- หน้าแรก
- หวนคืนฝัน รันเวย์รักดีไซเนอร์
- บทที่ 11 - เซี่ยงหยาง คุณมันลูกผู้ชายประสาอะไร?
บทที่ 11 - เซี่ยงหยาง คุณมันลูกผู้ชายประสาอะไร?
บทที่ 11 - เซี่ยงหยาง คุณมันลูกผู้ชายประสาอะไร?
"เซี่ยงหยาง เซี่ยงหยาง..."
ปักกิ่ง วงแหวนรอบที่สาม ณ สวนกลางแจ้งของล็อบบี้บาร์โรงแรมแชงกรี-ลา
เจียงมู่มู่นั่งกอดเบาะพิงหลังอยู่บนเก้าอี้หวาย พลางพึมพำเรียกชื่ออีกฝ่ายไม่หยุดปาก
เสียงใสๆ ของเด็กสาวมักจะชวนให้คนฟังรู้สึกเคลิบเคลิ้ม แต่พอเข้าหูเซี่ยงหยาง เขากลับปรายตามองคนที่เอาแต่เรียกชื่อเขาด้วยความรำคาญ
ไม่มีอะไรมาก ก็ยัยเด็กนี่เจื้อยแจ้วมาตลอดทางเลยน่ะสิ
นับตั้งแต่รู้ว่าเซี่ยงหยางบังเอิญเจอหลิวซีซีที่สนามบินปารีส เธอก็ตามติดเขาแจเป็นปลิง
ตลอดทางที่นั่งรถมาโรงแรม ปากของเธอแทบจะไม่ได้หยุดพัก
เมื่อโดนอีกฝ่ายค้อนใส่ เจียงมู่มู่ก็ย่นจมูกแสดงความไม่พอใจ เธอเคาะนิ้วลงบนโต๊ะกระจก ชี้ไปที่แล็ปท็อปของตัวเองแล้วพูดว่า
"คุณก็พูดมาสิคะ ว่าเธอเป็นคนจริงใจมาก ไม่เสแสร้งเลยสักนิด"
"อ่า ใช่" เซี่ยงหยางกดหยุดวิดีโอสัมภาษณ์เกี่ยวกับหลิวซีซีที่อีกฝ่ายขุดขึ้นมาให้ดู แล้วตอบรับไปอย่างขอไปที
บทสัมภาษณ์พวกนี้เขาไม่เคยดูมาก่อน พอดูผ่านๆ ก็รู้สึกว่าตลกดีเหมือนกัน
แต่ถ้าจะให้เขาพูดวิจารณ์อะไรออกมา เขาก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรจะพูด เพราะใครจะไปรู้ว่าตัวตนจริงๆ ของดาราเป็นยังไง ก่อนจะกลับชาติมาเกิดใหม่ถึงเขาจะไม่ค่อยสนใจวงการบันเทิง แต่ก็ได้ยินคนรอบข้างเม้าท์มอยเรื่องซุบซิบดารามาบ้าง ไม่คนนี้บ้านบึ้ม ก็คนนั้นติดคุก
ชาตินี้เขาไม่ได้คิดจะไปบุกเบิกอะไรในวงการบันเทิงอยู่แล้ว ก็แค่ดูขำๆ ไป
กลับกัน ยัยเด็กตรงหน้านี่แหละที่ทำให้เขาพูดไม่ออกยิ่งกว่า
"พอได้แล้ว เลิกป้ายยา 'เจ้านาย' ของคุณให้ผมสักที ผมมีเรื่องงานจะถาม" พอเข้าเรื่องงาน เซี่ยงหยางก็โน้มตัวไปข้างหน้า สีหน้าดูจริงจังขึ้นมาทันตา "อาของคุณจะลงเครื่องเมื่อไหร่?"
"ป้ายยา? เจ้านาย?" เจียงมู่มู่งงกับศัพท์แปลกๆ แต่ไม่นานดวงตาก็เป็นประกาย เธอเพิ่งค้นพบว่าผู้ชายตรงหน้า ที่ดูแก่แดดชอบวางมาดขรึมคนนี้ ปากคอเราะร้ายใช้คำได้ไม่เลวเลยแฮะ
ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากชมการใช้คำของอีกฝ่าย ก็ต้องรีบหุบปากฉับ
เมื่อโดนสายตาดุๆ ของเซี่ยงหยางจ้องเขม็ง เธอก็หดคอตอบเสียงอ่อยว่า "อาของหนูบินไฟล์ทเมื่อคืนค่ะ น่าจะใช้เวลาบินประมาณ 11 ชั่วโมงครึ่ง กะว่าอีกสักชั่วโมงก็น่าจะลงแล้วค่ะ"
เซี่ยงหยางพยักหน้า แล้วก้มหน้าก้มตาดื่มกาแฟเงียบๆ
ในหัวก็เริ่มไตร่ตรองบทสนทนาทางโทรศัพท์กับเลอแมร์เมื่อครู่
ถึงเขาจะไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจเด็กสาวคนนี้ แต่ในเมื่อเธอตามติดมาขนาดนี้แล้ว จะไม่ดูแลเลยก็คงดูไม่ดี วงการแฟชั่นเขาก็ถือเรื่องมารยาททางสังคมเหมือนกัน
เขาจึงพาเจียงมู่มู่มาส่งที่โรงแรมที่เขาคุ้นเคยดีในชาติก่อน
หลังจากช่วยเธอเช็กอิน เขาก็โทรหาเลอแมร์เพื่อคุยรายละเอียด
ตามความหมายของเลอแมร์ เขาไม่มีทางปล่อยเซี่ยงหยางไปอยู่ทีมเจียงฉยงเอ๋อร์แน่นอน และทางนั้นเองก็ไม่ได้มีเจตนาจะดึงตัวเขาไป เพียงแต่เมื่อคืนตอนประชุมทางโทรศัพท์ พอพูดถึงเรื่องที่เซี่ยงหยางจะกลับมาดูงานที่จีน อีกฝ่ายก็เลยหวังดีจัดแจงส่งหลานสาวมาช่วยเป็นผู้ช่วยให้
พูดง่ายๆ ก็คือ อยากจะสร้างสัมพันธ์อันดีนั่นแหละ
ถือโอกาสส่งคนมาเรียนรู้งานและเปิดหูเปิดตาไปในตัว
"เอาสมุดกับปากกาของคุณออกมา" จ้องมองเจียงมู่มู่อยู่ครู่หนึ่ง เซี่ยงหยางก็เอ่ยปาก
เจียงมู่มู่ชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างว่าง่าย
"ข้อแรก เวลาอยู่กับผม อย่าพูดจาไร้สาระพวกชอบดีไซน์ ชอบศิลปะ หรืออยากจะเป็นใครอะไรทำนองนั้น ผมไม่อยากฟัง"
"ข้อสอง ในเมื่ออาของคุณส่งคุณมาเป็นผู้ช่วยผม คุณก็ต้องทำงานดูแลรับใช้ให้ดี นี่นามบัตรผม ส่งเรซูเม่ของคุณมาที่อีเมลผมด้วย"
"ข้อสาม ตารางงานของผม เดี๋ยวผมจะส่งให้..."
เจียงมู่มู่จดตามยิกๆ บางทีก็ขมวดคิ้ว เพราะเซี่ยงหยางพูดเร็วมาก ไม่สนใจความเร็วในการจดของเธอเลยสักนิด
จนกระทั่งเซี่ยงหยางพูดจบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ปากกาของเธอก็ยังคงตวัดเขียนบนสมุดอย่างรวดเร็ว
พอเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไป เธอจึงเงยหน้าขึ้น ทำหน้าเหมือนจะถามว่า "มีอีกไหมคะ?"
"จดเสร็จแล้ว?" เซี่ยงหยางถามเสียงเรียบ
ได้ยินแบบนั้น ความไม่มั่นใจในใจลึกๆ ของเจียงมู่มู่ก็เผยออกมา เธอก้มหน้ากวาดสายตาดูเร็วๆ หลายรอบ แล้วตอบอย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่า "อื้อ น่าจะไม่มีอะไรตกหล่นแล้วค่ะ"
"เวลาทำงานผมชอบคนพูดตรงไปตรงมา คุณมีข้อเรียกร้องอะไรก็รีบเสนอมา" เซี่ยงหยางบอก
"หนู..." เจียงมู่มู่เม้มปาก ขมวดคิ้วคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เอ่อ... คุณจะไม่สั่งการบ้านอะไรให้หนูหน่อยเหรอคะ? ผลงานจบการศึกษาของหนูยังเป็นแค่ผลงานในนิทรรศการจบการศึกษาของโรงเรียน หนูเลยอยากจะ..."
"ที่นี่ ไม่จำเป็นต้องทำอะไรนอกเหนือจากที่จดลงไปในสมุด"
ยังไม่ทันที่เจียงมู่มู่จะพูดจบ เซี่ยงหยางก็พูดแทรกขึ้นทันที
เห็นว่าเวลาสมควรแล้ว เขาจึงยกกาแฟขึ้นดื่ม พอกวางแก้วลงก็เห็นเจียงมู่มู่ยังทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูด เขาถอนหายใจในใจ
ดูท่าจะเป็นคุณหนูที่ถูกตามใจจนเสียคน
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เซี่ยงหยางก็เลื่อนนามบัตรในมือไปตรงหน้าอีกฝ่ายตามมารยาท แล้วพูดว่า "คุณลองเอาไปคิดดูนะ ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
ผมไม่บังคับ ถ้าคุณไม่อยากทำ เดี๋ยวผมจะไปอธิบายกับอาของคุณเอง
ชีวิตคนเราก็เหมือนการเดินทาง ทิวทัศน์สวยงามมีเยอะแยะ พยายามอย่าไปเสียเวลากับจุดที่ไม่ควรแวะเลย"
พูดจบ เซี่ยงหยางก็ลุกขึ้น ยื่นมือขวาไปหาเจียงมู่มู่ "เอาล่ะ ผมมีธุระต่อ ก่อนหกโมงเย็นอย่าลืมโทรหาผมด้วย"
หลังจากแตะมือเบาๆ กับเด็กสาวที่กำลังทำหน้าเหวอ เซี่ยงหยางก็คว้าถุงของตัวเองเดินออกจากสวนกลางแจ้งของล็อบบี้บาร์ไป ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของอีกฝ่าย
เขาจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ เรียกพนักงานยกกระเป๋าให้นำกระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้ออกมา
จากนั้นเขาก็นั่งรถแท็กซี่กลับบ้าน โดยมีพนักงานเปิดประตูรถคอยบริการ
...
ใต้ร่มไม้ในสวนด้านนอกล็อบบี้บาร์โรงแรมแชงกรี-ลา
เจียงมู่มู่นั่งอยู่บนเก้าอี้ มองดูท่าทางบทจะไปก็ไปของเซี่ยงหยางอย่างงงงวย ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ยังดึงสติกลับมาไม่ได้
"คนอะไรเนี่ย จริงๆ เลย" พออีกฝ่ายหายลับไปจากสายตา นิสัยเย่อหยิ่งจองหองของเธอก็เริ่มทำงาน เธอบ่นอุบ
"ให้ตายสิ ขนาดอาของหนูยังไม่เคยวางมาดใส่หนูขนาดนี้เลย ก็แค่ได้รางวัลออกแบบ แล้วก็ไปได้ดีที่ฝรั่งเศสนิดหน่อย ทำเป็นเก่งไปได้
หนูก็เคยได้รางวัลเหมือนกันนะ"
หลังจากขุดคำศัพท์ในหัวมาค่อนขอดเซี่ยงหยางในใจอยู่พักใหญ่ เจียงมู่มู่ที่เคยเป็นดั่งดาวล้อมเดือนทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ก็เริ่มพาลไปโทษเจียงฉยงเอ๋อร์ที่ส่งเธอมาเป็นผู้ช่วย
"อาก็เหมือนกันนะ..."
แต่ตอนที่กำลังบ่นถึงอา เธอก็ลุกขึ้นยืน
เก็บสมุดกับปากกาใส่กระเป๋าเป้ เอื้อมมือดึงแล็ปท็อปมาตรงหน้า เตรียมจะปิดหน้าเว็บแล้วพับเก็บกลับห้อง
แต่จังหวะที่นิ้วกำลังจะเลื่อนทัชแพด หน้าต่างป๊อปอัปแจ้งเตือนข่าวสารก็เด้งขึ้นมาจากมุมขวาล่างของหน้าจอ
《ดีไซเนอร์ดาวรุ่งชาวจีนของ Hermès เผย: ผมพูดไม่ออกกับรสนิยมการแต่งตัวของพี่สาวนางฟ้า!》
หน้าต่างแรกยังไม่ทันหายไป หน้าต่างที่สองก็ตามมาติดๆ
《พี่สาวนางฟ้าส่อแววทะเลาะกับ 'แฟนหนุ่ม' ดีไซเนอร์ โดนสะบัดหน้าใส่กลางสนามบินปารีส...》
...
สมองยังไม่ทันได้ประมวลผล มือของเจียงมู่มู่ก็คว้านามบัตรของเซี่ยงหยางบนโต๊ะขึ้นมา แล้วตะโกนด่าด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ถุย! คุณมันลูกผู้ชายประสาอะไร!"
[จบแล้ว]