- หน้าแรก
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (Super Detective in the Fictional World)
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 170
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 170
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 170
ตอนที่ 170: โอ๊ย ภาษาอังกฤษของผมมันแย่
หลังจากบอกลาสองสาวสวยแล้ว เอลซ่าและลุคก็รอรถแท็กซี่อยู่ด้านนอกสนามบินชาร์ล เดอ โกล
เอลซ่าพูดแหย่เขาขึ้นมา "ดูเหมือนนายจะเจอใครบางคนในทริปปารีสครั้งนี้แล้วนะ แม่สาวร่าเริงคนนั้นเหมาะกับนายมากเลยล่ะ"
ลุคยิ้ม "พูดเป็นเล่นไปครับ เอลซ่า เราแค่คุยกันถูกคอตอนอยู่บนเครื่อง แต่ก็แค่นั้นแหละ"
เอลซ่ารู้สึกขบขัน "จ้า จะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ เดี๋ยวเราไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจก่อนนะ หลังจากนั้นเวลาที่เหลือก็เป็นของนายทั้งหมดเลย"
ในขณะนั้น แท็กซี่คันหนึ่งก็มาถึง และชายสวมแว่นคนหนึ่งก็เดินโซซัดโซเซออกมาแล้วอาเจียนลงในถังขยะ
เอลซ่าและลุคไม่ได้คิดอะไรมาก อาการเมารถไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่พวกเขาก็ได้กลิ่นบางอย่างในรถตอนที่ก้าวเข้าไป มันมีกลิ่นอาเจียนจางๆ แต่พวกเขาก็ไม่พบร่องรอยอะไรเลย
คนขับเป็นผู้ชายผมสั้น เขาหันหัวกลับมาถามอย่างกระตือรือร้น "พวกคุณรีบไหม?"
เมื่อมองไปที่ชายคนนั้นที่มีรอยแผลเป็นเหนือตาซ้าย และนึกถึงผู้โดยสารที่เพิ่งลงรถไปเมื่อกี้ ทั้งเอลซ่าและลุคต่างก็รู้สึกเหมือนเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนอย่างน่าประหลาด
พวกเขาทั้งคู่พูดพร้อมกันว่า "ไม่ครับ/ค่ะ กรุณาขับด้วยความเร็วปกติด้วย"
คนขับยักไหล่อย่างนึกเสียดาย "โอ้ น่าเสียดายจัง"
หางตาของลุคกระตุก "คนขับแท็กซี่ที่ผมเคยเจอในนิวยอร์กก็เคยถามคำถามคล้ายๆ แบบนี้กับผมเหมือนกัน"
คนขับเริ่มออกรถไปแล้ว เขายิ้มกว้างแล้วถามว่า "หืม? แล้วยังไงต่อล่ะ?"
ลุคตอบว่า "จากนั้น ผมก็แทบจะยืนไม่ไหวตอนที่ลงจากรถหลังจากถึงจุดหมายแล้ว"
เอลซ่าเสริม "นายยังดีกว่าฉันนะ ฉันน่ะอ้วกเลยล่ะ"
คนขับอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมา "ฮ่าฮ่า ฟังดูน่าสนุกดีนะนั่น"
เมื่อมองไปที่แผ่นหลังของคนขับแท็กซี่ ลุคก็ถามขึ้นมาดื้อๆ "ป้ายทะเบียนรถของคุณเปลี่ยนสลับไปมาได้ใช่ไหม?"
คนขับหัวเราะ "คุณพูดเรื่องอะไรน่ะ? ภาษาอังกฤษของผมมันแย่ ผมไม่เข้าใจที่คุณพูดหรอก"
ลุคกรอกตา "ผมไม่สนหรอกว่าคุณจะเข้าใจไหม แต่ผมจะบอกคุณแบบนี้: ห้ามขับเร็วเกินกำหนด เพราะเราจะไม่จ่ายเงินเพิ่มเด็ดขาด ต่อให้รถคันนี้จะบินได้เหมือนเครื่องบิน ก็ช่วยคุมความเร็วไว้ที่ 80 ไมล์ต่อชั่วโมงก็พอ"
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง คนขับก็โต้แย้งเสียงอ่อย "แต่จำกัดความเร็วบนถนนเส้นนี้คือ 100 ไมล์นะครับ..."
ลุคถึงกับพูดไม่ออก "ถ้าอย่างนั้น ก็ขับด้วยความเร็วต่ำสุดที่กฎหมายอนุญาตแล้วกัน"
คนขับหัวเราะคิกคัก และรู้สึกเหมือนว่าเขาถูกมองออกยังไงก็ไม่รู้
หลังจากเป็นตำรวจมานาน ลุคสามารถบอกได้ง่ายๆ ว่าบางคนมีความโดดเด่นแค่ไหน ยกตัวอย่างเช่น คนขับแท็กซี่คนนี้มีบรรยากาศคล้ายๆ กับเบลล์ (Bell)
หลังจากเตือนคนขับล่วงหน้าแล้ว ลุคก็มองไปที่กระจกมองหลังและเห็นคิมกับอะแมนดา พวกเธอกำลังคุยกันอย่างสนุกสนานและถ่ายรูปกันอยู่ที่จุดจอดรถแท็กซี่
จากนั้น ก็มีชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งอาสาเข้าไปถ่ายรูปให้พวกเธอพร้อมรอยยิ้ม แล้วพวกเขาก็เริ่มพูดคุยกัน
ตอนที่รถแท็กซี่ของลุคเคลื่อนตัวออกไป อะแมนดา คิม และผู้ชายคนนั้นก็ยังคุยกันอยู่
ลุคไม่ได้กังวลอะไร เพราะอะแมนดาดูมีความสุขดีที่จะคุยกับใครก็ได้
ก็นะ ใครก็ได้ที่ไม่น่าเกลียดน่ะ
ยิ่งผู้ชายที่เธอคุยด้วยหล่อเท่าไหร่เธอก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อรถแท็กซี่เข้าสู่เขตตัวเมือง จู่ๆ เอลซ่าก็ถามขึ้นว่า "เราควรพักที่โรงแรมเดียวกันไหม?"
ลุคคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "เราควรแยกกันดีกว่าครับในเมื่อเรามาเพื่อเที่ยวสนุก ผมไม่อยากเป็นก้างขวางคอใคร"
เอลซ่าพูดอย่างโล่งใจ "งั้นให้ฉันลงข้างหน้านี่แหละ เดี๋ยวฉันจะเดินต่อเอง หลังจากเช็คอินแล้วฉันจะส่งข้อความไปหา"
มันคงจะอึดอัดสำหรับเธอถ้าจะออกไปเที่ยวเล่นโดยมีลุคไปด้วย
ถ้าไม่มีลุคอยู่ด้วย เธอก็จะเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง จะไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นตำรวจ
คนขับจอดรถอย่างเงียบๆ ในอีกหลายร้อยเมตรถัดไป
ลุคพูดว่า "ขอการ์ด (นามบัตร) ของคุณหน่อย"
คนขับบอก "หือ? ผมไม่เข้าใจที่คุณพูด"
ลุคถาม "คุณอยากให้ผมเรียกตำรวจตรงนั้นมาไหมล่ะ?"
เมื่อสังเกตเห็นความดูแคลนบนใบหน้าของชายคนนั้น ลุคก็นึกขึ้นได้หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าชายคนนี้ไม่ได้กลัวตำรวจเลย
ลุคโยนของที่ดูเหมือนโยโย่เข้าไปที่ที่นั่งคนขับ มันพุ่งวนรอบมือของคนขับและมัดพวกมันเข้าด้วยกัน
ลุคพูดพร้อมรอยยิ้ม "บอกมาสิ คุณจะหนีไปได้ไหมถ้าผมเรียกให้ตำรวจคนนั้นมาตรวจใบขับขี่ของคุณ?"
คนขับดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า "ก็ได้ ผมยอมแล้ว เดี๋ยวผมให้การ์ดคุณ"
ลุคหัวเราะหึๆ "โอเค แดเนียล (Daniel) ผมมั่นใจว่าคนขับรถเก่งๆ แบบคุณต้องดังมากในปารีสแน่ๆ"
ระบบ: คุณได้เอาชนะแดเนียล และได้รับรายการความสามารถของเขา
ความสามารถของแดเนียล: การขับรถขั้นต้น...
สีหน้าของชายคนนั้นเปลี่ยนไป "คุณรู้จักผมด้วยเหรอ?"
ลุคหัวเราะเบาๆ และเก็บโยโย่กลับมา เขาตบไหล่แดเนียลแล้วพูดว่า "นี่คือทิปสำหรับคุณ"
แดเนียลยิ้มเมื่อได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งที่น่ารื่นรมย์ของเงิน เขาตอบรับเงินหนึ่งร้อยดอลลาร์นั้น
มันน้อยเกินไปสำหรับค่าโดยสารแท็กซี่ แต่ถือว่าใจป้ำมากสำหรับเงินทิป
ครู่ต่อมา เอลซ่าก็จากไปพร้อมกับการ์ดใบหนึ่งและกล่าวลาลุค
เมื่อมองตามเอลซ่าที่เริ่มเดินเตร็ดเตร่ไปตามถนนในปารีส ลุคก็พูดว่า "แดเนียล ขอการ์ดของคุณให้ผมใบหนึ่งด้วยสิ"
หลังจากลังเลครู่หนึ่ง แดเนียลก็ส่งการ์ดให้อีกใบ "ผมจะคิดราคาเพิ่มนะถ้าคุณเรียกใช้รถผม"
ลุคถาม "คุณคิดราคาเท่าไหร่ล่ะ?"
แดเนียลกรอกตาแล้วบอกว่า "ครั้งละห้าร้อยยูโร ไม่รวมค่าโดยสารนะ"
ลุคพยักหน้าแล้วพูดว่า "โอเค ฟังดูยุติธรรมดี"
แดเนียลถึงกับพูดไม่ออก "หือ?" เขาตั้งใจเสนอราคาที่สูงเกินจริงไปงั้นๆ แต่ผู้โดยสารคนนี้กลับคิดว่ามันยุติธรรม? เขาเจอคนปัญญาอ่อนเข้าให้แล้วหรือเปล่าเนี่ย?
แต่พอนึกถึงตอนที่ลุคมัดมือเขาไว้เมื่อกี้ เขาก็รีบสลัดความคิดนั้นทิ้งไปทันที
สิบนาทีต่อมา ลุคกำลังเดินเล่นอยู่ตามท้องถนนในปารีสอย่างผ่อนคลาย เขาสังเกตเมืองนี้ราวกับว่ามันเป็นทุ่งข้าวโพด (ที่เต็มไปด้วยผลผลิต)
ปารีสมีชื่อเสียงเรื่องความสวยงาม แต่มีไม่กี่คนที่รู้ว่ามันเป็นเมืองที่มีอัตราอาชญากรรมสูงเช่นกัน นี่เป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในมหานครทุกแห่ง
การลักเล็กขโมยน้อยเกิดขึ้นทุกที่ และพวกมันไม่มีทางรอดพ้น "ทักษะประสาทรับกลิ่นเฉียบคม" ของลุคไปได้
ถ้าผู้ชายคนหนึ่งพกกระเป๋าสตางค์สองสามใบที่มีกลิ่นต่างกัน มันคงเป็นไปได้ยากมากที่เพื่อนๆ ของเขาจะฝากกระเป๋าไว้ให้เขาเพื่อไปซื้อข้าวเย็นให้ จริงไหมล่ะ?
ขณะที่เดินไปอย่างสบายอารมณ์ ลุคก็เตะก้อนหินแถวนั้นใส่หัวขโมยคนหนึ่งที่เพิ่งจะล้วงเอากระเป๋าเงินออกมาได้อย่างแนบเนียน หัวขโมยร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด และกระเป๋าในมือเขาก็ลื่นกลับเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของเด็กสาวคนเดิมที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย
ภารกิจ: หยุดหัวขโมย. ค่าประสบการณ์ +3. แต้มเครดิต +3.
B_R : ปุกาศ ปุกาศ !!!!!!!!!
ตอนนี้จบลงเพียงเท่านี้
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเข้ามาอ่านกันนะ
หากชอบเรื่องราวบทนี้ ฝากกดไลก์และร่วมพูดคุยในคอมเมนต์ด้วยนะครับ
ฝากเพจของพวกเราด้วยเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….
https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127