- หน้าแรก
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (Super Detective in the Fictional World)
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 167
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 167
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 167
ตอนที่ 167: การล่าตัวและภารกิจใหม่
ดัสตินอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา “ให้ตายสิ! พวกนายมาให้เร็วกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง? ฉันกินจนเกือบจะอิ่มแล้วเนี่ย”
เอลซ่าไม่ได้ใส่ใจนัก เธอสนิทกับดัสตินเกินกว่าจะมารู้สึกแย่กับเรื่องแค่นี้ “งั้นฉันเอากลับไปกินเป็นมื้อเย็นเองก็ได้ค่ะ โอเคไหม? นี่เป็นของดีจากร้านระดับมิชลินเลยนะ”
ดัสตินพูดว่า “อืม... จู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่ากระเพาะยังมีที่ว่างเหลืออยู่นิดหน่อยแฮะ ว่าแต่ ทำไมลุคถึงเลี้ยงมื้อเที่ยงเธอล่ะ?”
เอลซ่าตอบว่า “เขาบอกว่าเขากำลังอารมณ์ดีเพราะได้เจอคุณลุงน่ะค่ะ”
ดัสตินพยักหน้าแล้วพูดว่า “โอเค เธอไปได้แล้วล่ะ”
เอลซ่ารีบเดินออกไปทันที
ดัสตินแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเอลซ่าไปแล้ว “ก็นะ ขอบคุณพระเจ้าที่มันไม่ใช่เพราะเรื่องรางวัลส่วนตัวนั่น”
จู่ๆ เอลซ่าก็เดินกลับมา “บอสคะ มีคดีใหม่หรือเปล่า... หือ? รางวัลส่วนตัวอะไรนะคะ?”
ดัสตินพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “อ๋อ ฉันหมายถึงคดีล่าสุดน่ะ ทากากิบริจาคเงินจำนวนมากให้เราเพื่ออัปเกรดรถและระบบสื่อสาร เพราะงั้นลุคน่าจะได้รถใหม่น่ะ เธอโอเคกับเรื่องนั้นใช่ไหม?”
เอลซ่าบอกว่า “เขาควรจะได้มันค่ะ จริงๆ แล้วมันจะดีมากเลยถ้าเขามีรถเป็นของตัวเอง ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นคนขับรถให้เขาเลย”
ดัสตินถึงกับพูดไม่ออก ครู่ต่อมาเขาจึงถามว่า “เธอกำลังมองหาคดีใหม่เหรอ?”
เอลซ่าบอกว่า “ตอนนี้ฉันไม่มีคดีสำคัญอะไรอยู่ในมือเลยค่ะ บอสมีคดีใหม่บ้างไหม?”
ดัสตินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา“พรุ่งนี้เธอกับลุคเริ่มสืบคดีนี้ได้เลย”
เอลซ่าอ่านรายละเอียดคดีอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูระแวง “บอสคะ บอสอยากให้เรา... สืบคดีนี้จริงๆ เหรอ?”
ดัสตินส่งสัญญาณให้เอลซ่า และเธอก็รีบล็อคประตูทันที
หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง ดัสตินก็พูดว่า “บอกตามตรงนะ คดีนี้มีไว้เพื่อส่งเธอและลุคออกไปนอกพื้นที่จากที่นี่สักพัก เธออาจจะยังไม่รู้ แต่คดีที่นากาโตมิ พลาซ่า มันเริ่มจะยุ่งยากแล้วหล่ะ”
เอลซ่าพบว่ามันแปลก “แต่พวกโจรก็ถูกจับได้หมดแล้วไม่ใช่เหรอคะ?”
ดัสตินส่ายหัว “เอฟบีไอ (FBI) กำลังเรียกร้องให้เราปล่อยตัวพวกโจรให้พวกเขา โดยอ้างว่าฮันส์มีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมก่อการร้าย ซึ่งมันก็ฟังดูมีเหตุผล ไม่มีใครรู้ว่าฮันส์เคยทำอะไรมาบ้าง ถ้าเอฟบีไอขุดคุ้ยความผิดของเขาได้มากขึ้น พวกเขาก็จะสามารถชดเชยความผิดพลาดที่เกิดขึ้นที่นากาโตมิ พลาซ่า ได้”
เอลซ่าเข้าใจเรื่องนั้น แต่ก็ยังรู้สึกแปลกใจอยู่ดี “แล้วลุคไปเกี่ยวอะไรด้วยคะ?”
ดัสตินยิ้มขื่นแล้วลดเสียงลง แม้ว่าประตูห้องทำงานของเขาจะปิดสนิทอยู่ก็ตาม “ผู้อำนวยการของเราได้ยินมาว่า พวกนั้นต้องการจะดึงตัวลุคไป”
เอลซ่าอ้าปากค้าง “อะไรนะ? เป็นไปได้ยังไงคะ?”
ลุคอาจจะได้เป็นตำรวจสายสืบเพราะเส้นสายของโทนี่ สตาร์ค แต่มาตรฐานในการเป็นเจ้าหน้าที่เอฟบีไอนั้นสูงกว่ามาก
การจะเป็นเจ้าหน้าที่เอฟบีไอได้นั้น ต้องมีประวัติที่ขาวสะอาด มีวุฒิปริญญา มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และมีประสบการณ์ในระบบตำรวจหลายปีพร้อมผลงานที่โดดเด่น
แน่นอนว่าในเอฟบีไอก็มีการจ้างงานกรณีพิเศษด้วยเหมือนกัน อย่างเช่นลุงของลุคที่สามารถเข้าทำงานที่นั่นได้ง่ายๆ เพราะเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญ
แต่ทำไมเอฟบีไอถึงต้องยกเว้นให้กับลุคที่เพิ่งเป็นตำรวจมาได้แค่ครึ่งปีล่ะ?
เอลซ่าพบว่ามันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก
อย่างไรก็ตาม ดัสตินพูดอย่างจริงจังว่า “ฉันได้ยินมาว่าลุคไปเข้าตาหัวหน้าหน่วยเอฟบีไอคนหนึ่งระหว่างการปฏิบัติงานร่วมกัน หัวหน้าคนนั้นระบุชื่อลุคลงในรายงานของเขาและใส่ชื่อลุคไว้ในรายชื่อผู้มีพรสวรรค์ที่น่าจับตามอง”
เอลซ่าถึงกับพูดไม่ออก
เมื่อพิจารณาจากผลงานที่ผ่านมาของลุค มันก็มีเหตุผลเพียงพอที่เอฟบีไอจะดึงตัวเขาไป
หากพวกเขาสามารถดึงตัวลุคไปได้ เอฟบีไอก็จะได้หน้าว่าเป็นคนคลี่คลายคดีนากาโตมิ พลาซ่า เพราะเจ้าหน้าที่ของ “พวกเขา” เป็นคนที่มีบทบาทสำคัญในคดีนี้
ถึงแม้ทุกคนจะรู้ดีว่าลุคไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของพวกเขาตอนเกิดเรื่อง แต่พวกเขาก็ยังสามารถเขียนมันลงในรายงานได้อยู่ดี
เอลซ่าอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา “บ้าเอ๊ย! พวกหมอนั่นนี่เล่นเล่ห์เหลี่ยมเก่งชะมัด!”
ดัสตินยิ้มขื่น “เพราะงั้น ก็แค่พาเขาออกไปซะ ถือซะว่าไปเที่ยวแล้วกัน”
เมื่อสังเกตเห็นความลังเลของเอลซ่า ดัสตินก็ยื่นข้อเสนอเพิ่ม “ไม่ต้องห่วงเรื่องคดีของเธอหรอก เรื่องนี้มันจะส่งผลดีต่อเธอด้วย”
เอลซ่าอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วถามว่า “บอสกำลังจะบอกว่า...”
ดัสตินพูดว่า “ฉันไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น นี่มันก็แค่การไปพักร้อน ถ้าเธอมีแฟน ก็บอกให้เขาไปใช้เวลาที่ฝรั่งเศสกับเธอสักสิบวันนะ แต่เขาต้องจ่ายเงินเองล่ะ ฟังดูเป็นไงบ้าง?”
เอลซ่าขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ฉันไม่มีแฟนค่ะ! ฉันแค่อยากรู้ว่าเราจะได้เบี้ยเลี้ยงพิเศษสำหรับการเดินทางครั้งนี้ไหม”
ดัสตินลังเลแล้วพูดว่า “เราให้เธอได้วันละยี่สิบดอลลาร์”
เอลซ่าถึงกับพูดไม่ออก “ก็ได้ค่ะ อย่าโทรหาฉันตอนที่ฉันอยู่ที่นั่นนะคะ ค่าโทรระหว่างประเทศมันแพง ถือซะว่าเป็นวันหยุดของฉันแล้วกัน”
ดัสตินพยักหน้า
เขาแอบคิดในใจว่าถ้าจำเป็นจริงๆ เขาจะโทรหาลุคแทน เพราะลุครวยกว่าเอลซ่ามากหลังจากได้รับรางวัลอะไรก็ตามที่ทากากิมอบให้
เอลซ่าตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะหาความสุขจากวันหยุดครั้งนี้โดยอยู่ห่างๆ จากลุค
มันก็ไม่ใช่ไอเดียที่แย่นักที่จะไปใช้เวลาสองสามวันกับหนุ่มต่างชาติเก๋ๆ สักคน
มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะแบกแฟนจากลอสแอนเจลิสไปฝรั่งเศสด้วย มันเปลืองเงินจะตาย!
ดังนั้น ในไม่ช้าลุคก็ได้รับแจ้งว่าเขาจะต้องเดินทางไปฝรั่งเศสในวันรุ่งขึ้น
ลุคไม่รู้จะตอบกลับข้อความนั้นยังไงดี
ในเมื่อเขาต้องไปฝรั่งเศสพรุ่งนี้ เขาจึงรีบกลับบ้านและเก็บกระเป๋าเดินทางทันทีก่อนที่ฟ้าจะมืด
จากนั้น ลุคก็นั่งแท็กซี่ไปยังย่านเสื่อมโทรมที่เขาเพิ่งไปมาเมื่อตอนเช้า และในไม่ช้าเขาก็พบอพาร์ตเมนต์เก่าๆ หลังหนึ่ง
ลุคสวมผ้าคลุมสีดำ แม้แต่ใบหน้าก็ถูกปกปิดด้วยหน้ากาก
เขาปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าอย่างรวดเร็วและตรงไปยังที่ที่ดูเหมือนจะเป็นเพิงพัก
เสียงกรีดร้องของสัตว์ดังทำลายความเงียบสงบบนดาดฟ้า
ลุคเร่งความเร็วขึ้น และเมื่อเขาไปถึงเพิงพัก เขาก็หยิบท่อนไม้ขึ้นมาแล้วใช้มันพังประตูเข้าไป
ภายในเพิงพักมีชายไร้บ้านคนหนึ่ง เขามองมาที่ลุคด้วยสีหน้าตะลึงงัน
ลุคแสยะยิ้ม “มาพนันกันไหม ผมพนันว่าคุณสู้ผมไม่ได้หรอก”
พูดจบ เขาก็ฟาดชายคนนั้นเข้าที่ศีรษะ และชายคนนั้นก็สลบไปทันที
ลุคตรวจสอบการแจ้งเตือนจากระบบแล้วส่ายหัว “อย่างที่คิด มันยังไม่พอแฮะ”
เขาหยิบขวดน้ำแถวนั้นขึ้นมา สาดน้ำใส่หน้าชายคนนั้นเพื่อให้เขาฟื้นขึ้นมา
แล้วจากนั้น... ปัง!
ทันทีที่เขารู้สึกตัว ชายคนนั้นก็สลบเหมือดไปอีกรอบ
B_R : ปุกาศ ปุกาศ !!!!!!!!!
ตอนนี้จบลงเพียงเท่านี้
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเข้ามาอ่านกันนะ
หากชอบเรื่องราวบทนี้ ฝากกดไลก์และร่วมพูดคุยในคอมเมนต์ด้วยนะครับ
ฝากเพจของพวกเราด้วยเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….
https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127