เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10: หัดอ่านบรรยากาศบ้างสิ!

บทที่ 10: หัดอ่านบรรยากาศบ้างสิ!

บทที่ 10: หัดอ่านบรรยากาศบ้างสิ!


ชิราคาวะ อัตสึชิ ไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่า ท่านประธานบริษัทที่เพิ่งโทรศัพท์หาเขาเมื่อตอนเช้า จะมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ในบ้านเขาในตอนบ่ายของวันเดียวกัน

ที่พักของเขาเป็นเพียงอพาร์ตเมนต์รูหนูขนาดไม่ถึง 30 ตารางเมตร สภาพภายในห้องรกเละเทะ นอกจากเปียโนไฟฟ้าที่วางอยู่อย่างเป็นระเบียบแล้ว พื้นที่ส่วนอื่นแทบไม่มีที่ว่างให้วางเท้า

หลังจากอ๋าวจื้อหย่วนก้าวเข้ามาในห้อง ชิราคาวะผู้ตื่นตระหนกก็รีบกุลีกุจอเคลียร์พื้นที่ว่าง แล้วชงชามาต้อนรับแขกทั้งสอง

ถึงคนญี่ปุ่นจะไม่มีข้าวของอะไรติดบ้านมากมาย แต่ใบชานี่ขาดไม่ได้เลยจริงๆ

"รบกวนด้วยนะครับ"

อ๋าวจื้อหย่วนประคองถ้วยชาขึ้นมา พลางลอบสังเกตชิราคาวะเงียบๆ

ชายเจ้าของห้องเป็นคนตัวเตี้ย ใบหน้ากลมเกลี้ยง เหมือนคนญี่ปุ่นทั่วไปที่ถ้าจับโยนเข้าไปในฝูงชน คุณคงไม่มีทางสังเกตเห็นเขาได้ตั้งแต่แรกเห็น

ภาพมีมที่เคยวนเวียนอยู่ในโลกออนไลน์ชาติที่แล้วผุดขึ้นมาในหัวของอ๋าวจื้อหย่วน มันช่างเข้ากับสถานการณ์ตอนนี้เสียเหลือเกิน:

นักดนตรีเกมตัวปลอม: ทรงผมแฟชั่นจัดเต็ม เซ็ตมาอย่างเนี๊ยบ สวมแว่นกันแดดทำหน้าขรึม สันกรามคมกริบ โครงหน้าหล่อเหลา แต่งตัวล้ำยุคสไตล์ไซเบอร์พังค์ ไม่มีพุง มีแต่ซิกแพ็ก สวมนาฬิกาหรู ล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยมาดแบดบอย

นักดนตรีเกมตัวจริง: ผมเผ้ายุ่งเหยิงฟูฟ่อง หน้ากลม ใส่เสื้อยืดสีดำเรียบๆ แววตามุ่งมั่นลึกล้ำ มีพุงพลุ้ยนิดๆ มือไม้แข็งแรง บุคลิกเรียบง่ายสมถะ

ในขณะที่อ๋าวจื้อหย่วนกำลังพิจารณาเขา ชิราคาวะ อัตสึชิ เองก็กำลังลอบประเมินท่านประธานหนุ่มตรงหน้าเช่นกัน

ชายคนนี้หล่อเหลาเอาการ รูปร่างหน้าตาแบบนี้ไปเป็นดาราได้สบายๆ ทำไมถึงคิดมาทำเกมกันนะ?

ในยุคสมัยแบบนี้ ยังมีประธานบริษัทที่ยอมถ่อมาหาลูกน้องถึงที่พักอยู่อีกหรือเนี่ย ช่างน่าประหลาดใจจริงๆ

...

อ๋าวจื้อหย่วนแนะนำบริษัทโปเกนิ ตัวเขาเอง และจุดประสงค์ที่มาอย่างย่อๆ พร้อมเอ่ยชวนด้วยความจริงใจ

"ถ้าคุณชิราคาวะมาร่วมงานกับบริษัทเรา เรายินดีเสนอเงินเดือนระดับท็อปให้เต็มที่เลยครับ"

ชิราคาวะ อัตสึชิ ก้มหน้า ไม่ได้รับปากทันที

หรือจะพูดให้ถูกคือ คำพูดของอ๋าวจื้อหย่วนทำให้เขาขมวดคิ้ว

"แต่ทำไมต้องเป็นผมล่ะครับ? หมายถึง... ผมคิดว่าตัวเองไม่ได้มีพรสวรรค์อะไร แถมยังเป็นมือใหม่ไม่มีผลงานเด่นๆ ทำไมท่านประธานถึงเจาะจงให้ผมทำเพลงประกอบเกมฟอร์มยักษ์ล่ะครับ?"

รู้ไหมว่าตอนนี้นักดนตรีตกงานมีเกลื่อนเมือง รุ่นพี่ที่มีประสบการณ์และคุณวุฒิมากกว่าเขาก็มีถมเถ ทำไมประธานอ๋าวถึงไม่ไปหาพวกคนเหล่านั้น แต่กลับมาหาเขาแทน?

"นั่นก็เพราะ..."

ชิราคาวะในตอนนี้ยังเป็นมือใหม่ถอดด้าม ไร้ผลงานสร้างชื่อ อ๋าวจื้อหย่วนนึกย้อนดูแล้วก็หาเรื่องมาอวยไม่ถูกสักเรื่อง

จะให้บอกว่าผมรู้อนาคตว่าคุณจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ เป็นนักแต่งเพลงคู่บุญของมาโกโตะ ชินไค ทัดเทียมกับโจ ฮิไซชิ ก็คงไม่ได้... เพราะผลงานระดับตำนานอย่าง บทเพลงซากุระ ของเท็นมอน กว่าจะออกมาก็ปี 2007 นู่น

"เพราะผมดูเรซูเม่ของคุณแล้วครับ" อ๋าวจื้อหย่วนถอนหายใจแล้วปั้นน้ำเป็นตัว "ก่อนหน้านี้เราได้สืบประวัติคุณมาพอสมควร ทราบถึงแนวเพลงที่คุณถนัดและชื่นชอบ คุณคือนักแต่งเพลงสไตล์บริสุทธิ์ผุดผ่องที่สามารถปลอบประโลม เยียวยา และกล่อมเกลาจิตใจผู้เล่นได้ ซึ่งผลงานใหม่ของบริษัทเรากำลังต้องการดนตรีแบบนี้พอดี คุณคือคนที่ใช่ที่สุดที่เราตามหาครับ"

หา?!

อายาเสะ อาคาเนะ ที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ถึงกับอ้าปากค้าง ท่านประธาน... โกหกหน้าตายเก่งเกินไปแล้ว! เราไปสืบประวัติคุณชิราคาวะตอนไหนกัน?

แล้วรู้ได้ไงว่าเขาชอบแนวเพลงแบบไหน?

เล่นฟันธงมั่วซั่วแบบนี้ ท่านประธานไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอคะเนี่ย?

...

แต่พอสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของชิราคาวะ อายาเสะ อาคาเนะ ก็ต้องประหลาดใจ

เอ๊ะ?!

อีตานี่ดันเชื่อซะงั้น?

เห็นได้ชัดว่าพอได้ยินคำพูดของอ๋าวจื้อหย่วน แววตาของชิราคาวะก็สั่นไหวด้วยความตกตะลึง ราวกับจิตวิญญาณโดนกระแทกเข้าอย่างจัง

ที่จริงผลลัพธ์นี้ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะเพลงเกมในท้องตลาดตอนนี้ด้วยข้อจำกัดทางฮาร์ดแวร์ จึงยังทำเสียงสังเคราะห์ซับซ้อนแบบยุคหลังไม่ได้ ส่วนใหญ่เลยเน้นไปทางอิเล็กทรอนิกส์กับร็อคเป็นหลัก

ก่อนจะเจอกับมาโกโตะ ชินไค ในชาติที่แล้ว ชิราคาวะ อัตสึชิ ยังไม่ค้นพบพรสวรรค์ด้านเพลงเยียวยาจิตใจ (Healing) ของตัวเอง เขาได้แต่แต่งเพลงตามกระแสไปวันๆ โดยไม่มีเอกลักษณ์ แต่ลึกๆ แล้วเขาหลงใหลในดนตรีที่ใสสะอาดและกินใจแบบโจ ฮิไซชิ

เพียงแต่เขายังหาที่ลงไม่ได้เท่านั้น

คำพูดของอ๋าวจื้อหย่วนจึงไปสะกิดโดนความในใจเขาเข้าเต็มเปา

"ผม..."

ชิราคาวะอ้าปากจะพูด แต่แค่เปล่งเสียงออกมาคำเดียว ก้อนสะอื้นก็จุกอยู่ที่คอ

เขาพยายามกระแอมไอ ปรับอารมณ์ แล้วถอนหายใจ "ขอบคุณท่านประธานมากครับที่เห็นคุณค่าของผม แต่ผมไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะทำเพลงเกมได้ดี"

ชิราคาวะ อัตสึชิ พูดความจริง ในฐานะเด็กใหม่ที่ไม่เคยทำเพลงเกมมาก่อน จู่ๆ จะให้มารับผิดชอบงานเพลงหลักทั้งเกมตั้งแต่เริ่มต้น ก็ต้องหวั่นใจเป็นธรรมดา

ลองนึกภาพเด็กจบใหม่ถูกจับให้เป็นผู้จัดการโปรเจกต์ดูสิ ต่อให้ใจกล้าแค่ไหน ก็คงขาสั่นพั่บๆ

"คุณชิราคาวะ ลองดูหน่อยสิครับ" อ๋าวจื้อหย่วนให้กำลังใจ "ไม่มีใครเกิดมาแล้วยืนอยู่บนยอดพีระมิดเลยหรอกครับ ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าทำไม่ได้?"

บางเรื่องมันขึ้นอยู่กับพรสวรรค์จริงๆ

และดนตรีก็เป็นหนึ่งในนั้น

"เอ่อ..." ชิราคาวะเอียงคอครุ่นคิด "ผมยังคิดว่าด้วยวัยและประสบการณ์ตอนนี้ ผมควรจะไปเป็นลูกมือเรียนรู้งานจากคนอื่นก่อนน่าจะดีกว่าครับ"

ปัดโธ่เว้ย

หมอนี่เป็นก้อนหินรึไงนะ?

จะหัวแข็งและถ่อมตัวจนจมดินไปถึงไหน

"เอาอย่างนี้ไหมครับ คุณลองอ่านแผนงานเกมของเราดูก่อน คุณจะต้องสนใจโปรเจกต์นี้แน่นอน" อ๋าวจื้อหย่วนวางแผนงานลงบนโต๊ะรับแขกแล้วเลื่อนไปตรงหน้าชิราคาวะ

อีกฝ่ายพยักหน้า "ได้ครับ"

ชิราคาวะ อัตสึชิ รับแผนงานไปแล้วพูดตามมารยาทกับอ๋าวจื้อหย่วน "ท่านประธานครับ ผมจะอ่านอย่างละเอียดแน่นอนครับ"

จริงๆ แล้วบทสนทนามาถึงตรงนี้ ความหมายโดยนัยคือ "วันนี้พอแค่นี้เถอะ" และ "ขอเวลาผมตัดสินใจหน่อย" เพียงแต่ตามมารยาทแล้ว ชิราคาวะไม่กล้าไล่แขกตรงๆ ว่า "เชิญกลับไปได้แล้วครับ"

แต่อ๋าวจื้อหย่วนกลับไม่มีท่าทีจะลุกไปไหนเลยสักนิด

เฮ้ย!

ขนาดคุณ HR สาวที่นั่งข้างๆ ยังนั่งไม่ติดแทนท่านประธาน

ท่านประธานคะ อ่านบรรยากาศหน่อยสิคะ อ่านบรรยากาศ!

ดูตาม้าตาเรือไม่เป็นรึไงคะเนี่ย?!

การอ่านบรรยากาศเป็นทักษะที่คนญี่ปุ่นถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก การไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ผู้อื่นถือเป็นคุณสมบัติผู้ดี แต่ดูเหมือนท่านประธานคนนี้จะไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้เลย

อ๋าวจื้อหย่วนไม่ขยับเขยื้อน นั่งรอเงียบๆ กดดันกลายๆ ว่าจะรอดูชิราคาวะอ่านแผนงานให้จบเดี๋ยวนี้แหละ

...

ดังนั้น ชิราคาวะ อัตสึชิ จึงจำใจต้องกัดฟันเปิดอ่าน

ตอนแรกเขาก็ดูอย่างจำยอม แต่พออ่านไปได้สักพัก เขาก็เริ่มดำดิ่งลงไปในเนื้อหาทีละน้อย

ภาพอันงดงามเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวของชิราคาวะ... โลกขององเมียวจิที่แสนโรแมนติก เรื่องราวระหว่างมนุษย์และปีศาจ...

และท่วงทำนองในหัวใจของเขา ก็เริ่มบรรเลงขึ้นมา

จบบทที่ บทที่ 10: หัดอ่านบรรยากาศบ้างสิ!

คัดลอกลิงก์แล้ว