- หน้าแรก
- บันทึกตำนานผ่าสวรรค์
- บทที่ 27: เปลี่ยนโฉมหน้า แฝงตัวเข้าจวน!
บทที่ 27: เปลี่ยนโฉมหน้า แฝงตัวเข้าจวน!
บทที่ 27: เปลี่ยนโฉมหน้า แฝงตัวเข้าจวน!
บทที่ 27: เปลี่ยนโฉมหน้า แฝงตัวเข้าจวน!
พ่อค้าต่างแดนเดือดดาล เงื้อดาบขึ้นฟาด ใช้ใบดาบด้านแบนตบเข้าที่ร่างทาสหญิง ฉับพลันนั้นทาสร่างกำยำนามอาซือปาก็ถลันเข้ามา ขวางหน้าปกป้องทาสหญิงไว้เบื้องหลัง จ้องเขม็งไปยังพ่อค้าต่างแดนด้วยสายตาเกรี้ยวกราด
พ่อค้าต่างแดนชะงักงัน ตามกฎของตลาด การซื้อขายที่ตกลงปลงใจกันแล้ว แม้จะยังมิได้ชำระเงิน ก็ไม่อาจยกเลิกเพิกถอน สินค้าชิ้นนี้บัดนี้ตกเป็นของเซี่ยซื่อแล้ว เขาไร้สิทธิ์ที่จะทุบตีดูหมิ่นตามอำเภอใจอีกต่อไป
จังหวะนั้น ทาสหญิงก็รีบร่ำไห้คร่ำครวญวิงวอนเซี่ยซื่ออีกครา “ฮูหยิน ข้าทำอาหารเป็น ข้าเย็บปักถักร้อยเป็น ซ้ำยังเลี้ยงม้าเป็น จะให้นวดเฟ้นทุบหลังให้ท่านก็ได้ ท่านให้ข้าทำสิ่งใดข้าทำได้ทั้งสิ้น ขอเพียงท่านเมตตาให้ข้าได้อยู่กับอาซือปาของข้า! ฮูหยิน ได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ!”
ยามนี้อาซือปาก็คุกเข่าลงโขกศีรษะให้เซี่ยซื่อ “ฮูหยิน หากท่านซื้ออาเจียซาของข้าไปด้วย ชีวิตนี้ของข้าขอมอบให้แก่ท่าน!”
ปกติเซี่ยซื่อไม่นิยมซื้อทาสที่มาเป็นคู่ผัวตัวเมีย เพราะเมื่อพวกมันตั้งหลักปักฐานได้ ย่อมมีความเป็นไปได้สูงที่จะพากันหลบหนี ทว่านางก็รู้ดีว่า หากปรารถนาให้ทาสที่ซื้อมาทำงานให้อย่างถวายหัว จำต้องซื้อใจของพวกเขาให้ได้เสียก่อน!
แส้และคมดาบอาจทำให้พวกมันยอมสยบคุกเข่าได้ แต่ไม่อาจทำให้พวกมันยอมตายแทนตนด้วยความสมัครใจ
เซี่ยซื่อไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยถามพ่อค้าต่างแดน “คนนี้ราคาเท่าใด?”
พ่อค้าต่างแดนกลอกตาไปมาอย่างเจ้าเล่ห์ ครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า “คนนี้... ทาสหญิงนางนี้มิใช่จะงดงามธรรมดา ท่านดูดวงตาสีมรกตของนางสิ ดูหน้าอกอวบอิ่มดั่งขุนเขานั่นสิ แล้วยังสะโพกที่กลมกลึงได้รูปของนางอีก จุ๊ๆ...”
เซี่ยซื่อขัดจังหวะเขาอย่างไม่ไว้หน้า “นางเป็นสตรี ทาสหญิงย่อมไร้ค่ากว่าทาสชาย!”
พ่อค้าต่างแดนยิ้มกริ่ม “ถูกต้อง แต่นางมิใช่สตรีดาษดื่น หากไร้นาง ท่านซื้ออาซือปาไปก็เปล่าประโยชน์”
เซี่ยซื่อตระหนักทันทีว่าถูกอีกฝ่ายโก่งราคาเข้าให้แล้ว ทว่านางหาใช่คนธรรมดา นางเป็นถึงสตรีที่เลี้ยงดูเจ้าปีศาจตัวร้ายอย่างหลี่เฉิงเฟิงจนเติบใหญ่มาได้ เซี่ยซื่อยิ้มเย็นชา ก้าวเข้าไปประชิดพ่อค้าต่างแดน “ตอนนี้เจ้ามีสองทางเลือก หนึ่ง ข้าให้ราคาตามท้องตลาด แล้วพานางไป สอง นางกับคนรักต้องพรากจากกัน นางจักต้องฆ่าตัวตายตามคนรักไปแน่ ถึงเวลานั้นเจ้าก็จะสูญเปล่าไม่ได้อะไรเลยแม้แต่อีแปะเดียว!”
รอยยิ้มของพ่อค้าต่างแดนพลันเจื่อนลง “ท่านรู้ได้อย่างไร?”
เซี่ยซื่อแค่นยิ้มหยัน “อาซือปาผู้นี้ร่างกายกำยำทรงพลัง นิ้วมือทั้งสิบใหญ่โต ข้อนิ้วและง่ามมือมีหนังด้านหนาเตอะ หน้าอกเต็มไปด้วยรอยแผลจากคมศาสตรา หัวไหล่มีรอยด้านจากการเสียดสี นี่ต้องเป็นนักรบที่เจนจบอาวุธและสวมเกราะเป็นนิจอย่างแน่นอน! เส้นเอ็นมือเท้าของเขาก็มิได้ถูกตัดขาด ดูแล้วยังคงมีกำลังวังชา หากเขาคิดหนีจริง พวกเจ้าคงรั้งไว้ไม่อยู่ ที่เขายอมจำนน ก็ย่อมต้องเพื่อคนรักของเขา คนสองคนรักใคร่ผูกพันลึกซึ้งถึงเพียงนี้ ย่อมต้องติดตามกันไปจนวันตาย! หากเจ้ายังกังขา ก็ลองเสี่ยงดูได้!”
พ่อค้าต่างแดนจ้องมองเซี่ยซื่อ สีหน้าแปรเปลี่ยนไป เอ่ยเนิบช้า “ชาวฉีผู้มากเล่ห์... ท่านชนะแล้ว แปดตำลึงเงิน ท่านเอานางไปได้เลย!”
อาซือปาและอาเจียซาโห่ร้องกึกก้องด้วยความปิติ โผเข้ากอดกันร่ำไห้ด้วยความยินดี
การค้าทาสของต้าฉีเฟื่องฟูรุ่งเรืองยิ่งนัก ระบบการจัดการก็นับว่ารัดกุมสมบูรณ์แบบ การซื้อขายทาสโดยทั่วไปจะต้องมีนายประกัน เพื่อยืนยันว่าทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมีตัวตนหลักแหล่งชัดเจน และที่มาของทาสนั้นขาวสะอาดถูกต้องตามกฎหมาย มิเช่นนั้นหากมีโจรผู้ร้ายก่อกรรมทำเข็ญ จับคนเป็นๆ มาเร่ขายเป็นทาสเพื่อแลกเงินตรา ใต้หล้านี้มิโกลาหลวุ่นวายหรอกหรือ?
หลังจากเซี่ยซื่อเจรจากับพ่อค้าต่างแดนจนเป็นที่ตกลงกันแล้ว นางก็เรียกหาคนกลางผู้ค้ำประกันของตลาดมา เมื่อได้นายประกัน ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างแสดงใบอนุญาตทำการค้าที่ประทับตราจากทางการ จากนั้นจึงลงนามประทับลายนิ้วมือในสัญญาครบทั้งสี่ฝ่าย อันได้แก่ ผู้ซื้อ ผู้ขาย นายประกัน และตัวทาส การซื้อขายจึงถือเป็นอันเสร็จสมบูรณ์
หนังสือสัญญานี้จัดทำขึ้นสามฉบับ ผู้ซื้อ ผู้ขาย และนายประกันต่างถือไว้คนละฉบับ ส่วนฉบับของนายประกันนั้นจะต้องนำส่งเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน ทางการจะทำการบันทึกและขึ้นทะเบียนทาสลงในสารบบราษฎร์ นับแต่นี้ไปถือว่ามีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรถูกต้องตามกฎหมาย
เซี่ยซื่อจ้องมองพวกมัน กล่าวเสียงเย็นชา “นับแต่นี้ไป พวกเจ้าคือคนของตระกูลหลี่ของเรา! ที่นี่คือแผ่นดินต้าฉี อาณาเขตของต้าฉีเราเริ่มจากดินแดนที่ตะวันรุ่ง สิ้นสุด ณ ดินแดนที่ตะวันตกดิน ทุกแห่งหนที่มีผืนปฐพี ล้วนเป็นอาณาเขตของต้าฉี! หากพวกเจ้าคิดหลบหนี ก็จงตรองดูให้ดีเถิดว่า หากไร้ซึ่งหนังสือปลดทาสและใบผ่านทาง พวกเจ้าจะหนีไปได้ไกลสักเพียงใด? จะหนีไปซุกหัวนอนที่ใดได้?”
ร่างของคนทั้งสองสั่นเทิ้ม คุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัวเพื่อแสดงความจำนน
ต้าฉีก่อตั้งราชวงศ์มาหลายร้อยปี แสนยานุภาพเกรียงไกรไปทั่วหล้า มหาสงครามครั้งสุดท้ายผ่านพ้นไปเนิ่นนานแล้ว อาณาประชาราษฎร์อยู่เย็นเป็นสุขมาร่วมร้อยปี มีเพียงชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือที่ยังคงมีไฟสงครามปะทุอยู่บ้าง ทว่าในหน้าประวัติศาสตร์การขยายอำนาจตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา ต้าฉีได้บดขยี้แว่นแคว้นไปนับไม่ถ้วน ผนวกดินแดนและชนเผ่าต่างๆ เข้ามามากมาย จวบจนถึงรัชสมัยของจ้าวไป่เจิ้น ฮ่องเต้ผู้เสวยสุขบนกองมรดก ก็มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลนับสิบล้านลี้แล้ว บรรดาแคว้นและชนเผ่าที่พ่ายแพ้และยอมสวามิภักดิ์ ล้วนแต่อกสั่นขวัญแขวนหวาดเกรงในบารมี
เซี่ยซื่อพยักหน้า หันหลังเดินจากไป ทว่ายังไม่ทันก้าวเท้าได้ถึงสองก้าว ก็พลันเห็นพ่อค้าทาสคนหนึ่งกำลังต้อนขบวนทาสที่ถูกล่ามโซ่ตรวนเดินสวนทางมาอย่างเชื่องช้าบนท้องถนน ทาสเหล่านี้สวมอาภรณ์เนื้อหยาบที่ซอมซ่อที่สุด แต่ละคนสีหน้าเหม่อลอยไร้ความรู้สึก รูปร่างเตี้ยเล็กแคระแกร็น เซี่ยซื่อปรายตามองเพียงแวบเดียว ก็คร้านจะมองซ้ำ
แต่เมื่อสายตาของเซี่ยซื่อกวาดไปถึงท้ายขบวน นางก็พลันสะดุดตากับเด็กสาวผมเผ้ายุ่งเหยิงนางหนึ่งที่กำลังเบิกตาโพลงจ้องมองนางเขม็ง
เด็กสาวนางนี้รูปร่างสันทัด นางสวมชุดผ้าป่านเนื้อหยาบ ถูกล่ามโซ่ตรวน แม้ใบหน้าจะมอมแมมเปรอะเปื้อน แต่ก็ยังพอมองออกถึงเค้าโครงหน้าที่งดงามหมดจด โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นที่ดำขลับ สุกใส ทว่าแฝงไว้ด้วยความขลาดกลัวและความคาดหวัง ดูน่าเวทนาจับจิตจับใจ
ยามเด็กสาวนางนี้เห็นเซี่ยซื่อ ก็พลันหยุดฝีเท้า อ้าปากตะโกนเรียกขานเซี่ยซื่ออย่างกล้าๆ กลัวๆ “ท่านแม่!”
เสียงเรียกขานนี้มิได้ดังนัก ทั้งยังสั่นเครือ แต่กลับใสกังวานจับใจ ราวกับคมมีดแหลมคมที่ทิ่มแทงเข้าไปในส่วนที่อ่อนโยนที่สุดในดวงใจของเซี่ยซื่อ ทำให้นางสั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์กาย ขอบตาแดงก่ำขึ้นมาทันควัน
เด็กสาวเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเซี่ยซื่อ ก็ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าทันที ร้องเรียกอย่างน่าเวทนา “ท่านแม่!! ช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ!”
เซี่ยซื่อถูกเสียงเรียกอันโหยหวนน่าสงสารนี้กรีดแทงจนหัวใจแทบสลาย ในชั่วพริบตานั้นนางราวกับถูกดึงย้อนกลับไปสู่วันวานอันยากลำบากที่ต้องพาหลี่เฉิงเฟิงวัยห้าหกขวบหลบซ่อนระหกระเหิน สัญชาตญาณความเป็นมารดาที่ฝังรากลึกสุดขั้วหัวใจถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาในบัดดล
เซี่ยซื่อตะโกนลั่น “หยุดเดี๋ยวนี้!”
เซี่ยซื่อรีบสาวเท้าเข้าไปขวางหน้าขบวนพ่อค้าทาส ชี้มือไปที่เด็กสาวท้ายขบวน “นาง... ราคาเท่าไร?”
พ่อค้าทาสผู้นั้นชะงักงัน มองตามนิ้วของนางไป ใบหน้าฉายแววฉงนสนเท่ห์ แต่สัญชาตญาณวานิชทำให้เขาหลุดปากบอกตัวเลขออกมาโดยไม่รู้ตัว “สิบตำลึง!”
เซี่ยซื่อคร้านจะเอ่ยความให้มากความ นางโยนถุงแพรปักลายใบเล็กออกมา ภายในมีเสียงโลหะกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง จากนั้นจึงเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าเด็กสาว ทอดสายตามองด้วยความเอ็นดู “เด็กดี เจ้าลำบากแย่แล้ว!”
เด็กสาวทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้น ร่ำไห้สะอึกสะอื้น “ขอบพระคุณท่านแม่ที่ช่วยชีวิตเจ้าค่ะ!”
เซี่ยซื่อตระหนักดีว่าก่อนหน้านี้เป็นเพียงอุบายที่อีกฝ่ายงัดมาใช้เพื่อดึงดูดความสนใจของตน ทว่านางกลับนึกชื่นชมในความเฉลียวฉลาดที่รู้จักอาศัยจุดเด่นของตนเพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ยิ่งนัก นางนึกถูกชะตากับเด็กสาวผู้นี้นัก จึงเอื้อมมือไปประคองนางให้ลุกขึ้น เอ่ยถามอย่างอ่อนโยน “เจ้ามีนามว่าอะไร?”
เด็กสาวปาดน้ำตา เผยรอยยิ้มออกมา น้ำเสียงใสกังวานเสนาะหู “นายหญิง ข้าน้อยมีนามว่าซูเยว่หานเจ้าค่ะ!”
เซี่ยซื่อเอ่ยชมด้วยความยินดี “ชื่อเพราะ ชื่อเพราะจริง! ไปเถิด กลับบ้านกับข้า”
ซูเยว่หานขานรับเสียงใส “เจ้าค่ะ!” แล้วเดินตามติดไปไม่ห่าง อาซือปาและอาเจียซาที่อยู่ด้านข้างหันมองหน้ากัน แล้วรีบก้าวเท้าเดินตามหลังไปอย่างสงบเสงี่ยมระมัดระวังเช่นกัน
หลังจากที่เซี่ยซื่อจัดการเรื่องเอกสารสัญญากับพ่อค้าทาสผู้นี้เสร็จสิ้น พ่อค้าทาสที่รับถุงเงินไปแล้วกลับยังรู้สึกงุนงงเป็นไก่ตาแตก ทาสหญิงท้ายขบวนนางนี้ โผล่มาจากหัวระแหงใดกัน? ใช่สินค้าของร้านตนแน่หรือ?
เขาขบคิดอีกตลบอย่างรวดเร็ว... ช่างเถอะ! ลาภลอยมากองอยู่ตรงหน้าเยี่ยงนี้ ไม่คว้าเอาไว้ก็โง่บรมแล้ว!
ทว่า ไม่ว่าจะเป็นเซี่ยซื่อ เหล่าทาส หรือพ่อค้าทาส ณ ที่แห่งนี้ พวกเขาล้วนคาดไม่ถึงเลยว่า สตีนามว่าซูเยว่หานผู้นี้ นามเดิมอีกสองชื่อของนางคือเฉิงเชียนฟางและซูจือเซียน ในช่วงชีวิตอันยาวนานของนาง เคยสวมบทบาทสถานะอันหลากหลายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นมือสังหาร นักฆ่า องค์หญิง ฮูหยิน ราชินี นางรำ หัวขโมย โหรหลวง ขอทาน โจรป่า และสถานะที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดซึ่งมิเคยแปรเปลี่ยนเลยนั่นคือ... เผ่ามาร...
บัดนี้ นางมีสถานะเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง... สาวใช้
ซูเยว่หานเดินตามหลังเซี่ยซื่อ นางก้มหน้าลง ท่าทีสำรวมระวัง ไร้ผู้ใดสังเกตเห็นมุมปากที่ยกโค้งขึ้นเล็กน้อย และแววตาแห่งความลำพองใจที่ฉายวาบผ่านไปของนางได้