- หน้าแรก
- ระยะร่ายเวทครอบคลุมทั้งประเทศ ผมเลยมอบตัวให้รัฐบาลดูแล
- บทที่ 41: ทุกคนไม่ต้องแย่งกัน มีกันทุกคน มีกันทุกคน!
บทที่ 41: ทุกคนไม่ต้องแย่งกัน มีกันทุกคน มีกันทุกคน!
บทที่ 41: ทุกคนไม่ต้องแย่งกัน มีกันทุกคน มีกันทุกคน!
“อายุก็ปูนนี้กันแล้ว ยังจะมาร้องห่มร้องไห้ตีโพยตีพาย ขู่จะผูกคอตายกันอยู่ได้ ไม่อายเด็กรุ่นหลังมันบ้างหรือไง” หลงอีชี้ไปที่ซูอวิ๋นซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ “สหายซูอวิ๋นพวกคุณน่าจะรู้จักกันหมดแล้วนะ ดูสิว่าเขายังหนุ่มยังแน่นแต่กลับนิ่งสุขุมขนาดไหน”
หลิวหนงถูกจับกดให้นั่งลงบนเก้าอี้ หายใจหอบฮั่กๆ เขาหันไปมองซูอวิ๋นด้วยความแปลกใจ “สหายซูอวิ๋นทำไมผมจะไม่รู้จัก! กอบกู้สถานการณ์วิกฤตมาตั้งกี่ครั้ง ช่วยชาติให้พ้นภัย ตอนนี้กำแพงเมืองจีนสีทองที่ชายแดนก็ยังตั้งตระหง่านอยู่เลย”
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนน้ำเสียง พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “แต่เก่งก็ส่วนเก่ง หยุดเรือบรรทุกเครื่องบินได้ ต้านสึนามิได้ แต่เรื่องวิชาชีพมันต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจัดการ! ต่อให้เขาเก่งแค่ไหนจะเสกข้าวสารออกมาได้เหรอ? เขาจะทำให้ข้าวสาลีออกรวงในดินที่เต็มไปด้วยฝนกรดและสารพิษได้ไหม? นี่มันเรื่องของวิทยาศาสตร์! ไม่ใช่การรบราฆ่าฟัน!”
รัฐมนตรีคนอื่นๆ แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาก็สื่อความหมายแบบเดียวกัน
แม้ซูอวิ๋นจะเป็นกำลังป้องปรามระดับยุทธศาสตร์ แต่ตอนนี้สิ่งที่เผชิญอยู่คือเรื่องปากท้อง เรื่องการกินอยู่ เรื่องการบริหารจัดการ ให้เขามาแก้ปัญหา นี่มันไม่ไร้สาระไปหน่อยเหรอ?
ซูอวิ๋นลูบจมูก ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่มองไปทางหลงอี
หลงอีหัวเราะ เสียบแฟลชไดรฟ์เข้ากับคอมพิวเตอร์ จากนั้นก็นิ้วเคาะเบาๆ บนคอนโซลสองที
“หลิวหนง เมื่อกี้คุณบอกว่าวิชาชีพต้องมีคนเชี่ยวชาญเฉพาะทางใช่ไหม?”
“ใช่สิ! คำพูดผมมีปัญหาตรงไหน?” หลิวหนงยืดคอเถียง
“หึๆ แน่นอนว่าไม่มีปัญหา แต่ใครบอกว่าสหายซูอวิ๋นไม่ใช่มืออาชีพกันล่ะ?”
หลงอีโบกมือวูบหนึ่ง ส่งไฟล์ข้อมูลขึ้นไปฉายบนหน้าจอหลักตรงกลาง
“นี่คือรายการสกิลที่ปลดล็อกใหม่หลังจากสหายซูอวิ๋นเปลี่ยนอาชีพ แม้จะยังไม่ได้ทดสอบโดยละเอียด แต่ผมคิดว่าน่าจะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของพวกคุณได้พอดี”
บนหน้าจอขนาดใหญ่ ตัวอักษรแต่ละบรรทัดปรากฏขึ้นมา
ทีแรก เหล่ารัฐมนตรียังแค่กวาดตามองอย่างไม่ใส่ใจนัก
เพราะอย่างไรเสียโทเท็มชาแมนก็ไม่ใช่อาชีพสายการดำรงชีพ พวกฟื้นฟูพลังชีวิต เพิ่มพลังโจมตีอะไรพวกนั้น มันจะไปเกี่ยวอะไรกับการทำนาหรือวิจัยวิทยาศาสตร์ได้?
หลิวหนงยิ่งมีอารมณ์โกรธอยู่ด้วย เลยหรี่ตามองส่งๆ ไปงั้น
แต่พอได้มองแวบนั้น ลูกตาของเขาก็ไม่ขยับไปไหนอีกเลย
ทั่วทั้งห้องประชุมราวกับถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว
เสียงทะเลาะเบาะแว้งที่เคยดังจอแจพลันเงียบกริบ เหลือเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงและเสียงสูดปากด้วยความตกตะลึง
ที่เรียงอยู่บนสุด คือไอคอนสีเขียวอันโดดเด่น
【สกิล: ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์】
【ประเภท: การดำรงชีพ/โทเท็ม】
【ผลลัพธ์: อัญเชิญโทเท็มแห่งการเก็บเกี่ยว ความเร็วในการเจริญเติบโตของพืชในรัศมีเพิ่มขึ้น 100% ผลผลิตเพิ่มขึ้นสองเท่า และมีความสามารถในการต้านทานโรคและแมลงศัตรูพืชอย่างรุนแรง】
【รัศมีปัจจุบัน: เก้าล้านหกแสนตารางกิโลเมตร (ได้รับผลจากการเสริมพลังพรสวรรค์ติดตัว)】
ปากของหลิวหนงค่อยๆ อ้ากว้างขึ้นเรื่อยๆ กว้างจนยัดไข่ไก่เข้าไปได้สองฟอง
เขาขยี้ตาแรงๆ ใบหน้าแทบจะแนบชิดติดกับหน้าจอ
“นี่... นี่...” หลิวหนงพูดติดอ่าง ราวกับลิ้นพันกัน “ความเร็วในการเติบโตเพิ่มสองเท่า? แถมยังต้านภัยพิบัติได้ด้วย?”
เขาหันขวับกลับมา จ้องมองซูอวิ๋นผ่านหน้าจอเขม็ง สายตานั้นร้อนแรงประหนึ่งตาแก่ลามกที่ได้เห็นสาวงามล่มเมือง
“ซู... สหายซูอวิ๋น สกิลนี้ของจริงใช่ไหม? หือ? แล้วไอ้ ‘รัศมีครอบคลุม’ นี่หมายความว่ายังไง? หมายถึงคุณปักไม้ลงไปอันเดียว ที่ดินทั่วประเทศก็จะงอกงามได้เลยเหรอ?”
ซูอวิ๋นถูกสายตาคลั่งไคล้นี้จ้องจนรู้สึกขนลุกหน่อยๆ เขาพยักหน้า “ในทางทฤษฎีก็เป็นแบบนั้นครับ ตราบใดที่เป็นดินแดนของหลงเซี่ย ก็ล้วนอยู่ในรัศมีผลของสกิล ยิ่งไปกว่านั้นผลของสกิลหลังจากผ่านการกลายพันธุ์ด้วยพรสวรรค์ของผมแล้ว ยังสามารถยกระดับขึ้นไปได้อีกมาก”
“แม่เจ้าโว้ย...” หลิวหนงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ดังตุ้บ ก่อนจะดีดตัวผึงขึ้นมาทันที ใบหน้าคล้ำแดดแดงก่ำ “แบบนี้จะยังต้องใช้ระบบปันส่วนอาหารอะไรอีก! มีไอ้นี่แล้ว อย่าว่าแต่พวกเราหนึ่งพันสี่ร้อยล้านคนเลย ต่อให้มาอีกหนึ่งพันสี่ร้อยล้านคนก็เลี้ยงไหว! นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ! นี่คือภาพฝันของท่านผู้เฒ่าหยวนเลยนะ!”
ยังไม่ทันที่หลิวหนงจะโวยวายจบ รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางด้านโน้นก็ส่งเสียงร้องอุทานราวกับกรีดร้องออกมา
“เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”
นักวิชาการอาวุโสชี้ไปที่ตัวอักษรอีกบรรทัดด้านล่างหน้าจอ ตื่นเต้นจนมือไม้สั่นเทา
【สกิล: เปลวเพลิงสืบทอด】
【ประเภท: สนับสนุน/โทเท็ม】
【ผลลัพธ์: อัญเชิญโทเท็มซุ่ยเหริน ความคิดความอ่านของยูนิตฝ่ายเดียวกันในรัศมีจะตื่นตัวขึ้น ความสามารถในการเรียนรู้เพิ่มขึ้นอย่างมาก อัตราการเกิดแรงบันดาลใจฉับพลันเพิ่มขึ้น 500% และเพิ่มโอกาสในการทะลวงคอขวดของการวิจัย】
【หมายเหตุ: ประกายไฟเพียงน้อยนิด ก็สามารถลามทุ่งได้ ปัญญาคืออาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษยชาติ】
“อัตราการเกิดแรงบันดาลใจฉับพลันเพิ่มขึ้น 500%? เพิ่มโอกาสทะลวงคอขวดการวิจัย?” รัฐมนตรีวิทย์ฯ ขยุ้มผมที่มีอยู่น้อยนิดของตัวเอง ท่าทางราวกับคนบ้า “นี่มันสูตรโกงชัดๆ! คุณรู้ไหมว่าการทำวิจัยขาดแคลนอะไรมากที่สุด? ก็คือไอ้ความรู้แจ้งแวบเดียวนั่นแหละ! มีไอ้นี่แล้ว เครื่องผลิตชิป เครื่องยนต์อากาศยาน หรือแม้แต่นิวเคลียร์ฟิวชันที่ควบคุมได้ ที่พวกเราติดแหง็กมาหลายสิบปี... นี่มันจะพุ่งทะยานแล้วนะ!”
หากจะบอกว่าสองสกิลแรกทำให้ทุกคนตกตะลึงแล้ว 【บทเพลงยุคทอง】 ที่ตามมาก็ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงและการบริหารรู้สึกสบายจนหนังศีรษะชาหนึบ
【สกิล: บทเพลงยุคทอง】
【ผลลัพธ์: ปลอบประโลมจิตใจเป็นวงกว้าง ขจัดอารมณ์ด้านลบ เช่น ความตื่นตระหนก ความบ้าคลั่ง ความสิ้นหวัง เพิ่มความสามัคคีและความต้านทานทางจิตใจของประชาชน ทำให้ประชาชนยังคงมีสติและความหวังท่ามกลางภัยพิบัติ】
นี่มันสกิลที่ไหนกัน? นี่มันเสาค้ำสมุทรชัดๆ!
ขอแค่จิตใจคนไม่วุ่นวาย ก็ปกครองง่าย!
ขอแค่ปกครองง่าย กลไกของรัฐอันมหึมานี้ก็จะขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด!
บรรยากาศหดหู่แบบ “วันสิ้นโลก” ในห้องประชุมพลันมลายหายไปจนหมดสิ้น
สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความตื่นเต้นถึงขีดสุด และสายตาที่มองซูอวิ๋นราวกับมอง “สมบัติชาติเดินได้”
ไม่มีใครสงสัยว่าหลงอีและซูอวิ๋นกำลังหลอกพวกเขา เพราะซูอวิ๋นได้ใช้ความจริงครั้งแล้วครั้งเล่าพิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความเหลือเชื่อของเขาแล้ว
หลงอีมองภาพนี้แล้วรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนได้ดื่มน้ำบ๊วยเย็นเจี๊ยบในฤดูร้อน
เขาเคาะโต๊ะ ถามยิ้มๆ ว่า “เป็นไง? หลิวจอมโวย ยังจะชนเสาอยู่อีกไหม? ถ้าคุณอยากชน ที่นี่มีเสารับน้ำหนักอยู่ต้นหนึ่งพอดี แข็งแรงใช้ได้เลยนะ”
หลิวหนงหน้าแดงก่ำ แต่กลับไม่ขัดเขินเลยสักนิด กลับหัวเราะแหะๆ “ท่านผู้บัญชาการพูดอะไรอย่างนั้น ถ้าผมชนเสาตาย ใครจะไปทำนาแทนสหายซูอวิ๋นล่ะครับ? ผมจะกลับไปเดี๋ยวนี้แหละ! ผมจะไปเฝ้าที่หัวไร่ปลายนาด้วยตัวเอง! ขอแค่สหายซูอวิ๋นปล่อยสกิล ผมรับประกันเลยว่า ฤดูใบไม้ร่วงปีนี้... ไม่สิ ไม่ต้องรอถึงฤดูใบไม้ร่วง ภายในสองเดือน ผมจะเอาข้าวใหม่มาถมให้เต็มโกดังของท่านเลย!”
“ใช่ๆๆ! ผมก็ต้องรีบกลับไปรวบรวมคนเหมือนกัน!” รัฐมนตรีวิทย์ฯ เริ่มเก็บเอกสารแล้ว “โครงการระดับพิเศษที่ระงับไปหลายโครงการต้องรีบเปิดใหม่ทันที! สหายซูอวิ๋น โทเท็มของคุณนี่ปักได้เมื่อไหร่ครับ? ปักให้สถาบันวิทยาศาสตร์ของพวกเราก่อนสักต้นได้ไหม?”
“ไปๆๆ! เอาเรื่องอาหารก่อน! เรื่องปากท้องสำคัญที่สุดเข้าใจไหม!”
“ทำวิจัยก็เพื่อการทำนาที่ดีขึ้นไง! มีเทคโนโลยีใหม่ผลผลิตก็ยิ่งสูงขึ้น!”
มองดูกลุ่มคนที่เมื่อกี้ยังทำหน้าเศร้าสร้อย แต่ตอนนี้กลับทะเลาะกันแทบเป็นแทบตายเพื่อแย่ง “สิทธิ์ได้รับโทเท็มก่อน” ซูอวิ๋นก็อดขำไม่ได้
นี่แหละคือหลงเซี่ย
ต่อให้ฟ้าถล่มลงมา ขอแค่มีความหวังเพียงริบหรี่ คนกลุ่มนี้ก็จะช่วยกันปะชุนฟ้าให้กลับมาเหมือนเดิมได้
“ผู้อาวุโสทุกท่านไม่ต้องแย่งกันครับ”
ซูอวิ๋นลุกขึ้นยืน แม้จะสวมชุดลำลอง แต่ความสุขุมนุ่มลึกที่แผ่ออกมาจากกระดูกดำ กลับทำให้เหล่าขาใหญ่ผู้มีตำแหน่งสูงส่งในหน้าจอต่างเงียบเสียงลงโดยไม่รู้ตัว
เขาจัดปกเสื้อเล็กน้อย น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
“เด็กๆ เขาถึงจะเลือกกัน ในเมื่อสกิลปลดล็อกหมดแล้ว ก็จัดมาพร้อมกันเลยสิครับ”
ซูอวิ๋นหันไปมองหลงอี “ผู้เฒ่าหลง เรื่องนี้ช้าไม่ได้ ปัญหาเรื่องอาหารเป็นเรื่องสำคัญที่สุดจริงๆ ผมเตรียมจะปล่อย 【ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์】 เดี๋ยวนี้เลย แล้วก็จะเปิดโทเท็มสายสถานะอื่นๆ ไปพร้อมกันด้วย”
หลงอีได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นยืน สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
“สหายซูอวิ๋น ฝากด้วยนะ!”
ซูอวิ๋นพยักหน้า จากนั้นมองไปทางเหล่ารัฐมนตรี “แต่รบกวนรัฐมนตรีทุกท่านช่วยแจ้งลงไปหน่อยนะครับ ให้ทุกคนอย่าเพิ่งตกใจ”
“เพราะว่า...”
“ปรากฏการณ์มันอาจจะใหญ่โตไปหน่อย”