เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ฉันชื่อเกอเกอ

บทที่ 20 ฉันชื่อเกอเกอ

บทที่ 20 ฉันชื่อเกอเกอ


เซี่ยเสี่ยวชะงักไปครู่หนึ่ง มองซ้ายมองขวา สุดท้ายสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ก้อนหินแล้วเอ่ยถามขึ้นว่า "เจ้าหินลายดอก เมื่อกี้เธอเป็นคนพูดเหรอ?"

"ฉันไม่ได้ชื่อหินลายดอกสักหน่อย" เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง

เซี่ยเสี่ยวรู้สึกว่าเสียงดังมาจากด้านบนของมิติ แต่ก้อนหินกลับอยู่ในมือของเธอ เธอจึงถามต่อว่า "งั้นเธอชื่ออะไรล่ะ?"

"ฉันชื่อ เกอเกอ"

"หา?" เซี่ยเสี่ยวถามอย่างไม่แน่ใจ "พี่ชาย? พี่ชายไหน?"

"ก็พี่ชายไงล่ะ" เสียงที่ดังมาจากด้านบนของมิติตอบกลับมาอย่างฉะฉาน

เซี่ยเสี่ยว "..." นี่นายแน่ใจนะว่าไม่ได้กำลังหลอกกินกำไรฉันอยู่?

"เขียนยังไงล่ะ" เซี่ยเสี่ยวถามย้ำ

"ก็พี่ชายไง ฉันชื่อพี่ชาย เธอนี่น่ารำคาญจริงๆ" เจ้าหินเริ่มทำเสียงไม่พอใจ

เซี่ยเสี่ยวมองก้อนหินในมืออย่างเงียบงัน ให้เรียกก้อนหินก้อนหนึ่งว่าพี่ชายเนี่ยนะ? ต่อให้เป็นหินวิเศษในมิติ แต่จะให้เรียกพี่ชายก็กระดากปากพิลึก ยิ่งเสียงของเจ้าหินดันเป็นเสียงเล็กเสียงน้อยน่ารักเหมือนเด็กเล็กๆ แบบนี้ด้วย

เซี่ยเสี่ยวจึงลองหว่านล้อมดู "ฉันตั้งชื่อใหม่ที่เพราะกว่านี้ให้เอาไหม?"

"ไม่เอา ฉันเป็นพี่ชาย ฉันจะชื่อพี่ชาย ถ้าเธอไม่ชอบชื่อของฉัน ฉันก็จะไม่ชอบเธอแล้ว" เจ้าหินแสดงอาการเชิดใส่ ราวกับเด็กที่กำลังงอนตุ๊บป่อง

เซี่ยเสี่ยวมีเส้นดำพาดผ่านหน้าผาก ถามออกไปอีกประโยคว่า "เธอเป็นจิตวิญญาณของมิตินี้เหรอ?"

เจ้าหินยังคงแสดงนิสัยดื้อรั้น "เชอะ เธอไม่ชอบชื่อฉัน ฉันไม่บอกเธอหรอก"

เซี่ยเสี่ยวจนปัญญา จึงรีบอธิบาย "ฉันไม่ได้ไม่ชอบเธอนะ เธอน่ารักจะตาย"

"เธอโกหก เธอไม่ชอบฉันชัดๆ ชื่อฉันก็ไม่ยอมเรียก แถมยังจะมาตั้งชื่อมั่วซั่วให้ฉันอีก" เจ้าหินบ่นอย่างไม่พอใจ

เอาเถอะ ครั้งนี้เซี่ยเสี่ยวยอมแพ้ มีมิติวิเศษอยู่ในมือ แค่เรียกหินก้อนหนึ่งว่าพี่ชายจะเป็นไรไป ให้เรียกพ่อเรียกแม่ก็ยังได้ ยิ่งถ้าเรียกทับศัพท์ว่า 'เกอเกอ' ก็ไม่ได้ฟังดูขัดหูเท่าไหร่ คิดได้ดังนั้นเซี่ยเสี่ยวผู้รู้จักปรับตัวตามสถานการณ์จึงเรียกออกไปทันที "เกอเกอ เธอเป็นจิตวิญญาณของมิตินี้ใช่ไหม?"

"ใช่แล้ว มิตินี้เป็นของฉัน ดังนั้นเธอต้องทำดีกับฉัน ฉันถึงจะให้เธอใช้มิติ ไม่อย่างนั้นฉันจะก่อนกวนนะ" เจ้าหินได้คืบจะเอาศอก แถมยังขู่อีกต่างหาก

"แล้วกำแพงนี่คืออะไร?" เซี่ยเสี่ยวถามต่อ

เจ้าหินเชิดหน้าตอบ "ถ้าไม่เรียกฉันว่าเกอเกอ ฉันจะไม่ตอบเธอ"

เซี่ยเสี่ยวปาดเหงื่อพลางตอบว่า "เกอเกอ แถวบ้านเราคำนี้หมายถึงพี่ชายนะ ฉันเองก็มีพี่ชายอยู่แล้ว" เซี่ยเสี่ยวนั่งลงในมิติพลางคุยกับก้อนหิน

"ฉันคือพี่ชาย เธอจะมีพี่ชายแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน อีกอย่างพี่ชายก็ไม่ได้มีได้แค่คนเดียวนี่นา เลือดของเธอเป็นตัวเปิดมิติและปลุกฉันตื่นขึ้นมา แต่ถ้าเธอไม่ชอบฉัน เราก็อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขไม่ได้หรอกนะ"

เจ้าหินพูดมาขนาดนี้ เซี่ยเสี่ยวก็เห็นด้วย จึงเลิกวุ่นวายเรื่องชื่อของมัน แต่ก็อดถามไม่ได้ว่า "แล้วเธอก็ไม่ได้เรียกชื่อฉันเหมือนกันนี่?"

"ฉันเรียกเธอว่า เสี่ยวเสี่ยว ไง"

ก็ได้ เซี่ยเสี่ยวพยักหน้าแล้วถามต่อ "เกอเกอ เธอรู้ไหมว่ากำแพงสีฟ้าใสนี่คืออะไร?"

"นี่คือแผนที่เส้นทาง เสี่ยวเสี่ยวอยากไปที่ไหน ฉันก็สามารถพาเธอเคลื่อนย้ายไปที่นั่นได้ในพริบตา"

สิ้นเสียงของเจ้าหิน ดวงตาของเซี่ยเสี่ยวก็เป็นประกายทันที "ไปที่ไหนก็ได้จริงๆ เหรอ?"

เจ้าหินตอบว่า "ตอนนี้ยังไปได้ไม่ไกล ไปได้แค่ในตัวอำเภอ ต้องรอมิติยกระดับก่อน ถึงจะไปได้ไกลกว่านี้"

ได้ยินแบบนี้เซี่ยเสี่ยวก็ไม่ได้ผิดหวัง กลับดีใจเสียด้วยซ้ำ เดิมทีเธอคิดว่ามิตินี้ทำได้แค่เลี้ยงไก่ปลูกผัก ดื่มน้ำทิพย์บำรุงร่างกาย ไม่คิดเลยว่าจะใช้เป็นพาหนะเดินทางได้ด้วย แถมยังเป็นการวาร์ปไปแบบไร้ร่องรอย นี่มันสุดยอดไปเลย

"เกอเกอ แล้วต้องทำยังไงมิติถึงจะยกระดับล่ะ?" เซี่ยเสี่ยวรีบถาม ในใจก็หวังให้มิติอัปเกรดเร็วๆ ถึงตอนนั้นจะไปไหนมาไหน หรือจะไปเซี่ยงไฮ้ก็ประหยัดค่ารถไปได้โข

แถมเซี่ยเสี่ยวยังคิดจะเลี้ยงไก่ปลูกผักในมิติ แล้วเอาออกไปขายหาเงิน แต่การเอาของออกมาขายในตัวอำเภอมันไม่ปลอดภัยและไม่ค่อยสมจริง เสี่ยงต่อการถูกจับได้และอธิบายยาก แต่ถ้ามิติสามารถพาไปที่ไกลๆ ได้ ปัญหานี้ก็หมดห่วงไปเลย

"ฉันต้องกินหินพลังงานชนิดหนึ่งเพื่อบำรุงร่างกาย ถ้าร่างกายฉันแข็งแรง มิติก็จะค่อยๆ ฟื้นฟูเอง" เจ้าหินตอบ

"ใช้เลือดของฉันไม่ได้เหรอ?" เซี่ยเสี่ยวถาม เพราะเลือดตัวเองหาได้ง่ายกว่า แม้จะต้องเจ็บตัวหน่อย แต่หินพลังงานน่าจะหายากกว่ามาก

"เลือดของเสี่ยวเสี่ยวไม่พอหรอก ต่อให้มีเสี่ยวเสี่ยวสักสิบคนร้อยคนก็ไม่พอ"

เซี่ยเสี่ยวได้ยินดังนั้นก็ล้มเลิกความคิดทันที ถามต่อว่า "แล้วจะหาหินพลังงานได้จากที่ไหน?"

"เรื่องนี้ต้องอาศัยวาสนา เหมือนที่ได้เจอเสี่ยวเสี่ยวก็เป็นวาสนา เหมือนที่เสี่ยวเสี่ยวได้มาอยู่ในยุคนี้ก็เป็นวาสนาเช่นกัน"

เซี่ยเสี่ยวพยักหน้า "ชาติที่แล้ว หินก้อนที่หล่นใส่หัวฉันคือนายใช่ไหม?"

"ใช่ฉันเอง มีคนเก็บฉันกลับบ้านไปวางไว้ในกระถางต้นไม้ที่ระเบียง พอเช้าตรู่สองผัวเมียเจ้าของบ้านทะเลาะกัน ชนกระถางต้นไม้ร่วงลงมา ฉันเลยหล่นลงไปใส่หัวเธอ" เจ้าหินเล่าถึงตรงนี้ก็พูดอย่างยินดีว่า "คิดไม่ถึงเลยว่าเลือดของเธอจะเปิดมิติของฉันได้ เสี่ยวเสี่ยว เธอคือคู่บุญของฉันนะ"

"แล้วเรื่องที่เสี่ยวเสี่ยวคนเดิมโดนนายทับล่ะ เป็นยังไงกันแน่?" เซี่ยเสี่ยวถามอีก

"อ๋อ เรื่องนั้นเหรอ ก็อย่างที่เธอรู้นั่นแหละ ฉันถูกแรงระเบิดกระเด็นไปโดนเสี่ยวเสี่ยวตัวน้อยพอดี แต่ไม่ได้โดนจังๆ หรอกนะ เสี่ยวเสี่ยวตัวน้อยถูกงูพิษกัดตายต่างหาก ไม่ได้ถูกฉันทับตายสักหน่อย ประจวบเหมาะกับที่เธอมาเข้าร่างนี้พอดี เรื่องบังเอิญซ้อนบังเอิญพวกนี้ไม่ใช่ฝีมือฉันหรอกนะ ฉันไม่มีความสามารถขนาดนั้น นี่เป็นลิขิตสวรรค์ เป็นการจัดสรรของโชคชะตา"

เซี่ยเสี่ยวพูดไม่ออก คงเป็นโชคชะตาจริงๆ นั่นแหละ ไม่อย่างนั้นอยู่ดีๆ เธอจะถูกหินหล่นใส่หัวตาย แล้ววิญญาณลอยมาโผล่ในยุคหกสิบ เข้าสิงร่างเสี่ยวเสี่ยวคนเดิมที่เพิ่งตายพอดีได้ยังไง

"งั้นเกอเกอ ต่อไปจะอยู่ในมิติหรือจะอยู่ข้างนอก ถ้าฉันเอาเธอไว้ในมิติ ฉันจะยังเข้ามาได้ไหม?" เซี่ยเสี่ยวคิดว่าถ้าเอาหินไว้ในมิติแล้วเธอยังเข้ามาได้ เก็บไว้ในนี้ก็น่าจะปลอดภัยกว่า

"ฉันไม่อยากอยู่ในมิติ ฉันจะหาหินพลังงาน ถ้าเธอเอาฉันไว้ในมิติ เธอก็จะเข้ามาไม่ได้นะ" เจ้าหินแย้ง

เซี่ยเสี่ยวพูดอย่างกังวล "แต่เธอเก็บยากนะ ถ้าเกิดฉันทำหายจะทำยังไง?"

"เรื่องง่ายนิดเดียว เดี๋ยวฉันจะย่อส่วนให้เล็กลง เธอเอาเชือกร้อยฉันแขวนคอไว้ก็ได้ อีกอย่างถ้าฉันอยู่ข้างนอกก็ช่วยเธอได้นะ เธอคุยกับฉันได้ เสียงที่ฉันพูดจะมีแค่เธอคนเดียวที่ได้ยิน คนอื่นไม่ได้ยินหรอก"

พอเจ้าหินพูดจบ เซี่ยเสี่ยวก็สังเกตเห็นว่าบนก้อนหินมีรูเล็กๆ เพิ่มขึ้นมา สามารถเอาเชือกร้อยได้จริงๆ

แต่เธอไม่มีเชือกแดง เซี่ยเสี่ยวจึงถามคำถามสำคัญอีกข้อ "เกอเกอ แล้วเสียงในใจฉัน นายได้ยินไหม?"

"ไม่ได้ยิน ถ้าเสี่ยวเสี่ยวพูดออกมา ฉันถึงจะได้ยิน"

เซี่ยเสี่ยวถอนหายใจอย่างโล่งอก ไม่ได้ยินเสียงในใจก็ดีไป ถึงจะมีพันธะทางวิญญาณกับเจ้าหิน แต่เซี่ยเสี่ยวก็ยังอยากมีพื้นที่ส่วนตัวบ้าง เธอจึงตัดสินใจทันที "งั้นตอนนี้เราไปตัวอำเภอซื้อเชือกแดงกันเถอะ"

"ได้เลย แต่เสี่ยวเสี่ยว ถ้าจะไปไหน เธอต้องหยดเลือดลงบนตัวฉันนิดหนึ่งนะ ฉันถึงจะพาไปได้"

พอได้ยินดังนั้น เซี่ยเสี่ยวก็หยดเลือดลงบนก้อนหินอีกหยดอย่างไม่อิดออด แล้วพูดกับเจ้าหินว่า "ไปกัน ไปลองของที่ตัวอำเภอกันหน่อย"

จบบทที่ บทที่ 20 ฉันชื่อเกอเกอ

คัดลอกลิงก์แล้ว