- หน้าแรก
- มนตร์รักทศวรรษหกสิบ
- บทที่ 10 ไปตลาด
บทที่ 10 ไปตลาด
บทที่ 10 ไปตลาด
เกาเจี้ยซิงรู้สึกพูดไม่ออก เขาจะไปชอบแม่สาวตัวเปี๊ยกอย่างเซี่ยเสี่ยวได้ยังไงกัน ดูท่าคราวหน้าต้องอยู่ให้ห่างจากเธอสักหน่อยแล้ว ไม่อย่างนั้นถ้าแม่เข้าใจผิด เดี๋ยวจะหาเรื่องวุ่นวายมาให้เขาโดยไม่จำเป็น
เจิ้งเซี่ยงหงไม่ล่วงรู้ถึงความในใจของลูกชาย พอได้กางเกงขาดๆ ของเกากั๋วเฉียงมา เธอก็นั่งลงหน้าตะเกียงน้ำมันเริ่มลงมือเย็บปะ
ทางด้านเซี่ยเสี่ยวเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่าถูกรังเกียจ เธอถือโอกาสตอนอาบน้ำแอบเข้าไปในมิติเพื่อดื่มน้ำพุอึกหนึ่งแล้วค่อยออกมา
เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโตแข็งแรงไวๆ และเพื่อบรรเทาความเหนื่อยล้า ช่วงนี้เซี่ยเสี่ยวจึงต้องพึ่งพามิติอยู่ตลอด แต่ก็ไม่กล้าดื่มมากเกินไป กลัวคนอื่นจะจับสังเกตความผิดปกติได้
พอนึกถึงที่ดินว่างเปล่าในมิติ สองวันนี้เซี่ยเสี่ยวจึงคิดอยากจะหาเมล็ดพันธุ์พืชเข้าไปปลูก ถ้ามีโอกาสก็จะซื้อลูกไก่เข้าไปเลี้ยง แล้วก็หาฟืน หม้อ ถ้วยชามเข้าไปเก็บไว้ เผื่อวันหน้าจะได้แอบทำอาหารอร่อยๆ กินในมิติได้
ทำงานมาครึ่งเดือนแล้ว เซี่ยเสี่ยวยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่ แต่เพราะได้น้ำพุในมิติช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าไปได้มาก วันนี้เป็นวันว่างจากการทำไร่ทำนา ทางกองผลิตจึงให้ทุกคนหยุดงาน ชาวบ้านต่างพากันเข้าเมืองไปจ่ายตลาด เซี่ยเสี่ยวก็ขอตามไปด้วย
หลายคนใช้วิธีเดินเท้า ส่วนบางคนก็ได้อาศัยนั่งเกวียนวัว เซี่ยเสี่ยวไม่มีเกวียนให้นั่งก็เลยต้องเดินตามเขาไป ข้ามเขาข้ามเนินจนรู้สึกว่าขาทั้งสองข้างแทบจะหลุดออกมาอยู่แล้ว
แต่การเดินทางเข้าเมืองกันเป็นกลุ่มใหญ่แบบนี้ก็ทำให้มีเพื่อนร่วมทาง ทุกคนต่างพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ระหว่างทางยังมีคนร้องเพลงขับกล่อม บรรยากาศจึงค่อนข้างครึกครื้น
เมื่อนึกถึงเงินที่มีอยู่ในมิติ เซี่ยเสี่ยวคิดว่าเธอต้องซื้อของตุนไว้บ้าง คราวหน้าจะได้ไม่ต้องออกมาอีก หนทางไกลแถมยังทุรกันดาร ออกมาแต่ละทีลำบากจะตาย
"เซี่ยเสี่ยว"
เซี่ยเสี่ยวได้ยินเสียงคนเรียก พอหันกลับไปมองก็เห็นเกวียนวัวคันหนึ่งแล่นตามมาแต่ไกล บนเกวียนมีคนนั่งอยู่เต็มเอี๊ยด
เป็นเจิ้งเซี่ยงหงนั่นเอง ส่วนคนบังคับเกวียนคือเกาเจี้ยซิง เดิมทีเซี่ยเสี่ยวหวังว่าจะขออาศัยติดเกวียนไปด้วย เพราะเท้าของเธอเริ่มทนไม่ไหวแล้ว เผลอๆ ฝ่าเท้าคงพองไปหมดแล้ว แต่พอเห็นคนนั่งเต็มคันรถ หัวใจก็ห่อเหี่ยวลงทันที
"คุณป้า" เซี่ยเสี่ยวร้องทัก ส่งยิ้มให้เจิ้งเซี่ยงหงและเกาเจี้ยซิงพร้อมกับโบกมือทักทาย
"เซี่ยเสี่ยว ขึ้นมาสิ" เจิ้งเซี่ยงหงเอ่ยชวน
มีคนหนึ่งพูดขัดขึ้นมาว่า "นั่งไม่พอแล้วนะ"
"ไม่เป็นไร มานั่งตักป้านี่แหละ" เจิ้งเซี่ยงหงเห็นว่าเซี่ยเสี่ยวตัวเล็กนิดเดียว คงไม่หนักเท่าไหร่ เธอนั่งอุ้มได้สบายมาก
พอเกวียนวัวแล่นมาถึงตรงหน้าเซี่ยเสี่ยว เกาเจี้ยซิงก็กระโดดลงจากเกวียนทันที สละที่นั่งให้เซี่ยเสี่ยว แล้วตัวเองลงไปจูงวัวเดินแทน
หยางเสวี่ยฮวากับคนอื่นๆ มองดูเซี่ยเสี่ยวขึ้นนั่งบนเกวียนวัวด้วยสายตาอิจฉา ถ้ามีรถให้นั่ง ใครจะอยากเดินกันล่ะ แต่วันนี้โชคร้าย พอว่างเว้นจากงาน ทุกคนก็แห่กันไปตลาด หมู่บ้านมีเกวียนวัวอยู่ไม่กี่คัน พวกผู้หญิงในหมู่บ้านก็จองกันไปหมดแล้ว
บ้านพักยุวปัญญาชนก็มีเกวียนวัวอยู่คันหนึ่ง แต่ก็อัดแน่นไปด้วยผู้คน เซี่ยเสี่ยวกับหยางเสวี่ยฮวาและคนอื่นๆ เลยเบียดขึ้นไปไม่ได้
ตอนนี้เซี่ยเสี่ยวไม่สนหยางเสวี่ยฮวาและคนอื่นๆ แล้ว หลังจากได้ขึ้นนั่งบนเกวียนวัว เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก หันไปบอกเจิ้งเซี่ยงหงว่า "ขอบคุณคุณป้ามากค่ะ"
"เห็นหนูเดินกะเผลกๆ คงใกล้จะไม่ไหวแล้วสิ ต่อไปต้องหมั่นเดินบ่อยๆ นะ" พูดจบเจิ้งเซี่ยงหงก็ถามต่อ "นั่งดีหรือยัง"
เซี่ยเสี่ยวพยักหน้า เจิ้งเซี่ยงหงจึงหันไปบอกเกาเจี้ยซิง "ไปได้เลย"
เกาเจี้ยซิงสะบัดแส้ใส่วัว เกวียนวัวก็เริ่มเคลื่อนที่ เซี่ยเสี่ยวโบกมือให้หยางเสวี่ยฮวาและคนอื่นๆ เป็นเชิงบอกว่าเดี๋ยวเจอกัน
เคยใช้ชีวิตอยู่ในโลกอนาคตที่การคมนาคมสะดวกสบาย พอต้องมานั่งเกวียนวัวแบบนี้ เซี่ยเสี่ยวรู้สึกเหมือนฝันไป มองดูเกาเจี้ยซิงที่เดินจูงเชือกวัวและสะบัดแส้อยู่ข้างหน้า เซี่ยเสี่ยวรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง แต่เท้าของเธอมันเจ็บเกินทนจริงๆ จะให้แสร้งทำเป็นปฏิเสธไม่นั่งก็คงไม่ไหว
แต่เกาเจี้ยซิงคนขับเกวียนก็นั่งบนหลังวัวได้นี่นา ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวเซี่ยเสี่ยว แล้วก็ทำให้เธอขนลุกซู่ทันที
เกาเจี้ยซิงตัวโตอย่างกับยักษ์ปักหลั่น ขืนไปนั่งบนหลังวัวคงเหมือนภูเขาลูกย่อมๆ บังทิวทัศน์ข้างหน้าจนมิด ภาพนั้นเซี่ยเสี่ยวแค่นึกก็ไม่อยากจะมองแล้ว แต่ในเมื่อเขาสละที่นั่งให้เธอ เธอก็ไม่ควรคิดอกุศลแบบนั้น
ทางภูเขาขรุขระ เกวียนวัวโคลงเคลงไปมา เซี่ยเสี่ยวยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่ รู้สึกเวียนหัวตาลายไปหมด แต่ก็ยังดีกว่าเดินเท้ามากนัก
เท้าของเซี่ยเสี่ยวเริ่มปวดแสบปวดร้อน เธอมั่นใจว่าเท้าต้องพองแน่ๆ แต่ตอนนี้อยู่บนรถไม่สะดวกจะตรวจดู
"เซี่ยงหง นี่เธอเลี้ยงยุวปัญญาชนเซี่ยเหมือนลูกสาวเลยนะ" หญิงคนหนึ่งเอ่ยแซว
หญิงอีกคนเสริมว่า "นั่นสิ ลูกสาวเธอแต่งออกไปหมดแล้ว จะกลับมาเยี่ยมบ้านแต่ละทีก็ลำบาก"
พวกผู้หญิงเริ่มคุยจ้อกันไปเรื่อย เซี่ยเสี่ยวได้แต่นั่งฟังด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้สอดปากพูดอะไร ภาษาถิ่นที่นี่บางคำเธอก็ฟังไม่ค่อยออก แต่ก็พอจะเดาความหมายได้คร่าวๆ
เกวียนวัวแล่นมาจนถึงในตัวอำเภอ เซี่ยเสี่ยวถอนหายใจอย่างโล่งอก ตอนลงจากเกวียนฝ่าเท้าของเธอรู้สึกแปลกๆ จึงบอกกับเจิ้งเซี่ยงหงว่า "คุณป้าคะ พวกป้าไปเดินซื้อของกันเถอะค่ะ หนูจะนั่งพักอยู่แถวนี้"
"เอาสิ แต่อย่าไปไหนไกลนะ ห้าโมงเย็นต้องกลับมารวมตัวกันที่นี่" เจิ้งเซี่ยงหงกำชับ
เซี่ยเสี่ยวพยักหน้ารับ มองดูทุกคนเดินจากไป ส่วนเกาเจี้ยซิงก็จูงเกวียนวัวไปจอดไว้อีกด้านหนึ่ง เซี่ยเสี่ยวรีบหาที่นั่ง ถอดรองเท้าออกมาดู
ปรากฏว่าฝ่าเท้าข้างซ้ายแค่แตะนิดเดียวก็แสบร้อนไปหมด ส่วนข้างขวามีตุ่มน้ำพองขนาดใหญ่ขึ้นมาสองตุ่ม โชคดีที่พรุ่งนี้ไม่ต้องทำงาน ไม่อย่างนั้นสภาพแบบนี้จะไปทำงานไหวได้ยังไง
เซี่ยเสี่ยวลองเอานิ้วจิ้มตุ่มน้ำดูเบาๆ ก็ต้องสูดปากด้วยความเจ็บ เจ็บจะตายอยู่แล้ว
ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนมีเงาดำทาบลงมาตรงหน้า เซี่ยเสี่ยวเงยหน้าขึ้นเห็นเกาเจี้ยซิงยืนอยู่ พอเธอทำท่าจะซ่อนเท้า เกาเจี้ยซิงก็เดินหนีไปแล้ว
เซี่ยเสี่ยวพูดไม่ออก รู้สึกว่าบางทีเกาเจี้ยซิงก็ทำตัวแปลกๆ เธอมองตามหลังเขาไป ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก นึกเสียดายที่นานๆ ทีจะได้เข้าเมืองแต่กลับเดินเที่ยวไม่ได้ อารมณ์เลยหดหู่ลงเล็กน้อย
นั่งรออยู่ประมาณชั่วโมงหนึ่ง เซี่ยเสี่ยวก็เห็นพวกหยางเสวี่ยฮวามาถึง
"เซี่ยเสี่ยว ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ" หยางเสวี่ยฮวาเดินเข้ามาถาม
"เท้าพองน่ะ" เซี่ยเสี่ยวหงายฝ่าเท้าให้หยางเสวี่ยฮวาดู
หยางเสวี่ยฮวาทำเสียงสงสาร "ไม่เป็นไรหรอก กลับไปก็เอาเข็มบ่งตุ่มน้ำออก แล้วหาสมุนไพรมาทาก็หายแล้ว พวกเราก็เคยเป็นแบบนี้กันทั้งนั้น"
เซี่ยเสี่ยวรู้สึกเขินอาย รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนสำออยที่สุดในกลุ่ม พร้อมกันนั้นก็นับถือพวกหยางเสวี่ยฮวามาก ในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากขนาดนี้ พวกเธอกลับไม่ค่อยบ่น แถมยังดูกระตือรือร้นอีกต่างหาก
หยางเสวี่ยฮวาตบไหล่เซี่ยเสี่ยวเบาๆ "เดี๋ยวก็ชิน เธอต้องรีบปรับตัวให้เข้ากับที่นี่ให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะลำบากตัวเองเปล่าๆ"
คำพูดนี้เซี่ยเสี่ยวเห็นด้วยอย่างยิ่ง ตอนนี้เธอก็กำลังพยายามปรับตัวอยู่นี่ไง แต่พอนึกถึงร่างกายบอบบางนี้ที่ต้องไปตรากตรำทำงานหนัก เซี่ยเสี่ยวก็อยากจะร้องไห้ออกมาเป็นสายเลือด
ที่น่าเศร้าที่สุดคือ การใช้แรงงานนี้ไม่ใช่แค่ปีสองปี แต่ยาวนานเป็นสิบๆ ปี ช่วงวัยสาวอันสวยงามของเธอต้องอุทิศให้กับที่นี่ทั้งหมด
"เซี่ยเสี่ยว เธออยากได้อะไรไหม เดี๋ยวฉันไปซื้อให้" หยางเสวี่ยฮวาอาสา
เซี่ยเสี่ยวส่ายหน้า ตอนนี้เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอยากได้อะไร จึงตอบไปว่า "ฉันไม่ต้องซื้ออะไรหรอก"