- หน้าแรก
- มนตร์รักทศวรรษหกสิบ
- บทที่ 13 การแสดง
บทที่ 13 การแสดง
บทที่ 13 การแสดง
นึกไม่ถึงว่าพอเข้ามาในมิติวันที่สอง แม้จะรู้สึกยินดีที่เห็นลูกเจี๊ยบกินน้ำแร่ผสมรำข้าวแล้วโตวันโตคืน แต่พอเห็นต้นกล้ามันเทศเกือบถูกลูกเจี๊ยบจิกกินจนเหี้ยน เซี่ยเสี่ยวก็แทบกระอักเลือด
เธอยังรอให้ต้นกล้ามันเทศออกหัวอยู่นะ ต้นกล้ามันเทศของเธอ เซี่ยเสี่ยวรู้สึกปวดใจเหลือเกิน
ช่วยไม่ได้ เซี่ยเสี่ยวจำต้องเข้าตัวอำเภอไปซื้อกรงไก่ขนาดใหญ่ แล้วยังซื้อแผ่นไม้ไผ่สานกลับมาล้อมคอกขังไก่พวกนี้ไว้ในมิติ ถึงได้วางใจลง
เนื่องจากใกล้ช่วงตรุษจีน ทางอำเภอจึงจัดงานแสดงศิลปวัฒนธรรม มีทั้งการร้องประสานเสียง ร้องเดี่ยว เต้นรำ เชิดสิงโต และกายกรรม ทางกองผลิตเองก็ส่งคนเข้าร่วมด้วย
แต่กิจกรรมเหล่านี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเซี่ยเสี่ยว เจ้าของร่างเดิมไม่ได้เข้าร่วม มีแต่พวกหยางเสวี่ยหัวที่ไปร่วมร้องประสานเสียงเพลง "ขับขานมาตุภูมิ" และเต้นระบำจงจื้ออู่ จนคว้ารางวัลที่สองและสามกลับมาจากในเมือง สร้างความยินดีให้กับกองผลิตเป็นอย่างมาก
ต้องรู้ว่าในอำเภอหนึ่งมีกองผลิตตั้งมากมาย กองผลิตกวงหมิงสามารถคว้ารางวัลที่สองและสามมาได้ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ในวันส่งท้ายปีเก่า ทางกองผลิตยังมีงานแสดงด้วย นอกจากชุดการแสดงที่ไปประกวดในเมืองแล้ว ก็ยังมีการแสดงสด ใครอยากขึ้นเวทีก็ขึ้นได้เลย
ในหอพัก ทุกคนกำลังฮัมเพลง เตรียมจะร้องประสานเสียงด้วยกันในงานประจำปีของกองผลิต จะยอมให้หอพักอื่นเด่นกว่าไม่ได้ งานนี้เซี่ยเสี่ยวจะไม่เข้าร่วมก็ไม่ได้ แม้แต่ซุนอวี้หัวผู้เย็นชาก็ยังเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม เธอจะเป็นข้อยกเว้นได้อย่างไร ตอนนี้เซี่ยเสี่ยวพยายามปรับตัวให้เข้ากับกลุ่มและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคน
ตอนที่ฟังพวกเธอร้องเพลงปฏิวัติและเพลง "จิ๋วจิ่วเยี่ยนหยางเทียน" เซี่ยเสี่ยวเผลอลูบคอตัวเอง รู้สึกหนักใจอยู่บ้าง
ตอนประถมมัธยม เซี่ยเสี่ยวเคยเรียนร้องเพลงพวกนี้ แต่พอโตขึ้นก็แทบไม่ได้ร้องและจำเนื้อไม่ได้แล้ว พอเห็นพวกหยางเสวี่ยหัวเลือกเพลง เซี่ยเสี่ยวจึงรีบเสนอ "ร้องเพลง 'ฟังแม่เล่าเรื่องราวในอดีต' ดีไหมคะ"
อย่างน้อยเพลงนี้เซี่ยเสี่ยวก็คุ้นเคยกว่า ตอนโตก็ยังได้ยินบ่อยๆ แถมตอนเรียนมหาวิทยาลัยมีการจัดประกวดร้องเพลง เซี่ยเสี่ยวเห็นเงินรางวัลล่อตาล่อใจเลยลงสมัคร ร้องเพลงนี้แหละจนได้รางวัลที่สองมา
"เซี่ยเสี่ยวลองร้องให้ฟังหน่อยสิ" หยางเสวี่ยหัวบอก
คนอื่นๆ ก็สนับสนุน "ใช่ๆ ยังไม่เคยได้ยินเซี่ยเสี่ยวร้องเพลงเลย"
เซี่ยเสี่ยวถือสมุดเพลงของหยางเสวี่ยหัว มองเนื้อเพลง "ฟังแม่เล่าเรื่องราวในอดีต" แล้วเริ่มฮัมเบาๆ
เสียงปรบมือดังขึ้นเปาะแปะ หยางเสวี่ยหัวกับหวังอ้ายหัวต่างพากันปรบมือ "ไม่เลวเลย เสียงเซี่ยเสี่ยวหวานใส ร้องเพราะมาก"
"เซี่ยเสี่ยว ร้องเพลงนี้อีกสิ" หยางเสวี่ยหัวพลิกสมุดเพลงไปหน้าเพลง "ให้เราพายเรือคู่กัน" แล้วให้เซี่ยเสี่ยวร้อง
เซี่ยเสี่ยวพูดไม่ออก แต่เพลงนี้สำหรับเธอก็ไม่ยาก ตอนเด็กๆ ร้องบ่อย เธอจึงร้องด้วยน้ำเสียงสดใส
ต่งเหม่ยหัวพูดด้วยน้ำเสียงอิจฉา "นึกไม่ถึงว่าเซี่ยเสี่ยวจะมีเสียงดีขนาดนี้ เมื่อก่อนเก็บเงียบเชียวนะ ถ้าไปประกวดในเมือง ไม่แน่อาจจะคว้ารางวัลมาให้กองผลิตเพิ่มอีกก็ได้"
ผู้หญิงอยู่ด้วยกันก็ชอบเปรียบเทียบ เซี่ยเสี่ยวไม่แปลกใจ ในหอพักซุนอวี้หัวสวยที่สุด เป็นความงามที่ทำให้คนตะลึงตั้งแต่แรกเห็น แต่เธอเป็นคนเย็นชา เข้าถึงยาก
และดูจากการวางตัวของซุนอวี้หัว ฐานะทางบ้านน่าจะดี แต่ไม่รู้พ่อแม่ทำอาชีพอะไร เธอไม่พูด ทุกคนก็ไม่ถาม
หยางเสวี่ยหัวหน้าตาหมดจด แต่บุคลิกดี ยืนข้างซุนอวี้หัวก็ไม่ดูด้อยกว่า อาจเพราะพ่อแม่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เธอเลยดูเป็นผู้คงแก่เรียน แต่เซี่ยเสี่ยวอดเป็นห่วงหยางเสวี่ยหัวไม่ได้ อีกหกปีก็จะถึงยุคปฏิวัติวัฒนธรรม ช่วงนั้นพวกอาจารย์จะลำบาก
รวมถึงตระกูลเซี่ยด้วย ในความทรงจำของร่างเดิม อาสะใภ้เล็กก็เป็นครู
เซี่ยเสี่ยวทำอะไรไม่ได้ ยังไม่ถึงเวลา ยังไม่เกิดเรื่อง ถ้าพูดไปคนอื่นคงหาว่าบ้า เซี่ยเสี่ยวไม่โง่พอจะเปิดเผยเรื่องอ่อนไหวพวกนี้
หวังอ้ายหัวหน้าตาธรรมดา แต่บุคลิกคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง ดูมีพลังตลอดเวลา ใครๆ ในหอพักก็ยอมรับเธอ และแม้จะอายุน้อย แต่เธอก็เป็นหัวหน้ากลุ่มในบรรดาปัญญาชน
ส่วนเฝิงอิงหน้าตาดี แต่ค่อนข้างเงียบขรึม ต่างจากความหยิ่งของซุนอวี้หัว เซี่ยเสี่ยวรู้สึกว่าเฝิงอิงมีความไม่มั่นใจในตัวเองลึกๆ
สำหรับต่งเหม่ยหัว แม้จะอวบไปหน่อย แต่เครื่องหน้าสวย ถ้าผอมลงรับรองว่าเป็นสาวงามไม่แพ้ซุนอวี้หัว
เพียงแต่ต่งเหม่ยหัวชอบคิดเล็กคิดน้อยและขี้อิจฉา เซี่ยเสี่ยวสังเกตเห็นว่าถ้าเธอทำอะไรได้ดีกว่า หรือคนอื่นดีกับเธอมากกว่า ต่งเหม่ยหัวจะไม่พอใจ
แต่นอกจากข้อเสียนี้ ต่งเหม่ยหัวก็เป็นสาวร่าเริงและชอบช่วยเหลือคนอื่น
คนเราไม่มีใครสมบูรณ์แบบ เซี่ยเสี่ยวไม่ตัดสินใครจากข้อเสียเล็กน้อย โดยรวมเธอชอบเพื่อนร่วมห้องกลุ่มนี้ ถึงจะมีเรื่องขัดใจกันบ้าง แต่ส่วนที่น่ารักก็มีเยอะ
"ไม่หรอกค่ะ เทียบเหม่ยหัวไม่ได้หรอก" เซี่ยเสี่ยวไม่ได้ถ่อมตัว ต่งเหม่ยหัวเสียงดีจริง ร้องเพลงพื้นบ้านเพราะมาก
ซุนอวี้หัวก็เสียงดี แต่เสียงออกแหลมเล็ก น่าจะเคยเรียนงิ้วมาก่อน
สุดท้ายกลุ่มปัญญาชนตกลงจะร้องเพลง "มาตุภูมิของฉัน" ประสานเสียง ส่วนเซี่ยเสี่ยวร้องเดี่ยวเพลง "ฟังแม่เล่าเรื่องราวในอดีต" ซุนอวี้หัวร้องงิ้วหวงเหมยเรื่อง "ราชบุตรเขยหญิง" และต่งเหม่ยหัวร้องเพลง "แม่น้ำหลิวหยาง"
หยางเสวี่ยหัว หวังอ้ายหัว และเฝิงอิง นอกจากรายการของกองผลิตแล้ว ยังมีละครเวทีที่ซ้อมกับกลุ่มปัญญาชนด้วย
เมื่อกำหนดการแสดงได้แล้ว ทุกคนก็เริ่มฝึกซ้อม
"นี่ ได้ยินไหม ลูกชายสองคนของหลี่เซิ่งเหม่ยกลับมาแล้ว หล่อมากเลยนะ" ต่งเหม่ยหัวเปิดประเด็น
คนในหอพักเริ่มซุบซิบเรื่องลูกชายหลี่เซิ่งเหม่ย แต่พอได้ยินชื่อหลี่เซิ่งเหม่ย เซี่ยเสี่ยวก็หมดอารมณ์ เลยไม่สนใจลูกชายของป้าแกไปด้วย
"ได้ยินว่าถ้าแต่งงานกับทหารก็ย้ายตามสามีไปกองทัพได้ ปีที่แล้วเหลียงลี่ลี่ก็แต่งงานกับทหาร ย้ายตามไปแล้ว ไม่ต้องทำงานในกองผลิตแล้วด้วย" ต่งเหม่ยหัวพูดต่อ
พอพูดจบ ทุกคนก็ตาเป็นประกาย เป็นสาวเป็นแส้ ใครจะอยากหน้าสู้ดินหลังสู้ฟ้าจนตัวดำปี๋ล่ะ
แม้การติดตามกองทัพอาจไม่สบาย แต่ในสายตาทุกคน อย่างน้อยก็ดีกว่าบุกเบิกที่ดินทำกิน
แม้แต่เซี่ยเสี่ยวฟังแล้วยังหวั่นไหว แม้ตอนนี้ยังเด็ก แต่ถ้าในอนาคตหาแฟนเป็นทหารได้ ก็ย้ายตามไปได้ ดีกว่าทนลำบากในกองผลิตไปอีกสิบแปดสิบเก้าปี
แต่ลูกชายหลี่เซิ่งเหม่ยขอผ่าน แม่สามีแรงขนาดนั้น เซี่ยเสี่ยวส่ายหน้า
เนื่องจากลูกชายทหารสองคนของหลี่เซิ่งเหม่ยกลับมาฉลองปีใหม่ สาวๆ ในกลุ่มปัญญาชนจึงพูดถึงเรื่องนี้ไม่หยุด ว่าลูกชายหลี่เซิ่งเหม่ยหล่อแค่ไหน ถึงขั้นเอาไปเปรียบเทียบกับลูกชายเจิ้งเซี่ยงหง
เซี่ยเสี่ยวยังไม่เคยเห็นหน้า เลยวิจารณ์ไม่ได้ แต่เพราะไม่ชอบหลี่เซิ่งเหม่ย เธอเลยไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้