เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 – ถึงเมืองหลวง

บทที่ 12 – ถึงเมืองหลวง

บทที่ 12 – ถึงเมืองหลวง


“จางกง ลูกต้องเชื่อฟังอาจารย์ซิวนะ ตั้งใจทำบททดสอบ ลูกต้องสอบให้ผ่านเพื่อชื่อเสียง เกียรติยศของวงศ์ตระกูล แต่ถ้าสอบไม่ผ่านจริง ๆ รีบกลับบ้าน อย่าให้แม่กับพ่อเป็นห่วง อาจารย์ซิว ช่วยดูแลจางกงด้วยนะคะ” แม่ผมร้องไห้กอดผมอยู่ครึ่งค่อนวัน

“พอได้แล้ว แม่ของลูก จางกงไม่ได้ไปแล้วไปลับสักหน่อย นี่สายมากแล้ว ให้พวกเขาออกเดินทางเถอะ”

หลังจากบอกลาแม่ พ่อ อาจารย์ในโรงเรียน เพื่อนร่วมชั้น (แน่นอน เจ้าอ้าวเต๋อนั่น บอกให้ผมเรียนเวทย์มนต์ให้เยอะ ๆ จะได้กลับมาคุ้มครองเขา) ผมกับอาจารย์ซิวเริ่มออกเดินไปบนถนนที่มุ่งไปสู่เมืองหลวง

“อาจารย์ซิว เมืองหลวงอยู่ไกลจากที่นี่มากมั้ยครับ?”

“ไกลมาก ต้องเดินข้ามเขตปกครองไปตามถนน ระยะทางราว ๆ 1,000 กิโลเมตร”

“ไกลขนาดนั้น อา...”

เราเดินวันละ 8 ชั่วโมงต่อวัน ได้ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร ดังนั้นในการเดินทางครั้งนี้เราต้องใช้เวลาประมาณ 20 วันของการบุกป่าฝ่าดงไปจนถึงเมืองหลวง ผมกับอาจารย์ซิวเหาะด้วยเวทย์มนต์ไม่ได้ มีแต่นักเวทย์ลมขั้นกลางเท่านั้นที่สามารถใช้เทคนิคลมทะยานได้ เหาะ!! ระยะทางในการเหาะโดยปกติแล้วขึ้นอยู่กับพลังเวทย์ ในตอนแรกผมอยากใช้เวทย์เคลื่อนย้ายในการเดินทาง อย่างน้อยใช้เวทย์เคลื่อนย้ายระยะใกล้ 1 ครั้งก็ไปได้ 500 เมตรแล้ว แต่อาจารย์ซิวไม่ยอมให้ผมทำ เขาใช้เวลาระหว่างการเดินทางสอนผมถึงกลเม็ด และวิธีการประยุกต์ใช้เวทย์มนต์ ที่จำเป็นต่อการทดสอบ

ด้วยความคาดหวังของแม่ พ่อ และอาจารย์ซิว และแน่นอนค่าขนมของผมในอนาคต ผมใช้ความพยายามมากกว่าปกติตลอดการเดินทางนี้ นี่ทำให้อาจารย์ซิวประหลาดใจเป็นอย่างมากที่เห็นผมเปลี่ยนเป็นคนละคน

ด้วยความพยายามอย่างหนักมากกว่า 20 วัน ประกอบกับการทำสมาธิในช่วง 2 เดือนที่อาจารย์ซิวไม่อยู่ ตอนนี้ร่างกายของผมเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเวทย์ อาจารย์ซิวบอกผมว่า พลังเวทย์ของผมขาดอีกนิดเดียวก็จะถึงระดับนักเวทย์ชั้นสูงแล้ว

เวทย์โจมตีของผมนั้นอ่อนด้อยมา อาจารย์ซิวเลยสอนเวทย์แห่งแสงให้ผมเพิ่มอีก 2 เวทย์ระหว่างการเดินทาง เวทย์แรกคือ เวทย์ ‘ม่านบังตา’ ที่เอาไว้ใช้ดักคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้า มันเป็นเวทย์ระดับกลาง (เวทย์แสงระดับกลางมีเวทย์โจมตีแค่เวทย์เดียว) และอีกเวทย์เป็นเวทย์ระดับสูง ‘คมดาบแสง’ วัดจากปริมาณพลังเวทย์ของผมตอนนี้ ผมใช้เวทย์นี้ได้เพียงครั้งเดียว อาจารย์ซิวห้ามไม่ให้ผมใช้เวทย์นี้จนกว่าผมจะมีพลังเวทย์มากกว่านี้ ไม่เป็นไร ถ้ามีอะไรผมหนีเอาก็ได้

เมืองหลวง เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่มาก กำแพงเมืองทั้งสูงและหนา ปะตูเมืองขนาดใหญ่มีผู้คนหลั่งไหลเข้าออกอย่างไม่ขาดสาย เกวียนของพวกพ่อค้าวิ่งผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว เสียงล้อกระทบพื้นดังมาไม่ขาดสาย รถม้าหรูหรา ตัวรถสลักลวดลายงดงาม (น่าจะเป็นรถม้าของเหล่าขุนนาง) วิ่งผ่านหน้าเราไป เมืองนี้สมควรแล้วที่จะเป็นเมืองหลวงของอาณาจักร ‘เมืองอ้ายเซี่ย’

อาจารย์ซิวกับผมตระเวณดูไปรอบ ๆ เมืองนี้ใหญ่กว่าเมืองเซินเคอมาก บนถนนแต่ละสายมีร้านรวงมากมายหลายประเภท ผมอยากเข้าไปหาดูว่ามีของเล่นอะไรใหม่ ๆ บ้าง แต่อาจารย์ซิวไม่อนุญาต เขาลากผมเดินไปเรื่อย ๆ จนมาถึงโรงเรียนมัธยมเวทย์มนต์หลวงซึ่งตั้งอยู่ทางฟากตะวันออกของเมือง

“จางกง เห็นอาคารสวย ๆ ข้างหน้านั่นมั้ย นี่แหละโรงเรียนมัธยมเวทย์มนต์หลวง อีก 3 วันการสอบถึงจะเริ่ม ตอนนี้พวกเราไปหาที่พักกันก่อน”

เราเข้าพักในโรงแรมที่ไม่แพงมากนัก ตอนแรกอาจารย์ซิววางแผนที่จะพาผมอยู่ในโรงแรมที่ดีกว่านี้ แต่ว่าโรงแรมดี ๆ ที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ นี้ถูกจองเต็มหมดแล้ว ช่วงนี้มีเหล่าขุนนาง เดินทางเข้ามาจากทุกมุมของอาณาจักร ทำให้เราไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากโรงแรมนี้ (แน่นอน เหล่าขุนนางพวกนี้ก็พาลูกหลานมาสมัครเข้าเรียน และคาดหวังว่าลูกหลานของพวกเขาจะสอบผ่านเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมเวทย์มนต์หลวงได้)

“ดีนะ ที่เรามาถึงค่อนข้างเร็ว ไม่อย่างงั้น ที่นี่ก็คงเต็มเหมือนกัน”

“ใช่ครับ แต่อาจารย์วางแผนได้ดีจริง ๆ ผมรู้แล้วว่าทำไมอาจารย์ไม่ให้ผมเถลไถลระหว่างการเดินทาง”

“จางกง เตรียมตัว เดี๋ยวอาจารย์จะพาไปซื้อของ”

“คร้าบบบ”

อาจารย์พาผมมาที่ถนนสายหลัก อาณาจักรอ้ายเซี่ย เป็นอาณาจักรแห่งเวทย์มนต์ ดังนั้นอุปกรณ์เวทย์มนต์มีขายอยู่ทั่วไป เราเข้าไปดูในร้านขายสินค้าเวทย์มนต์ ว้าว! ข้างในเต็มไปด้วยอุปกรณ์เวทย์มนต์ ชุดคลุมเวทย์มนต์ ผลึกเวทย์มนต์ระดับต่ำ คทาเวทย์ แล้วก็ไข่ของสัตว์เวทย์ต่าง ๆ นักเวทย์ทุกคนสามารถมีสัตว์เวทย์ได้ แต่ต้องเป็นฟักไข่เอง ไข่ของสัตว์เวทย์แต่ละใบจะมีเวทย์ผนึกไว้ จะต้องใช้เลือดเป็นสื่อกลางในการฟัก เมื่อสัตว์เวทย์ออกจากไข่ มันจะรู้สึกผูกพันกับบุคคลแรกที่มันเห็น ในร้านระดับธรรมดานี้ มันมีแค่ไข่ของสัตว์เวทย์ระดับต่ำเท่านั้น เพราะว่าไข่ของสัตว์เวทย์ระดับสูงจะมีราคาแพงมาก แม้แต่ในมุมมองของครอบครัวที่ร่ำรวยก็ยังถือว่าแพงมากจริง ๆ และถ้าอยากได้ไข่ระดับสูงคุณต้องมีโชคด้วย

“จางกง ลองดูว่าอยากได้อะไร เดี๋ยวอาจารย์ซื้อให้เธอเป็นของขวัญ”

“ครับ ขอบคุณครับอาจารย์” ผมโจนเข้าใส่โดยไม่มีความเกรงใจ สุดท้ายผมเลือกไข่สัตว์เวทย์สีขาวมุก แล้วก็คทาเวทย์ฝังผลึกสีขาว

“ลูกชายคุณเลือกได้ดีทีเดียว ในบรรดาคทาเวทย์ของร้านเรา อันนี้ดีที่สุดแล้ว ไข่สัตว์เวทย์ใบนี้เป็นระดับ 1 ผมจะให้เป็นของแถม ส่วนราคาของคทาเวทย์ก็ 50 เหรียญทองครับ (ไข่สัตว์เวทย์สีขาวมุกนี้ เป็นสัตว์ธาตุแสง แน่นอนไม่มีใครต้องการมันหรอก)

“แพงขนาดนั้น?” อาจารย์ซิวนิ่วหน้า อย่างไรก็ตามเขาให้สัญญาแล้ว เพื่อรักษาภาพของอาจารย์ที่น่านับถือไว้ เขาซื้อให้ผมอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

กลับมาที่โรงแรม อาจารย์ช่วยผมประเมินคทาเวทย์ คทาเวทย์ด้ามนี้สามารถช่วยเพิ่มพลังเวทย์ได้ ถือว่าเป็นของดีทีเดียว ในขณะที่ไข่สัตว์เวทย์ดูแล้วเป็นของธรรมดาอย่างยิ่ง เป็นไข่ของสัตว์เวทย์ระดับ 1 ทั่วไป

“เธอรับของขวัญไปแล้ว 3 วันหลังจากนี้เธอต้องพยายามให้ดีที่สุด อย่าทำให้อาจารย์ผิดหวัง”

คทาเวทย์ด้ามนี้ อยู่กับผมนานเลยล่ะ จนกระทั่งผมได้....

อีกอย่าง สัตว์เวทย์ที่ฟักออกมาจากไข่ใบนี้ กลายมาเป็นคู่หูที่สำคัญที่สุดของผม

บางทีคงเป็นเพราะโชคชะตา สัตว์เวทย์ที่บุตรแห่งแสงได้รับมาส่งผลอย่างยิ่งต่อการที่เขาพัฒนาไปสู่ระดับมหาเมธีเวทย์

(บุตรแห่งแสงกำลังจะเริ่มต้นชีวิตในโรงเรียนมัธยมเวทย์มนต์ในเร็ววัน สัตว์เวทย์ของเขาจะเป็นตัวอะไร?)

จบบทที่ บทที่ 12 – ถึงเมืองหลวง

คัดลอกลิงก์แล้ว