เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ยังไม่ทันเริ่มรักก็อกหักเสียแล้ว

บทที่ 15 ยังไม่ทันเริ่มรักก็อกหักเสียแล้ว

บทที่ 15 ยังไม่ทันเริ่มรักก็อกหักเสียแล้ว


เด็กประถม... เขาถึงกับว่าเธอเป็นเด็กประถม?

ถึงตอนนี้เธอจะตัวเตี้ยไปหน่อย แล้วก็ดำแดดเพราะทำงานหนัก แต่ตรงไหนกันที่เหมือนเด็กประถม

เซี่ยเสี่ยวโกรธจนตาโต เงยหน้าเถียงกลับ "มิน่าล่ะคุณป้าถึงบอกว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบเธอ ปากเสียแบบนี้ ขอให้เป็นโสดไปตลอดชีวิต!"

เซี่ยเสี่ยวฮึดฮัด กระทืบเท้าใส่เกาเจี้ยซิงไปทีหนึ่งก่อนจะเดินหนี ไม่หันกลับไปมองเขาอีก โมโหจริงๆ

ถ้าไม่ติดว่าต้องรักษาภาพพจน์ เมื่อกี้เธอคงเอาก้อนหินในมือปาปากเสียๆ นั่นไปแล้ว

เกาเจี้ยซิงมองตามหลังเซี่ยเสี่ยวที่เดินปึงปังจากไป พลางกระตุกยิ้มมุมปาก พูดเยาะไล่หลังเบาๆ "ก็แค่ยัยเปี๊ยกที่ยังไม่โต ยังจะทำตัวเหมือนสาวน้อยมีความรัก น่าเกลียดชะมัด"

โชคดีที่เซี่ยเสี่ยวไม่ได้ยินประโยคนี้ ไม่อย่างนั้นเธอคงวิ่งกลับมากระทืบซ้ำอีกรอบ ตอนนี้เธอเดินกลับไปรวมกลุ่มกับพวกหยางเสวี่ยฮวา ได้ยินพวกเธอกำลังคุยเรื่องสองพี่น้องตระกูลเฮ่อกันอยู่

คราวนี้ใจของเซี่ยเสี่ยวเริ่มไม่สงบนิ่งเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว เธอรู้สึกสนใจเฮ่อเสวี่ยปิงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เวทีการแสดงสร้างเสร็จเรียบร้อย และตรงข้ามกับกลุ่มของพวกเธอก็คือเฮ่อเสวี่ยปิงนั่นเอง

"ดูสิ เฮ่อเสวี่ยปิงอยู่ตรงนั้น"

"หล่อจังเลยนะ"

"หลี่เซิ่งเหม่ยเดิมทีก็หน้าตาดีอยู่แล้ว ลูกชายออกมาก็คงไม่ขี้ริ้วขี้เหร่หรอก"

"ในหมู่บ้านนี้เฮ่อเสวี่ยปิงหล่อที่สุดแล้ว ดีไม่ดีหล่อกว่าพวกหนุ่มๆ ในเมืองเสียอีก"

เซี่ยเสี่ยวฟังแล้วก็เห็นด้วย ถ้าเอาเฮ่อเสวี่ยปิงไปอยู่ในยุคปัจจุบัน ความหล่อก็ไม่แพ้ดาราพวกนั้นเลย อาจจะเป็นเพราะเธอไม่ค่อยได้เจอทหารมากนัก เซี่ยเสี่ยวเลยรู้สึกว่าเฮ่อเสวี่ยปิงเป็นทหารที่หล่อที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น จนถึงตอนนี้สายตาของเธอก็ยังอดเหลือบไปมองเขาไม่ได้

เฮ้อ... เซี่ยเสี่ยวกุมหน้าอกตัวเอง นึกสมเพชตัวเองในใจ ถ้านับอายุจริงเธอแก่กว่าเฮ่อเสวี่ยปิงตั้งหลายปี แต่ตอนนี้เธอกลับมาหวั่นไหวกับทหารหนุ่มที่อายุน้อยกว่า หรือจะเป็นเพราะร่างกายที่ย้อนเวลากลับมาเป็นเด็ก

เซี่ยเสี่ยวไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เธอมองพวกยุวปัญญาชนชายหน้าตาดี หรือแม้แต่เกาเจี้ยจื๋อ เกาเจี้ยซิง หรือเฮ่อเสวี่ยกัง ก็ไม่ได้รู้สึกใจเต้นแบบนี้ ทั้งที่เกาเจี้ยจื๋อกับเกาเจี้ยซิงก็หน้าตาไม่เลว โดยเฉพาะเกาเจี้ยซิงที่สูงใหญ่บึกบึน พอยืนคู่กับเฮ่อเสวี่ยปิงก็ไม่ได้ดูด้อยกว่าเลย

แล้วทำไมเธอถึงต้องมาปิ๊งเฮ่อเสวี่ยปิงด้วยนะ ถ้าไปชอบเกาเจี้ยซิงยังจะดีเสียกว่า อย่างน้อยเจิ้งเซี่ยงหงก็ดีกว่าหลี่เซิ่งเหม่ยตั้งเยอะถ้าต้องได้มาเป็นแม่สามี

เพี้ยะ! เซี่ยเสี่ยวตบหัวตัวเองฉาดใหญ่ คิดบ้าอะไรไปถึงเรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้ หน้าไม่อายจริงๆ ถึงเธอจะชอบเขา แต่เขาอาจจะไม่ชอบเธอก็ได้

เซี่ยเสี่ยวก้มมองร่างเล็กๆ ของตัวเองแล้วถอนหายใจ ก็ไม่แปลกที่เกาเจี้ยซิงจะว่าเธอแคระแกร็น ตอนนี้ร่างกายเธออายุแค่สิบสาม อ่อนกว่าชาติที่แล้วตั้งสิบเอ็ดปี

"แต่ฉันว่าเกาเจี้ยซิงดูองอาจผ่าเผยกว่านะ เฮ่อเสวี่ยปิงดูเหมือนพวกทหารฝ่ายศิลป์มากกว่า" หยางเสวี่ยฮวาออกความเห็น

หวังอ้ายฮวาส่ายหน้า "เฮ่อเสวี่ยปิงถึงจะไม่ตัวใหญ่เท่าเกาเจี้ยซิง แต่ก็ไม่ได้แย่นะ เธอจะมาตัดสินว่าเขาเป็นทหารฝ่ายศิลป์เพราะหน้าตาดีไม่ได้หรอก"

ต่งเหม่ยฮวากระซิบเบาๆ "ฉันว่าเฮ่อเสวี่ยปิงหล่อกว่า"

"ฉันว่าเกาเจี้ยซิงดูแมนกว่า" เฝิงอิงแย้ง

"เซี่ยเสี่ยว เธอคิดว่าไง" ต่งเหม่ยฮวาสะกิดถามเซี่ยเสี่ยว

เซี่ยเสี่ยวตอบเสียงเบา "ก็ดีคนละแบบ"

ซุนยวี่ฮวาเอ่ยขึ้นบ้าง "จะยังไงก็ช่าง พอปลดประจำการก็ต้องกลับมาอยู่ชนบทอยู่ดี พวกเธอคิดให้ดีๆ ก็แล้วกัน"

คำพูดของซุนยวี่ฮวาทำเอาวงสนทนาของเฝิงอิงกับต่งเหม่ยฮวาเงียบกริบ

สาวน้อยคนไหนบ้างจะไม่เพ้อฝันเรื่องความรัก มีแต่เซี่ยเสี่ยวนี่แหละที่เป็นพวกแปลกแยก แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นเรื่องของชาติที่แล้ว ชาติก่อนเซี่ยเสี่ยวมีแม่สุดประหลาด ทำให้ไม่กล้ามีความรักเลย

ตั้งแต่เด็ก พอเริ่มคบเพื่อนผู้ชาย ถ้าสนิทกันมากหน่อย แม่ก็จะไปสืบประวัติครอบครัวเขา แม้แต่เพื่อนผู้หญิงก็ไม่เว้น ถ้าฐานะทางบ้านไม่ดีแม่ก็กีดกันไม่ให้คบหา ทำให้เซี่ยเสี่ยววางตัวลำบากจนไม่กล้าเข้าใกล้เพื่อนคนไหน

พอเพื่อนๆ รู้ว่าเซี่ยเสี่ยวมีแม่เป็นจอมบงการ ก็พากันตีตัวออกห่าง เซี่ยเสี่ยวที่โดดเดี่ยวไร้เพื่อนฝูง นอกจากเรียนหนังสือก็ทำได้แค่หาวิธีหาเงินค่าขนม เพื่อนผู้หญิงแทบไม่มี เพื่อนผู้ชายยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ตอนนี้จู่ๆ เธอก็มาหวั่นไหวกับทหารหนุ่มรูปหล่อ แต่ดันดวงไม่สมพงศ์กับแม่เขา เซี่ยเสี่ยวรู้สึกจริงๆ ว่าเธอกับหลี่เซิ่งเหม่ยคงเป็นคู่อริกัน ไม่อย่างนั้นทำไมหลี่เซิ่งเหม่ยถึงคอยจับผิดและมองเธอด้วยสายตาไม่เป็นมิตรตลอด

ยิ่งมาดูสภาพตัวเองตอนนี้ อย่าว่าแต่แม่ฝ่ายชายจะไม่มองเลย คู่แข่งสวยๆ เพียบ ทหารหนุ่มคงไม่ชายตามองเธอหรอก

เซี่ยเสี่ยวตัดพ้อในใจ เลิกมองไปทางเฮ่อเสวี่ยปิงแล้ว ยิ่งคาดหวังมากก็ยิ่งผิดหวังมาก

แค่อยากจะมีความรักดีๆ หวานซึ้งจริงใจสักครั้ง ทำไมมันยากจังนะ

ตอนนี้อายุก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ คนอื่นก็มองเธอเป็นแค่เด็กกะโปโล กว่าเธอจะโต เฮ่อเสวี่ยปิงคงมีเจ้าของไปแล้วแน่ๆ

เซี่ยเสี่ยวถอนหายใจกับความรักที่ยังไม่ทันเริ่มก็ต้องจบลง หันไปถามซุนยวี่ฮวาว่า "พี่ยวี่ฮวาอยากได้แฟนแบบไหนคะ" เทียบกับคนอื่นๆ ในหอพักแล้ว ซุนยวี่ฮวาเป็นคนมองโลกตามความเป็นจริงที่สุด และดูถูกคนที่นี่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มชาวบ้านหรือหนุ่มยุวปัญญาชน ไม่มีใครเข้าตาซุนยวี่ฮวาสักคน

เซี่ยเสี่ยวหวังว่าซุนยวี่ฮวาจะช่วยพูดดึงสติให้เธอกลับมาสู่โลกแห่งความจริง ให้เลิกเพ้อเจ้อเสียที

และก็เป็นไปตามคาด ซุนยวี่ฮวาตอบกลับมาว่า "แบบไหนไม่สำคัญหรอก ท้ายที่สุดเราก็ต้องกลับเข้าเมือง คนที่นี่ไม่เหมาะกับพวกเรา ถึงตอนนั้นเราไม่ได้อยู่ที่นี่ พวกเขาตามเรากลับไปก็ปรับตัวไม่ได้ สู้ไปหาคนดีๆ ที่เหมาะสมกันในเมืองไม่ดีกว่าเหรอ ทำไมต้องมาเลือกคนที่นี่ด้วย"

เซี่ยเสี่ยวอยากจะบอกซุนยวี่ฮวาเหลือเกินว่า การจะได้กลับเข้าเมืองนั้นยากแสนเข็ญ ถ้าไม่แต่งกับทหาร หรือแต่งกับยุวปัญญาชนด้วยกัน ก็มีแต่ต้องแต่งกับคนท้องถิ่นเท่านั้นแหละ กว่าจะได้กลับเข้าเมืองก็ปาเข้าไปอีกสิบยี่สิบปี แถมตอนนั้นไม่ใช่ทุกคนที่จะมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้กลับไปด้วย

แต่ตอนนี้เซี่ยเสี่ยวไม่อยากดับฝันซุนยวี่ฮวา เธอรู้ดีว่าทุกคนต่างมีความหวังแบบนี้ แม้แต่ในกลุ่มยุวปัญญาชนหญิงรุ่นพี่หลายคนที่อายุมากแล้วก็ยังรอคอย พยายามหาทางกลับเข้าเมืองให้ได้

จะเห็นได้ว่า แม้ต่งเหม่ยฮวาจะดูระริกระรี้กับหนุ่มหล่อแค่ไหน แต่ถ้ามีโอกาสได้กลับเข้าเมืองจริงๆ เธอก็คงสะบัดก้นไปโดยไม่ไยดี ทิ้งหนุ่มหล่อไว้ข้างหลังแน่นอน

รอจนพวกรุ่นพี่สาวโสดเหล่านั้นหมดหนทางกลับเข้าเมือง ซุนยวี่ฮวาและคนอื่นๆ ก็คงจะตาสว่าง และตระหนักได้ว่าการกลับเมืองไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

ไม่นานทุกคนก็ทานอาหารมื้อส่งท้ายปีที่ถือว่าอุดมสมบูรณ์เสร็จเรียบร้อย การแสดงก็เริ่มขึ้น

เริ่มจากการแสดงเชิดสิงโตและกายกรรม ซึ่งเป็นการแสดงจากคนในกองผลิตเอง แม้จะดูบ้านๆ ไปบ้าง แต่ในยุคสมัยนี้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว

ทุกคนส่งเสียงเชียร์ปรบมือกันอย่างตื่นเต้น แม้แต่เซี่ยเสี่ยวก็พลอยปรบมือตามไปด้วย

ไม่นานก็ถึงคิวการแสดงร้องเพลงประสานเสียง ทุกคนต่างร่วมร้องตาม ทั้งกลุ่มยุวปัญญาชนและชาวบ้าน ใครร้องได้ก็ช่วยกันร้อง บรรยากาศคึกคักเป็นอย่างยิ่ง

เซี่ยเสี่ยวเพิ่งจะร้องเพลง "มาตุภูมิของฉัน" ร่วมกับกลุ่มยุวปัญญาชนจบ จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกชื่อเธอ "ยุวปัญญาชนเซี่ย ถึงตาเธอแล้ว"

"คิวฉันอยู่ช่วงท้ายๆ ไม่ใช่เหรอคะ" เซี่ยเสี่ยวแย้ง

จบบทที่ บทที่ 15 ยังไม่ทันเริ่มรักก็อกหักเสียแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว