เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 040

Divine King Of All Directions - 040

Divine King Of All Directions - 040


Divine King Of All Directions - 040

 

ภายในที่พัก หลินเทียนได้แต่มองไปยังซูชูวที่กำลังมีใบหน้าแดงก่ำและจ้องเขม็งมาทางเขา

"นี่มันเป็นการเข้าใจผิด มันเป็นอุบัติเหตุ"

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางอึดอัด

เขาจะไปรู้ได้ไงว่าซูชูวจะอยู่ที่นี่กับหลินซี่ตลอดทั้งคืน ยิ่งไปกว่านั้นยังนอนด้วยท่าทางผิดปกติอีก

"อุบัติเหตุเหรอ ? เข้าใจผิดงั้นเหรอ ? "

ซูชูวได้แต่กัดฟันพร้อมทั้งจ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟเหมือนอยากจะกลืนเขาเข้าไปทั้งๆอย่างงี้

หลินเทียน

"............"

ณ ตอนนี้การเงียบคือทางเลือกที่ดีที่สุด

ทันใดนั้นเองที่บรรยากาศภายในห้องเริ่มอึดอัด

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนก่อนที่ซูชูวจะใจเย็นลงแต่ก็ยังจ้องเขม็งมาทางเขาพร้อมทั้งถามออกมาด้วยสายตาถลนว่า

"เมื่อวานหายหัวไปไหนมา ! ทำไมถึงไม่กลับบ้าน ? "

หลินเทียน

"........"

ทำไมคำถามนี้มันฟังดูแปลกๆ ?

"ฝึกวิชาอยู่ภายในสันเขาชิงเฟิง"

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

"แล้วฝึกวิชาจำเป็นต้องอยู่ถึงค่ำ ? ไม่เป็นห่วงหลินซี่บ้างหรือไง ? "

ซูชูวได้ถามออกมาด้วยน้ำเสียงดุ

"ฝึกหนักไปหน่อยเลยเผลอลืมเวลา "

หลินเทียนได้พูดออกมาก่อนที่จะรีบประจบอย่างรวดเร็วว่า

"ไม่ใช่ว่าที่นี่มีหญิงงามนิสัยดีคอยดูแลน้องสาวข้าอยู่แล้วเหรอ ข้าถึงได้ไม่เป็นห่วงไงล่ะเพราะว่าเจ้าจะต้องสามารถดูแลน้องสาวข้าได้ดีอย่างแน่นอน ! "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางจริงจัง

ใบหน้าของซูชูวได้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"อื้มๆๆๆๆ เจ้าพูดได้ดีและตรงมากๆ ดีมากๆ "

"ก็ดี "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ดูเหมือนว่าอารมณ์ของซูชูวเริ่มจะดีขึ้นแล้ว

เสียงแสยะได้ถูกเปล่งออกมาขณะที่ซูชูวจ้องมองมาทางเขาพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยท่าทางจริงจังว่า

"อ่อใช่ รีบเตรียมตัวได้แล้ว หลังจากนี้อีกสองวันทางสำนักจะเริ่มการจัดอันดับภายในสันเขาชิงเฟิง"

"จัดอันดับ ? "

หลินเทียนได้ชะงักไป

เขาไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลย

"เจ้าเพิ่งเข้าที่นี่ได้เพียงแค่เดือนเดียวและน่าจะรู้ว่าที่นี่ถูกแบ่งออกเป็นตำหนักนอกและตำหนักใน แต่ละปีหลังจากที่มีศิษย์ใหม่นั้นสำนักก็จะทำการจัดอันดับซึ่งหากว่าได้อันดับที่หนึ่งในสามสิบก็จะได้รับรางวัล"

ซูชูวได้ตอบคำถาม

หลินเทียนได้ถามต่อว่า

"แล้วการจัดอันดับคัดจากอะไร ? การประลองกันเอง ? "

"เปล่า "

ซูชูวได้ส่ายศีรษะพร้อมทั้งพูดว่า

"ภายในสันเขามีสัตว์ร้ายอยู่มากมายและภายในร่างของมันก็จะมีแก่นแท้ซึ่งการจัดอันดับก็ง่ายมากๆ ฆ่าสัตว์ร้ายให้ได้มากๆแล้วเอาแก่นมันมาเพื่อเอาไปวัดอันดับ "

"อื่ม มันเป็นกฏิกาง่ายๆแหะ"

หลินเทียนได้พยักหน้าก่อนที่จะขมวดคิ้วแล้วพูดว่า

"ภายในนั้นเต็มไปด้วยสิ่งอันตรายมากมายแล้วทางสำนักไม่กลัวว่าศิษย์จะตกตายจากเงื้อมมือสัตว์ร้าย ? "

เกี่ยวกับคำถามนี้แล้วซูชูวอดไม่ได้ที่จะกรอกตา

"โดยปกติแล้วศิษย์ก็มักจะออกไปขัดเกลาฝีมือภายในสันเขาอยู่แล้ว หากว่าทางสำนักยังต้องกลัวว่าพวกเขาจะถูกฆ่าไหมแล้วไม่ต้องดูแลเป็นพ่อแม่เลย ? นี่ที่คือสำนักซึ่งห้ามปรามการฆ่ากันเองเท่านั้น หากว่าใครถูกสัตว์ร้ายฆ่าก็ถือว่าคนๆนั้นอ่อนแอ "

ซูชูวได้พูดออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าของเขาเพราะแม้มันอาจจะฟังดูโหดเหี้ยมแต่ก็มีเหตุผลมากๆ

"แล้วเจ้าเข้าร่วมด้วยหรือเปล่า ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

ซูชูวได้กรอกตาอีกครั้งก่อนที่จะพูดว่า

"แน่นอนอยู่แล้วไม่งั้นตาเฒ่ามู่ก็คงก่นด่าว่าข้าไม่มีความพยายาม "

หลินเทียนได้แต่อับอายโดนทันทีเพราะดูเหมือนว่าหญิงสาวนางนี้จะไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่

"จัดทีมกันได้ไหม ? เราไปด้วยกัน ? "

เขาได้พูดออกมา

ซูชูวได้ยิ้มออกมาก่อนที่จะเดินไปแตะไหล่เขาแล้วพูดอย่างมั่นใจว่า

"แน่นอนว่าไม่มีปัญหา ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะพี่สาวจะปกป้องเจ้าเอง !"

"เราอายุเท่ากัน !"

"ใช่ ? แต่พี่สาวก็จะปกป้องเจ้าอยู่ดี !"

หลินเทียน

"............."

หลังจากที่รับรู้ถึงข้อมูลต่างๆแล้วเขาก็ได้คิดอยู่ครู่หนึ่งพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

"อ่อใช่ แล้วเ ้าโจวเฮ่านั่นอยู่ที่อันดับเท่าไหร่กัน ? "

รับรู้ข้อมูลของศัตรูเป็นสิ่งที่ดี

ซูชูวได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าประหลาดใจพร้อมทั้งพูดว่า

"เจ้าไม่รู้ ? "

"ไม่รู้สิ "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

"ช่วงนี้ยุ่งๆถึงไม่ได้ไปหาข้อมูลเลย "

ตอนนี้เองที่ซูชูวได้แต่แสดงท่าทางหมดคำพูดออกมา

"โจวเฮ่า ลูกชายคนเดียวของผู้บังคับบัญชาเมืองนี้ อายุ 18ปีเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 9 .........ได้ที่หนึ่ง "

ซูชูวได้พูดออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

"?"

ซูชูวได้จ้องมองไปทางหลินเทียน

"อะไร? "

"เจ้าไม่กังวล ? "

"กังวลอะไร ? "

"อันดับหนึ่งแถมยังอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 9 อีกสองเดือนเจ้าต้องประลองกับเขานะแถมยังเป็นการประลองที่มีชีวิตเข้าแลกด้วยนะ ! "

ซูชูวถึงกับโง่งมเพราะไม่รู้ว่าทำไมเจ้านี่ถึงไม่รู้สึกกลัวเลย ?

หลินเทียนได้หรี่ตาก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"หากว่าความกลัวมันมีประโยชน์แล้วข้าจะบ่มเพาะไปทำไม ? "

"ก็จริงแต่ข้าว่าเจ้านี่มันสงบเกินไปแล้ว"

ซูชูวได้แต่หมดคำพูดไป

"จิตใจสงบมันทำให้บ่มเพาะได้เร็วขึ้น "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

"เหรอ........"

ซูชูวได้ยิ้มตอบก่อนที่จะพูดต่อว่า

"เป็นไงเดือนนึงผ่านไปแล้วสำเร็จฝ่ามือเงาเพลิงและเพลงกระบี่วายุสะท้านถึงกระบวนท่าไหนแล้ว ? "

หลินเทียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ดูเหมือนว่านางต้องการจะยั่วยุเขา

"เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 6 ฝ่ามือเงาเพลิงได้บรรลุแล้ว เพลงกระบี่วายุสะท้านก็บรรลุแล้ว "

เขาได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มจางๆ

หลังจากที่ได้ยินเช่นนี้แล้วนัยน์ตาของซูชูวก็อดไม่ได้ที่จะเบิกกว้างโดยทันที

"อะไรนะ ? "

ซูชูวเพียงแค่อยากจะหยอกเขาแต่ไม่คิดเลยว่าจะได้ยินคำตอบแบบนี้กลับมา

เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 6 ฝ่ามือเงาเพลิงได้บรรลุแล้ว เพลงกระบี่วายุสะท้านก็บรรลุแล้ว

นี่มันอะไรกัน ?

เรื่องฝ่ามือเงาเพลิงและการใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนในการบรรลุมาถึงเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 6ก็ยังพอเข้าใจได้แต่กลับสำเร็จเพลงกระบี่วายุสะท้านด้วย ? ต้องรู้ก่อนนะว่านั่นมันเป็นทักษะที่ไม่มีใครสามารถบรรลุถึงระดับสุดยอดได้ แม้แต่อาจารย์ของเธอก็ทำไม่ได้แต่หลินเทียนกลับใช้เวลาเพียงหนึ่งเดือน ?

พรสวรรค์ระดับเก้าดารานี่มันสัตว์ประหลาด ?

"อย่าโกหกข้า !"

ซูชูวได้จ้องมองไปยังหลินเทียน

"อยากจะให้ข้าปลดปล่อยเจตจำนงแห่งกระบี่ดูไหมล่ะ ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

"อยากสิ !"

ซูชูวพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะนางไม่อยากจะเชื่อเรื่องนี้

หลินเทียนได้แต่หมดคำพูดไป นี่เขาไม่มีความน่าเชื่อถือเลย ?

ณ ตอนนี้เขาไม่ลังเลเลยที่จะแสดงระดับพลังของตัวเองออกมาก่อนที่จะปลดปล่อยเจตจำนงแห่งกระบี่ขั้นที่สามของทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้านออกมา

"นี่เจ้า........"

ซูชูวได้แต่อ้าปากน้อยๆของเธอ

มู่ชิงนั้นสำเร็จทักษะนี้ไปถึงระดับที่ 2 แต่ตอนนี้หลินเทียนกลับกำลังสำแดงพลังระดับที่ 3 ออกมา หากเทียบเรื่องของเจตจำนงแห่งกระบี่แล้วมันเข้มข้นกว่าของมู่ชิงมากส่วนเรื่องของระดับพลังนั้นมันเป็นเพราะว่าเธอมีระดับพลังที่สูงกว่าเขาอยู่แล้วถึงสามารถมองออกได้ทันทีว่าเขาอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 6 จริงๆ

"เป็นไง เชื่อหรือยังล่ะ ? "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ซูชูวได้แต่จ้องมองไปทางเขาพร้อมกับกัดฟันแน่น

"ความเปลี่ยนแปลงนี้...."

เธอกำลังจะพูดบางอย่างออกมาก่อนที่จะนึกถึงภาพเรื่องก่อนหน้านี้จึงเป็นเหตุให้ใบหน้าของเธอแดงก่ำพร้อมทั้งพูดต่อว่า

"เจ้าพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาด !"

หลินเทียนได้แต่หัวเราะออกมา

เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของเขาแล้วก็อดไม่ได้ที่จะทำให้ซูชูวโกรธจัดก่อนที่จะเตะเท้าเขาแล้ววิ่งหนีไปทันที

"อีกสองวันหลังจากนี้ไปเจอกันที่ประตูหินทางเข้าสันเขาชิงเฟิง"

น้ำเสียงที่ไม่พอใจได้ถูกส่งมาตามสายลม

หลินเทียนได้แต่ยิ้มออกมาก่อนที่จะส่ายศีรษะของเขา

"อีกสองวันหลังจากนี้จะจัดอันดับ ต้องเตรียมตัวหน่อย "

เขาได้พูดกับตัวเอง

หลังจากที่พักผ่อนเล็กน้อยแล้วเขาก็ได้กลับขึ้นไปบนยอดที่พักพร้อมทั้งหยิบเอาวัตถุดิบมากมายออกมาเพื่อที่จะวาดข่ายอาคมผสานทักษะระดับกลางเขตแดนหล่อหลอมร่างกายอย่างทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้านใส่ลงไปเพราะว่าการทดสอบนี้ต้องดูแลความปลอดภัยของตัวเองจึงต้องเตรียมการไว้ก่อนจะได้ไม่เกิดเรื่องร้ายแรง

.....

พริบตาเดียวก็ได้ผ่านไปถึงวันที่สอง

ตอนนี้ที่หน้าประตูทางเข้าสันเขาชิงเฟิงแออัดไปด้วยผู้คนกว่าสามร้อยคนซึ่งพวกเขานั้นเป็นศิษย์ภายนอกของสำนักด้วยกัน ั้งหมดและจะเข้าไปภายในสันเขาเพื่อทำการทดสอบเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์

"ไม่รู้ว่ารางวัลสามสิบอันดับแรกเป็นอะไรกัน เริ่มคาดหวังแล้วสิ "

"นี่เจ้าคาดหวังให้ติดหนึ่งในสามสิบ ? "

"ก็ต้องคิดอยู่แล้ว"

ผู้คนมากมายได้สนทนากันอยู่หน้าประตูหิน

หลินเทียนได้เดินมาถึงที่นี่

"ตรงนี้ หลินเทียน "

ซูชูวได้โบกมือให้เขา ก่อนหน้านี้เธอมักจะเรียกเขาติดปากด้วยชื่อเทียนเทียนน้อยแต่หลังจากที่หลินเทียนคัดค้านหลายครั้งก็เปลี่ยนในที่สุด

"มาแล้ว"

หลินเทียนได้เดินเข้าหา

"เตรียมพร้อมแล้ว ? "

ซูชูวได้ถามออกมา

"อื่ม "

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ ตอนนี้เขาสวมชุดคลุมยาวสียาวและมีกระบี่ยาวพาดไว้กลางหลัวส่วนใต้หน้าอกนั้นเต็มไปด้วยม้วนคัมภีร์ผสานทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้านหลายม้วน

"อื้ม ดีมาก "

ซูชูวได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

"แน่นอน"

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

ตรงหน้าประตูทางเข้านั้นมีอาจารย์ของสำนักจิ่วหยางอยู่สามคนซึ่งพวกเขาล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรวิญญาณระดับต้นด้วยกันทั้งหมด คำพูดเปิดก็ไม่ได้มีอะไรมากเป็นแค่การให้กำลังใจในการต่อสู้ทั้งหลายทั้งแหล่

"เอาล่ะ เริ่มการทดสอบได้ !"

ไม่นานก็ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงซึ่งหนึ่งในอาจารย์ก็ได้พูดออกมาอย่างดัง เมื่อสิ้นสุดคำพูดนี้แล้วประตูหินก็ได้ถูกเปิดออกก่อนที่กลิ่นอายของสัตว์ร้ายอันรุนแรงจะทะลักเข้ามา

ผู้คนกว่าสามร้อยคนได้เดินผ่านประตูหินไปภายใต้การนำของอาจารย์เหล่านี้ หลังจากที่ก้าวผ่านไปแล้วก็เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่ามีผู้คนมากมายที่ตื่นเต้นมากๆเพราะพวกเขาเป็นศิษย์ที่เข้ามาใหม่ในปีนี้

หลินเทียนและซูชูวนั้นเดินอยู่คู่กัน

"ซูชูว เจ้ารู้เกี่ยวกับที่นี่เยอะ ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

ซูชูวได้ตอบกลับด้วยท่าทางที่ภูมิใจว่า

"นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว "

หลินเทียนรู้สึกโล่งใจก่อนที่จะเดินตามหลังนางไปโดยที่พบว่าพวกเขาเดินห่างออกมาจากประตูกว่าหลายกิโลเมตรแล้ว

"โฮ๊กกก !"

"โฮ๊กก!"

เสียงคำรามของสัตว์ร้ายได้ดังกังวานไปทั่วพร้อมทั้งกลิ่นอายอันรุนแรงที่ถูกปลดปล่อยออกมา

"นี่เป็นอาณาเขตของสัตว์ร้ายระดับ 1แต่แน่นอนว่าบางทีก็จะมีระดับ 2 หรือ 3 ปะปนมาด้วยแต่ห่างออกไปจากจุดนี้อีกสิบกิโลเมตรก็จะเป็นอาณาเขตของสัตว์ร้ายระดับ 2 ลึกไปกว านั้นก็จะเป็นระดับ 3 และ 4 ด้วยระดับพลังของเราแล้วอย่างมากก็เข้าไปได้เพียงอาณาเขตระดับ 2 เท่านั้นเพราะการเข้าไปในอาณาเขตของสัตว์ร้ายระดับ 3 มันจะดูอันตรายไปหน่อย "

ซูชูวได้พูดออกมา

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 040

คัดลอกลิงก์แล้ว