- หน้าแรก
- มนตร์รักทศวรรษหกสิบ
- บทที่ 12 เรื่องราวบ้านสกุลเกา
บทที่ 12 เรื่องราวบ้านสกุลเกา
บทที่ 12 เรื่องราวบ้านสกุลเกา
เจิ้งเซี่ยงหงเอ่ยขึ้น "ของร้านแซ่จางล่ะสิ เจ้าลูกคนนั้นชอบกินซาลาเปาไส้เนื้อกับหมั่นโถวร้านนี้ที่สุด หนูเก็บไว้กินเถอะ น้ากินก๋วยเตี๋ยวนอกบ้านมาแล้ว"
"หนูกินมาแล้วค่ะ ถ้างั้นน้าเก็บไว้ให้หัวหน้ากับพี่เกากินเถอะค่ะ" เซี่ยเสี่ยวตอบ เธอกินซาลาเปาไส้เนื้อลูกใหญ่ไปแล้ว จะให้หน้าด้านหอบหมั่นโถวสองลูกนี้กลับไปอีกก็กระไรอยู่ เอาเปรียบกันเกินไป
เจิ้งเซี่ยงหงส่ายหน้า "น้าซื้อของกินมาฝากพวกเขาแล้ว ในเมื่อเจ้าลูกชายซื้อให้หนู หนูก็เก็บไว้กินเถอะ"
เจิ้งเซี่ยงหงพูดพลางคิดในใจว่าลูกชายคนเล็กปฏิบัติต่อเซี่ยเสี่ยวเป็นพิเศษจริงๆ ไม่ใช่ว่าเธอคิดมากไปเอง แต่คนเป็นแม่ย่อมรู้ใจลูกดี อย่าว่าแต่พี่สาวทั้งหลายเลย ขนาดกุ้ยฟาง ลูกสาวของอาเล็ก ก็ยังไม่เคยเห็นลูกชายจะทำดีด้วยขนาดนี้
"ขอน้าดูเท้าหน่อย" เจิ้งเซี่ยงหงบอก
เซี่ยเสี่ยวรีบถอดรองเท้าและถุงเท้า เผยเท้าให้เจิ้งเซี่ยงหงดู ในใจก็นึกโล่งอกที่เท้าตัวเองไม่มีกลิ่น ไม่เช่นนั้นคงขายหน้าแย่
"ตายจริง ตุ่มน้ำพองใหญ่ตั้งสองตุ่ม เดี๋ยวไปถอนหญ้าหน้าบ้านมาเจาะแล้วทาให้ก็หาย" เจิ้งเซี่ยงหงกำลังจะเดินออกไป ก็เห็นเกาเจี้ยซิงกลับมาพอดี ในมือถือหญ้ามาด้วยสองสามต้น
เจิ้งเซี่ยงหงร้องทัก "นั่นแหละใช่เลย คนบ้านนอกอย่างเราเวลาหกล้มมีแผล ก็ใช้เจ้านี่แหละทา เดี๋ยวก็หาย"
เซี่ยเสี่ยวมองดู ก็จำได้ว่าชาติก่อนตอนเด็กๆ เคยเห็นหญ้าชนิดนี้ แต่พอโตขึ้นก็ไม่เคยเห็นอีกเลย
"คุณน้าคะ ให้หนูทำเองก็ได้ค่ะ ไม่อยากรบกวนคุณน้า" เซี่ยเสี่ยวพูดขึ้น ตอนแรกเธอไม่รู้วิธีจัดการจริงๆ แถมยังกลัวแผลติดเชื้อลุกลามใหญ่โต
ตอนนี้มาอยู่ที่หน่วยผลิต เซี่ยเสี่ยวไม่กล้าป่วยไข้ พอเห็นเข็มกับสมุนไพร เธอก็พอเดาออกว่าจะต้องทำอย่างไร
"ไม่ต้องหรอก นั่งลงเถอะ ตาของน้าเป็นหมอพื้นบ้าน แม่น้าเองก็เรียนมาเหมือนกัน ที่หัวหน้าหน่วยผลิตของหนูเขาชอบน้าตอนสาวๆ ก็เพราะน้ามีความรู้เรื่องพวกนี้ติดตัวนี่แหละ"
เจิ้งเซี่ยงหงพูดด้วยความภาคภูมิใจ "วันหลังเจ็บไข้ได้ป่วยตรงไหน มาหาน้าได้เลย คราวก่อนที่หนูโดนงูพิษกัด เจ้าลูกชายคนรองช่วยดูดพิษให้ แต่ดันไม่รู้จักไปหาสมุนไพรมาให้กิน น้าเคยสอนเขาไปแล้วแท้ๆ โชคดีที่หนูไม่เป็นอะไร ไม่งั้นน้าคงต้องตีเขาสักที"
เจิ้งเซี่ยงหงเอาเข็มเช็ดแอลกอฮอล์ เจาะตุ่มน้ำพองใหญ่ทั้งสองตุ่มให้แตก แล้วบดยาสมุนไพรมาพอกให้เซี่ยเสี่ยว
"ขอบคุณค่ะคุณน้า" เซี่ยเสี่ยวรู้สึกซาบซึ้งใจ หลังจากเจาะตุ่มน้ำออกและพอกยาแล้ว เท้าของเธอก็รู้สึกดีขึ้นมากจริงๆ
"เกรงใจอะไรกัน กลับไปก็ระวังอย่าให้โดนน้ำล่ะ" เซี่ยเสี่ยวพยักหน้า เธออยากขอบคุณเกาเจี้ยซิงแต่ไม่เห็นเขาอยู่แถวนั้น จึงได้แต่เก็บความตั้งใจไว้ ส่วนหมั่นโถวสองลูกสุดท้าย เซี่ยเสี่ยวก็ทิ้งไว้ที่บ้านสกุลเกา ไม่ได้นำกลับไปด้วย
เซี่ยเสี่ยวรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของครอบครัวสกุลเกาจากใจจริง เธอเป็นคนประเภทใครดีมาก็ดีตอบ เมื่อบ้านสกุลเกาดีกับเธอ เธอก็ยินดีที่จะสนิทสนมด้วย
แต่ในขณะเดียวกัน เซี่ยเสี่ยวก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเจิ้งเซี่ยงหงถึงดีกับเธอนัก ลองพิจารณาดูตัวเองแล้ว เธอก็ไม่เห็นมีอะไรให้ใครมากอบโกยผลประโยชน์ได้
ประกอบกับมีมิติลับติดตัว เซี่ยเสี่ยวจึงมีความมั่นใจลึกๆ อยู่บ้าง
พอได้คลุกคลีกับเจิ้งเซี่ยงหงและใช้ชีวิตอยู่ในหน่วยผลิตนานเข้า เซี่ยเสี่ยวก็เริ่มรู้เรื่องราวตื้นลึกหนาบางของบ้านสกุลเกา ถึงเจิ้งเซี่ยงหงจะไม่เคยเล่า แต่พวกแม่บ้านปากสว่างในหมู่บ้านมีเยอะแยะ เซี่ยเสี่ยวไม่อยากรู้ก็ต้องรู้
เจิ้งเซี่ยงหงมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับครอบครัวเดิม แทบจะไม่ได้ไปมาหาสู่กัน สาเหตุมาจากพ่อมีภรรยาน้อยจนแม่ตรอมใจตาย ส่วนพี่ชายก็ไปเป็นทหาร ช่วงเวลานั้นเจิ้งเซี่ยงหงลำบากที่สุด พ่อแต่งงานใหม่ ชีวิตความเป็นอยู่ของเธอก็ย่ำแย่ตามระเบียบ สุดท้ายทนไม่ไหวต้องหนีไปพึ่งพี่ชายที่ค่ายทหาร
ที่นั่นเอง เจิ้งเซี่ยงหงได้รู้จักกับเกากั๋วเฉียง โดยการแนะนำของพี่ชาย เกากั๋วเฉียงจึงยื่นเรื่องขอแต่งงานต่อกองทัพ
แต่ทางบ้านที่หมู่บ้าน หลี่เซิ่งเหม่ยคอยประจบเอาใจย่าเกา จนย่าเกายอมรับและเตรียมจะจับคู่ให้เกากั๋วเฉียง ใครจะนึกว่าจู่ๆ เจิ้งเซี่ยงหงจะโผล่มา ย่าเกาไม่เห็นด้วย แต่ทางกองทัพอนุมัติเรื่องแต่งงานแล้ว เกากั๋วเฉียงกับเจิ้งเซี่ยงหงจึงจดทะเบียนสมรสกัน และเจิ้งเซี่ยงหงก็ย้ายไปอยู่ค่ายทหารกับสามี
ย่าเกามีลูกทั้งหมดเก้าคน เป็นชายสี่คน ส่วนลูกสาวอีกห้าคน ถ้าไม่ถูกทิ้งก็ถูกยกให้คนอื่นเลี้ยง แสดงให้เห็นว่าย่าเกานั้นรักลูกชายมากกว่าลูกสาวขนาดไหน
เกากั๋วเฉียงเป็นลูกคนที่สาม พี่ชายคนโตและคนรองต่างก็เป็นทหาร แต่พี่คนโตสละชีพไปนานแล้ว ส่วนพี่คนรองก็เสียชีวิตในสนามรบหลังจากเกากั๋วเฉียงแต่งงานได้ไม่นาน
ย่าเกาเชื่อฝังใจว่าเจิ้งเซี่ยงหงเป็นตัวซวย ทำให้ลูกชายของนางต้องตาย จึงยิ่งเกลียดชังเจิ้งเซี่ยงหงเข้าไปใหญ่
แถมลูกสามคนแรกของเจิ้งเซี่ยงหงยังเป็นผู้หญิง ในขณะที่หลี่เซิ่งเหม่ยแต่งงานไปแล้วได้ลูกชาย ยิ่งเปรียบเทียบกัน ย่าเกาก็ยิ่งเกลียดเจิ้งเซี่ยงหงเข้ากระดูกดำ
แม้เจิ้งเซี่ยงหงจะอยู่ค่ายทหารเป็นส่วนใหญ่ แต่พอกลับมาเยี่ยมบ้าน ย่าเกาก็ไม่ยอมให้เข้าบ้าน หรือถ้าได้เข้า ก็จะหาเรื่องกลั่นแกล้งสารพัด ถึงขั้นลงไม้ลงมือก็มี
ต่อมาหลังจากมีลูกสาวสามคน เจิ้งเซี่ยงหงก็มีลูกชายอีกสองคน ชีวิตถึงได้ดีขึ้นบ้าง แต่ตอนที่ตั้งท้องเกาเจี้ยจื๋อ พี่ชายของเจิ้งเซี่ยงหงก็มาเสียชีวิตในสนามรบ เกากั๋วเฉียงเองก็ได้รับบาดเจ็บ โชคดีที่ตอนนั้นอยู่ในค่ายทหาร ถ้าต้องมาอุ้มท้องอยู่ใกล้ๆ ย่าเกา เจิ้งเซี่ยงหงก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรอดมาได้หรือเปล่า
ช่วงเวลานั้นเอง ปู่เกาล้มป่วย เกากั๋วเฉียงจึงลาออกจากราชการ พาเจิ้งเซี่ยงหงและลูกๆ กลับมาใช้ชีวิตที่หมู่บ้าน
ย่าเกายิ่งปักใจเชื่อว่าเจิ้งเซี่ยงหงดวงแข็ง เป็นตัวซวย ประจวบเหมาะกับลูกชายสองคนโตแยกบ้านไปแล้ว ปู่กับย่าจึงอาศัยอยู่กับลูกคนเล็ก ย่าเกายืนกรานหัวชนฝาว่าจะไม่ยอมเหยียบเข้าบ้านเกากั๋วเฉียง และไม่ยอมให้เจิ้งเซี่ยงหงไปเหยียบเรือนตัวเอง เพราะกลัวเจิ้งเซี่ยงหงจะนำความซวยมาให้
แต่พอหลานสาวทั้งสามคนถึงวัยออกเรือน ย่าเกาก็เข้ามาก้าวก่ายเรื่องคู่ครอง เจิ้งเซี่ยงหงคราวนี้ใจแข็ง ไม่ยอมให้แม่สามีบงการ รีบจัดการให้ลูกสาวแต่งออกไปต่างถิ่น ไม่ยอมรับการคลุมถุงชนที่ย่าเกาจัดหาให้ ความสัมพันธ์แม่ผัวลูกสะใภ้คู่นี้จึงเหมือนน้ำกับไฟ
พอได้ยินเรื่องราวเหล่านี้ เซี่ยเสี่ยวก็อดสงสารเจิ้งเซี่ยงหงไม่ได้ ใครจะคิดว่าผู้หญิงที่ดูร่าเริง จริงใจ และมีน้ำใจคนนี้ จะผ่านความทุกข์ยากมาขนาดนี้
นึกถึงคราวก่อนที่ไปกินข้าวบ้านหัวหน้าหน่วยผลิต เจิ้งเซี่ยงหงทำเกี๊ยวเสร็จก็ให้เกาเจี้ยซิงเอาไปส่งให้ปู่กับย่า ในเมื่อย่าเกาคิดว่าเจิ้งเซี่ยงหงเป็นตัวซวย แล้วนางจะกินของที่เจิ้งเซี่ยงหงทำหรือเปล่านะ?
แต่เซี่ยเสี่ยวไม่ใช่คนชอบสอดรู้สอดเห็น และความสัมพันธ์ของเธอกับเจิ้งเซี่ยงหงก็ยังไม่สนิทถึงขั้นจะไปยุ่งเรื่องในครอบครัวเขา เธอจึงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวต่อไป
อีกครึ่งเดือนจะถึงวันตรุษจีน เซี่ยเสี่ยวเขียนจดหมายเสร็จแล้ว สมาชิกในหน่วยผลิตแต่ละคนได้รับส่วนแบ่งธัญพืชตามแต้มสะสม เซี่ยเสี่ยวตั้งใจจะส่งกลับไปให้ที่บ้านที่เซี่ยงไฮ้
ในบ้านพักยุวปัญญาชน หลายคนก็ส่งธัญพืชที่ได้รับแจกกลับบ้านเหมือนกัน เซี่ยเสี่ยวก็ทำตามคนส่วนใหญ่ เพราะในหน่วยผลิตยังมีข้าวให้กิน ไม่อดตายแน่นอน
อีกอย่าง เซี่ยเสี่ยวแอบเอายอดมันเทศไปปลูกในมิติ เทียบกับพืชอื่นแล้ว มันเทศปลูกง่ายและโตไวกว่า
ก่อนปีใหม่ เซี่ยเสี่ยวติดรถเข้าไปในอำเภออีกครั้ง ซื้อลูกไก่มาสามตัว แล้วเอาไปเลี้ยงไว้ในมิติ