เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 039

Divine King Of All Directions - 039

Divine King Of All Directions - 039


Divine King Of All Directions - 039

 

ชายสวมชุดสีดำทั้งสามคนได้เดินออกมาจากเงาต้นไม้ด้วยสีหน้าที่เย็นชาซึ่งร่างกายของพวกเขาปกคลุมไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงบ่งบอกว่าเคยผ่านประสบการณ์ต่อสู้มามากมายแถมคนที่ตายด้วยเงื้อมมือพวกเขาก็ต้องไม่น้อยแน่นอน

"นำเราออกมาจากเมืองด้วยความตั้งใจงั้นหรอ ? เจ้านี่มันโง่เง่าสิ้นดี "

ชายคนหนึ่งได้พูดขึ้น

หลินเทียนที่อยู่ภายใต้ชุดคลุมสีดำได้แสยะยิ้มที่ดูถูกออกมา

"เหล็งอี้ทงเป็นคนบงการสินะ "

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่แยแส

เขาจำได้ดีว่าตอนที่อยู่ในสมาคมปรมาจารย์ด้านการบ่มเพาะนั้นจี่หยวนฉานได้เรียกชายหนุ่มคนนั้นด้วยชื่อนี้

หนึ่งในพวกเขาทั้งสามคนได้แสยะออกมาพร้อมกับพูดว่า

"ชื่อของนายน้อยเป็นสิ่งที่เจ้าจะเรียกห้วนๆได้งั้นหรอ ! "

"เป็นมันจริงๆด้วยสินะ "

หลินเทียนได้แสยะออกมา

ชายวัยกลางคนทั้งสามนี้มีชื่อว่าหลี่หลิน เหลินชิ หวานซิง , ณ ตอนนี้พวกเขาได้ก้าวเดินออกไปหนึ่งก้าวก่อนที่จะพูดออกมาอย่างเย็นชาว่า

"นายน้อยได้มอบโอกาสมีชีวิตให้เจ้าโดยการทำลายรากฐานการบ่มเพาะ ขาทั้งสองข้างและดวงตาของตัวเองซะ เจ้าจะเป็นคนทำเองหรือจะให้เราเป็นคนลงมือ ? แต่หากว่าเราเป็นคนลงมือก็บอกได้เลยว่าเจ้าได้ตายแน่ๆ "

หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วหลินเทียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

"จากความหมายของเจ้าแล้วข้าต้องรู้สึกขอบคุณ ? "

หลี่หลินได้พูดออกมาอย่างไม่แยแสว่า

"เข้าใจแล้วก็ดี "

"ทำลายรากฐานบ่มเพาะ ขาสองข้างและดวงตา นี่มันจะให้ข้าใช้ชีวิตต่อไปอย่างน่าอดสู ? "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ท่าทางของทั้งสามคนเองก็เปลี่ยนไปทันที ไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะ ามารถเข้าใจจุดประสงค์ที่แท้จริงได้

เหลินฉีได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

"บางทีฉลาดเกินไปมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนะ "

"การที่ยังไว้ชีวิตเจ้าก็มีน้ำใจแค่ไหนแล้ว ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีเลยจริงๆ ! "

หวางซิงได้แสยะออกมา

"อ่อหรอ "

หลินเทียนได้ก้าวเดินออกมาพร้อมทั้งพูดอย่างไม่แยแสว่า

"ข้าเองก็จะให้โอกาสพวกเจ้าเหมือนกัน ทำลายรากฐานบ่มเพาะ ขาทั้งสองข้างและดวงตาตัวเองซะแล้วข้าจะไม่ฆ่าทิ้ง นี่ถือเป็นน้ำใจจากข้าเหมือนกัน"

หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วท่าทางของทั้งสามคนก็เปลี่ยนเยือกเย็นโดยทันที

"รนหาที่ตาย ! "

หลี่หลินได้คำรามออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เหลินฉีเองก็ได้พูดออกมาว่า

"ไม่ต้องพูดเยอะ ฆ่ามันได้แล้ว!"

หลังจากที่คำพูดได้จบลงแล้วเขาก็ได้พุ่งเข้าใส่หลินเทียนโดยทันที ความเร็วของเขาสูงมากๆพร้อมทั้งยังปลดปล่อยกลิ่นอายอันรุนแรงและน่ากลัวออกมาก่อนที่จะส่งฝ่ามือออกไป

"เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 7 !"

หลินเทียนที่อยู่ภายใต้ชุดคลุมเองก็ยังถึงกับใจสั่นไปแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เขาไม่หลบไม่หนีแต่กลับปล่อยหมัดออกไปปะทะ

ฝ่ามือและหมัดได้ปะมะกันก่อนที่จะส่งให้พวกเขากระเด็นออกไป

"อื้ม ? "

"เหลินฉี เจ้ากำลังทำอะไร ? "

หลี่หลินและหวางซิงต่างขมวดคิ้ว

พวกเขาทั้งสองคนนั้นเป็นผู้บ่มเพาะเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 ด้วยกันทั้งหมดแถมเหลินฉียังสำเร็จทักษะระดับกลางเขตแดนหล่อหลอมร่างกายอย่างฝ่ามือทลายหินภาด้วยซึ่งส่งผลให้ฝ่ามือเมื่อครู่มีน้ำหนักกว่าหลายพันกิโลกรัมทว่ากลับถูกเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 6 ป้องกันเอาไว้ได้

ท่าทางของเหลินฉีได้เปลี่ยนไปก่อนที่จะจ้องมองไปยังหลินเทียนพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

"เจ้าหนูนี่มันแปลกๆ "

จากการปะทะกันเมื่อครู่นี้เขารู้สึกได้ว่าฝ่ามือของเขากำลังด้านชาไปแล้ว

หลินเทียนได้จ้องมองไปยังพวกเขาทั้งสามคนก่อนที่จะพูดออกมาอย่างไม่แยแสว่า

"จากการเคลื่อนไหวและกลิ่นอายแล้วพวกเจ้าน่าจะเป็นทหารของจักรวรรดิงั้นก็แสดงว่าพวกเจ้าเป็นคนของแม่ทัพจี่แต่ทำไมถึงได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเหล็งอี้ทง ? "

หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วพวกเขาทั้งสามคนก็ได้แต่สั่นสะท้านไป

"ฉลาดดีหนิแต่คนฉลาดไปมักอายุสั้นนะ !"

พวกเขาทั้งสามคนได้พูดออกมาอย่างเย็นชา

หลินเทียนได้ยักไหล่ของเขาก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"งั้นในเมื่อข้าไม่มีโอกาสได้โตก็อยากจะรู้ก่อนตายหน่อยว่าทำไมทหารของจักรวรรดิถึงรับฟังคำสั่งของไอ้เหล็งอี้ทงนั่น "

"ฮึ้ม !"

หลี่หลินได้แสยะออกมาอย่างเย็นชา

เหลินฉีได้ตอบกลับไปว่า

"ทหารแล้วยังไงล่ะ ตราบใดที่ประจบนายน้อยได้แล้วอะไรๆก็ราบรื่น เทียบกับทหารธรรมดาแล้วมันเทียบกันไม่ได้ด้วยซ้ำ "

"ไม่ต้องพูดเยอะแล้วอย่าลืมเป้าหมายของเราวิ ฆ่ามันได้แล้ว "

หวางซิงได้ขมวดคิ้ว

"ได้ ข้าจะเก็บมันเอง "

หลี่หลินได้พูดออกมาก่อนที่จะก้าวเท้าออกไปพร้อมคว้ากระบี่ที่เอวขึ้นมาพลางปลดปล่อยแรงกดดันไปยังหลินเทียน

หลินเทียนที่อยู่ภายใต้ชุดคลุมได้แสยะยิ้มออกมา เขาได้ปะทะกับคมกระบี่ของเหลินฉีด้วยฝ่ามือเปล่าก่อนที่จะส่งให้ฝ่ายตรงข้ามถอยร่นกลับไป

"เจ้า.."

หลี่หลินได้ชะงักไป

พวกเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าระดับพลังของหลินเทียนนั้นอยู่เพียงเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 6ซึ่งต่ำกว่าพวกเขาทั้งสามคนถึงหนึ่งระดับเต็มแต่ความแข็งแกร่งทางร่างกายกลับสูงกว่าพวกเขา

"นี่มันร่างไร้เทียมทาน ? "

หวางซิงได้พูดออกมา

บางคนในโลกนี้ก็เกิดมาพร้อมกับร่างกายที่แข็งแกร่งจนน่ากลัวและถูกเรียกว่าร่างไร้เทียมทานแต่ผู้ที่มีความสามารถแบบนี้จะไม่มีพรสวรรค์ทางด้านบ่มเพาะนัก อย่างมากก็จะมีพรสวรรค์ไม่เกินสามดาราเท่านั้นแถมการบ่มเพาะหลังจากนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ยากมากๆ

"อ่อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง "

เหลินฉีได้แสยะออกมาอย่างเย็นชา

"ร่างไร้เทียมทาน "

โครม ! ร่างกายของเหลินฉีได้ปลดปล่อยกลิ่นอายที่แข็งแกร่งออกมาอย่างรุนแรง ณ ตอนนี้เหลินฉีไม่ได้ใช้การโจมตีจากความสามารถทางร่างกายเท่านั้นแต่กำลังสำแดงทักษะที่แข็งแกร่งออกมา

"ฝ่ามือทลายหินภา ตายโหงไปซะ ! "

เหลินฉีได้คำรามออกมาอย่างดัง

เห็นเพียงแค่ว่าเหลินฉีได้ก้าวเดินออกมาก่อนที่จะกำหมัดขวาเอาไว้แน่นเสมือนว่ามันได้แปรเปลี่ยนเป็นภูเขาที่ยิ่งใหญ่

พลังทำลายของมันรุนแรงและน่าหวาดหวั่นอย่างมาก !

หลินเทียนที่อยู่ภายใต้ชุดคลุมได้แยะออกมาก่อนที่จะย่อตัวลงเล็กน้อย

เขาใช้มือขวาล้วงเข้าไปใต้ผ้าคลุมก่อนที่จะคว้าด้ามกระบี่ยาวเอาไว้พลางเข้าประชิดร่างของเหลินฉีก่อนที่จะเคลื่อนไหวด้วยความเร็วดั่งสายฟ้า

"วุ้สสส ! "

เส้นแสงที่รวดเร็วได้พาดผ่านร่างของเหลินฉี

ทุกอย่างหยุดนิ่ง

เสหมือนว่าตอนนี้โลกได้เข้าสู่ความเงียบสงบ

ณ ตอนนี้แม้แต่หลี่หลินหรือหวางซิงก็ชะงักไปเช่นกัน อยู่ดีๆท่าทางของพวกเขาก็ดูสงบนิ่งเป็นอย่างมาก

"ตึก ! "

เสียงที่เบาบางได้ถูกส่งออกมาก่อนที่เลือดจะทะลักออกมาจากลำคอของเหลินฉี ตอนนี้สามารถมองเห็นรอยบาดที่ลำคอของเขาได้อย่างชันเจน ลำคอของเขาถูกตัดออกเป็นแผลกว้างขณะที่เจ้าตัวยังคงแหงนมองท้องฟ้า

ตายอย่างไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ !

"เหลินฉี !"

หลี่หลินและหวางซิงได้มีท่าทางเปลี่ยนไปอย่างหนัก

หลี่หลินได้จ้องเขม็งไปทางหลินเทียนก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"เจ้าทำอะไรลงไป ! "

ก่อนหน้านี้พวกเขาเห็นเพียงภาพการเข้าประชิดของหลินเทียนเท่านั้นแต่ไม่เห็นการเคลื่อนไหวอะไรเลยแม้แต่น้อย พวกเขาคิดเพียงแค่ว่าการเคลื่อนที่ของหลินเทียนนั้นรวดเร็วมากๆและไม่คิดเลยว่าจะสามารถช่วงชิงชีวิตของเหลินฉีไปได้ !

"ทำอะไร ? ไม่เห็นหรือไง ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างไม่แยแสก่อนที่จะพูดต่อว่า

"ฆ่าคนไง "

ฆ่า

คำพูดนี้ฟังดูราบเรียบเป็นอย่างมากซึ่งส่งผลให้ชายที่ผ่านสนามรบมามากมายอย่างหลี่หลินและหวางซิงถึงกับสั่นสะท้านไปหลายครั้ง

"ไป รุมฆ่ามันกัน ! "

"ฆ่า !"

หลี่หลินและหวางซิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

พวกเขาได้เคลื่อนที่ออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งปลดปล่อยพลังฉีที่รุนแรงออกมา

"ฝ่ามือเชือดเฉือน !"

"ลูกเตะทลายภูภา !"

พวกเขาได้ส่งเสียงออกมาพร้อมกัน

ณ ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ประมาทหลินเทียนอีกต่อไปแล้วก่อนที่จะสำแดงพลังทั้งหมดออกมาไม่เว้นแม้แต่ทักษะระดับกลางเขตแดนหล่อหลอมร่างกาย

หลินเทียนที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมได้แสยะยิ้มออกมาก่อนที่จะพุ่งถอยกลับไปด้านหลัง

"จะหนีงั้นเรอะ ! อย่าได้หวังเลย ! "

หลี่หลินได้พูดออกมาอย่างเย็นชา

"หนี ? "

หลินเทียนได้แสยะออกมาด้วยความรู้สึกดูถูก

ขณะที่ถอยไปนั้นหลินเทียนก็ได้เอื้อมมือไปคว้ากระบี่ใต้ผ้าคลุมอีกครั้งก่อนที่จะจ้องมองไปยังฝ่ายตรงข้ามและฟาดฟันออกไป

"กระบี่วายุสะท้าน !!"

"แกร๊ง ! "

หลังจากที่ได้ส่งเสียงออกไปแล้วคลื่นกระบี่ก็ได้เปล่งเสียงคำรามออกมา ภายใต้ม่านฟ้าแห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยคลื่นกระบี่มากมายเหมือนดั่งกระบี่เทวะที่ให้ความรู้สึกน่ากลัวเป็นอย่างมาก

"นี่มัน ?! "

หวางซิงได้แสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันที

นัยน์ตาของหลี่หลินได้แต่หดเล็กลงก่อนที่จะคำรามออกมาว่า

"ระยำเอ้ย ถอยเร็ว !"

พวกเขาเคยผ่านสมรภูมิมามากมายดังนั้นถึงเข้าใจความรู้สึกวิกฤตดี

"ยังคิดจะหนีงั้นหรอ แต่มันสายไปแล้ว "

หลินเทียนได้แสยะออกมา

หลังจากที่เสียงของเขาได้ถูกส่งออกมานั้นคลื่นกระบี่มากมายก็ได้ร่วงหล่นลงมาผ่านทะลุร่างกายของหวางซิงจนเกิดเป็นรูมากมายหลายสิบรูทั่วร่างของเขาและตายลงทันทีส่วนหลี่หลินที่อยู่อีกด้านผู้ซึ่งรอดไปได้อย่างโชคช่วยแต่ก็หมดความสามารถในการตอบโต้ไปเช่นกัน

หลินเทียนได้หยุดการโจมตีก่อนที่จะเดินไปทางหลี่หลิน

"เจ้า...... เจ้าคิดจะทำอะไร ? "

หลี่หลินได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป

ณ ตอนนี้ภายในดวงตาของเขาปกคลุมไปด้วยความกลัวเท่านั้น

หลินเทียนได้ยกเท้าขวาขึ้นก่อนที่จะกระทืบไปกลางหน้าอกของหลี่หลินอย่างไม่แยแสจนทำให้อีกฝ่ายต้องโอดครวญออกมาอย่างน่าสังเวช

"เหล็งอี้ทงมันมีสถานะอะไรกัน ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

หัวใจของหลี่หลินได้แต่สั่นสะท้าน เขาอยากจะพูดออกมาว่าเขาไม่รู้แต่หลังจากที่ต้องเผชิญกับสายตาอันดุร้ายของหลินเทียนแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกลัวพร้อมทั้งพูดด้วยท่าทางสั่นเทาว่า

"หะ....... หากว่าบอกแล้ว จะ......เจ้าจะปล่อยข้าไป ? "

"แน่นอน ข้าจะเก็บเอาไปคิดดู "

หลินเทียนได้พูดออกมา

"เจ้าสาบานสิ ! "

"ได้ข้าสาบาน ! "

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

หลี่หลินได้กลืนน้ำลายกลับลงไปพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านว่า

"เมืองหลวงนั้นมีสามตระกูลหลักซึ่งแยกออกเป็นตระกูลต๋วน ตระกูลเหล็งและตระกูลเจียง นาย....นายน้อยเป็นนายน้อยของชั่วอายุนี้ "

"แล้วระดับพลังของตระกูลเหล็งเป็นยังไง ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

"แข็งแกร่ง.........มากๆ "

หลี่หลินได้พูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านว่า

"ได้ยินมาว่าพวกเขามีผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้อยู่ด้วย"

หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วหลินเทียนก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านไป

"นายน้อยของหนึ่งในสามตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองหลวง ไม่แปลกที่จะอยู่ข้างกายของท่านแม่ทัพได้ "

หลินเทียนได้หรี่ตาลง

จ้องมองไปตรงหน้าด้วยท่าทางที่จริงจัง

เขาจ้องไปยังหลี่หลินก่อนที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มจางๆว่า

"ขอบคุณสำหรับข้อมูล"

หลี่หลินได้แต่รู้สึกโล่งใจก่อนที่ท่าทางของเขาจะเปลี่ยนไปในชั่ววินาทีต่อมาเมื่อเขาตระหนักได้ว่าหลินเทียนได้ยกกระบี่ที่มือขวาขึ้นช้าๆ

"เจ้าจะทำอะไร ? เจ้าพูดแล้วว่าจะไว้ชีวิตข้า ! "

หลี่หลินได้โห่ร้องออกมา

"ข้าพูดงั้น ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

"ข้าบอกว่าข้าจะเก็บไปคิดดู "

"เจ้า...."

"พุฟฟฟฟ!!"

กระบี่ยาวได้ภูกฟาดฟันลงมาก่อนที่ศีรษะของหลี่หลินจะกลิ้งหลุดออกจากบ่า

หลินเทียนได้กวาดตามองไปยังศพทั้งสามก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินจากไป

............

เมื่อกลับมาถึงที่สำนักแล้วเขาก็ได้ถอดเสื้อคลุมออกก่อนที่จะเดินไปยังห้องของหลินซี่เพื่อดูว่านางหลับฝันดีหรือไม่

เขาเห็นเพียงแค่ว่าภายในห้องนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนอนกอดหลินซี่เอาไว้โดยเผยให้เห็นเรือนร่างอันยั่วยวนไม่เว้นแม้แต่ทรวงอกที่ถูกเผยออกมา ที่มุมปากของนางนั้นมีคราบน้ำลายย้อยเป็นเส้นลงมาซึ่งภาพเหล่านี้ดูแล้วน่าหลงใหลอย่างมาก

นี่มันซูชูว !

"นี่....."

หลินเทียนได้แต่เขินไปทั้งตัวขณะที่จ้องมองออกไปตรงหน้าด้วยความตกตะลึง

ณ ตอนนี้เหมือนว่าความบังเอิญได้มาบรรจบกัน ซูชูวที่กำลังหลับใหลได้ลืมตาขึ้นมาช้าๆก่อนที่จะมองไปยังหน้าประตูด้วยท่าทางที่สับสน ไม่นานนางก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่โง่งมออกมา

พริบตานี้เองที่ทั้งชายและหญิงได้แต่ตกตะลึง

หลังจากผ่านไปสามลมหายใจ.....

"กรี้ดดดดด!!!"

เสียงร้องได้ดังทะลุหมู่เมฆขึ้นไปเหมือนเสียงคำรามของท้องฟ้าเลยก็ว่าได้

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 039

คัดลอกลิงก์แล้ว