เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 - ระหว่างเพื่อน

บทที่ 10 - ระหว่างเพื่อน

บทที่ 10 - ระหว่างเพื่อน


เพราะผมได้รับบาดเจ็บ แม่ช่วยผมยื่นใบลาป่วยให้กับโรงเรียน ผมเลยสามารถพักฟื้นอยู่ที่บ้านได้

หลังจากกินข้าวเช้า พ่อกับแม่ออกไปทำงาน ปล่อยให้ผมนอนเบื่ออยู่บนเตียงคนเดียว

“จางกง จางกง!! นายอยู่บ้านมั้ย? รีบมาเปิดประตู”

“นั่นใครน่ะ? นี่มันยังเช้าอยู่เลย”

“นี่ฉันเอง อ้าวเต๋อ นายจำเสียงฉันไม่ได้แล้วใช่มั้ย?”

“อ้าวเต๋อ ทำไมมาบ้านฉันได้ล่ะ?” ผมถามตอนที่เปิดประตูบ้าน

“จางกง ฉันได้ยินว่านายได้รับบาดเจ็บ นายดีขึ้นแล้วหรือยัง?”

“ฉันดีขึ้นมากแล้ว เมื่อวานนี้มันเหลือเชื่อมาก ฉันนี่ซวยจริง ๆ ใครจะไปคิดล่ะว่าสัตว์อสูรจะเดินอยู่หน้าหมู่บ้าน”

“ใครจะไปรู้? อ่ะนี่ ผงวิญญาณหิมะ ฉันบดมันที่ทำงานพ่ออยู่ครึ่งวัน”

“อา!! นายเอาสมบัติของพ่อนายมาให้ฉันกิน?” ผงวิญญาณหิมะไม่ใช่เป็นแค่สมบัติสุดรักของหัวหน้าหมู่บ้านเท่านั้น แต่ปู่ของอ้าวเต๋อต้องเสียเวลาอยู่หลายปีกว่าจะกลั่นมันขึ้นมาได้

“ไม่ต้องหรอก อ้าวเต๋อ ขอบใจนายมาก ฉันเกือบหายดีแล้ว ไม่ต้องเปลืองผงวิญญาณหรอก”

“ไม่เอาน่า ไม่ต้องเกรงใจ รีบ ๆ กินมันซะ เดี๋ยวพอนายดีขึ้นแล้ว เรามาประลองเวทย์มนต์ชี้แนะกัน”

“อ้าวเต๋อ ขอบใจมาก” ผมตาแดง ๆ ตอนที่กินผลวิญญาณหิมะลงไป ผมรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว หลังจากนั้นก็รู้สึกสบายตัวขึ้นมาก

“ขอบใจอะไรกัน แค่ต่อไปมีอะไรอย่าวิ่งไปฟ้องพ่อฉันก็พอ อีกอย่างต่อไปตอนนายเป็นใหญ่เป็นโตก็อย่าลืมฉันก็แล้วกัน”

“ได้ ต่อไปเราเป็นพี่น้องกัน มีทุกข์ร่วมทุกข์ มีสุขร่วมเสพ ฮ่าฮ่า!” ผมแก่กว่าอ้าวเต๋อ 2 เดือน เราโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ดังนั้นเขาเรียกผมว่าพี่ใหญ่ (ทำไมผมต้องแก่กว่าเขาด้วย ตอนเด็ก ๆ เราเล่นด้วยกัน เราเคารพซึ่งกันและกัน อย่างที่เขาพูดกันว่า เคารพผู้อาวุโส ถนุถนอมผู้เยาว์ เฮ้อ..) แต่ผมไม่คิดจริง ๆ ว่าเขาจะดีกับผมขนาดนี้

ความรู้สึกผูกพันระหว่างเด็ก ๆ เป็นสิ่งที่ควรถนุถนอมเหมือนสิ่งล้ำค่า

“ทำไมนายไม่ไปเรียนวันนี้ อ้าวเต๋อ?”

“อาจารย์ประจำชั้นของฉันบอกให้ทำสมาธิเพื่อเพิ่มพลังเวทย์ของพวกเราอยู่ที่บ้าน อีกไม่กี่เดือนพวกเราต้องทดสอบเพื่อจบการศึกษาแล้ว ตอนนี้ให้เราลาได้เดือนหนึ่งก่อน ยังไงซะทำสมาธิที่ไหนก็เหมือนกัน”

“โอ!! พวกนายโชคดีจัง เปรียบกันพวกนายแล้ว ฉันมัน...เฮ้อ!!” มองไปที่อ้าวเต๋อ ผมเริ่มรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้เลือกเรียนเวทย์น้ำกับเขา

“จางกง 2 ปีมานี้พวกเรายุ่งกันมาก ไม่มีเวลาได้เล่นสนุกกันเลย การเรียนเวทย์มนต์ของนายเป็นยังไงบ้าง? อาจารย์นายเป็นยังไง? ฉันเห็นนายทีไร นายเหมือนจะตายทุกที” ตั้งแต่ผมเริ่มเรียนกับปีศาจเฒ่า ตั้งแต่เช้าจรดค่ำของทุกวันหมดไปกับการเรียน ทำให้ผมไม่ค่อยได้เจออ้าวเต๋อ ถึงแม้บางครั้งจะได้เจอกันตอนค่ำ ๆ แต่ด้วยสภาพของผมที่โดนปีศาจเฒ่าทรมานมา ผมเหนื่อยเกินกว่าที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับใครอีก ผมไม่คิดว่าอ้าวเต๋อจะยังเป็นห่วงผม เพื่อนแท้ยังไงก็เป็นเพื่อนแท้จริง ๆ

“เขาจะไปดีได้ยังไง เขามันปีศาจชัด ๆ ยายแม่มดโหดไม่ได้ 1 ใน 10 ของเขาหรอก”

“หา! แย่กว่ายายแม่มดอีกเหรอ งั้นนายก็น่าสงสารมาก” อ้าวเต๋ออ้าปากค้างด้วยความงุนงง

“อ้าวเต๋อ นายเรียนเวทย์ดี ๆ อะไรมาบ้างล่ะ?”

“ฉันเรียนเวทย์เยียวยาธาตุน้ำมานิดหน่อย แล้วก็เวทย์โจมตีธาตุน้ำ ธาตุรองของฉันคือลม ฉันค่อนข้างเก่งทีเดียว ตอนนี้ฉันเป็นที่ 1 ในห้องถ้าพูดถึงการใช้เวทย์พายุ” ฮ่าฮ่า!!

พอเห็นอ้าวเต๋อแสดงสีหน้าภูมิใจ ผมรู้สึกสงสัยขึ้นมา เลยถามแหย่ ๆ ไปว่า “ไม่ใช่ว่านายไปติดสินบนให้สาว ๆ ยอมให้นายหรอกนะ?”

เสียงหัวเราะของอ้าวเต๋อหยุดลง เขาถามด้วยความประหลาดใจ “นายรู้ได้ยังไง?”

ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!!

เราทั้งคู่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“จางกง นายลาป่วยกี่วัน”

“น่าจะ 4 หรือ 5 วันนะ”

“งั้นเดี๋ยวฉันมาอยู่เป็นเพื่อนนายทุกวัน แล้วพอนายอาการดีขึ้น พวกเราพี่น้องมาประลองกัน”

“ได้เลย ไอ้หนู คิดจะรังแกกันเพราะคิดว่าฉันไม่มีเวทย์โจมตีเหรอ ฉันจะคอยดู” ถึงแม้ผมจะคิดว่าอ้าวเต๋อฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แต่ไม่มีทางที่เขาจะมีพลังเวทย์มากกว่าผม ผมแค่ต้องรอให้เขาหมดแรง

ทั้งหมดทั้งมวล เราก็แค่เด็ก เราต้องการเอาชนะ!

2 วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดแผลผมก็หายดี อ้าวเต๋อมาเยี่ยมผมทุกวันจริง ๆ วันนี้เราจะประลองกัน ผมเองก็อยากรู้ว่าเขาเรียนมาได้ขนาดไหนกัน

“พี่ใหญ่ ผมมาแล้ว รีบ ๆ ออกมา”

“มาแล้ว ๆ ทำไมนายต้องตื่นเต้น อยากตายมากใช่มั้ย? ฮ่าฮ่า”

“เหอะ!! ใครจะแพ้ ใครจะชนะยังไม่รู้ นายไม่มีเวทย์โจมตีสักเวทย์ นายจะเอาชนะฉันได้ยังไง?”

“ของอย่างนี้มันต้องลองเอง”

อ้าวเต๋อตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ เขาเริ่มด้วยการร่ายเวทย์พายุให้กับตัวเอง ถัดจากนั้นก็เป็นโล่น้ำ สุดท้ายก็เริ่มร่ายเวทย์โจมตี

ผมมองดูเขาอย่างเงียบ ๆ ไม่มีความกังวลเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะผมรู้ระดับของเขา เขาไม่มีทางรู้เวทย์โจมตีวงกว้าง เวทย์เคลื่อนย้ายของผมหลบการโจมตีของเขาได้แน่ ๆ

เป็นไปตามที่ผมคาดไว้ กระสุนน้ำลอยมาทางผม ผมเคลื่อนย้ายตัวเองไปทางซ้าย 1 เมตร กระสุนน้ำพุ่งผ่านผมไป แล้วระเบิดอยู่ข้างตัวผม อ้าวเต๋อขยี้ตา เหมือนเขาคิดว่าตาของเขาหลอกตัวเอง เขาเริ่มสาดเวทย์โจมตีสายน้ำทุกชนิดเข้าใส่ผมอย่างไม่หยุดพัก แต่การโจมตีแบบนี้จะถูกตัวผมได้ยังไง

“พี่ใหญ่ พี่ใช้เวทย์อะไร ทำไมมันเร็วกว่าเวทย์พายุของผม?”

“แน่นอนอยู่แล้ว นี่คือเวทย์มิติเคลื่อนย้าย”

“พี่ใหญ่ อย่าทำตัวหน้าไม่อายสิ อย่างนี้มันจะเรียกว่าประลองได้ยังไง พี่เอาแต่หลบ?”

“จะเอาอย่างนั้นก็ได้ ฉันจะไม่หลบแล้วนะ มาเลย” ขณะที่พูดผมร่ายเวทย์โล่ผลึกแสงให้ตัวเอง

พอเห็นว่าผมไม่หลบอีกแล้ว อ้าวเต๋อยิงกระสุนน้ำเข้าใส่ผม ผมแสยะยิ้ม หันโล่ผลึกแสงเข้าหาอ้าวเต๋อ กระสุนน้ำกระทบกับโล่ แล้วสะท้อนกลับไปอ้าวเต๋อ การสะท้อนกลับของกระสุนน้ำยังมีพลังโจมตีเท่าเดิม โล่ของผมไม่ได้ลดแรงกระแทกอะไรเลย ผลก็คือเขาเปียกโชกตั้งแต่หัวจรดเท้า และล้มลงกับพื้น

“พอแล้ว ๆ นี่มันอะไรกัน? ฉันยอมแพ้” อ้าวเต๋อลุกขึ้นยืน

“แน่นอนนายต้องยอม ถ้าไม่ใช่เวทย์โจมตีวงกว้าง ไม่มีเวทย์ไหนใช้ได้ผลกับฉันหรอก การป้องกัน และการหลบหลีกของฉัน เทียบเท่ากับนักเวทย์ขั้นกลางแล้ว”

“สมควรแล้วที่ผมเรียกพี่ว่า พี่ใหญ่ ผมคิดไม่ถึงเลยว่า ถึงพี่จะไม่มีเวทย์โจมตี พี่ก็ยังทรงพลังอยู่ดี จากนี้ไปผมยอมเป็นลูกน้องติดตามพี่เลย”

เห็นดวงตาของอ้าวเต๋อเต็มไปด้วยความเทิดทูน ผมรู้สึกอิ่มเอมใจ

“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ พวกเราไปโรงเรียนด้วยกัน ฉันจะพานายไปที่ฝึกซ้อมการหลบหลีกดี ๆ ถึงนายจะใช้เวทย์เคลื่อนย้ายไม่ได้ แต่มันก็จะยังช่วยนายพัฒนาเวทย์พายุได้เป็นอย่างมาก”

“เยี่ยมเลย ขอบคุณพี่ใหญ่”

ฮิฮิ!! ขอบคุณ?? พรุ่งนี้ฉันจะให้นายรู้รสชาติของค่ายกลถุงทราย.

จบบทที่ บทที่ 10 - ระหว่างเพื่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว