เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 041

Divine King Of All Directions - 041

Divine King Of All Directions - 041


Divine King Of All Directions - 041

 

อาณาจักรแห่งนี้มีสัตว์ร้ายอยู่มากมายและแบ่งออกเป็นเก้าระดับซึ่งระดับหนึ่งนั้นมีระดับพลังเทียบเท่าเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 1-3 สัตว์ร้ายระดับสองนั้นมีระดับพลังเทียบเท่าเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ4-6 สัตว์ร้ายระดับสามนั้นมีระดับพลังเทียบเท่าเขตแดนหล่อหลอมร่างกายนะดับ 7-9แต่หลังจากนั้นเป็นตัวตนที่อยู่ในตำนานเท่านั้น สัตว์ร้ายที่มีระดับสูงกว่า 9 นั้นจะสามารถจำแลงร่างเป็นมนุษย์ได้

"งั้นเราไปที่อาณาเขตที่สองเลยแล้วกัน "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ซูชูวได้พูดออกมาว่า

" ก็ดี "

ระดับพลังของพวกเขาบรรลุระดับ 3 ไปแล้วดังนั้นการที่ยังอยู่ที่อาณาเขตที่ 1 ก็คงไม่ช่วยอะไร

"ไปกัน "

ซูชูวได้เริ่มเดินออกไปโดยทันที

หลังจากที่เดินไปได้ไม่ไกลนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงคำรามจากข้างหน้า ห่างออกไปไม่ไกลนั้นพวกเขาได้พบกับสัตว์ร้ายที่มีรูปร่างเหมือนแมวแต่ตัวใหญ่มากๆ นัยน์ตาของมันสีแดงฉานพร้อมทั้งขนสีเทา

"แมวเพลิง สัตว์ร้ายระดับ 1มีระดับพลังพอๆกับเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 2 "

ซูชูวได้พูดออกมา

หลังจากที่เธออธิบายจบแล้วมันก็ส่งเสียงร้องออกมา

หลินเทียนได้ขยับตัวไปทางข้างก่อนที่เอื้อมมือไปคว้ากระบี่ยาวกลางหลังออกมา ตอนนี้เขามีระดับพลังหล่อหลอมร่างกายระดับ 6 แต่แม้จะเป็นระดับ 7 ก็ยังไม่ใช่คู่มือของเขาอยู่ดีดังนั้นไม่จำเป็นต้องพูดถึงแมวเพลิงเลยแม้แต่น้อย มันถูกสังหารโดยทันที

"แก่นแท้มันอยู่กลางหัว ไปคว้านมา ! "

ซูชูวได้พูดออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าก่อนที่จะเปิดกะโหลกของมันออกด้วยกระบี่ยาว เขาเห็นถึงแก่นแท้ที่อยู่ภายในใจกลางได้อย่างชัดเจน ขนาดของมันพอๆกับกำปั้นของเด็กแรกเกิดแถมกำลังเปล่งแสงออกมา

"นื่คือแก่นแท้ ? "

หลินเทียนได้พึมพำออกมา

เขาสัมผัสได้ถึงพลังฉีอันรุนแรงได้จากมันพร้อมทั้งความรู้สึกที่เชื่อมโยงไปถึงสัตว์ร้ายตัวนี้

ซูชูวที่ยืนอยู่ข้างๆได้แสดงสีหน้าที่สงสัยออกมาก่อนที่จะอธิบายออกมาว่า

"แก่นแท้มันเป็นสิ่งที่รวมพลังฉีและเลือดของมันเอาไว้แต่มันไม่สามารถเอาไปใช้บ่มเพาะได้ "

"ทำไม ? "

หลินเทียนได้ถามออกมาด้วยความสงสัย

"แล้วข้าจะไปรู้ได้ไง ? "

ซูชูวได้กรอกตาก่อนที่จะตอบกลับไปพร้อมทั้งพูดต่อว่า

"มันน่าจะเป็นเพราะลักษณะทางกายภาพของมนุษย์และสัตว์ร้ายไม่เหมือนกัน "

น้ำเสียงของหลินเทียนไม่ได้จริงจังอะไรนักก่อนที่จะเก็บแก่นพวกนั้นเข้าไปยังถุงย่ามของเขา

"ไปกัน เตือนไว้ก่อนนะ มันเป็นเพราะว่าเรากำลังจะผ่านอาณาเขตระดับที่ 1 ไปอาณาเขตระดับที่ 2 ดังนั้นจะต้องพบกับสัตว์ร้ายตลอดทางอย่างแน่นอน "

ซูชูวได้พูดออกมาระหว่างเดินต่อไปว่า

"พี่สาวรับผิดชอบเรื่องการนำทางส่วนเจ้าก็รับผิดชอบหน้าทีดูแลความปลอดภัยเข้าใจไหม ? "

หลินเทียนได้ตอบกลับไปว่า

"ไม่มีปัญหา "

ดูเหมือนว่าหญิงนางนี้เริ่มจะติดปากคำพูดนี้แล้ว

หลังจากนั้นผ่านไปอีกประมาณ 2 ชั่วโมงพวกเขาก็ผ่านอาณาเขตระดับที่ 1 ไปแม้ว่าจะไม่ได้พบกับสัตว์ร้ายมากนักแต่ทุกตัวก็ตายภายใต้คมกระบี่ของหลินเทียนด้วยกันทั้งหมด ณ ตอนนี้ภายในถุงย่ามของหลินเทียนนั้นเต็มไปด้วยแก่นแท้เต็มไปหมด

"โฮ๊กกกกก !"

หลังจากที่ไปถึงอาณาเขตระดับที่ 2 แล้วเสียงคำรามของสัตว์ร้ายก็เริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ

"ไปกัน "

ซูชูวได้พูดออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าก่อนที่จะเดินลึกเข้าไปทันที

สันเขาชิงเฟิงนั้นมีพื้นที่กว้างมากๆแม้ว่าจะมีศิษย์ของสำนักเข้ามากว่าสามร้อยคนแล้วแต่หลังจากที่แยกย้ายกันนั้นก็ไม่ค่อยได้พบกับใครอื่นนัก มองไปโดยรอบแล้วไม่มีศิษย์คนไหนเลยแต่กลับเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายมากมาย เพียงแค่ก้าวออกไปไม่กี่ก้าวก็พบกับหัวหน้าสัตว์ร้ายที่อยู่ข้างหน้า

"สัตว์ร้ายระดับ 2 ม้าเพลิงมรกตมีระดับพลังเทียบเท่าเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 4 "

"สัตว์ร้ายระดับ 2 เสือดำวิญญาณมีระดับพลังเทียบเท่าเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 4 "

"สัตว์ร้ายระดับ 2 สุนัขสายรุ้ง มีระดับพลังเทียบเท่าเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 5 "

ซูชูวได้อธิบายออกมา

"ดูเหมือนว่าเจ้าจะคุ้นเคยกับเจ้าพวกนี้ดีนะ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ซูชูวถึงกับหมดคำพูดก่อนที่จะพูดว่า

"มันเป็นความรู้ติดตัวอยู่แล้ว ภายในตำราก็มีบันทึกอยู่ด้วยตั้งแต่ระดับ 1 ถึงระดับ 9 เลยนะ ตราบใดที่เป็นสัตว์ร้ายในตำราน่ะมีอธิบายเอาไว้หมดทุกเรื่อง"

"มีตำราแบบนั้นด้วย ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยความประหลาดใจ

"แน่นอน ตำราสัตว์ร้าย ว่างๆก็ลองไปที่ตำหนักแลกสมบัติดูสิ ที่นั่นทุกคนสามารถไปศึกษาหาความรู้ได้"

ซูชูวได้พูดออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบก่อนที่จะพบว่าสัตว์ร้ายทั้งสามตัวได้กระโจนเข้าใส่พวกเขาแล้ว

หลินเทียนได้เหวี่ยงกระบี่ของตนก่อนที่จะฉีกร่างของเสือดำวิญญาณที่กระโจนเข้ามาก่อนเป็นสองท่อน เขาเคลื่อนไหวต่อไปก่อนที่จะเข้าประชิดสัตว์ร้ายอีกสองตัวและเริ่มเปิดฉากโจมตี

"โครม ! "

"พุฟฟ !"

ขณะที่เสียงร้องได้ถูกส่งออกมานั้นม้าเพลิงมรกตและสุนัขสายรุ้งก็ต้องนอนจมกองเลือดตัวเอง

หลินเทียนได้ย่อตัวลงก่อนที่จะผ่าหัวของสัตว์ร้ายออกพร้อมทั้งชำแหละเอาแก่นแท้ออกมา

"อ่อนแอจริงๆ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

สัตว์ร้ายที่มีระดับพลังเทียบเท่าเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 4 มันอ่อนแอเกินไปสำหรับเขา

หลังจากนั้นพวกเขาก็เข้าไปยังส่วนลึกของอาณาเขตระดับที่ 2

"โฮ๊กกกกกก !"

"โฮ๊กกก !"

ระหว่างที่เขาไปถึงส่วนลึกนั้นก็ได้ยินเสียงโห่ร้องออกมาจากมาตลอดเวลา

"ไปอีกหน่อยก็ถึงอาณาเขตระดับที่ 3แล้ว "

ซูชูวได้พูดออกมา

เมื่อถึงตรงนี้แล้วเธอเริ่มแสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมา

หลินเทียนที่ยืนอยู่ตรงสุดขอบอาณาเขตระดับที่ 2 เองก็ได้มองไปยังอาณาเขตระดับที่ 3เพราะตอนนี้เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนเลยว่ามันมีพลังฉีของสัตว์ร้ายที่รุนแรง

"ไปกัน หากว่ามันอันตรายจริงๆเราก็กลับมาขัดเกลาตัวเองที่ขอบอาณาเขตก็ได้ "

หลินเทียนได้พูดต่อว่า

"จากคำอธิบายก่อนหน้านี้คือแก่นแท้ของสัตว์ร้ายระดับที่ 3หนึ่งอันเท่ากับแก่นแท้ของระดับที่ 2 เป็นสิบอัน"

ซูชูวได้แต่แสดงสีหน้าที่หมดหนทางออกมาก่อนที่จะพยักหน้าแล้วเดินตามหลินเทียนเข้าไปยังอาณาเขตระดับที่ 3

ต้นไม้ใหญ่ภายในอาณาเขตนี้เขียวชอุ่มเป็นอย่างมากแต่กลับไม่มีพุ่มไม้อยู่เลย

หลังจากที่เดินเข้าไปได้ไม่นานพวกเขาก็ได้หยุดลง

ที่ขอนไม้ข้างหน้ามีสัตว์ร้ายรูปลักษณ์เหมือนหมาป่าขนสีแดงฉานกำลังเดินออกมา ดวงตาของมันสีเขียวและให้ความรู้สึกที่กระหายเลือดเป็นอย่างมาก

"สัตว์ร้ายระดับที่ 3 หมาป่าโลหิต ระดับพลังเทียบเท่าเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 7 ความสามารถเฉพาะคือการดมกลิ่นเลือดที่อยู่ห่างไกลได้เป็นกิโลเมตร"

ซูชูวได้แสดงสีหน้าที่ตื่นตระหนกออกมา

"เขตแดนหล่อหลอมร่ายกายระดับที่ 7 แต่ก็ดี ลองหน่อยแล้วกัน "

หลินเทียนได้พูดออกมา

เขาเคยปะทะกับมนุษย์เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 7แต่ยังไม่เคยสู้กับสัตว์ร้ายที่มีพลังเทียบเท่า

"อย่าบุ่มบ่าม "

ณ ตอนนี้ ซูชูวได้จับมือหลินเทียนเอาไว้

"เป็นอะไร ? "

หลินเทียนรู้สึกสงสัยแต่ระดับพลังพอๆกับเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 ก็ไม่น่าจะทำให้นางระมัดระวังแบบนี้เพราะนางเองก็อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 เช่นกัน

ซูชูวได้พูดออกมาว่า

"หมาป่าโลหิตนั้นเป็นสัตว์ฝูงซึ่งโดยปกติแล้ว....."

เขาพวกของนางยังไม่ทันจบแต่ตอนนี้ก็เห็นจ่าฝูงของมันก้าวเดินออกมาด้วยดวงตาสีเขียว หลินเทียนนับคล่าวๆแล้วถึงกับต้องใจสั่นไปเพราะว่า ณ ตอนนี้มีหมาป่าโลหิตปรากฏขึ้นกว่า 30 ตัว

"วิ่ง ! "

ซูชูวได้พูดออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าอย่างไม่ลังเลก่อนที่จะพุ่งไปพร้อมๆกับซูชูว

หมาป่าทั้ง 30 ตัวที่มีระดับพลังเทียบเท่าเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลย

"! "

เมื่อเห็นว่าหลินเทียนและซูชูวได้พากันหนีไปนั้นฝูงหมาป่าทั้งหลายเองก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนและซูชูวได้วิ่งเข้าไปในป่า ระดับพลังของพวกเขาก็ไม่ได้อ่อนด้อยแต่แม้จะเป็นเช่นนั้นระยะห่างระหว่างพวกเขาและฝูงหมาป่าโลหิตก็ไม่ได้ไกลกันมากนัก

"ฝ่ามือเงาเพลิง ! "

หลินเทียนที่กำลังวิ่งอยู่ได้หันหน้ากลับมาก่อนที่จะส่งฝ่ามือออกไปด้านหลัง

เขาไม่ได้หวังว่าฝ่ามือพวกนี้จะสามารถสังหารฝูงหมาป่าได้เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ เขาเพียงต้องการบดบังทัศนวิสัยด้านการมองเห็นและลดความเร็วของมันลง

"โครม !"

"โครม !"

ฝ่ามือเงาเพลิงได้ตกกระทบกับซากไม้ก่อนที่จะส่งเสียงระเบิดออกมา ไม่นานการเคลื่อนไหวของหมาป่าโลหิตก็ได้ถูกชะลอลง

"ทำได้ดีมากๆ!"

ซูชูวได้พูดออมกา

พวกเขาได้วิ่งหนีไปไกลก่อนที่จะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของหมาป่าโลหิตอีกต่อไป

พวกเขาได้เดินเข้าไปภายในป่าลึกอย่างช้าๆและระมัดระวัง

"มีคนสะกดรอบตามเรา "

หลินเทียนได้พูดออกมา

คิ้วของซูชูวได้ขมวดเข้าหากันก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"การที่จะสามารถเข้ามาภายในสันเขานี้นั้นจำเป็นจะต้องเป็นศิษย์ของสำนักเรา คนพวกนี้ต้องการปล้นแก่นแท้จากเรา"

การทดสอบแบบนี้มีอยู่ทุกปีดังนั้นเรื่องนี้ไม่ได้แปลกอะไร

"ปล้นแก่นแท้ ? "

หลินเทียนได้พูดออกมา

พลังวิญญาณของเขารุนแรงอย่างมากดังนั้นถึงสามารถสัมผัสได้ถึงพละกำลังของพวกมันอย่างชัดเจน ณ ตอนนี้เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่เข้มข้น !!

การจะปล้นนี้ไม่เห็นจำเป็นจะต้องมีจิตสังหาร

"มากับข้า"

เขาได้จูงมือซูชูวเดินไปอีกทาง

เมื่อถูกหลินเทียนจูงมือไปนั้นนางก็ได้แต่แสดงใบหน้าที่แดงก่ำออกมาก่อนที่จะพูดว่า

"เจ้านี่ !!"

ตั้งแต่เกิดมานี่เป็นครั้งแรกที่เพศตรงข้ามมาจูงมือเธอดังนั้นถึงได้ทำให้ใบหน้าเธอแดงก่ำทันที อย่างไรก็ตามเธอรู้ดีว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไรถึงได้ไม่ขัดขืน

ไม่นานพวกเขาก็ไปถึงสถานที่โล่งกว้างก่อนที่หลินเทียนจะหยุดเท้าลง

"ออกมา !! "

เขาได้หันหน้ากลับไปก่อนที่จะพูดออกมา

ซูชูวที่ยืนอยู่ข้างๆเขาได้มองตามสายตาเขาไป

"เฮ้! ดูเหมือนว่าประสาทการรับรู้จะดีหนิ ! "

เสียงหัวเราะที่เย็นชาได้ถูกส่งออกมาก่อนที่ชายหนุ่มห้าคนจะเดินออกมา

ท่าทางของซูชูวได้เปลี่ยนไปทันทีก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"โม่หนิง โม่ซ่ง โม่กู่ โม่เฟย์ โม่เชียน นี่เจ้าต้องการจะทำอะไร !! "

เธอเป็นศิษย์ของมู่ชิงแถมยังอยู่ภายในสำนักมากกว่าปีดังนั้นถึงรู้จักคนทั้งห้านี้ดี พวกเขามีระดับพลังอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 7และที่สำคัญที่สุดคือทั้งห้าล้วนเป็นคนจากตระกูลโม่ซึ่งนี่ทำให้คิ้วของนางต้องขมวดเข้าหากันด้วยลางสังหรณ์ที่เริ่มจะไม่ดี

"สกุลโม่ ? "

หลินเทียนได้หรี่ตาลง

เขาไม่ใช่คนโง่ดังนั้นถึงสามารถเดาได้ว่านี่มันเรื่องอะไร เมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้เขาได้ฆ่าโม่เซินไปในการทดสอบเข้าร่วมสำนักซึ่งอยู่ดีๆการที่คนสกุลโม่ทั้งห้านี้โผล่มาพร้อมกันนั้นมันคงไม่ได้กะจะมาทักทายเขาอยู่แล้วแถมฝ่ายตรงข้ามยังมาด้วยจิตสังหารอีกด้วย

"เจ้าหนูตระกูลหลิน ก่อนหน้านี้ไม่นานยังเป็นพวกกระจอกแต่ไม่คิดเลยว่าตอนนี้จะมีความกล้าใหญ่เลยหนิ กล้าแม้กระทั่งฆ่าคนตระกูลโม่ของเรา !! "

โม่หนิงได้พูดออกมาด้วยสีหน้าเย็นชาก่อนที่จะก้าวเดินออกไปแล้วพูดว่า

"คงไม่รู้สินะว่าคำว่าตายเขียนยังไง !!! "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 041

คัดลอกลิงก์แล้ว