เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 169

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 169

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 169


ตอนที่ 169: เพื่อนร่วมทางชั่วคราวคนสวย

ลุคควรจะจัดหนักจัดเต็มในทริปฝรั่งเศสครั้งนี้เลยดีไหมนะ?

เมื่อเขากลับมา เขาจะได้เริ่มเตรียมตัวเป็นศาลเตี้ยในลอสแอนเจลิสอย่างเต็มตัว และตอนนั้นทั้งค่าประสบการณ์และแต้มคะแนนของเขาจะต้องพุ่งทะยานอย่างแน่นอน

หลังจากวางแผนเสร็จ ลุคก็เงยหน้าขึ้นและเห็นว่าเซลิน่ายังคงลูบท้องตัวเองอยู่ เขาถึงกับพูดไม่ออก “นี่เธอเป็นหมูหรือไง? ไปล้างครัวได้แล้วไป”

เซลิน่าลุกจากโซฟาอย่างไม่เต็มใจนัก

ลุคโทรหาเอลซ่า “เอลซ่าครับ มีบางอย่างเกี่ยวกับคดีของชีร่าที่ผมต้องคุยกับคุณหน่อย”

ผ่านไปประมาณยี่สิบนาที ลุคก็วางสายแล้วถอนหายใจ “ตอนนี้คงต้องใช้แผน บี (Plan B) แล้วล่ะ หวังว่าสุดท้ายจะได้ในสิ่งที่ต้องการนะ”

ตอนเจ็ดโมงเช้าวันต่อมา เอลซ่าขับรถมาที่บ้านลุคและรับเขาขึ้นรถ

จากนั้นพวกเขาก็ไปรวบตัวบ็อบบี้ แม็กซ์ ชายไร้บ้านในย่านเสื่อมโทรมทางตอนใต้

หลังจากคุยกับชายคนนั้นแล้ว พวกเขาก็พาเขาไปเปิดห้องโรงแรมเพื่อให้บ็อบบี้ได้ทำความสะอาดร่างกาย

จากนั้น พวกเขาก็ไปที่วิลล่าของชีร่า บ็อบบี้คืนจี้เพชรและกล่าวขอโทษเธอ

ในที่สุด ลุคก็ทิ้งบ็อบบี้ไว้ที่อพาร์ตเมนต์เดิมของเขา ซึ่งเขายังไม่ได้ยกเลิกสัญญาเช่า และสั่งให้เขาอยู่ที่นั่นจนกว่าลุคจะกลับมาจากทริป แล้วเขาก็เดินทางไปที่สนามบินเสียที

ลุคและเอลซ่าขึ้นเครื่องก่อนกำหนดการเทคออฟยี่สิบนาที พวกเขามาได้ทันเวลาพอดี

เมื่อนั่งลง ลุคก็หรี่ตามองไปรอบๆ

เอลซ่ารู้ว่าเขากำลังทำอะไร เธออดไม่ได้ที่จะถามว่า “คราวนี้ทุกอย่างปกติดีใช่ไหม?”

ลุคพยักหน้า “เชื่อใจผมเถอะครับ เราคงไม่ซวยไปซะทุกครั้งหรอก”

เอลซ่ารู้สึกวางใจขึ้นมาทันที เธอรู้ว่าสัญชาตญาณของลุคนั้นเชื่อถือได้แค่ไหน

เธอหาวออกมาแต่ก็พยายามข่มตาไม่ให้หลับ เธอส่งข้อความไปหาชีร่า

ส่วนลุคนั้นหยิบแท็บเล็ตออกมาและเริ่มอ่านอีบุ๊ก

การนั่งเครื่องบินจากปารีสไปลอสแอนเจลิสใช้เวลาประมาณสิบเอ็ดถึงสิบสองชั่วโมง เมื่อคำนวณจากความต่างของเวลา พวกเขาจะไปถึงในตอนบ่ายหลังจากออกเดินทางในตอนเย็น

ร่างกายของลุคนั้นแข็งแกร่งกว่าคนปกติมาก ไม่อย่างนั้นเขาคงจะทรุดไปแล้วภายใต้ความกดดันจากการทำงานแบบนี้

สายสืบรุ่นเก่าส่วนใหญ่ในแผนกคดีอาชญากรรมร้ายแรงมักจะป่วยเป็นโรคเรื้อรัง และต้องเลิกทำงานภาคสนามหลังจากอายุครบสี่สิบปี

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ทันทีที่เขาได้รับ "การฟื้นฟูตัวเองขั้นต้น" ลุคก็จะสามารถรักษาอาการบาดเจ็บที่แขนซ้ายของเขาได้

เมื่อถึงตอนนั้น ลุคจะไม่ต้องกลัวบาดแผลทางร่างกายเลย เพราะเขาสามารถรักษามันได้

ความกดดันทางจิตใจก็จะทำอะไรเขาไม่ได้เช่นกัน

การฟื้นฟูตัวเองขั้นต้นคือไพ่ตายที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา

ด้วยความสามารถนี้ เขาจะสามารถต่อสู้กับอาชญากรได้ทุกคืนโดยไม่ต้องกังวล

ชีวิตของซูเปอร์ฮีโร่คนอื่นนั้นง่ายกว่าเพราะพวกเขามีความร่ำรวยหรือพลังวิเศษ แต่ลุคไม่มี

ลุคต้องทำงานอย่างหนักภายใต้กฎเกณฑ์ของระบบ และทรัพย์สินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาก็คือสุขภาพ

หลังจากลุคและเอลซ่านั่งลงได้ไม่นาน เพื่อนร่วมแถวที่นั่งของลุคก็เดินขึ้นเครื่องมา ลุควางแท็บเล็ตลงแล้วยิ้มให้พวกเขา

เอลซ่านั่งอยู่ที่ที่นั่งฝั่งตรงข้ามทางเดิน ส่วนเพื่อนร่วมแถวใหม่ของลุคจับจองที่นั่งตรงกลางและที่นั่งริมหน้าต่างข้างๆ เขา

เพื่อนร่วมแถวใหม่ของเขาคือเด็กสาวหน้าตาสวยสองคน คนหนึ่งดูร่าเริงกว่า เธอพึมพำบางอย่างกับเพื่อนแล้วขอเปลี่ยนที่นั่งเพื่อให้เธอได้มานั่งคุยกับลุค

ลุคย่อมไม่ปล่อยโอกาสที่จะได้คุยกับสาวสวยให้หลุดมือไปแน่นอน

แม้ว่าเด็กสาวที่เขาคุยด้วยจะไม่ได้สวยเท่ากับอีกคน แต่รูปลักษณ์ของเธอก็ยังถือว่าเหนือกว่าค่าเฉลี่ย และเธอก็ดูเป็นกันเองมาก

พวกเขากระซิบกระซาบคุยกันเบาๆ ในที่สุดเด็กสาวคนที่สวยกว่าก็มาร่วมวงสนทนาด้วย เพียงแต่เธอไม่ได้พูดมากเท่าคนแรก

ลุคบอกได้เลยว่าเธอไม่ได้ขี้อายหรือพูดไม่เก่ง แต่แค่กำลังเว้นระยะห่างจากคนแปลกหน้าตามสัญชาตญาณ

มันไม่ใช่เรื่องแย่สำหรับคนที่กำลังเดินทางท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม เด็กสาวอีกคนนั้นระวังตัวน้อยกว่ามาก เธอเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองออกมามากมายทั้งที่ลุคยังไม่ได้ตั้งใจถามอะไรเลยด้วยซ้ำ

เด็กสาวที่คุยกับเขาคนแรกชื่อว่า อะแมนดา (Amanda) เธอเป็นนักเรียนมัธยมปลายปีสอง

ส่วนเด็กสาวที่สวยกว่าคือ คิม (Kim) เธอเป็นเพื่อนสนิทของอะแมนดา

โรงเรียนของพวกเธอถูกปิดไปครึ่งเดือนเพราะตึกเรียนกำลังปรับปรุง เด็กสาวทั้งสองเลยถือโอกาสนี้มาเที่ยวปารีสกัน

หลังจากที่เป็นนักสืบมานาน ลุคสังเกตเห็นรายละเอียดหลายอย่างเกี่ยวกับเด็กสาวกลุ่มนี้

พวกเธอได้รับการศึกษาที่ดีแต่ไม่ใช่ระดับหัวกะทิ และไม่ได้มีความระแวดระวังต่อโลกภายนอกมากนัก

คิมให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยมากกว่า ในขณะที่เพื่อนซี้ของเธอกลับคุยจ้อทุกอย่างออกมาอย่างไม่ยี่หระ

อะแมนดาคงจะเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ได้รับการดูแลปกป้องมาตลอด และตอนนี้ลุคเริ่มจะกังวลเรื่องความปลอดภัยของเธอแล้วเมื่อเธอต้องมาอยู่ไกลบ้านแบบนี้

แต่เขาก็รู้สึกเบาใจขึ้นหลังจากได้รู้ว่าเด็กสาวทั้งสองจะไปพักอยู่กับญาติผู้ใหญ่ของอะแมนดาในปารีส

ถ้าเป็นแบบนั้น อะแมนดาก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะทำตัวไร้กังวล เพราะญาติของเธอคงจะคอยเตือนว่าเธอควรระวังเรื่องอะไรบ้าง

ถึงกระนั้น ลุคก็อดไม่ได้ที่จะเตือนเธอถึงเรื่องบางอย่างที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น... การคุยกับคนแปลกหน้า

อะแมนดารู้สึกขบขัน “นี่นายกำลังจะบอกว่าฉันไม่ควรคุยกับนายงั้นเหรอ?”

ลุคยักไหล่แล้วบอกว่า “ก็นะ มันเป็นความยินดีที่ได้รู้จักพวกคุณ แต่ยังไงผมก็อาศัยอยู่ในลอสแอนเจลิสอยู่แล้ว มันง่ายกว่าสำหรับคุณที่จะตรวจสอบตัวตนของผม แต่คุณจะระบุตัวตนคนแปลกหน้าในปารีสไม่ได้ง่ายแบบนี้หรอกนะ”

คิมไม่ได้พูดอะไร แต่พยักหน้าเล็กน้อยเป็นการเห็นด้วย

เห็นได้ชัดว่าอะแมนดาไม่ได้เก็บเอามาเป็นเรื่องใหญ่ เธอรีบเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นทันที

พวกเขาคุยกันเป็นพักๆ อยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งเริ่มเหนื่อยและหลับตาลงเพื่อพักผ่อน

หลังจากตื่นขึ้นมา พวกเขาก็คุยกันต่ออีกครู่ใหญ่ จนกระทั่งเครื่องบินลงจอด

พวกเขาแลกเบอร์โทรศัพท์กันตอนลงจากเครื่อง

ลุคบอกเธอว่าเขามาทำงาน และไม่แน่ใจว่าจะมีเวลาไปเที่ยวปารีสกับพวกเธอไหมหลังจากเสร็จงานแล้ว

อะแมนดารู้สึกเสียดายนิดหน่อย แต่ก็ไม่มากนัก

B_R : ปุกาศ ปุกาศ  !!!!!!!!!

ตอนนี้จบลงเพียงเท่านี้

ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเข้ามาอ่านกันนะ

หากชอบเรื่องราวบทนี้ ฝากกดไลก์และร่วมพูดคุยในคอมเมนต์ด้วยนะครับ

ฝากเพจของพวกเราด้วยเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….

https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127

จบบทที่ สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 169

คัดลอกลิงก์แล้ว