- หน้าแรก
- ตำนานผู้สร้างเกมอัจฉริยะ ทำไมมีแต่คนหาว่าผมทำเกมแปลกๆ
- บทที่ 10: หัดอ่านบรรยากาศบ้างสิ!
บทที่ 10: หัดอ่านบรรยากาศบ้างสิ!
บทที่ 10: หัดอ่านบรรยากาศบ้างสิ!
ชิราคาวะ อัตสึชิ ไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่า ท่านประธานบริษัทที่เพิ่งโทรศัพท์หาเขาเมื่อตอนเช้า จะมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ในบ้านเขาในตอนบ่ายของวันเดียวกัน
ที่พักของเขาเป็นเพียงอพาร์ตเมนต์รูหนูขนาดไม่ถึง 30 ตารางเมตร สภาพภายในห้องรกเละเทะ นอกจากเปียโนไฟฟ้าที่วางอยู่อย่างเป็นระเบียบแล้ว พื้นที่ส่วนอื่นแทบไม่มีที่ว่างให้วางเท้า
หลังจากอ๋าวจื้อหย่วนก้าวเข้ามาในห้อง ชิราคาวะผู้ตื่นตระหนกก็รีบกุลีกุจอเคลียร์พื้นที่ว่าง แล้วชงชามาต้อนรับแขกทั้งสอง
ถึงคนญี่ปุ่นจะไม่มีข้าวของอะไรติดบ้านมากมาย แต่ใบชานี่ขาดไม่ได้เลยจริงๆ
"รบกวนด้วยนะครับ"
อ๋าวจื้อหย่วนประคองถ้วยชาขึ้นมา พลางลอบสังเกตชิราคาวะเงียบๆ
ชายเจ้าของห้องเป็นคนตัวเตี้ย ใบหน้ากลมเกลี้ยง เหมือนคนญี่ปุ่นทั่วไปที่ถ้าจับโยนเข้าไปในฝูงชน คุณคงไม่มีทางสังเกตเห็นเขาได้ตั้งแต่แรกเห็น
ภาพมีมที่เคยวนเวียนอยู่ในโลกออนไลน์ชาติที่แล้วผุดขึ้นมาในหัวของอ๋าวจื้อหย่วน มันช่างเข้ากับสถานการณ์ตอนนี้เสียเหลือเกิน:
นักดนตรีเกมตัวปลอม: ทรงผมแฟชั่นจัดเต็ม เซ็ตมาอย่างเนี๊ยบ สวมแว่นกันแดดทำหน้าขรึม สันกรามคมกริบ โครงหน้าหล่อเหลา แต่งตัวล้ำยุคสไตล์ไซเบอร์พังค์ ไม่มีพุง มีแต่ซิกแพ็ก สวมนาฬิกาหรู ล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยมาดแบดบอย
นักดนตรีเกมตัวจริง: ผมเผ้ายุ่งเหยิงฟูฟ่อง หน้ากลม ใส่เสื้อยืดสีดำเรียบๆ แววตามุ่งมั่นลึกล้ำ มีพุงพลุ้ยนิดๆ มือไม้แข็งแรง บุคลิกเรียบง่ายสมถะ
ในขณะที่อ๋าวจื้อหย่วนกำลังพิจารณาเขา ชิราคาวะ อัตสึชิ เองก็กำลังลอบประเมินท่านประธานหนุ่มตรงหน้าเช่นกัน
ชายคนนี้หล่อเหลาเอาการ รูปร่างหน้าตาแบบนี้ไปเป็นดาราได้สบายๆ ทำไมถึงคิดมาทำเกมกันนะ?
ในยุคสมัยแบบนี้ ยังมีประธานบริษัทที่ยอมถ่อมาหาลูกน้องถึงที่พักอยู่อีกหรือเนี่ย ช่างน่าประหลาดใจจริงๆ
...
อ๋าวจื้อหย่วนแนะนำบริษัทโปเกนิ ตัวเขาเอง และจุดประสงค์ที่มาอย่างย่อๆ พร้อมเอ่ยชวนด้วยความจริงใจ
"ถ้าคุณชิราคาวะมาร่วมงานกับบริษัทเรา เรายินดีเสนอเงินเดือนระดับท็อปให้เต็มที่เลยครับ"
ชิราคาวะ อัตสึชิ ก้มหน้า ไม่ได้รับปากทันที
หรือจะพูดให้ถูกคือ คำพูดของอ๋าวจื้อหย่วนทำให้เขาขมวดคิ้ว
"แต่ทำไมต้องเป็นผมล่ะครับ? หมายถึง... ผมคิดว่าตัวเองไม่ได้มีพรสวรรค์อะไร แถมยังเป็นมือใหม่ไม่มีผลงานเด่นๆ ทำไมท่านประธานถึงเจาะจงให้ผมทำเพลงประกอบเกมฟอร์มยักษ์ล่ะครับ?"
รู้ไหมว่าตอนนี้นักดนตรีตกงานมีเกลื่อนเมือง รุ่นพี่ที่มีประสบการณ์และคุณวุฒิมากกว่าเขาก็มีถมเถ ทำไมประธานอ๋าวถึงไม่ไปหาพวกคนเหล่านั้น แต่กลับมาหาเขาแทน?
"นั่นก็เพราะ..."
ชิราคาวะในตอนนี้ยังเป็นมือใหม่ถอดด้าม ไร้ผลงานสร้างชื่อ อ๋าวจื้อหย่วนนึกย้อนดูแล้วก็หาเรื่องมาอวยไม่ถูกสักเรื่อง
จะให้บอกว่าผมรู้อนาคตว่าคุณจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ เป็นนักแต่งเพลงคู่บุญของมาโกโตะ ชินไค ทัดเทียมกับโจ ฮิไซชิ ก็คงไม่ได้... เพราะผลงานระดับตำนานอย่าง บทเพลงซากุระ ของเท็นมอน กว่าจะออกมาก็ปี 2007 นู่น
"เพราะผมดูเรซูเม่ของคุณแล้วครับ" อ๋าวจื้อหย่วนถอนหายใจแล้วปั้นน้ำเป็นตัว "ก่อนหน้านี้เราได้สืบประวัติคุณมาพอสมควร ทราบถึงแนวเพลงที่คุณถนัดและชื่นชอบ คุณคือนักแต่งเพลงสไตล์บริสุทธิ์ผุดผ่องที่สามารถปลอบประโลม เยียวยา และกล่อมเกลาจิตใจผู้เล่นได้ ซึ่งผลงานใหม่ของบริษัทเรากำลังต้องการดนตรีแบบนี้พอดี คุณคือคนที่ใช่ที่สุดที่เราตามหาครับ"
หา?!
อายาเสะ อาคาเนะ ที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ถึงกับอ้าปากค้าง ท่านประธาน... โกหกหน้าตายเก่งเกินไปแล้ว! เราไปสืบประวัติคุณชิราคาวะตอนไหนกัน?
แล้วรู้ได้ไงว่าเขาชอบแนวเพลงแบบไหน?
เล่นฟันธงมั่วซั่วแบบนี้ ท่านประธานไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอคะเนี่ย?
...
แต่พอสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของชิราคาวะ อายาเสะ อาคาเนะ ก็ต้องประหลาดใจ
เอ๊ะ?!
อีตานี่ดันเชื่อซะงั้น?
เห็นได้ชัดว่าพอได้ยินคำพูดของอ๋าวจื้อหย่วน แววตาของชิราคาวะก็สั่นไหวด้วยความตกตะลึง ราวกับจิตวิญญาณโดนกระแทกเข้าอย่างจัง
ที่จริงผลลัพธ์นี้ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะเพลงเกมในท้องตลาดตอนนี้ด้วยข้อจำกัดทางฮาร์ดแวร์ จึงยังทำเสียงสังเคราะห์ซับซ้อนแบบยุคหลังไม่ได้ ส่วนใหญ่เลยเน้นไปทางอิเล็กทรอนิกส์กับร็อคเป็นหลัก
ก่อนจะเจอกับมาโกโตะ ชินไค ในชาติที่แล้ว ชิราคาวะ อัตสึชิ ยังไม่ค้นพบพรสวรรค์ด้านเพลงเยียวยาจิตใจ (Healing) ของตัวเอง เขาได้แต่แต่งเพลงตามกระแสไปวันๆ โดยไม่มีเอกลักษณ์ แต่ลึกๆ แล้วเขาหลงใหลในดนตรีที่ใสสะอาดและกินใจแบบโจ ฮิไซชิ
เพียงแต่เขายังหาที่ลงไม่ได้เท่านั้น
คำพูดของอ๋าวจื้อหย่วนจึงไปสะกิดโดนความในใจเขาเข้าเต็มเปา
"ผม..."
ชิราคาวะอ้าปากจะพูด แต่แค่เปล่งเสียงออกมาคำเดียว ก้อนสะอื้นก็จุกอยู่ที่คอ
เขาพยายามกระแอมไอ ปรับอารมณ์ แล้วถอนหายใจ "ขอบคุณท่านประธานมากครับที่เห็นคุณค่าของผม แต่ผมไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะทำเพลงเกมได้ดี"
ชิราคาวะ อัตสึชิ พูดความจริง ในฐานะเด็กใหม่ที่ไม่เคยทำเพลงเกมมาก่อน จู่ๆ จะให้มารับผิดชอบงานเพลงหลักทั้งเกมตั้งแต่เริ่มต้น ก็ต้องหวั่นใจเป็นธรรมดา
ลองนึกภาพเด็กจบใหม่ถูกจับให้เป็นผู้จัดการโปรเจกต์ดูสิ ต่อให้ใจกล้าแค่ไหน ก็คงขาสั่นพั่บๆ
"คุณชิราคาวะ ลองดูหน่อยสิครับ" อ๋าวจื้อหย่วนให้กำลังใจ "ไม่มีใครเกิดมาแล้วยืนอยู่บนยอดพีระมิดเลยหรอกครับ ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าทำไม่ได้?"
บางเรื่องมันขึ้นอยู่กับพรสวรรค์จริงๆ
และดนตรีก็เป็นหนึ่งในนั้น
"เอ่อ..." ชิราคาวะเอียงคอครุ่นคิด "ผมยังคิดว่าด้วยวัยและประสบการณ์ตอนนี้ ผมควรจะไปเป็นลูกมือเรียนรู้งานจากคนอื่นก่อนน่าจะดีกว่าครับ"
ปัดโธ่เว้ย
หมอนี่เป็นก้อนหินรึไงนะ?
จะหัวแข็งและถ่อมตัวจนจมดินไปถึงไหน
"เอาอย่างนี้ไหมครับ คุณลองอ่านแผนงานเกมของเราดูก่อน คุณจะต้องสนใจโปรเจกต์นี้แน่นอน" อ๋าวจื้อหย่วนวางแผนงานลงบนโต๊ะรับแขกแล้วเลื่อนไปตรงหน้าชิราคาวะ
อีกฝ่ายพยักหน้า "ได้ครับ"
ชิราคาวะ อัตสึชิ รับแผนงานไปแล้วพูดตามมารยาทกับอ๋าวจื้อหย่วน "ท่านประธานครับ ผมจะอ่านอย่างละเอียดแน่นอนครับ"
จริงๆ แล้วบทสนทนามาถึงตรงนี้ ความหมายโดยนัยคือ "วันนี้พอแค่นี้เถอะ" และ "ขอเวลาผมตัดสินใจหน่อย" เพียงแต่ตามมารยาทแล้ว ชิราคาวะไม่กล้าไล่แขกตรงๆ ว่า "เชิญกลับไปได้แล้วครับ"
แต่อ๋าวจื้อหย่วนกลับไม่มีท่าทีจะลุกไปไหนเลยสักนิด
เฮ้ย!
ขนาดคุณ HR สาวที่นั่งข้างๆ ยังนั่งไม่ติดแทนท่านประธาน
ท่านประธานคะ อ่านบรรยากาศหน่อยสิคะ อ่านบรรยากาศ!
ดูตาม้าตาเรือไม่เป็นรึไงคะเนี่ย?!
การอ่านบรรยากาศเป็นทักษะที่คนญี่ปุ่นถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก การไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ผู้อื่นถือเป็นคุณสมบัติผู้ดี แต่ดูเหมือนท่านประธานคนนี้จะไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้เลย
อ๋าวจื้อหย่วนไม่ขยับเขยื้อน นั่งรอเงียบๆ กดดันกลายๆ ว่าจะรอดูชิราคาวะอ่านแผนงานให้จบเดี๋ยวนี้แหละ
...
ดังนั้น ชิราคาวะ อัตสึชิ จึงจำใจต้องกัดฟันเปิดอ่าน
ตอนแรกเขาก็ดูอย่างจำยอม แต่พออ่านไปได้สักพัก เขาก็เริ่มดำดิ่งลงไปในเนื้อหาทีละน้อย
ภาพอันงดงามเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวของชิราคาวะ... โลกขององเมียวจิที่แสนโรแมนติก เรื่องราวระหว่างมนุษย์และปีศาจ...
และท่วงทำนองในหัวใจของเขา ก็เริ่มบรรเลงขึ้นมา