- หน้าแรก
- หนึ่งวิญญาณ สองร่าง จิงหยวนและเฟยเสี่ยว
- บทที่ 3 การประเมินอาชีพ
บทที่ 3 การประเมินอาชีพ
บทที่ 3 การประเมินอาชีพ
บทที่ 3 การประเมินอาชีพ
"ใช่ค่ะ เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ได้ส่งอาหารด้วยแล้วก็ถือว่าได้ฝึกฝนไปในตัวด้วย จัดการทั้งเรื่องบ่มเพาะและเรื่องชีวิตไปพร้อมกันโดยไม่ทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ"
กู้เซียวชั่งน้ำหนักตะกร้าหมั่นโถวในมือเบาๆ อันที่จริงเธอจะออกมาช่วยส่งอาหารก็ต่อเมื่อหุ่นยนต์ส่งของที่บ้านยุ่งจนล้นมือเท่านั้น
แต่ก็นั่นแหละ ฝีมือทำอาหารของพ่อเธอนั้นยอดเยี่ยมเกินไป จนส่วนใหญ่แล้วหุ่นยนต์ส่งของก็มักจะทำงานตามความต้องการของลูกค้าไม่ทันเสมอ
กู้คนพ่อได้สั่งซื้อหุ่นยนต์ส่งของชุดใหม่ทางออนไลน์ไปแล้ว แต่กว่าจะมาส่งก็คงต้องรออีกหลายวัน
"ลุงลู่คะ หนูฝากจัดการคนนี้ด้วยนะคะ หนูนัดส่งอาหารไว้ เดี๋ยวจะไปไม่ทันเวลาเอาค่ะ"
กู้เซียวออกแรงเตะคนร้ายที่อยู่ใต้เท้าเบาๆ ให้ไถลไปข้างหน้า เจ้าหน้าที่สายตรวจหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังลู่หยงรีบพุ่งเข้ามาทันที เขาหยิบกุญแจมือออกมาล็อกตัวคนร้ายไว้
"ไปเถอะๆ รีบไปจัดการธุระของหลานเถอะ อย่าให้เรื่องนี้ทำให้เสียงานเสียการล่ะ"
ลู่หยงโบกมือให้กู้เซียว เป็นสัญญาณว่าเธอไม่ต้องกังวลกับเรื่องหลังจากนี้แล้ว
"หนูไปก่อนนะคะ ลุงลู่สวัสดีค่ะ"
เมื่อกล่าวจบ กู้เซียวก็แปรสภาพเป็นสายลมวูบหนึ่งแล้วหายวับไปทันที คนข้างๆ เห็นเพียงแสงสีน้ำเงินสายหนึ่งวาบผ่านถนนไปเท่านั้น
"สารวัตรลู่ครับ คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้นเหรอ? ผมรู้สึกว่าเธออาจจะแข็งแกร่งกว่าผมด้วยซ้ำนะนั่น"
เจ้าหน้าที่สายตรวจหนุ่มถามด้วยความสงสัยหลังจากคุมตัวคนร้ายขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว
เขาเพิ่งเข้าทำงานที่กรมรักษาความมั่นคงได้เพียงสองวัน และกำลังอยู่ในช่วงฝึกงานกับหน่วยสายตรวจของลู่หยง จึงย่อมไม่คุ้นเคยกับกู้เซียวเป็นธรรมดา
"รู้จักสิ นั่นลูกสาวเพื่อนสนิทฉันเอง เป็นนักเรียนมัธยมปลายปีสุดท้ายที่กำลังจะจบการศึกษาในปีนี้แหละ ระดับบ่มเพาะของเธออยู่ที่ขั้นร้อยโทระยะเริ่มต้นน่ะ"
ลู่หยงยึดรถมอเตอร์ไซค์ลอยฟ้าของคนร้ายพ่วงเข้ากับรถสายตรวจ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับแล้วปิดประตู
"นักเรียนมัธยมปลายปีสุดท้าย ขั้นร้อยโทระยะเริ่มต้น! เป็นไปได้ยังไงครับเนี่ย!"
เมื่อได้ยินว่ากู้เซียวเป็นนักเรียนที่จะจบการศึกษาแต่กลับก้าวไปถึงขั้นร้อยโทระยะเริ่มต้น เจ้าหน้าที่หนุ่มก็ถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ
เดี๋ยวนะ ความเร็วในการเลื่อนระดับของเธอมันน่าหวาดหวั่นเกินไปแล้ว
โดยปกติแล้ว นักเรียนมัธยมปลายจะเข้าร่วมพิธีปลุกพลังอาชีพในช่วงสามเดือนสุดท้ายของภาคเรียนที่สองในปีสุดท้าย
นี่ยังเหลือเวลาอีกพักใหญ่กว่าจะจบปีการศึกษา นั่นหมายความว่ากู้เซียวใช้เวลาไม่ถึงสองเดือนในการยกระดับบ่มเพาะไปถึงขั้นร้อยโทระยะเริ่มต้น
พึงระลึกไว้ว่า ในสถานการณ์ปกติ แม้แต่อัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดก็มักจะไปถึงเพียงขั้นพลทหารระยะเริ่มต้นในช่วงที่จบมัธยมปลายเท่านั้น
"สารวัตรครับ เธอคงไม่ใช่ลูกหลานตระกูลใหญ่จากไหนใช่ไหมครับ?"
เจ้าหน้าที่หนุ่มชำเลืองมองไปยังทิศทางที่กู้เซียวหายตัวไป แล้วกระซิบถามเสียงเบา
ที่เขาบอกว่าอัจฉริยะจะไปถึงขั้นพลทหารตอนจบการศึกษานั้น แน่นอนว่าหมายถึงเด็กที่มาจากครอบครัวธรรมดา
พวกลูกหลานตระกูลใหญ่นั้นได้รับการแช่ยาบำรุงมาตั้งแต่เด็ก และมีทรัพยากรบ่มเพาะมหาศาลหลังการปลุกพลัง เมื่อพิจารณาว่าสามระดับแรกนั้นมีเกณฑ์การข้ามผ่านที่ค่อนข้างต่ำ จึงเป็นไปได้ที่พวกเขาจะทะลวงสู่ขั้นร้อยโทในเวลาอันสั้นเช่นนี้
"พอแล้ว จะไปกังวลเรื่องคนอื่นทำไม? แกควรจะโฟกัสเรื่องทำยังไงให้ได้บรรจุเป็นตัวจริงก่อนดีกว่านะ"
ลู่หยงไม่ได้ตอบคำถามของเจ้าหน้าที่หนุ่ม เพราะการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่นลับหลังนั้นเสียมารยาท
แม้ลู่หยงเองจะสงสัยไม่แพ้กัน แต่เขาก็รู้สถานะทางบ้านของกู้เซียวดี พวกเขาแค่เปิดร้านอาหารตามสั่ง
แม้ร้านอาหารจะรุ่งเรืองเพราะฝีมือของกู้จือสิง แต่ครอบครัวของพวกเขาก็จัดว่าอยู่ในระดับฐานะปานกลางค่อนไปทางดีเท่านั้น
แล้วระดับบ่มเพาะของกู้เซียวจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร? มันไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย
ถึงจะสงสัยอย่างไร ลู่หยงก็ไม่มีความคิดที่จะไปสืบเสาะความลับของใคร
เหตุผลที่ความเร็วในการบ่มเพาะของกู้เซียวน่าตระหนกเช่นนี้ ย่อมเป็นฝีมือของร่างผู้ชายอย่าง จิ่งหยวน
เป็นอย่างที่ลู่หยงและคนอื่นๆ เชื่อ หากไม่มีทรัพยากรบ่มเพาะที่เพียงพอ ต่อให้พรสวรรค์จะเลิศเลอเพียงใด ความเร็วในการพัฒนาก็ย่อมถูกจำกัด
และทรัพยากรบ่มเพาะทั้งหมดที่กู้เซียวมีนั้น ย่อมได้รับการจัดสรรมาจากจิ่งหยวน
หากพิจารณาจากฐานะของตระกูลจิ่งที่เป็นหนึ่งในเก้าตระกูลใหญ่แห่งสาธารณรัฐเซี่ย ทรัพยากรเหล่านี้เป็นเพียงเศษเงินเท่านั้น
จิ่งหยวนไม่ได้พยายามปกปิดเรื่องนี้ในขณะที่ลงมือทำ เขาไม่มีความตั้งใจจะซ่อนความสัมพันธ์ระหว่างเขากับกู้เซียวเลยแม้แต่น้อย
ในชาติก่อน จิ่งหยวนเคยอ่านนิยายแนว ‘หนึ่งวิญญาณสองร่าง’ มาบ้าง พวพล็อตเรื่องที่ต้องโกหกเพื่อสร้างความสัมพันธ์แบบคนรัก หรือการพยายามหาคนอุปถัมภ์โดยใช้เพียงพรสวรรค์เข้าแลกนั้น ดูเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับเขาในตอนนี้
นายน้อยผู้สืบทอดที่แท้จริงของตระกูลชั้นนำ กับลูกสาวเจ้าของร้านอาหารตามสั่ง—นี่มันนิยายแนว ‘ท่านประธานจอมเผด็จการตกหลุมรักฉัน’ หรืออย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น คำโกหกเพียงหนึ่งเดียวต้องใช้คำโกหกอีกนับไม่ถ้วนเพื่อปกปิด แล้วอนาคตล่ะ? หากกลายเป็นแฟนกันจริงๆ เขาจะประวิงเวลาเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งไปได้นานแค่ไหน? เขาไม่มีความตั้งใจจะเดตกับตัวเองแน่นอน
ส่วนเรื่องการได้รับความเอ็นดูเพราะพรสวรรค์ โลกนี้เต็มไปด้วยอัจฉริยะ ทำไมฉันต้องเจาะจงมาอุปถัมภ์เธอเป็นพิเศษด้วยล่ะ?
คุณบอกว่าคุณจะตอบแทนหลังจากแข็งแกร่งขึ้นแล้ว แต่มีอะไรรับประกันได้บ้าง?
คนในโลกนี้มีไม่น้อยเลยที่พอได้รับความช่วยเหลือแล้ว กลับรู้สึกว่าผู้มีพระคุณคือพันธนาการ หรือเกิดความโลภจนถึงขั้นประกาศว่าผู้มีพระคุณนั่นแหละที่สมควรตาย
การให้การสนับสนุนที่เรียกว่าสปอนเซอร์นั้น หากจัดการไม่ดีก็ไม่ต่างจากการเลี้ยงเสือไว้แว้งกัด และอาจทำให้พินาศกันทั้งตระกูลได้
อย่างไรก็ตาม หากเขาต้องการให้ร่างชายและร่างหญิงก้าวหน้าในการบ่มเพาะไปพร้อมๆ กัน การที่จิ่งหยวนสนับสนุนกู้เซียวจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง และการกระทำเหล่านี้ย่อมไม่อาจซ่อนเร้นจากสายตาของคนในตระกูลจิ่งได้
ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาได้เตรียมการไว้แล้วเพื่อโน้มน้าวให้ครอบครัวทั้งสองฝ่ายเชื่อว่า จิ่งหยวนและกู้เซียว แท้จริงแล้วคือคนคนเดียวกัน
ขณะเดียวกัน ร่างของกู้เซียวก็ประดุจสายลมขณะที่เธอพุ่งทะยานไปตามเส้นทางส่งของ
ถนนเฉิงฟู่ อาคารกุ้ยหยวน
สายลมจางๆ พัดผ่านโถงทางเดิน ร่างของกู้เซียวปรากฏขึ้นที่หน้าประตูห้องหนึ่ง
"ห้อง 608 ที่นี่แหละ"
หลังจากตรวจสอบหมายเลขห้องและยืนยันว่าถูกต้อง กู้เซียวยกมือขึ้นเคาะประตู
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก"
"สวัสดีค่า~ อาหารมาส่งแล้วค่ะ"
ทันทีที่กู้เซียวกล่าวจบ เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากภายในห้องพัก
"โครม"
"โอ๊ย พุทโธ่ธัมโม! ฟ... ฟ..."
เสียงถังขยะล้มคว่ำ ตามด้วยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของชายคนหนึ่งดังลอดออกมาจากในห้อง
"แกร๊ก"
เสียงลูกบิดประตูหมุนออก ประตูรักษาความปลอดภัยถูกเปิดเผยให้เห็นชายคนหนึ่งที่ดูท่าทางซอมซ่อและไม่ได้โกนหนวดโกนเครา
ตอนนี้เขากำลังยืนตัวงอ มือซ้ายยันลูกบิดประตูไว้ ส่วนมือขวากำลังกุมนิ้วเท้าตัวเอง
สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวเล็กน้อย บ่งบอกชัดเจนว่าวัตถุที่เขาเพิ่งเตะเข้าไปนั้นสร้างความเจ็บปวดให้ไม่น้อยเลยทีเดียว
"คุณคะ อาหารที่สั่งค่ะ"
ชายคนที่กำลังมัวแต่กุมนิ้วเท้าที่เพิ่งเดินเตะของอยู่ ได้ยินเสียงใสๆ ของผู้หญิงดังมาจากด้านบน ท่าทางที่งอตัวอยู่ของเขาก็แข็งทื่อไปทันที
ราวกับตุ๊กตาไขลานที่ถูกถอดฟันเฟืองออก ชายคนนั้นค่อยๆ ยืดตัวขึ้นทีละนิดอย่างแข็งทื่อ
เขามองมาที่หน้าประตู ตรงนั้นมีเด็กสาวที่สวยงามและดูมีชีวิตชีวายืนอยู่
ใบหน้าของเธอสวยสะดุดตา รอยยิ้มสดใส และทั้งตัวเธอก็แผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายของพลังแห่งวัยเยาว์ ใช่เลย เธอเป็นสาวสวยประเภทที่โอตาคุอย่างเขาจะรู้สึกประหม่าจนไม่กล้าสบตาด้วยนั่นแหละ
"คุณคะ ร้านอาหารตามสั่งตระกูลกู้ อาหารมาส่งแล้วค่ะ"
เมื่อเห็นว่าชายคนนั้นนิ่งไปชั่วขณะ กู้เซียวจึงทวนคำพูดอีกครั้ง
เมื่อชายคนนั้นเงยหน้าขึ้น กู้เซียวก็ได้เห็นใบหน้าของเขาชัดเจน เขาดูอายุไม่มากนัก แต่หนวดเคราที่รุงรังและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงทำให้เขาดูค่อนข้างโทรม
"อ้อ อ้อ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ"
เมื่อได้ยินคำพูดของกู้เซียว ชายคนนั้นก็รีบรับตะกร้าหมั่นโถวทั้งสองใบไปจากมือเธอ
"ทานให้อร่อยนะคะ"
เมื่อส่งของเรียบร้อย กู้เซียวก็ยิ้มให้ด้วยความสดใสและกลายเป็นสายลมวูบหนึ่งหายไปจากโถงทางเดินทันที
หลังจากกู้เซียวจากไป ชายคนนั้นวางอาหารลงบนพื้น แล้วเดินออกมาที่ทางเดินพลางชะโงกหน้าข้ามราวระเบียงมองลงไปข้างล่าง
"เดี๋ยวนี้หุ่นยนต์ส่งอาหารเขาพัฒนาไปใช้ร่างมนุษย์จำลองกันแล้วเหรอเนี่ย?"
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจส่งอาหาร กู้เซียวก็เร่งความเร็วกลับบ้าน รถไฟรางแม่เหล็กบนทางยกระดับแล่นพุ่งผ่านข้างตัวเธอไป เรือเหาะลอยละล่องอยู่เบื้องบน และยานพาหนะลอยฟ้าหลากรุ่นบินสวนกันไปมา
บนหน้าจอยักษ์ภายนอกตึกสูงที่อยู่ไม่ไกลจากกู้เซียว กำลังฉายรายการข่าวประจำวัน
"เรียนพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกท่าน สวัสดีตอนเช้าครับ วันนี้วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 2025"
"ตามรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา สภาพอากาศในเมืองของเราวันนี้แจ่มใสและอุณหภูมิกำลังสบายครับ"
"และจากข่าวที่ประกาศโดยกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดการเริ่มต้นการประเมินอาชีพในปีนี้จะเริ่มขึ้นในอีกประมาณสองสัปดาห์ข้างหน้าครับ"
"ทางสถานีขออวยพรให้นักเรียนที่มีความมุ่งมั่นทุกคนที่จะเข้ารับการสอบในปีนี้ ประสบความสำเร็จในการประเมินอาชีพ มีโชควาสนาทางวรยุทธ และขอให้ได้ออกไปสำรวจดาราจักรอันกว้างใหญ่ของจักรวาลในสักวันหนึ่งครับ"