เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - สถาบันเวทย์มนต์หลวง

บทที่ 11 - สถาบันเวทย์มนต์หลวง

บทที่ 11 - สถาบันเวทย์มนต์หลวง


อ้าวเต๋อมาหาผมตั้งแต่เช้า

“ทำไมนายมาเช้าจัง? ฉันยังนอนไม่พอ ขอฉันนอนต่ออีกหน่อย”

“ไม่เอา รีบ ๆ ไปเถอะ ไม่ใช่ว่าวันนี้นายจะช่วยฉันพัฒนาเทคนิคพายุเหรอ? รีบไป รีบไป!!”

ผมซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม ทำตัวไม่สนใจเขา

“นายจะลุกมั้ย? ถ้าไม่ ฉันจะร่ายเวทย์น้ำแล้วนะ”

“น่ารำคาญจริง เช้าขนาดนี้ นายยังไม่ยอมให้คนอื่นนอนอีก ลุกแล้ว ๆ” ได้ยินเสียงเขาร่ายเวทย์ ผมรีบลุกขึ้นจากเตียง เจ้าคนนี้ ถ้าอยากเจ็บตัวขนาดนี้ ผมจะช่วยเอง ฮิฮิ!!

อ้าวเต๋อเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่ในค่ายกลถุงทราย ไม่เลวเลย เขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ในระยะเวลาเพียง 2 เดือน เขาสามารถอยู่ในค่ายกลได้ถึง 1 ชั่วโมง (ในกรณีที่ผมไม่ได้แอบโจมตีเขาด้วยเวทย์มนต์) ผมยังจำสภาพยับเยินของเขาในวันแรก ๆ ได้ ผมได้แต่แอบยิ้ม ตอนนี้อ้าวเต๋อน่าจะเข้าใจแล้วว่าทำไมผมถึงกลับบ้านด้วยสภาพที่หมดแรงทุก ๆ วัน

“พี่ใหญ่ ผมทนไม่ไหวแล้ว ปล่อยผมออกไปเถอะ” ถ้าเขาพยายามจะออกมาก่อนที่ผมจะอนุญาต ผมจะเคลื่อนย้ายไปเตะเขากลับเข้าไป

“ได้ พอแล้ว! เดี๋ยวอีกไม่กี่วันก็จะมีการสอบจบการศึกษาแล้ว นายต้องเก็บแรงไว้บ้าง”

อ้าวเต๋อโผล่มานั่งอยู่หน้าผมด้วยอาการหอบ “พี่ใหญ่ ผมเก่งขึ้นเร็วมากเลยใช่มั้ย?”

“ก็ถือว่าอยู่ในค่าเฉลี่ย นายใช้เวทย์เคลื่อนย้ายไม่ได้ แต่ยังผ่านมาได้ถึงระดับนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีมากแล้ว อีก 2 วันจะสอบจบการศึกษาแล้ว นายคิดไว้หรือยังว่าจะเข้าโรงเรียนไหน?” ในเมืองเซินเคอ มีโรงเรียนมัธยมเวทย์มนต์อยู่ 13 โรงเรียน มีโรงเรียนเกรด A อยู่ 2 โรง โรงเรียนเกรด B อยู่ 4 โรง ที่เหลือเป็นโรงเรียนเกรด C และ D แน่นอนโรงเรียนที่ดีที่สุดคือโรงเรียนเกรด A ทุกปี จะมีอย่างน้อย 2-3 คนสามารถสอบเข้าเรียนในสถาบันเวทย์มนต์หลวงได้ (สถาบันที่ให้การศึกษาด้านเวทย์มนต์สูงสุดในประเทศนี้)

“ผมว่า ผมน่าจะเข้าโรงเรียนเกรด B ได้ แล้วพี่ใหญ่ล่ะ?”

“ฉันยังไม่รู้เลย การทดสอบทุกปีจะแตกต่างกัน ใครจะรู้ว่าปีนี้จะสอบอะไร? ถ้าหัวข้อเป็นการหนีกับการป้องกัน ฉันเข้าโรงเรียนเกรด A ได้แน่นอน แต่ถ้าหัวข้อเป็นการโจมตี ฉันโดนเตะไปอยู่โรงเรียนเกรด D แน่” จริง ๆ แล้ว ผมไม่ค่อยสนใจหรอกว่าผมจะเรียนโรงเรียนไหน แต่แม่ผมให้สัญญากับผมว่าถ้าผมเข้าเรียนโรงเรียนเกรด A ได้ แม่จะเพิ่มค่าขนมให้ผมเป็น 5 เหรียญเงินต่อเดือน 5 เหรียญเงินเชียวนะ ถือว่าเป็นเงินก้อนใหญ่พอสมควร เพื่อเงินแล้ว ผมจะพยายามให้ดีที่สุด

“พี่ใหญ่ ไม่ใช่ว่าอาจารย์ของพี่บอกว่าจะกลับมาก่อนการสอบเหรอ? อีก 2 วันก็สอบแล้ว ทำไมเขายังไม่กลับมาอีก?”

“ฉันจะไปรู้ได้ไง แต่ไม่ต้องกลับมาก็ดี จะได้ไม่ต้องฝึกเพิ่มก่อนสอบ”

“เธออยากฝึกพิเศษก่อนสอบใช่มั้ย เดี๋ยวอาจารย์จัดการให้” เสียงที่คุ้นเคยลอยมาเข้าหู

“อา!! อาจารย์ซิว อาจารย์กลับมาแล้ว ฝึกพิเศษ ไม่จำเป็น ๆ ผมแค่ล้อเล่นไปเรื่อยน่ะ”

“พี่ใหญ่ ผมกลับก่อนนะ” เห็นหน้าเครียด ๆ ของอาจารย์ซิว อ้าวเต๋อรีบออกตัว เจ้านี่ไม่ได้มีความภักดีเอาเสียเลย

“อ้าวเต๋อ ไอ้เพื่อนเลว อย่าให้ฉันเจอนายอีกนะ”

“จางกง!!”

“อาจารย์ ผม...” ผมไม่รู้ว่าทำไมผมรู้สึกอึดอัดตอนที่ผมมองอาจารย์ซิวตั้งแต่หัวจรดเท้า 2 ขาของผมสั่นอย่างควบคุมไม่ได้

“จางกง เธอจะเรียนจบแล้ว มีความมั่นใจมั้ย”

“ผมบอกไม่ได้ ผมต้องไปสอบก่อนจะได้รู้ว่าผมทำได้แค่ไหน”

“เจ้าเด็กโง่ เธอเรียนเวทย์มนต์แห่งแสง เป็นคนเดียวที่เรียนเวทย์แสงในรอบหลาย 10 ปีนี้ เพื่อความยุติธรรม โรงเรียนไม่ทดสอบเธอด้วยเวทย์โจมตีหรอก” อาจารย์ซิวใจดีขี้นมาสะอย่างงั้น

“อือ!! ถ้าอย่างนั้นก็ดีมากเลย ผมสอบเข้าโรงเรียนเกรด A ได้แน่นอน” ผมกระโดดดีใจ แน่นอน! ค่าขนมของผม ผมมีความสุขมาก

“เธอก็มีความทะเยอทะยานเหมือนกันนะ ฮึ! ยังไงล่ะ อาจารย์คิดว่าครั้งนี้เธอไม่ต้องทดสอบจบการศึกษาของโรงเรียนหรอก”

“อะไรนะครับ?” ผมงงไปหมด

“อาจารย์ไปเมืองหลวงคราวนี้เพื่อเธอโดยเฉพาะ อาจารย์ไปยื่นใบสมัครเข้าโรงเรียนมัธยมเวทย์มนต์หลวงให้เธอ เธอต้องไปสอบเข้าโรงเรียนมัธยมเวทต์มนต์หลวง อาจารย์ตั้งความหวังกับเธอไว้สูง เธอต้องพยายามให้มาก” โรงเรียนมัธยมเวทย์มนต์หลวง เป็นโรงเรียนในเครือของสถาบันเวทย์มนต์หลวง สถาบันที่มุ่งเน้นไปที่เยาวชนที่มีพรสวรรค์ อัตราสอบเข้าได้ทุก ๆ ปีมีแค่ 1 ใน 3 มันเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดในประเทศ ถ้าจะให้เกรด มันก็เป็นโรงเรียนเกรด S

“อา!!! อะไรนะ???” ไม่เอา!!!! โรงเรียนมัธยมหลวง? มีชื่อเสียงเกินไป มันต้องเข้มงวดมากแน่ ๆ กว่าจะหนีจากปีศาจเฒ่านี่ได้ จะหนีจากถ้ำเสือ ไปเข้ารังหมาป่าทำไม?

“อาจารย์ซิว ระดับของผมเทียบกับเด็กพรสวรรค์ของประเทศไม่ได้หรอก เวทย์ผมอ่อนจะตาย” ผมพยายามรีบปฏิเสธ

“ใครบอกว่าเวทย์มนต์ของเธออ่อนแอ เธอเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดเท่าที่อาจารย์เคยสอน เธอจะรู้ได้ยังไง ถ้าเธอไม่เคยทดสอบด้วยตัวเอง?” เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินคำชมจากอาจารย์ซิว แต่ผมไม่เห็นจะดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว

“อย่างนั้น เดี๋ยวผมกลับบ้านไปปรีกษาพ่อกับแม่ แล้วกลับมาให้คำตอบอาจารย์พรุ่งนี้นะครับ”

“ไม่จำเป็น อาจารย์จะเยี่ยมบ้านเธอวันนี้ด้วยเลย จะได้ปรึกษากับพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ แน่นอนพวกเขาต้องเห็นด้วยแน่”

ไม่มีทาง ทำไมวันนี้อาจารย์ซิวรีบร้อนจัง เฮ้อ! ผมทำอะไรไม่ได้แล้ว ถ้าพ่อกับแม่รู้ ทั้งคู่ต้องส่งผมไปเมืองหลวงแน่นอน

เหมือนกับที่ผมคิดไว้ พออาจารย์ซิวคุยเรื่องนี้กับพ่อและแม่ พวกเขาตื่นเต้นมาก ลูกชายของพวกเขาจะได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่ดีที่สุดในประเทศนะ พวกเขาจะไม่มีความสุขได้ยังไง

“แต่ว่านะ อาจารย์ซิว ไม่ใช่ว่าจะเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมเวทย์มนต์หลวง ต้องมีหนังสือแนะนำจากคนใหญ่คนโตไม่ใช่เหรอครับ พวกเราคนธรรมดา พวกเขาจะยอมให้จางกงสมัครสอบเหรอ” พ่อผมเอ่ยถาม

“พวกคุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมแก้ปัญหานี้เรียบร้อยแล้ว ผมมีเพื่อนรักระดับ ‘เจ้าเมือง’ อยู่ ผมให้เขาเขียนหนังสือแนะนำให้จางกงแล้ว”

แม่เริ่มหันมาสะกิดพ่อ ค่อย ๆ กระซิบถาม “ค่าเทอมโรงเรียนมัธยมเวทย์มนต์หลวงมันสูงมากเลย พวกเรา..”

“ไม่เป็นไร พวกเราต้องทุ่มสุดตัว เราจะขวางอนาคตอันสดใสของลูกเราได้ยังไง” ได้ยินพ่อพูด ผมรู้สึกว่าพ่อกับแม่หวังกับผมไว้สูงมากจริง ๆ

“พ่อครับ แม่ครับ วางใจได้เลย ผมต้องสอบผ่านเข้าเรียนได้แน่ ๆ” ผมพูดด้วยอารมณ์พาไป ก่อนเริ่มรู้สึกเสียใจหลังจากพูดจบ

“จางกง ลูกเป็นเด็กดีจริง ๆ” พ่อลูบหัวผม

“คุณเว่ย คุณทั้งสองคนไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เรื่องค่าเล่าเรียนก็จัดการไว้เรียบร้อยแล้ว” เห็นทั้ง 3 คนในครอบครัวอ้าปากค้าง อาจารย์ซิวพูดต่อ “ผมหลงไหลในเวทย์มนต์มาก แต่พรสวรรค์ด้านเวทย์มนต์ของผมอยู่ในระดับกลาง ๆ หลังจากพยายามเป็น 10 เท่าของคนอื่น ตอนนี้ผมก็ถึงแค่ระดับนักเวทย์สูงสุด ถ้าผมพยายามต่อไปอย่างเต็มที่ อยากมากในชีวิตนี้ผมก็ไปถึงได้แค่ระดับอาจารย์เวทย์ แต่จางกงไม่ใช่ ผมเห็นว่าพรสวรรค์ด้านเวทย์มนต์แห่งแสงของเขานั้นไม่ธรรมดา ผมหวังที่จะเห็นเขาเหนือกว่าผม ขึ้นไปจนถึงระดับเมธีเวทย์ หรือไปถึงระดับมหาเมธีเวทย์ จางกง! เธอต้องไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังนะ”

ได้ฟังอาจารย์ซิวพูด พ่อกับแม่ขอบคุณอาจารย์ไม่หยุดในความตั้งใจจริงของเขาต่อลูกศิษย์ จบ! ทุกอย่างตกลงกันได้แล้ว ผมต้องพูดอะไรมั้ย? ไม่! แค่ต้องเตรียมตัวเดินทาง

จบบทที่ บทที่ 11 - สถาบันเวทย์มนต์หลวง

คัดลอกลิงก์แล้ว