เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - ผมตั้งใจฟัง เสียงของคุณ

บทที่ 12 - ผมตั้งใจฟัง เสียงของคุณ

บทที่ 12 - ผมตั้งใจฟัง เสียงของคุณ


เซี่ยงไฮ้ คฤหาสน์หรูแห่งหนึ่ง

หลังจากนั่งรถที่หลิวเสี่ยวลี่จัดเตรียมไว้ให้กลับถึงบ้านอย่างราบรื่น

เมื่อเห็นว่าแม่ไม่อยู่บ้าน หลิวซีซีที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล พอเข้าบ้านปุ๊บก็มุดเข้าห้องน้ำทันที

หลังจากแช่น้ำฟองสบู่จนสบายตัวและผ่อนคลายจิตใจแล้ว

เธอสวมชุดนอนผ้าไหมสีขาว ใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ ห่อผมที่เปียกชื้น ส่องกระจกดูความเรียบร้อยเล็กน้อย แล้วเดินออกจากห้องน้ำ

พอออกมา กำลังจะวิ่งไปนอนเอาแรงบนเตียงนุ่มๆ ของตัวเอง

เธอก็ได้ยินเสียงกระแอมเบาๆ ที่คุ้นเคยดังมาจากนอกประตูห้องที่เปิดแง้มไว้ ใบหน้าที่มีความเพลียปรากฏอยู่ก็พลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหวานหยดย้อย

"แม่คะ~ แม่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?"

สิ้นเสียงพูด เธอก็ซอยเท้าถี่ๆ ด้วยความดีใจวิ่งจากห้องนอนไปที่ห้องรับแขก

"กลับมาตอนที่ลูกอาบน้ำอยู่นั่นแหละ" หลิวเสี่ยวลี่ซ่อนความเหนื่อยล้าไว้ที่หางตา พูดพร้อมรอยยิ้มละมุน

"หนูซื้อของขวัญมาฝากแม่ด้วยนะ" หลิวซีซีเดินเข้าไปควงแขนแม่ สายตามองหาถุงกระดาษ Hermès ที่วางอยู่บนโต๊ะในห้องรับแขก พลางพูดอ้อน "รีบดูสิคะว่าแม่ชอบไหม"

"ผ้าพันคออีกล่ะสิ"

"ฮิฮิ" หลิวซีซีเม้มปากยิ้ม พยักหน้า

"เอาเถอะ เหนื่อยก็รีบไปพักผ่อน พรุ่งนี้ต้องบินไปไต้หวันไม่ใช่เหรอ ทางทีมงานฝั่งนั้นวันนี้ก็โทรมาคุยรายละเอียดแล้ว"

หลิวเสี่ยวลี่มองลูกสาวด้วยสายตาเอ็นดู

สัมผัสได้ถึงความรักความห่วงใยในแววตาของแม่ หลิวซีซีตอบรับ "อื้อ" อย่างว่าง่าย แต่ปากกลับยื่นออกมานิดๆ ทำท่าอิดออดเหมือนไม่อยากผละตัวออกไป

อารมณ์ประมาณว่า ถ้าแม่ไม่ดูของขวัญที่หนูซื้อมา หนูจะเกาะแม่เป็นลูกลิงแบบนี้แหละ

"จ้ะๆ แม่จะเปิดดูเดี๋ยวนี้แหละ" หลิวเสี่ยวลี่เห็นดังนั้นก็ส่ายหน้ายิ้มๆ ชี้นิ้วไปที่ถุงบนโต๊ะแล้วถามว่า "อันไหนของแม่ล่ะ?"

"ฮิฮิ"

พอได้ยินแบบนั้น หลิวซีซีก็หัวเราะร่า จูงมือแม่เดินไปที่โต๊ะ ชะโงกหน้าไปดูในถุง "อันนี้ของแม่ ส่วนอันนี้ของหนูเอง"

หลิวเสี่ยวลี่ถามไปเรื่อยเปื่อย "ลูกซื้ออะไรให้ตัวเองล่ะ?"

"ภาพวาดประกอบค่ะ สวยดีนะ"

"ภาพวาดประกอบ?"

"อื้อ เป็นดีไซเนอร์ชาวจีนออกแบบค่ะ คนนี้นิสัยตลกดีเหมือนกัน"

"หืม? ดีไซเนอร์ชาวจีน?"

หลิวเสี่ยวลี่ผู้มีใบหน้าใจดีหยิบกล่องผ้าพันคอออกมาจากถุง มองดูประกายสดใสในดวงตาของลูกสาวด้วยความสงสัย

ถุง Hermès บนโต๊ะไม่ได้ใบใหญ่อะไร ตอนแรกเธอเลยนึกว่าลูกสาวคงซื้อเสื้อยืดหรือผ้าพันคอแบรนด์เดียวกันมาใส่เล่น นึกไม่ถึงว่าจะเป็นภาพวาด แถมยังเป็นของดีไซเนอร์ชาวจีนอีก

"ชอบมากเหรอ?" เธอถาม

"แน่นอนสิคะ"

ต่อหน้าแม่ หลิวซีซีย่อมไม่ปิดบังความรู้สึก เธอเม้มยิ้ม กำลังจะพูดอะไรต่อ แต่จังหวะนั้นเอง จ้าวซินที่กลับไปพักผ่อนที่ห้องรับรองแขกแล้ว จู่ๆ ก็วิ่งสวมรองเท้าแตะออกมาด้วยท่าทางตื่นตระหนก

"แย่แล้ว..."

เห็นสองแม่ลูกกำลังคุยกันอย่างอบอุ่นในห้องรับแขก เสียงที่โพล่งออกมาอย่างกะทันหันของเธอก็ชะงักไปแค่พยางค์เดียว

แต่นั่นก็เพียงพอที่จะดึงความสนใจของทั้งคู่ได้

"มีอะไรจ๊ะซินซิน? ลุกลี้ลุกลนเชียว เกิดเรื่องอะไรขึ้น?" จังหวะที่หลิวเสี่ยวลี่หันกลับมามอง คิ้วก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะรำคาญที่ถูกขัดจังหวะ แต่เธอรู้นิสัยของจ้าวซินดี

ถ้ายัยเด็กนี่ไม่เจอเรื่องคอขาดบาดตายจริงๆ คงไม่เสียกิริยาขนาดนี้

"น้า... น้าคะ..." พอเห็นหลิวเสี่ยวลี่ จ้าวซินที่กำลังใจเต้นรัวด้วยความตกใจจากข่าวที่ถูกปล่อยออกมา ก็เหมือนเจอที่พึ่ง เธอรีบพูดว่า

"น้าคะ พี่ซีซีโดนคนในเน็ตใส่สีตีไข่อีกแล้วค่ะ แถมคราวนี้มีบทความโจมตีปล่อยออกมาเพียบเลย"

"บทความโจมตี?" หลิวเสี่ยวลี่และหลิวซีซีอุทานออกมาด้วยความตกใจพร้อมกัน

จ้าวซินทำหน้าลำบากใจ พยักหน้า "ก็ดีไซเนอร์ที่เราเจอที่สนามบินเมื่อวานน่ะค่ะ โดนนักข่าวถ่ายรูปไว้ได้ แล้วพวกนั้นก็เอาไปแต่งเรื่องโพสต์ลงเน็ตกันสนุกปากเลย"

"ดีไซเนอร์? คนที่วาดภาพประกอบที่ลูกพูดถึงน่ะเหรอ?" หลิวเสี่ยวลี่หันไปมองลูกสาว

"...แม่คะ เขาเป็นคนทำเสื้อผ้าโดยเฉพาะต่างหาก ภาพวาดแค่วาดเล่นๆ"

หลิวซีซีขมวดคิ้วแก้ต่างให้เซี่ยงหยาง เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องรีบอธิบายอาชีพของเขา แต่ตอนนี้จู่ๆ เธอก็รู้สึกอึดอัดใจแปลกๆ

บทความโจมตี... ใส่สีตีไข่... อินเทอร์เน็ต...

คำพวกนี้ที่เกี่ยวข้องกับเธอนำมาซึ่งความวุ่นวายใจ เธอชินกับมันไปเสียแล้ว

แต่พอนึกถึงว่าเพราะตัวเอง ทำให้เซี่ยงหยางที่เพิ่งจะรู้จักกันผิวเผินต้องมาพลอยโดนหางเลขไปด้วย เธอก็รู้สึกหน้าชาขึ้นมาทันที

รู้สึก... ผิดต่อเขาจัง

เขา... น่าจะถือสาเรื่องนี้มากแน่ๆ ใช่ไหม?

ฉัน... สร้างความเดือดร้อนให้เขาเข้าแล้วสินะ

"น้าคะ เรื่องนี้เราจะแก้ยัไงดี? จะปล่อยไว้แบบนี้เหรอคะ? ถ้าพี่ซีซีโดนสาดโคลนแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ คือว่า..." ขณะที่หลิวซีซีกำลังโทษตัวเองในใจ จ้าวซินก็ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางหลิวเสี่ยวลี่

เพราะเรื่องแบบนี้ ต้องให้น้าเป็นคนตัดสินใจทิศทาง

"อย่าเพิ่งร้อนใจ เล่าเรื่องเมื่อวานให้น้าฟังก่อน"

หลิวเสี่ยวลี่ถอนหายใจแล้วโบกมือ ให้จ้าวซินสงบสติอารมณ์ก่อน จากนั้นเธอก็กุมมือลูกสาว พูดเสียงเบาว่า

"มีเบอร์โทรศัพท์ของดีไซเนอร์คนนั้นไหม โทรไปคุยกับเขาก่อน โทรไปขอโทษเขาซะ"

"อื้อ ได้ค่ะแม่ หนูจะไปเดี๋ยวนี้แหละ"

หลิวซีซีได้ยินดังนั้น ก็รีบคลายมือออกจากแขนแม่ กำมือเล็กๆ ไว้ที่หน้าอก ลังเลว่าจะพูดคุยยังไงดี

...

"คุณเป็นบ้าอะไร เจียงมู่มู่ ผมไปทำอะไรให้ซีซีของคุณเสียหายตอนไหน?"

ในรถแท็กซี่ เซี่ยงหยางที่นั่งอยู่เบาะหลังกำลังรีบกลับบ้าน รถยังวิ่งไม่ถึงวงแหวนรอบที่ 4 เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากเจียงมู่มู่

ไอ้เราก็นึกว่าจะโทรมาชมที่ไม่เรื่องมาก พอรับสายปุ๊บ ก็ได้ยินเสียงด่ากราดของเจียงมู่มู่ทันที

"เซี่ยงหยาง คุณมันลูกผู้ชายประสาอะไร?!"

เสียงแหลมปรี๊ดของเด็กสาวบาดหูมาก ขนาดคนขับแท็กซี่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะยังต้องเลิกคิ้วมอง

"คุณไม่ต้องมาแก้ตัวเลยนะ รู้ไหมว่าซีซีของพวกเราเธอพยายามแค่ไหน? รู้ไหมว่าตอนนี้เจ้านายของหนูกำลังมีการโหวตคัดเลือกสี่ดาราสาวดาวรุ่งคุณทำแบบนี้มันสาดโคลนใส่ซีซีของหนูชัดๆ"

ไม่รอให้เซี่ยงหยางได้ตอบโต้ คำถามเชิงตำหนิของเจียงมู่มู่ก็พรั่งพรูออกมาเป็นชุด

"ผม..." เซี่ยงหยางฟังแล้วก็งง แต่ก็รู้สึกคุ้นๆ กับประโยคพวกนี้ยังไงชอบกล

"ผมอะไรเล่า! ซีซีของหนูเขาเรียกว่าคนสวยมีสิทธิ์เลือกย่ะ! อะไรคือพูดไม่ออก? เมื่อกี้ที่สนามบินคุณยังชมว่าเธอตัวจริงสวยอยู่เลยไม่ใช่เหรอ! ไอ้ผู้ชายปากอย่างใจอย่าง ลับหลังล่ะกล้าพูด พออยู่ต่อหน้านักข่าวคุณก็..."

"ประสาทหรือเปล่าคุณ" เซี่ยงหยางพูดจบก็วางสายใส่ทันทีด้วยความรำคาญ

เขาหันไปยิ้มเจื่อนๆ ให้คนขับแท็กซี่ที่กำลังมองเขาผ่านกระจกมองหลัง "เจอเพื่อนประสาทแดกน่ะครับ เป็นติ่งดารา ขอโทษทีครับพี่"

"ติ่งดารา?" คนขับได้ยินก็กระแอมไอทีหนึ่ง บ่นอุบว่า "คำนี้อธิบายได้เห็นภาพเลยนะเนี่ย ลุงดูแล้วลูกสาวลุงก็น่าจะเป็นติ่งสมองกลวงเหมือนกัน ลุงขับรถหาเช้ากินค่ำแทบตายกว่าจะได้สักบาท ยัยลูกตัวดีไม่เอาไปเปย์ให้คนนั้น ก็เอาไปโหวตให้คนนี้"

"อ่อ งั้นเหรอครับ" เซี่ยงหยางรับคำไปส่งๆ ขณะที่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อและกำลังจะหันหน้าหนีความอึดอัดไปมองนอกหน้าต่าง เสียงเรียกเข้าที่เร่งรีบก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เขากดรับสาย เตรียมจะใช้ฝีปากระดับเทพสั่งสอนแฟนคลับสมองกลวงของดาราสาวสักหน่อย

ยังไม่ทันได้อ้าปาก เสียงที่ไพเราะและนุ่มนวลก็ดังลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์เข้ามาในหู

เสียงนั้นค่อนข้างเบา ต้องตั้งใจฟังถึงจะได้ยินชัดเจน

"ขอโทษนะคะ... ใช่คุณเซี่ยง... เซี่ยงหยางหรือเปล่าคะ?"

"คุณคือ?"

"ขอ... ขอโทษนะคะ..."

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 12 - ผมตั้งใจฟัง เสียงของคุณ

คัดลอกลิงก์แล้ว