกันดีกว่า พ่อหนุ่มหลุน...”

“จู่ ๆ มาพูดจาเพ้อเจ้ออะไรวะ...” เก๋อเสี่ยวหลุนยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก

ไป๋เย่หันกลับมามองด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วเอ่ยขึ้นก่อนที่รถแท็กซี่จะมาถึง

“ฉันไม่รู้ว่านายปลุกพลังอะไรขึ้นมาได้ แต่ของฉันน่ะบอกได้เลยว่าแรงเอาเรื่อง พี่สาวตำรวจเมื่อกี้อาจกำลังตกอยู่ในอันตรายก็ได้ เพราะงั้นฉันจะไปช่วยเธอ นายจะเอาด้วยไหม?”

เก๋อเสี่ยวหลุนชะงักไป

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นสีหน้าแบบนี้จากไป๋เย่

ไร้ซึ่งคำถาม ไร้ซึ่งความลังเลสงสัย

เก๋อเสี่ยวหลุนพยักหน้าตามสัญชาตญาณ “ไป!”

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 2 หน่วยลาดตระเวนของเทาเที่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว