- หน้าแรก
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (Super Detective in the Fictional World)
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 166
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 166
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 166
ตอนที่ 166: บรรยากาศดีและอาหารเลิศรส
ลุคอ่านแฟ้มข้อมูล “หืมม.. บ็อบบี้ แม็กซ์... นักฝึกสัตว์ในคณะละครสัตว์เหรอ? ก็น่าสนุกดีแฮะ เขาเก่งเรื่องฝึกสัตว์และทำให้พวกมันแสดงโชว์ได้งั้นเหรอ?”
ลุคมีข้อสงสัยบางอย่าง “ดูแล้วก็มืออาชีพหนิครับ รายได้เขาอย่างน้อยก็ตกปีละ 200,000 ดอลลาร์ไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมเขาต้องขโมยจี้เพชรด้วยล่ะ?”
เอลซ่าทำหน้ามุ่ยแล้วบอกว่า “ฉันโทรหาชีร่าแล้ว เธอบอกฉันว่าบ็อบบี้คนนี้เคยสารภาพรักกับเธอ แต่เธอปฏิเสธเขาไป”
ลุคถึงกับพูดไม่ออก จริงเหรอเนี่ย? บ็อบบี้ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับชีร่าเลยสักนิด
แน่นอนว่านั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคืออาชีพของเขาแทบจะไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงจะชอบเลย และชีร่าไม่มีทางชอบแน่ๆ เพราะเธอแพ้ขนสัตว์
เมื่ออ่านข้อมูลส่วนที่เหลือในแฟ้ม ลุคก็ส่ายหัว “ดูเหมือนว่าเขาจะยอมทิ้งชีวิตตัวเองเพื่อความรักนะ”
บ็อบบี้เคยเก่งในงานของเขา และใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายมาตลอด
แต่หลังจากเริ่มหมกมุ่นอยู่กับชีร่า เขาก็ลาออกจากงานเพื่อตามตื้อเธอ
เมื่อไม่มีรายได้ เขาก็ใช้เงินเก็บจนหมดเกลี้ยงภายในปีเดียว
ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้บ็อบบี้ทำงานอะไรเพื่อหาเลี้ยงชีพ
แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีข้าวกินและมีที่ซุกหัวนอนอุ่นๆ ถ้าลิงชิมแปนซีตัวนั้นคอยขโมยของมาให้เขา ชีวิตเขาก็คงไม่ลำบากจนเกินไปนัก
เพราะอย่างไรเสีย คงมีน้อยคนนักที่จะแจ้งตำรวจหากพวกเขาเสียเงินเพียงไม่กี่ดอลลาร์หรือของใช้บางอย่าง เนื่องจากปกติแล้วพวกตำรวจมักจะไม่มีเวลามาสนใจคดีเล็กๆ น้อยๆ แบบนั้น
ลุคลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “เราไปลองตามหาหมอนี่กันเถอะครับ”
เอลซ่าประหลาดใจ “นายแน่ใจเหรอ?”
ลุคบอกว่า “ลองดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่ครับ ยังไงตอนนี้เราก็ไม่มีอะไรดีกว่านี้ให้ทำอยู่แล้ว”
เอลซ่าตระหนักได้ว่ามันก็ฟังดูมีเหตุผล เธอจึงลุกขึ้นและเดินออกไปเอารถ
ส่วนลุคนั้นมีแผนการของเขาเอง
ความสามารถของบ็อบบี้อาจจะมีประโยชน์ต่อเขา
ลุคไม่เคยเจอตัวบ็อบบี้มาก่อน แต่เขาเคยได้กลิ่นลิงชิมแปนซีของบ็อบบี้ ซึ่งมีกลิ่นตัวของบ็อบบี้ติดอยู่ด้วย
มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะระบุตำแหน่งของคนคนหนึ่งในเมืองใหญ่อย่างลอสแอนเจลิส แต่ในแฟ้มข้อมูลได้ระบุพื้นที่ที่บ็อบบี้มักจะปรากฏตัวบ่อยที่สุดเอาไว้อยู่
สิ่งที่ลุคต้องทำก็แค่ลาดตระเวนไปตามถนนสายหลักในย่านนั้น และดูว่าเขาจะตรวจพบกลิ่นของบ็อบบี้หรือกลิ่นลิงชิมแปนซีของเขาได้หรือไม่
หลังจากขับรถมาหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดลุคและเอลซ่าก็มาถึงย่านดังกล่าว
มันเป็นย่านที่มีตึกรามบ้านช่องดูทรุดโทรมพอสมควรและเป็นแหล่งชุมชนที่มีปัญหา ไม่รู้ว่ามีอาชญากรรมเกิดขึ้นที่นี่กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง และมันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะตามสืบสวนคดีเหล่านั้นได้ทั้งหมด
เมื่อมองดูสภาพแวดล้อมรอบตัว จู่ๆ ลุคก็นึกไอเดียอย่างหนึ่งขึ้นมาได้: หรือว่าเขาควรจะเริ่มอาชีพเป็น "ศาลเตี้ย" (Vigilante) ที่นี่ดีไหมนะ?
อัตราการเกิดอาชญากรรมในแอลเอสูงลิ่วมาโดยตลอด มันเป็นหนึ่งในเมืองแห่งบาปของอเมริกา
ย่านฮอลลีวูดที่ลุคประจำการอยู่เป็นเขตของคนรวย ที่นั่นจึงปลอดภัยกว่า แต่ย่านที่อยู่อาศัยของพลเรือนทางตอนใต้ของ USC นั้นกลับไม่สงบสุขเอาเสียเลย
แต่นั่นกลับเป็นเรื่องดีสำหรับลุค อารมณ์ของเขาดีขึ้นมาทันที
ลุคมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างละโมบ ราวกับว่าเขากำลังมองดูสวนที่เต็มไปด้วยผลไม้
เอลซ่าและลุคตระเวนไปตามถนนสายต่างๆ พอถึงตอนเที่ยง ลุคก็พูดว่า “กลับกันเถอะครับ วันนี้พอแค่นี้แหละ เดี๋ยวผมเลี้ยงมื้อเที่ยงคุณเอง”
เอลซ่ารู้สึกแปลกใจ “ทำไมล่ะ?”
ลุคยกข้ออ้างที่ฟังดูน่าเชื่อถือขึ้นมา “เพราะผมดีใจที่ได้เจอคุณลุงน่ะครับ”
เอลซ่าสงสัย “นายสนิทกับลุงนายขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ลุคหัวเราะหึๆ “ก็นะ เขาคือเป้าหมายของผมเลยล่ะ สักวันหนึ่งผมจะปฏิเสธทุกอย่างที่ไม่ถูกจริต เหมือนอย่างที่เขาทำ”
เอลซ่าเห็นด้วยกับเขา “นั่นก็จริง ลุงของนายเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับท็อปของประเทศ นายมีคนคอยหนุนหลังเพิ่มมาอีกคนแล้วนะ” เธอหยุดพูดแค่นั้น ไม่อย่างนั้นมันจะฟังดูเหมือนเธอกำลังอิจฉาลุคอยู่
ลุคไม่ได้ใส่ใจนัก ใครคือผู้อุปถัมภ์ที่แท้จริงของเขากันล่ะ? ก็โทนี่ สตาร์ค ไงล่ะ!
เขาจะย้ายมา LAPD ได้ยังไงถ้าไม่ใช่เพราะโทนี่ สตาร์ค?
ใครจะกล้ามาตรวจสอบเขา? ถ้าพวกนั้นรู้ว่าโทนี่ สตาร์ค เป็นคนส่งลุคมาที่นี่ พวกเขาจะมีความกล้าพอที่จะมาจับกุมเขาเหรอ?
ไม่นานนัก เอลซ่าก็ขับรถมาถึงจุดหมายบนแผนที่ของลุค เธอถามอย่างระแวง “ที่นี่มีอาหารอร่อยๆ ด้วยเหรอ?”
ลุคหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วแตะที่แถบนำทาง แล้วเสียงผู้หญิงที่ฟังดูสุภาพก็พูดว่า “จุดหมายปลายทาง: ร้านน้ำชาโฮมเทสต์ (Home Taste Tea House) ร้านอาหารระดับมิชลิน 1 ดาว”
เอลซ่ารู้สึกวางใจขึ้นทันทีเมื่อได้ยินว่าเป็นร้านระดับมิชลิน
แม้ว่าอาหารอาจจะไม่ถูกปากเธอ แต่อย่างน้อยคุณภาพก็รับประกันได้
เอลซ่าค่อนข้างไม่ชินกับความวุ่นวายและเสียงผู้คนเมื่อพวกเขาเดินเข้าไปข้างใน
ไม่เหมือนกับร้านอาหารอเมริกันส่วนใหญ่ที่มักจะค่อนข้างเงียบสงบ ลูกค้าในร้านน้ำชาแห่งนี้ไม่ได้ใส่ใจที่จะลดเสียงลงเลย
เนื่องจากมีคนอยู่ในร้านเป็นจำนวนมาก มันจึงค่อนข้างเสียงดังทีเดียว
หลังจากได้อาหารแล้วพวกเขาก็ตรงกลับไปที่ ออฟฟิศอย่างไม่รีบร้อนนัก
B_R : ปุกาศ ปุกาศ !!!!!!!!!
ตอนนี้จบลงเพียงเท่านี้
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเข้ามาอ่านกันนะ
หากชอบเรื่องราวบทนี้ ฝากกดไลก์และร่วมพูดคุยในคอมเมนต์ด้วยนะครับ
ฝากเพจของพวกเราด้วยเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….
https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127