เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ประลองฝีมือ

บทที่ 17 ประลองฝีมือ

บทที่ 17 ประลองฝีมือ


สิ้นคำพูดของเห้อเสวียปิง ดวงตาของเซี่ยเสี่ยวก็เป็นประกายขึ้นมาทันที ความรู้สึกโล่งอกแผ่ซ่านเข้ามาในใจอย่างประหลาด สิบปีแปดปีนี้เธอยังพอมีความหวังและศรัทธาที่จะรอได้

เกาเจี้ยซิงที่ยืนอยู่ข้างๆ พูดขึ้นมาลอยๆ "แม่นายบอกว่าสหายตงคนนั้นดูท่าทางไม่เลว ผู้หญิงดีๆ ต้องรีบจองไว้แต่เนิ่นๆ เดี๋ยวจะโดนคนอื่นตัดหน้าไปเสียก่อน" พูดจบก็ตบไหล่เห้อเสวียปิงเบาๆ โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองเซี่ยเสี่ยวเลยสักนิด

เซี่ยเสี่ยวขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ ทำไมรู้สึกเหมือนเกาเจี้ยซิงจงใจเป็นปฏิปักษ์กับเธอยังไงไม่รู้ แล้วไอ้คำพูดนั้นหมายความว่ายังไง เธอไม่ใช่ผู้หญิงดีๆ หรือไงกัน

คราวนี้เซี่ยเสี่ยวเริ่มจะคิดมากไปกันใหญ่ รู้สึกราวกับว่าคนทั้งหมู่บ้านรังเกียจเดียดฉันท์เธอ ทั้งที่เธอก็ไม่ได้คิดเรื่องแต่งงาน หรือคิดจะลงหลักปักฐานแต่งงานกับใครในหมู่บ้านนี้สักหน่อย

แต่ความรู้สึกที่โดนคนอื่นมองอย่างรังเกียจนี่มันช่างแย่จริงๆ เซี่ยเสี่ยวหันหลังเดินหนีไป เธอไม่อยากให้คำพูดของคนพวกนี้มาทำลายอารมณ์ และเธอก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อสนองความคิดเห็นของใคร

"นายชอบเธอเหรอ" พอเซี่ยเสี่ยวเดินจากไป เห้อเสวียปิงก็หันมาถามเกาเจี้ยซิง

"จะเป็นไปได้ยังไง" เกาเจี้ยซิงสวนกลับทันควัน "ใครจะไปชอบเด็กประถม ไม่ได้บ้าสักหน่อย"

"ได้ยินแม่ฉันบอกว่า นายช่วยชีวิตสหายเซี่ยไว้ แม่นายก็ชอบและเอ็นดูสหายเซี่ยมาก อยากจะได้มาเป็นสะใภ้ให้นายด้วยซ้ำ"

พอเห้อเสวียปิงพูดจบ เกาเจี้ยซิงก็กลอกตามองบนใส่เขา "คำพูดแม่นายเชื่อได้ที่ไหน แม่นายน่ะใจแคบจะตาย แค่เพราะแม่ฉันดูแลเซี่ยเสี่ยว แม่นายก็คอยจ้องจับผิด หาเรื่องเซี่ยเสี่ยวตลอด อายุก็ปูนนี้แล้ว ยังจะไปถือสาหาความเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่อายบ้างหรือไง"

"แม่ฉันไม่ได้ใจร้ายหรอก แกก็แค่เป็นคนแบบนี้แหละ ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้วก็แก้ไม่หายหรอก"

"ก็เพราะพ่อนายตามใจจนเคยตัวนั่นแหละ" เกาเจี้ยซิงบ่นพึมพำ "ถ้าแม่นายใจร้ายจริง นายคิดว่าฉันจะยังมานั่งคุยกับนายอยู่ตรงนี้เหรอ" ถ้าหลี่เซิ่งเหม่ยมีเจตนาร้ายจริงๆ คนแรกที่จะโดนเล่นงานคงเป็นเจิ้งเซี่ยงหง เรื่องนี้ใครๆ ก็รู้กันทั้งบาง

เห้อเสวียปิงหัวเราะ พลางเลิกคิ้วใส่เกาเจี้ยซิง "พ่อฉันมีศักดิ์เป็นน้าของแม่นายนะ ไอ้หลานชาย"

"ไปไกลๆ เลย ใครเป็นหลานชายนาย อย่าคิดว่าใส่เครื่องแบบทหารแล้วฉันจะไม่กล้าอัดนะ" เกาเจี้ยซิงถลึงตาใส่

"ฉันฝึกในกองทัพมาตั้งปีหนึ่งแล้ว ใครจะแพ้ใครจะชนะยังไม่รู้เลย"

"งั้นก็ลองดูสักตั้ง" สิ้นเสียงเกาเจี้ยซิง เขาก็ตวัดขาเตะกวาดไปทันที

เห้อเสวียปิงกระโดดหลบวูบ แล้วทั้งสองก็เริ่มแลกหมัดกัน

"เฮ้ย นายจะไม่เข้ากองทัพจริงๆ เหรอ" เห้อเสวียปิงถามขณะรับมือกับเกาเจี้ยซิง

เกาเจี้ยซิงไม่ตอบ แต่สวนหมัดหนักๆ กลับไปแทน

"ห้ามต่อยหน้านะเว้ย ผิดกฎนี่หว่า" เห้อเสวียปิงรีบสวนกลับ

การต่อสู้ของทั้งคู่ดึงดูดความสนใจจากคนที่มาร่วมงานแสดงประจำปี โดยเฉพาะพวกหนุ่มๆ และเด็กๆ ที่ชอบอกชอบใจ ตะโกนเชียร์กันยกใหญ่

เซี่ยเสี่ยวที่ยังเดินไปไม่ไกลนักหันกลับมามอง แต่เธอก็ไม่ได้เดินกลับไป ได้แต่ยืนดูอยู่ห่างๆ เธอไม่คิดว่าทั้งสองคนจะตีกันจริงจัง วันนี้เธอก็พอดูออกว่า แม้หลี่เซิ่งเหม่ยกับเจิ้งเซี่ยงหงจะไม่ถูกกัน แต่ลูกหลานของทั้งสองบ้านก็ยังไปมาหาสู่สนิทสนมกันดี

เห้อเสวียกังสนิทกับเกาเจี้ยจื๋อ ส่วนเห้อเสวียปิงก็ซี้ปึ้กกับเกาเจี้ยซิง นี่ถ้าเจิ้งเซี่ยงหงไม่ขวางไว้ไม่ให้ลูกชายไปเป็นทหาร ป่านนี้ทั้งสี่คนคงไปอยู่ในกองทัพด้วยกันหมดแล้ว

เห้อเสวียกังและเกาเจี้ยจื๋อเห็นเห้อเสวียปิงกับเกาเจี้ยซิงตีกัน ก็รีบเข้ามาจะห้ามทัพ งานแสดงประจำปีชักจะเริ่มวุ่นวายซะแล้ว

แต่เกาเจี้ยซิงนึกสนุกอยากลองวิชา เลยพาลอัดเห้อเสวียกังไปด้วย กลายเป็นว่าคู่พี่น้องสองบ้านตะลุมบอนกันนัวเนีย

หลี่เซิ่งเหม่ยกรีดร้อง แว้ดใส่เจิ้งเซี่ยงหงที่เดินออกมาว่า "รีบไปห้ามลูกชายเธอเร็วเข้า ปีใหม่แท้ๆ มาตีกับน้าตัวเองแบบนี้มันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ทำร้ายร่างกายทหารมีความผิดนะยะ"

"หลี่เซิ่งเหม่ย หล่อนจะเป็นจะตายอะไรนักหนา ก็แค่ประลองฝีมือกันเล่นๆ ร้องซะเหมือนแม่ไก่ออกไข่ น่ารำคาญ" เจิ้งเซี่ยงหงกลอกตาใส่ ถึงใจจริงอยากจะพุ่งไปฟาดก้นลูกชายสักที แต่ต่อหน้าหลี่เซิ่งเหม่ย เธอไม่มีทางยอมอ่อนข้อให้เด็ดขาด

"เธอไม่สงสารลูกเธอ แต่ฉันสงสารลูกฉัน กว่าลูกจะกลับมาเยี่ยมบ้านทีหนึ่ง ลูกชายเธอนี่มันหาแต่เรื่อง วันๆ เอาแต่ชกต่อย มิน่าล่ะคุณย่าถึงไม่ชอบหน้า ดูสิ เลี้ยงลูกประสาอะไรถึงได้ออกมาเป็นแบบนี้"

หลี่เซิ่งเหม่ยยกย่าเกามาข่มเจิ้งเซี่ยงหง พอดีกับที่ย่าเกานั่งอยู่ไม่ไกล ย่าเกาขมวดคิ้วมุ่น แต่ไม่อยากเสวนากับเจิ้งเซี่ยงหง จึงให้คนไปตามเกากั๋วเฉียง หัวหน้าหน่วยผลิตมาจัดการแทน

เจิ้งเซี่ยงหงก็ไม่ได้โกรธเคือง เพียงแต่ยิ้มแล้วตอบว่า "เมื่อก่อนพวกเขาก็ตีกันประจำ ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน เสวียกังกับเสวียปิงไปเป็นทหารมาปีหนึ่งแล้ว เจี้ยจื๋อกับเจี้ยซิงก็แค่ช่วยทดสอบดูว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาฝีมือพัฒนาไปถึงไหนแล้วก็เท่านั้นเอง"

ตอนนั้นเอง เกากั๋วเฉียงก็เดินมาพร้อมกับเห้อหงจวิน แตกต่างจากเกากั๋วเฉียงตรงที่เห้อหงจวินต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงเดิน

เซี่ยเสี่ยวสังเกตเห็นรอยแผลเป็นลึกบนใบหน้าของเห้อหงจวิน ดูน่ากลัวอยู่ไม่น้อย

หากมองจากภายนอก เกากั๋วเฉียงดูดีกว่าเห้อหงจวินมาก ทั้งคู่เคยเป็นทหารเหมือนกัน เห้อหงจวินดูแก่กว่าเกากั๋วเฉียงเป็นสิบปี แต่การได้เป็นถึงนายทหารสัญญาบัตร ย่อมแสดงว่าฝีมือและประสบการณ์ไม่ธรรมดา ซึ่งแน่นอนว่าเกากั๋วเฉียงเทียบไม่ได้

แต่ในสายตาของหลี่เซิ่งเหม่ยกลับมองต่างออกไป แม้เห้อหงจวินจะมียศมีตำแหน่ง แต่สำหรับหลี่เซิ่งเหม่ยแล้ว เขาคือคนอัปลักษณ์

ส่วนเกากั๋วเฉียง แม้จะไม่เคยเป็นนายทหารสัญญาบัตร แต่ในสายตาหลี่เซิ่งเหม่ย เขาดีกว่าเห้อหงจวินทุกอย่าง นี่คือสาเหตุที่ทำให้หลี่เซิ่งเหม่ยรู้สึกไม่ยุติธรรมและฝังใจเจ็บมาตลอดหลายปี

แม้เห้อหงจวินจะตามใจหลี่เซิ่งเหม่ยทุกอย่าง ยอมลงให้เธอมาตลอดหลายปี แต่ก็ไม่อาจลบล้างความไม่พอใจในก้นบึ้งหัวใจของเธอได้ คนที่มีความทะเยอทะยานและชอบเอาชนะอย่างเธอ กลับมองว่าอายุที่มาก ความอัปลักษณ์ และขาเป๋ของเห้อหงจวิน ไม่ใช่เหรียญตราแห่งเกียรติยศ แต่เป็นสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกด้อยค่า เธอไม่ภูมิใจเลยสักนิด กลับรู้สึกว่าด้วยความสาวและความสวยของตน การต้องมาแต่งงานกับคนแบบนี้คือการขาดทุนย่อยยับ

เห้อหงจวินเองก็รู้ดีว่าหลี่เซิ่งเหม่ยชอบหาเรื่องเจิ้งเซี่ยงหง แต่เขาก็รู้ว่าเธอไม่ได้มีจิตใจเลวร้ายอะไร จึงได้แต่ทำเป็นหูทวนลม ปิดตาข้างหนึ่งทำเป็นมองไม่เห็น

แม้เจิ้งเซี่ยงหงจะเป็นลูกสาวของพี่สาวลูกพี่ลูกน้องของเขา แต่หลี่เซิ่งเหม่ยก็คือภรรยา แถมยังมีลูกชายให้เขาถึงสามคน เพียงแค่นี้เห้อหงจวินก็ยกย่องบูชาเธอไว้เหนือหัวแล้ว

คนในหมู่บ้านค่อนข้างเกรงกลัวและเคารพเห้อหงจวิน พอเห็นเขาเดินมาพร้อมกับเกากั๋วเฉียง ต่างก็แหวกทางให้

หลี่เซิ่งเหม่ยหันไปฟ้องเห้อหงจวิน "พ่อ ดูสิ รีบสั่งให้พวกมันหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ"

เห้อหงจวินโบกมือ "ปล่อยพวกหนุ่มๆ มันเถอะ เลือดกำลังร้อน ให้ได้ยืดเส้นยืดสายกันบ้างก็ดี ถือเป็นเรื่องดีนะ แม่น่ะ... อย่าตื่นตูมไปหน่อยเลย แค่นี้ยังทนไม่ได้ แล้วจะไปเติบโตในกองทัพได้ยังไง"

เห้อหงจวินมองโลกในแง่ดี เกากั๋วเฉียงเองก็ไม่ได้ถือสาหาความ การเข้าไปอยู่ในกองทัพต้องฝึกหนักปางตาย ในสนามรบต้องเจอกับดาบจริงปืนจริง กระสุนปืนใหญ่ระเบิดตูมตาม การฝึกฝนฝีมือให้แข็งแกร่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตลงได้

ทั้งเห้อหงจวินและเกากั๋วเฉียงต่างก็ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชน ไม่มีใครเข้าใจความเหนื่อยยากของการฝึกและความโหดร้ายของสงครามได้ดีไปกว่าพวกเขา ดังนั้นเมื่อเห็นเด็กๆ ตีกัน ทั้งคู่กลับมองด้วยความชื่นชม ถึงขั้นหาเก้าอี้มานั่งดูกันเลยทีเดียว

จบบทที่ บทที่ 17 ประลองฝีมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว