- หน้าแรก
- ระยะร่ายเวทครอบคลุมทั้งประเทศ ผมเลยมอบตัวให้รัฐบาลดูแล
- บทที่ 21: นี่ก็แค่ “สภาพอากาศเฉพาะถิ่นทางทะเล” ธรรมดาๆ เองนะ?
บทที่ 21: นี่ก็แค่ “สภาพอากาศเฉพาะถิ่นทางทะเล” ธรรมดาๆ เองนะ?
บทที่ 21: นี่ก็แค่ “สภาพอากาศเฉพาะถิ่นทางทะเล” ธรรมดาๆ เองนะ?
หลงเซี่ย ห้องแถลงข่าวกระทรวงการต่างประเทศ
ที่นี่ถูกฝูงชนล้อมวงจนแน่นขนัดมานานแล้ว
เลนส์กล้องทั้งสั้นและยาวต่างเล็งไปที่โฆษกบนเวที บรรดานักข่าวตะวันตกแต่ละคนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว ราวกับว่าเป็นคนขับเรือชนกันเองในทะเลเมื่อครู่นี้อย่างไรอย่างนั้น
“ขอถามโฆษกครับ!” นักข่าวคนหนึ่งจากซีเอ็นเอ็นลุกพรวดขึ้นโดยไม่สนมารยาท น้ำเสียงดุดันคุกคาม “สำหรับสิ่งที่เรียกว่า ‘เหตุการณ์สายหมอก’ ในทะเลหนานไห่ ทางประเทศของคุณใช้อาวุธอุตุนิยมวิทยาต้องห้ามหรือก๊าซทำลายประสาทใช่ไหม? ทำไมถึงมีแค่ฝ่ายจีนที่มองเห็นชัดเจน? นี่คือการเจตนาฆาตกรรมกองเรือสหพันธ์ใช่หรือไม่?”
ทั้งห้องเงียบกริบ ทุกคนต่างรอคำอธิบายจากหลงเซี่ย
คุณจาง โฆษกบนเวทีขยับแว่นบนดั้งจมูกเล็กน้อย
ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มตามมารยาท พลางเปิดเอกสารตรงหน้าอย่างใจเย็น
“คุณนักข่าวครับ จินตนาการของคุณช่างล้ำเลิศเหลือเกิน หากไม่ไปเป็นนักเขียนนิยายไซไฟก็นับว่าน่าเสียดายแทนวงการวรรณกรรมจริงๆ นะครับ”
“เกี่ยวกับสถานการณ์ในทะเลหนานไห่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเราเพิ่งจะออกประกาศไปเมื่อครู่นี้เอง”
“เนื่องจากช่วงนี้มีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกใต้ทะเลที่รุนแรง จึงทำให้เกิด ‘ปรากฏการณ์สภาพอากาศจุลภาคเฉพาะถิ่นทางทะเล’ ที่หาได้ยากยิ่งบริเวณน่านน้ำรอบเกาะเขี้ยวมังกร สภาพอากาศแบบนี้จะทำให้ค่าดัชนีหักเหของแสงเกิดความผิดปกติ และมาพร้อมกับความปั่นป่วนของสนามแม่เหล็กในระดับหนึ่ง”
“นี่คือฝีมืออันน่าทึ่งของธรรมชาติ เป็นภัยธรรมชาติที่มนุษย์ไม่อาจแทรกแซงได้ครับ”
นักข่าวซีเอ็นเอ็นโกรธจนมือสั่น “ภัยธรรมชาติ? งั้นทำไมเรือของพวกคุณถึงไม่เป็นไร? ทำไมพวกคุณถึงมองเห็น?”
คุณจางมองเขาด้วยความประหลาดใจ “ใครบอกว่าพวกเรามองเห็นครับ?”
“ก็วิดีโอในเน็ตเมื่อกี้...”
“อ๋อ อันนั้นน่ะเหรอ” คุณจางพูดแทรกด้วยท่าทีนิ่งสงบ “นั่นเป็นแอนิเมชันจำลองที่ฝ่ายสเปเชียลเอฟเฟกต์ของเราทำขึ้น เพื่อให้ความรู้ประชาชนเรื่องความปลอดภัยในการเดินเรือ ส่วนทำไมเรือเราไม่เป็นไร... อืม น่าจะเป็นเพราะกัปตันของเราสายตาดี ปกติคงกินแครอทเยอะมั้งครับ”
นักข่าวหลงเซี่ยด้านล่างเวทีต่างพากันหยิกขาตัวเองแทบตาย กลัวว่าจะหลุดขำออกมา
กินแครอทเยอะกับผีน่ะสิ!
คุณจางหุบยิ้ม แล้วกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ส่วนที่คุณบอกว่า ‘เจตนาฆาตกรรม’ ทางเราขอประท้วงข้อกล่าวหานี้อย่างรุนแรง เมื่อครู่นี้ เรือพิฆาต ‘เจิ้นไห่’ ของเรายังประกาศผ่านวิทยุ ช่วยชี้ทางให้เรือต่างชาติบางลำที่หลงทางด้วยความหวังดีอยู่เลย ถึงแม้ว่า... พวกเขาจะดูไม่ค่อยฟัง และดื้อรั้นจะพุ่งชนหินโสโครกให้ได้ก็ตาม”
“สำหรับพฤติกรรมที่ไม่ฟังคำทัดทาน และยังดึงดันจะทำการ ‘แสดงผาดโผนเสี่ยงตาย’ ท่ามกลางสภาพทะเลเลวร้ายเช่นนี้ ทางเรารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง และด้วยหลักมนุษยธรรม เรากำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดครับ”
“คำถามต่อไปครับ”
......
การปะทะคารมด้วย “ภาษาการทูต” แบบนี้ ทำเอาผู้ชมทั่วโลกถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน
อะไรคือมาดของมหาอำนาจ?
ก็คือการที่ฉันปั่นหัวแกต่อหน้าต่อตา แล้วยังบอกแกด้วยสีหน้าจริงจังว่านี่ทำเพื่อแกนะ ส่วนแกนอกจากจะโกรธจนคลั่งแล้ว ก็หาเหตุผลมาโต้แย้งไม่ได้สักข้อ
พวกระดับสูงของชาติตะวันตกตอนนี้คงทุบโต๊ะทำงานพังไปหลายตัวแล้ว แต่ในทางกฎหมาย พวกเขาต้อง “น้ำท่วมปาก” พูดไม่ออก
เป็นพวกแกเองที่บุกรุกเข้าไป
เป็นพวกแกเองที่ขับเรือชนกัน
เขาบอกว่าเป็นเพราะสภาพอากาศ แกก็ไม่มีหลักฐานมาแย้ง เพราะเรดาร์กับดาวเทียมของแกบอดสนิทไปหมดแล้ว
นี่มันเหมือนขโมยเข้าบ้านคนอื่น แล้วเหยียบเปลือกกล้วยลื่นล้มขาหัก เจ้าของบ้านยังยืนพูดอยู่ข้างๆ ว่า “อุ๊ย บอกแล้วว่าพื้นลื่น ทำไมไม่ระวังล่ะ?”
......
ทว่า ความสุขและความเศร้าของมนุษย์นั้นเชื่อมโยงไปไม่ถึงกัน
ความอึกทึกจากโลกภายนอกและความปรีดาของหลงเซี่ย ไม่อาจส่งไปถึงดินแดนแห่งความตายที่ถูกปิดกั้นด้วยสายหมอก
ทะเลหนานไห่ น่านน้ำเกาะเขี้ยวมังกร
ภายในห้องบัญชาการเรือ “โพไซดอน” สภาพเละเทะไม่มีชิ้นดี ไวน์แดงราคาแพงหกเกลื่อนพื้น
พลเอกจอร์จนั่งหมดสภาพอยู่บนเก้าอี้บัญชาการ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ไม่เหลือเค้าของสุภาพบุรุษที่แกว่งแก้วไวน์แดงก่อนหน้านี้แม้แต่น้อย
แพ้แล้ว
แพ้อย่างราบคาบ
ไม่ทันได้เห็นหน้าศัตรูด้วยซ้ำ ก็ถูกปั่นหัวเล่นอยู่บนฝ่ามือ เสียงชนกระแทก เสียงกรีดร้อง และเสียงพากย์ “เจ้าที่” บ้าบอนั่น เหมือนเข็มแหลมที่ทิ่มแทงสมองเขาจนปวดร้าวไปหมด
“ท่านนายพล... รายงานความเสียหายมาแล้วครับ” นายทหารคนสนิทมีสีหน้าตื่นตระหนก “ใบจักรเสียหายหนัก กำลังขับเคลื่อนลดลง 60% ระบบเรดาร์พังยับเยิน ระบบสื่อสาร... ยังคงบอดสนิท พวกเราถูกขังแล้วครับ”
“แถม... ระบบหมุนเวียนน้ำจืดของเราก็ขัดข้อง ไม่รู้ทำไม น้ำที่ไหลออกมาถึงเป็นสีดำทั้งหมด...”
จอร์จหันหน้าไปอย่างเชื่องช้า มองออกไปนอกหน้าต่างที่ขาวโพลน
สายหมอกเปรียบเสมือนกำแพงแห่งความสิ้นหวังที่ตัดขาดทุกหนทางรอด ความตื่นตระหนกทำให้ทหารด้านล่างเริ่มก่อหวอด มีคนพยายามหย่อนเรือชูชีพหนี แต่พริบตาเดียวก็หายไปในสายหมอก เหลือทิ้งไว้เพียงเสียงกรีดร้องโหยหวน แล้วก็หายสาบสูญไป
นี่คือพลังลึกลับของตะวันออกงั้นเหรอ?
“พวกเราคือกองเรือที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก... เป็นไปได้ยังไง...” จอร์จพึมพำกับตัวเอง เล็บจิกแน่นลงไปในที่วางแขนหนังแท้
เขาไม่ยอมแพ้
เขา จอร์จ สมิธ คือความภาคภูมิใจของตระกูล คือว่าที่รัฐมนตรีทบวงทหารเรือ จะมาจบเห่เหมือนตัวตลกอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
ถ้ากลับไปแบบหางจุกตูดอย่างนี้ เขาจะกลายเป็นตัวตลกของโลกตะวันตกทั้งใบ จะถูกตรึงไว้บนเสาประจานให้คนถ่มน้ำลายใส่ไปชั่วชีวิต
“ไม่... มันยังไม่จบ”
จอร์จหัวเราะออกมาอย่างคนเสียสติ
“ในเมื่อฉันอยากได้แล้วไม่ได้ คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะได้ไป!”
เขาพุ่งตัวไปที่แผงควบคุม ผลักเจ้าหน้าที่ที่กำลังตื่นตระหนกออกไป มือสั่นเทาขณะป้อนคำสั่งรหัสผ่านระดับสูงสุด
“เริ่มแผนปฏิบัติการ ‘ผ่ามังกร’! เปิดใช้งานเครื่องสั่นสะเทือนเปลือกโลกบนเรือโพรมีธีอุส!”
นายทหารคนสนิทหน้าถอดสี รีบพุ่งเข้ามาขวาง “ท่านนายพล! ท่านบ้าไปแล้วเหรอ? ตรงนี้มันแนวรอยเลื่อนเปลือกโลกนะ! ถึงเรือโพรมีธีอุสจะอยู่ท้ายขบวน แต่ถ้าเปิดเครื่องสั่นสะเทือน มันจะเกิดสึนามิยักษ์นะครับ! แม้แต่พวกเราก็หนีไม่รอด!”
“หนี? จะหนีไปไหน?!”
จอร์จถีบนายทหารคนสนิทจนกระเด็น ตะคอกอย่างบ้าคลั่ง “หมอกบ้านี่มันออกไปไม่ได้หรอก! พวกเรามันคนตายแล้ว! ในเมื่อต้องตาย ก็ลากชายฝั่งหลงเซี่ยทั้งหมดไปลงนรกด้วยกันสิ!”
“นี่แหละคือ ‘พิโรธแห่งเจ้าสมุทร’ ของจริง! ให้ไอ้พวกลิงผิวเหลืองที่หัวเราะเยาะพวกเราลงไปเป็นอาหารปลาซะ! ขอแค่เกิดสึนามิ เกาะเขี้ยวมังกรก็จะจมลง พวกมันจะไม่ได้อะไรไปทั้งนั้น!”
เมื่อปุ่มสีแดงถูกตบลงไปอย่างแรง
ที่ด้านหลังกองเรือ เรือสำรวจวิจัยวิทยาศาสตร์ขนาดยักษ์ “โพรมีธีอุส” ที่ดูธรรมดามาตลอด จู่ๆ ก็ส่งเสียงคำรามกึกก้องน่าสะพรึงกลัว
เปลือกนอกที่พรางตัวของเรือลำนี้หลุดร่อนออกทีละชั้น เผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงอันดุดัน ประตูเครื่องจักรขนาดยักษ์ลึกเข้าไปในตัวเรือเปิดออกเสียงดังสนั่น
แท่งโลหะขนาดยักษ์ยาวนับร้อยเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางหลายเมตร ค่อยๆ ยื่นออกมา รอบตัวมันมีกระแสไฟฟ้าสีน้ำเงินเข้มกะพริบอย่างน่าขนลุก ราวกับเขี้ยวพิษร้ายกาจที่แฝงกลิ่นอายแห่งการทำลายล้าง เล็งตรงไปยังชั้นหินใต้ทะเลเบื้องล่าง
นี่คือเครื่องปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ที่สหพันธ์อินทรีแอบวิจัย รหัส “ค้อนพระเจ้า” เดิมทีมันถูกออกแบบมาเพื่อทำเหมืองในทะเลลึก โดยใช้การสั่นสะเทือนบดขยี้ชั้นหิน แต่ขอแค่ปรับความถี่ และใช้ร่วมกับระเบิดเจาะลึกสั่นสะเทือนเปลือกโลก มันก็สามารถสร้างสึนามิเทียมที่รุนแรงพอจะทำลายอารยธรรมชายฝั่งได้บนแนวรอยเลื่อนทางธรณีวิทยาที่เปราะบาง!
แท่งโลหะเริ่มเร่งความเร็ว แสงสีน้ำเงินสว่างจ้า เตรียมจะทิ่มแทงลงไปในเลือดเนื้อของโลกอย่างโหดเหี้ยม
ทว่า ในเวลานั้นเอง
ภายในตำหนักคุนหลุน
ซูอวิ๋นได้โยนโทเท็มออกไปอีกอันแล้ว