- หน้าแรก
- ย้อนเวลาล้างแค้น ทวงคืนครอบครัวในวันสิ้นโลก
- บทที่ 10: โปรดให้หัวหน้าหมู่บ้านช่วยคืนความยุติธรรมด้วย!
บทที่ 10: โปรดให้หัวหน้าหมู่บ้านช่วยคืนความยุติธรรมด้วย!
บทที่ 10: โปรดให้หัวหน้าหมู่บ้านช่วยคืนความยุติธรรมด้วย!
บทที่ 10: โปรดให้หัวหน้าหมู่บ้านช่วยคืนความยุติธรรมด้วย!
"คุณพี่ คุณลำบากแล้ว" พานชุ่ยเหลียนรีบวิ่งไปข้างกายสามี เอ่ยถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใย และเริ่มสำรวจดูตามตัวว่าเขามีบาดแผลตรงไหนหรือไม่
"พี่ไม่เป็นไรหรอกชุ่ยเหลียน" อวี๋ต้าจู้ตบบ่าภรรยาเบาๆ เพื่อปลอบโยน
"คุณแม่คะ พี่ต้าจู้ทำอะไรผิด? ทำไมแม่ถึงให้เขามานั่งคุกเข่ากลางลานบ้านให้คนอื่นรุมดูถูกแบบนี้?"
"ลุงสาม สามีของฉันไปทำความผิดร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิตเลยหรือไง? คุณถึงจะตีเขาให้ตาย คุณยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า?" พานชุ่ยเหลียนถามทั้งน้ำตา
ย่าหวังกำลังจะอ้าปากด่าทอ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร หลานชายของเธอก็ขัดขึ้นเสียก่อน
"ลุง ป้า น้า อา ท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านปู่ท่านย่าทั้งหลาย ดูสิครับ ลุงสามอวี๋ซานจู้ถึงกับใช้ท่อนไม้หนาขนาดนี้ตีพ่อของผม เขายังเห็นว่าเป็นพี่น้องท้องเดียวกันอยู่ไหม? ไม้หนาขนาดนี้ ถ้าฟาดลงไปพ่อผมจะยังมีชีวิตรอดเหรอ? ต่อให้ไม่ตายก็ต้องพิการแน่นอน! ถ้าวันนี้ผมบังเอิญกลับมาไม่ทัน พ่อผมคงถูกพวกคุณตีตายไปแล้วใช่ไหม?"
"แล้วดูคุณย่า ป้าสะใภ้รอง ป้าสะใภ้สามสิครับ ยืนดูอยู่เฉยๆ ด้วยสายตาเย็นชา นี่หรือคือครอบครัว? โดยเฉพาะคุณย่า ท่านเป็นแม่แท้ๆ ของพ่อนะครับ! ท่านจะยืนดูพ่อถูกตีตายต่อหน้าต่อตาเลยเหรอ? นิ้วมือคนเรายังยาวไม่เท่ากัน แต่การลำเอียงมันก็ควรมีขอบเขตบ้าง! ต่อให้ท่านไม่ชอบพ่อผม แต่จะปล่อยให้เขาถูกตีตายไม่ได้! ท่านยังเป็นแม่แท้ๆ ของเขาอยู่หรือเปล่า?"
คำกล่าวหาของอวี๋เฉิงหยวนที่กลั่นออกมาจากความเจ็บปวด ทุกคำพูดเสียดแทงเข้าไปในใจ ทำให้ชาวบ้านเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
"ลูกชายคนที่สามของบ้านอวี๋นี่เป็นลูกรักของย่าหวังจริงๆ แต่เอาแต่เกียจคร้านและตะกละ งานในไร่นาส่วนใหญ่ก็เป็นลูกชายคนโตที่ทำแทบตาย เรื่องขี้เกียจก็ว่าแย่แล้ว แต่ไม่นึกเลยว่าจะเหี้ยมโหดถึงขั้นจะเอาชีวิตพี่ชายตัวเอง ใจคออำมหิตจริงๆ!"
"เมียเจ้าสามนั่นก็ไม่ต่างกันหรอก ปากคอเราะร้าย ขี้เกียจตัวเป็นขน ชอบรังแกเมียเจ้าใหญ่อยู่เป็นประจำ"
"สะใภ้รองก็พวกประเภทเดียวกัน ดีแต่รังแกคนบ้านใหญ่ที่ซื่อๆ รังแกคนอ่อนแอแต่กลัวคนจริง ไม่ใช่คนดีอะไรหรอก จะมีก็แต่เจ้ารองที่มีจิตสำนึกอยู่บ้าง"
"ข้าว่าคนที่น่ารังเกียจที่สุดคือย่าหวังนั่นแหละ เธอเป็นประมุขของบ้าน ถ้าไม่ใช่เพราะเธอวางอำนาจบาตรใหญ่ คอยให้ท้ายและปกป้องพวกนั้น พวกเขาจะกล้าทำตัวระรานขนาดนี้ได้ยังไง!"
"ย่าหวังลำเอียงเข้าข้างบ้านรองกับบ้านสามมาตลอด แต่ไม่นึกเลยว่าจะลำเอียงถึงขนาดนี้ ยืนดูเจ้าสามจะตีเจ้าใหญ่ให้ตายโดยไม่ปริปากห้ามสักคำ เจ้าต้าจู้ไม่ใช่ลูกในไส้ของเธอหรือไง? ใครจะใจร้ายกับลูกตัวเองได้ขนาดนี้?"
"คู่สามีภรรยาบ้านใหญ่น่ะซื่อสัตย์ที่สุดแล้ว ตื่นเช้าก่อนไก่ โนนทีหลังหมา กินก็น้อยที่สุด เสื้อผ้าก็ใส่แต่ของเก่าๆ พวกเขาจะไปทำความผิดร้ายแรงอะไรได้? ปกติอยู่ในบ้านอวี๋ก็เหมือนนกกระทา ไม่กล้าแม้แต่จะชูคอขึ้นมา"
"นั่นสิๆ ลูกชายสองคนของบ้านใหญ่ก็ซื่อๆ เรียบง่าย ลูกสาวคนหนึ่งยังถูกย่าหวังขายกินเหมือนสินค้า ให้แต่งกับเจ้าหลี่ขาเป๋ในหุบเขาลึก ย่าหวังคนนี้มันไม่ใช่คนจริงๆ!"
ทุกคนต่างรุมตำหนิพวกเขาทีละคน
"เอาละทุกคน หยุดพูดก่อน เรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่? เฉิงหยวน เธอพูดก่อนสิ"
หัวหน้าหมู่บ้านเห็นว่าฟังมามากพอแล้วจึงออกมาห้ามทัพ มิเช่นนั้นหากปล่อยให้พูดต่อไปจะส่งผลเสียต่อความสามัคคีในหมู่บ้าน เขาพอจะรู้เรื่องราวในบ้านอวี๋มาบ้าง แต่ขึ้นชื่อว่าคนกลางก็จัดการเรื่องในครอบครัวได้ยาก เขาจึงไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงหรือจัดการได้โดยตรง เพราะอย่างไรเสียมันก็เป็นเรื่องภายในบ้าน! ทุกครอบครัวย่อมมีเรื่องลำบากใจที่พูดไม่ออก
อย่างไรก็ตาม วันนี้เกือบจะมีคนตายเกิดขึ้น เขาจึงนิ่งเฉยไม่ได้ หากเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ ในฐานะหัวหน้าหมู่บ้าน เขาจะเป็นคนแรกที่ต้องรับผิดชอบ ตอนนี้เป็นสังคมใหม่แล้ว การฆ่าคนอาจถึงขั้นถูกประหารชีวิต และเขาเองก็จะไม่ได้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านอีกต่อไป
"ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านมาได้จังหวะพอดีที่จะช่วยคืนความยุติธรรมครับ ผมกับแม่เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล ก็ได้ยินคุณย่า ป้าสะใภ้รอง และป้าสะใภ้สามรุมด่าพ่อของผม พอเดินเข้ามา ลุงสามก็ถือไม้ท่อนโตกำลังจะฟาดพ่อ ชาวบ้านที่นี่ก็เห็นเหตุการณ์กันหมด ส่วนสาเหตุว่าทำไม ต้องถามลุงสามดูครับ" อวี๋เฉิงหยวนชี้ไปที่อวี๋ซานจู้
"ท่านหัวหน้าหมู่บ้านคะ วันนี้สามีของฉันเกือบถูกตีตายจริงๆ ท่านคงเห็นแล้วตอนที่เดินเข้ามา ถ้าไม่ใช่เพราะเฉิงหยวนลงมือเร็ว สามีของฉันคงสิ้นใจไปแล้ว"
"ปกติพี่ต้าจู้ทำงานหนักโดยไม่เคยบ่น ทำงานหนักที่สุดและมากที่สุด แต่กลับได้กินของที่แย่ที่สุดและน้อยที่สุด แม่สามีมักจะคอยจับผิดและด่าทอเขาอยู่เสมอ พี่ต้าจู้ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียง ได้แต่กลืนความขมขื่นลงคอไป ฉันทำได้เพียงสงสารเขาอยู่เงียบๆ ไม่กล้าขัดขืนแม้แต่คำเดียว แต่วันนี้พวกเขาทำกับคนของฉันขนาดนี้ ฉันไม่สามารถเงียบได้อีกต่อไปแล้ว โปรดท่านหัวหน้าหมู่บ้านช่วยให้ความยุติธรรมกับพี่ต้าจู้ด้วยค่ะ!" พานชุ่ยเหลียนร้องไห้ฟูมฟายต่อหน้าหัวหน้าหมู่บ้าน
เธอแกล้งร้องไห้ส่วนหนึ่ง เพราะวันนี้เธอเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าครอบครัวนี้ต้องแยกกันอยู่ให้ได้ จะอยู่รวมกันแบบนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว มิเช่นนั้นครอบครัวของเธอจะถูกรังแกไปตลอด และต้องใช้ชีวิตเยี่ยงวัวเยี่ยงควายไม่มีวันจบสิ้น
"เมียเจ้าต้าจู้ รีบพยุงเจ้าต้าจู้ขึ้นมาเถอะ ให้เขานั่งพักก่อน วันนี้ฉันจะให้ความเป็นธรรมกับพวกเธอแน่นอน ไม่ต้องกังวล! ใครก็ได้เข้าไปเอาเก้าอี้ข้างในมาให้เจ้าต้าจู้นั่งหน่อย"
เรื่องนี้อื้อฉาวไปทั่วและทุกคนต่างก็เห็นกับตา ดังนั้นจะเพิกเฉยไม่ได้ มิเช่นนั้นวันหน้าเขาจะปกครองคนนับพันในหมู่บ้านหลายร้อยครัวเรือนได้อย่างไร?
ทันใดนั้น ชาวบ้านคนหนึ่งก็ไปยกเก้าอี้มาจากข้างในบ้านแล้วตะโกนบอกว่า "เมียเจ้าต้าจู้ พยุงคนของเธอมานั่งนี่!"
"ขอบคุณมากค่ะ!"
เมื่อพานชุ่ยเหลียนพยุงสามี ขาของอวี๋ต้าจู้ก็เกิดอาการชา คงเป็นเพราะนั่งคุกเข่านานเกินไปจนเกือบจะดึงภรรยาล้มไปด้วยกัน อวี๋เฉิงหยวนรีบเข้าไปช่วยพยุงพ่อขึ้นมา
"พ่อครับ ขาพ่อชาจนบวมหมดแล้วใช่ไหม? พ่อคุกเข่ามานานแค่ไหนแล้ว? เมื่อกี้ผมได้ยินย่าบอกว่าให้พ่อคุกเข่ามาสามวันแล้ว และให้กินข้าวแค่วันละมื้อจริงหรือเปล่า?"
ที่เขาไม่รีบเข้าไปช่วยในตอนแรก เพราะเขาต้องการให้หัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านได้เห็นสภาพที่น่าเวทนาของพ่อด้วยตาตัวเอง เพื่อให้พวกเขาเชื่อว่าย่าหวังและคนอื่นๆ ทารุณกรรมพ่อของเขาอย่างไร
"เฉิงหยวน อย่าพูดอีกเลย นั่นคือคุณย่าของแกนะ..."
"พ่อ พ่อกำลังสับสนแล้ว! ต่อให้เป็นคุณย่าแล้วยังไง? คุณย่าจะสั่งให้พ่อคุกเข่า ด่าทอตบตี หรืออดอาหารเมื่อไหร่ก็ได้ตามใจชอบอย่างนั้นเหรอ? พ่อทนให้ท่านปฏิบัติกับพ่อซึ่งเป็นลูกในไส้และครอบครัวของเราแบบนี้ได้ยังไง ท่านทำโดยไม่แยกแยะถูกผิด รังแกพวกเราสารพัด มาถึงขั้นนี้แล้ว พ่อยยังอยากจะกตัญญูอย่างไร้สติอยู่อีกเหรอ?" เขาต้องการปลุกพ่อที่อ่อนแอและหัวอ่อนให้ตื่นเสียที
ชาวบ้านเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอีกรอบ
"ย่าหวังคนนี้ใจคอเหี้ยมเกรียมเกินไปไหม? เสือยังไม่กินลูกตัวเองเลย เธอทำกับอวี๋ต้าจู้ขนาดนี้ได้ยังไง?"
"นั่นสิๆ ทำงานหนักทุกวันแต่ได้กินข้าวแค่วันละมื้อ ยิ่งกว่าสัตว์เลี้ยงเสียอีก ใจคอโหดร้ายยิ่งกว่าโจวปาผี (ตัวละครที่ขึ้นชื่อเรื่องความขูดรีด) เสียอีก!"
"อวี๋ต้าจู้ก็ซื่อเกินไป ซื่อจนเกือบจะขี้ขลาด ถ้าเป็นข้านะ ข้าคงจับนังแก่คนนี้โยนทิ้งน้ำไปนานแล้ว วางอำนาจเพราะเห็นว่าตัวเองอาวุโสกว่า ถุย!"
"ใช่แล้ว วันๆ เอาแต่ลำเอียงเข้าข้างบ้านรองบ้านสาม ของกินดีๆ ก็เก็บไว้ให้สองบ้านนั้น บ้านใหญ่ทำได้แค่ก้มหน้าทำงานทั้งวันทั้งคืนเหมือนวัวแก่สีเหลือง ถุย! ระวังเถอะ สามีที่ตายไปแล้วจะคลานขึ้นมาจากหลุมมาเอาชีวิต!"
"ฮ่าๆๆๆ..." ทุกคนระเบิดเสียงหัวเราะกับคำพูดนั้น ส่วนย่าหวังที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกหนาวเยือกไปทั้งตัวและแอบเหลียวมองรอบๆ อย่างหวาดระแวง
"เอาละ ทุกคนเงียบก่อน ฉันขอถามเรื่องราวให้ชัดเจนก่อนจะตัดสินใจ" หัวหน้าหมู่บ้านกดมือลงเพื่อให้ทุกคนอยู่ในความสงบ เมื่อเห็นหัวหน้าหมู่บ้านพูด ทุกคนจึงหยุดคุย
อวี๋ต้าจู้ได้ยินคำพูดของชาวบ้านก็รู้สึกผิดอย่างมหันต์ เพราะความขี้ขลาดของเขา ลูกชายคนโตจึงยังไม่ได้แต่งงาน และลูกสะใภ้คนเล็กก็เกือบจะ... แม้แต่ภรรยาก็ต้องมาลำบากไปกับเขาด้วย เฮ้อ เขาช่างเป็นคนที่ใช้ไม่ได้จริงๆ!
"อวี๋ซานจู้ ทำไมแกถึงคิดจะตีพี่ชายคนโตของแก? แกก็อายุปูนนี้แล้ว ไม่รู้หรือไงว่าไม้หนาขนาดนั้นฟาดลงไปอาจจะตายได้?" หัวหน้าหมู่บ้านโจวเจี้ยนกั๋วเริ่มซักถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและน้ำเสียงที่ไม่พอใจอย่างมาก อวี๋ซานจู้คนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความขี้เกียจอยู่แล้ว สมัยที่ยังต้องเก็บแต้มงาน เขามักจะอู้งานเป็นประจำ หัวหน้าหมู่บ้านจึงอดขมวดคิ้วไม่ได้เมื่อมองไปที่เขา
"ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านเข้าใจผิดแล้ว ชาวบ้านทุกคนก็เข้าใจผิดด้วย ผมไม่ได้อยากจะตีพี่ใหญ่ให้ตาย ผมแค่ต้องการขู่เขาเฉยๆ อย่างมากก็แค่ฟาดสักทีสองที ผมจะไปตีเขาให้ตายหรือบาดเจ็บได้ยังไง! เขาเป็นพี่ชายแท้ๆ ของผมนะ!"
"ที่ผมลงมือเพราะพี่ใหญ่เขาพูดจาไม่เป็นความจริง ปล่อยปละละเลยให้เมีย ลูกชาย และลูกสะใภ้เอาเงินเก็บที่จะไว้ใช้ในยามบั้นปลายชีวิตของแม่ไปใช้จ่ายกินหรูอยู่สบายข้างนอกตั้งมากมาย ชาวบ้านทุกคนครับ ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน เงินตั้งห้าร้อยหยวนเชียวนะครับ... นั่นคือเหตุผลที่ผมทนไม่ได้ และต้องสั่งสอนเขาแทนแม่ครับ!"
สิ้นคำพูดนี้ ฝูงชนทั้งหมดต่างฮือฮาขึ้นมาทันที!
'หึ! อวี๋เฉิงหยวน ไอ้เด็กน้อย แกอยากจะสู้กับข้าเหรอ? แกยังอ่อนหัดนัก!' อวี๋ซานจู้ลอบยิ้มในใจ