- หน้าแรก
- มนตร์รักทศวรรษหกสิบ
- บทที่ 14 เฮ่อเสวียปิง
บทที่ 14 เฮ่อเสวียปิง
บทที่ 14 เฮ่อเสวียปิง
วันสิ้นปีเป็นวันจัดงานเลี้ยงของหน่วยผลิต บรรยากาศภายในหน่วยจึงเต็มไปด้วยความคึกคัก
เซี่ยเสี่ยวขยับเข้าไปใกล้เจิ้งเซี่ยงหงเพื่อช่วยเด็ดผัก เจิ้งเซี่ยงหงจึงเอ่ยขึ้นว่า "หนูไปนั่งพักเถอะ อย่าให้ชุดเปื้อนเลย เดี๋ยวจะต้องขึ้นเวทีแสดงแล้วนะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ ทำงานกับป้าเจิ้งแล้วหนูมีแรง หนูร้องแค่สองเพลงเอง ไม่ได้ยุ่งยากอะไร" เซี่ยเสี่ยวไม่ใช่ไม่ใส่ใจ แต่ตื่นเต้นไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ อีกอย่างเมื่อก่อนเธอก็เคยขึ้นเวทีใหญ่ของโรงเรียนมาแล้ว เลยไม่รู้สึกว่าจะมีอะไรน่าตื่นเต้นนัก
"พี่หง" ชายหนุ่มผิวเข้มร่างผอมในชุดทหารเอ่ยทักทายเจิ้งเซี่ยงหง
เจิ้งเซี่ยงหงยิ้มตอบ "กังจื่อ กองทัพให้หยุดกี่วันล่ะ"
"ห้าวันครับ" ชายหนุ่มในชุดทหารยิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวสองแถว
"งั้นผ่านปีใหม่ไปก็ต้องกลับเข้ากองแล้วสินะ"
"ใช่ครับ พี่หงเดี๋ยวผมไปช่วยงานทางโน้นก่อนนะ พรุ่งนี้ค่อยแวะไปหาอาเจี้ยจื๋อ"
"ได้เลย ไปทำธุระของเธอเถอะ"
พอเจิ้งเซี่ยงหงพูดจบ ชายหนุ่มในชุดทหารก็เดินจากไป
"ป้าเจิ้งคะ เขาเป็นใครเหรอคะ" เซี่ยเสี่ยวอดถามไม่ได้
หลักๆ ก็เป็นเพราะชุดทหารชุดนั้นที่ทำให้เธอนึกถึงเรื่องซุบซิบในช่วงสองสามวันนี้ ต่งเหม่ยหัวเคยบอกว่าลูกชายสองคนของหลี่เซิ่งเหม่ยหน้าตาหล่อเหลา แต่พี่ทหารเมื่อกี้นี้ก็ดูเป็นชายหนุ่มที่แข็งแรงดี กะดูแล้วน่าจะสูงร้อยเจ็ดสิบต้นๆ ไม่ได้สูงมาก และไม่ได้รู้สึกว่าหล่ออะไร แต่ร่างกายของคนเป็นทหารนั้นดีเยี่ยมอยู่แล้ว ทั้งท่ายืนท่าเดินล้วนแผ่รังสีความองอาจผ่าเผยออกมา
"ลูกชายคนโตของป้าหลี่ ชื่อเฮ่อเสวียกัง เพิ่งกลับมาจากกองทัพ" เจิ้งเซี่ยงหงตอบ "พ่อเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของแม่ป้าเอง"
"อ้อ" เซี่ยเสี่ยวรับคำสั้นๆ ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเพิ่มเติม ลูกชายหลี่เซิ่งเหม่ยเหรอ งั้นก็หมดความสนใจที่จะรู้ต่อ
"เซี่ยงหง ฉันจะบอกให้นะ ลูกชายคนโตบ้านเธออยากไปเป็นทหาร เธอก็ปล่อยเขาไปเถอะ ดูลูกชายสองคนบ้านตระกูลเฮ่อสิ ได้เป็นทหารในกองทัพ ตอนนี้ได้เลื่อนยศเป็นนายสิบทั้งคู่แล้ว ดีจะตายไป ลูกรองบ้านเธอก็ตัวสูงใหญ่ คล่องแคล่วว่องไว ถ้าลูกชายสองคนบ้านเธอไปเป็นทหารนะ รับรองได้ดิบได้ดีกว่าลูกชายสองคนของหลี่เซิ่งเหม่ยแน่นอน"
เหล่าแม่บ้านที่ช่วยกันเด็ดผักล้างผักเริ่มเปิดประเด็นคุยกัน เซี่ยเสี่ยวถึงได้รู้ว่าเกาเจี้ยจื๋ออยากไปเป็นทหาร แต่ถูกเจิ้งเซี่ยงหงขัดขวางไว้
"สมัยนี้ไม่ต้องไปรบรากับพวกญี่ปุ่นแล้ว อยู่บ้านทำนาก็ดีอยู่แล้ว ลูกชายฉันไม่มีความสามารถไปเป็นทหารหรอก"
พอเจิ้งเซี่ยงหงพูดจบ เซี่ยเสี่ยวสังเกตเห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของเจิ้งเซี่ยงหงขุ่นมัวลงทันที เธอเคยได้ยินมาว่าพี่ชายของเจิ้งเซี่ยงหงเสียชีวิตในสนามรบ และพี่ชายสองคนของหัวหน้าหน่วยผลิตก็เสียชีวิตในสนามรบเช่นกัน จึงพอเข้าใจได้ว่าทำไมเจิ้งเซี่ยงหงถึงไม่อยากให้ลูกชายทั้งสองไปเป็นทหาร
พอเด็ดผักเสร็จ เซี่ยเสี่ยวก็เดินไปหาพวกหยางเสวี่ยหัว ล้วงเอาหินเกล็ดหิมะออกจากกระเป๋ามาหมุนเล่นในมือ พลางคิดในใจว่าถ้าหินก้อนนี้เล็กลงได้ก็คงดี จะได้พกพาสะดวกหน่อย
ปึก!
เซี่ยเสี่ยวเดินไม่ดูทาง ชนเข้ากับกำแพงมนุษย์เข้าอย่างจังจนเซเกือบจะล้ม พอทรงตัวได้ หินในมือก็ร่วงลงพื้นไปแล้ว เซี่ยเสี่ยวมองไปก็เห็นว่าชนเข้ากับแผ่นหลังของเกาเจี้ยซิง เธอถูจมูกป้อยๆ เจ็บชะมัด แล้วเงยหน้าพูดกับเกาเจี้ยซิง "พี่รองเกา มายืนนิ่งขวางทางทำไมตรงนี้คะเนี่ย"
เกาเจี้ยซิงไม่ตอบเซี่ยเสี่ยว แต่เดินหนีไปดื้อๆ
ตอนนั้นเองเซี่ยเสี่ยวถึงได้สังเกตเห็นคนอีกคน พอมองไปก็ต้องเบิกตากว้าง พี่ทหารคนนี้หล่อมาก! เซี่ยเสี่ยวรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตเข้าอย่างจัง
เธอไม่ได้คลั่งไคล้เครื่องแบบทหาร สูท หรือเครื่องแบบอะไรทำนองนั้น แต่พี่ทหารคนนี้กลับทำให้เธอตกตะลึงตั้งแต่แรกเห็น
หล่อมาก เท่มาก ตอนนี้เซี่ยเสี่ยวเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าทำไมผู้หญิงถึงชอบแต่งงานกับทหารกันนัก พอยืนอยู่ตรงหน้าแบบนี้ มันให้ความรู้สึกปลอดภัยและพึ่งพาได้จริงๆ
"น้องสาว หินก้อนนี้ของเธอใช่ไหม" เฮ่อเสวียปิงก้มเก็บหินเกล็ดหิมะที่พื้นขึ้นมาถาม
เซี่ยเสี่ยวถึงได้สติ มองหินในมือเฮ่อเสวียปิงแล้วตกใจ รีบยื่นมือไปคว้าคืนมา "ของฉันค่ะ ขอบคุณนะคะ"
"น้องสาว วันหลังเดินระวังๆ หน่อยนะ" เฮ่อเสวียปิงยิ้มให้เซี่ยเสี่ยวอย่างสดใส พูดจบก็เดินจากไป
เซี่ยเสี่ยวยืนตะลึงงันอยู่กับที่ หัวใจเต้นแรงตึกตักไม่หยุด รู้สึกหน้าร้อนผ่าวไปหมด
เธออดไม่ได้ที่จะเอาหินแนบแก้ม เย็นเฉียบจริงๆ ด้วย แย่แล้ว เหมือนเธอจะหวั่นไหวเข้าให้แล้ว มีชีวิตมาสองชาติ เพิ่งจะเคยหวั่นไหวกับพี่ทหารเป็นครั้งแรก
เซี่ยเสี่ยว ตอนนี้เธอเพิ่งจะสิบสาม ไม่ใช่ยี่สิบกว่า ตั้งสติหน่อย ตั้งสติหน่อย
เซี่ยเสี่ยวพยายามเตือนตัวเองในใจไม่หยุด แต่ก็ไม่อาจสงบจิตใจที่ปั่นป่วนลงได้ เธอเองก็ตกใจกับปฏิกิริยาของตัวเองเหมือนกัน
ชาติก่อนก็เห็นคนหล่อมาไม่น้อย ดาวโรงเรียนก็หล่อ เพื่อนนักศึกษาชายหล่อๆ ในมหาวิทยาลัยก็เยอะแยะ ครูฝึกตอนเรียน รด. ก็เท่ แต่เซี่ยเสี่ยวไม่เคยรู้สึกใจเต้นแบบนี้มาก่อน กลับมาโดนพี่ทหารยุค 60 ตกเข้าให้เสียแล้ว
พอเซี่ยเสี่ยวเริ่มสงบจิตใจที่ร้อนรุ่มลงได้ พยายามทำตัวให้ปกติ กำลังจะเดินออกไปก็เห็นเกาเจี้ยซิงที่เดินจากไปแล้วกลับมายืนอยู่ตรงนั้น ไม่รู้ว่ายืนมองอยู่นานแค่ไหนแล้ว
คราวนี้เซี่ยเสี่ยวเริ่มรู้สึกเขิน เหมือนความลับในใจถูกล่วงรู้ ทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที แต่เกาเจี้ยซิงไม่ใช่คนปากโป้ง เธอเลยเบาใจลงหน่อย
"พี่รองเกา นึกว่าไปแล้วซะอีก" เซี่ยเสี่ยวรีบทัก
"พอดีผ่านมา" เกาเจี้ยซิงตอบ
เซี่ยเสี่ยวโล่งใจ นึกถึงพี่ทหารเมื่อกี้ขึ้นมาได้เลยถามว่า "พี่รองเกา คนเมื่อกี้ใครเหรอคะ"
เกาเจี้ยซิงปรายตามองเซี่ยเสี่ยว สายตานั้นทำเอาเซี่ยเสี่ยวรู้สึกกดดันแปลกๆ "ลูกชายป้าหลี่"
ทันใดนั้น หัวใจที่รุ่มร้อนของเซี่ยเสี่ยวก็เหมือนโดนน้ำเย็นสาดจนเย็นเฉียบ ทำไมต้องเป็นลูกชายหลี่เซิ่งเหม่ยด้วย หน้าตาไม่เห็นเหมือนหลี่เซิ่งเหม่ยสักนิด แถมไม่เหมือนเฮ่อเสวียกังคนเมื่อกี้ด้วย
เพราะความตะลึงและความหวั่นไหวเมื่อครู่ เธอเลยลืมเรื่องหลี่เซิ่งเหม่ยไปสนิท พอนึกได้ว่าคนที่ทำให้เธอหวั่นไหวเป็นครั้งแรกในรอบสองชาติคือลูกชายของหลี่เซิ่งเหม่ย สภาพจิตใจของเซี่ยเสี่ยวก็ดิ่งวูบ เมื่อกี้ใจเต้นแรงแค่ไหน ตอนนี้ใจก็แป้วแค่นั้น
อย่าหาว่าเซี่ยเสี่ยวรังเกียจหลี่เซิ่งเหม่ยเลยนะ แต่หลี่เซิ่งเหม่ยเองก็ไม่ชอบขี้หน้าเธอ เจอทีไรหน้าบึ้งตึงใส่ตลอด แถมยังชอบจับผิดหาเรื่องเธอเหมือนครูฝ่ายปกครองวัยทอง ใครจะไปทนไหว
"เธอชอบเฮ่อเสวียปิงเหรอ" เกาเจี้ยซิงเลิกคิ้วถาม
"จะบ้าเหรอ พูดมั่วซั่ว!" เซี่ยเสี่ยวปฏิเสธเสียงแข็ง หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมรับ
"เตือนไว้นะ อย่าไปชอบลูกชายหลี่เซิ่งเหม่ยเลย ลูกสะใภ้บ้านนั้นไม่ใช่ใครก็เป็นได้หรอกนะ แต่ก็นะ... สภาพอย่างเธอ หลี่เซิ่งเหม่ยก็คงไม่แลเหมือนกัน"
คำพูดของเกาเจี้ยซิงเหมือนศรปักกลางอกเซี่ยเสี่ยวเข้าอย่างจัง ทำให้นึกถึงคำพูดของหลี่เซิ่งเหม่ยก่อนหน้านี้ เธออดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่เกาเจี้ยซิง "พี่รองเกาคะ หนูยังเด็ก ไม่รีบมีแฟนหรอกย่ะ"
"ในหมู่บ้านอายุสิบห้าสิบหกก็หาคู่แต่งงานกันแล้ว" พูดถึงตรงนี้เกาเจี้ยซิงก็มองเซี่ยเสี่ยวอีกครั้ง แล้วก้มมองลงมา "แต่เธอน่ะ เด็กจริงๆ นั่นแหละ ดูแกร็นๆ เหมือนเด็กประถมเลย"