- หน้าแรก
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (Super Detective in the Fictional World)
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 159
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 159
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 159
ตอนที่ 159: การรวมตัวของครอบครัวและการเฉลิมฉลองวันหยุด (2)
ลุคเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเล่าเรื่องคดีบริษัทนากาโตมิให้ครอบครัวฟัง แต่เขาไม่ได้เล่าถึงเรื่องเหตุยิงปะทะที่เขาเข้าไปพัวพันที่นิวยอร์กเลย เพราะกลัวว่าพวกเขาจะกังวล
ลุคเลือกที่จะเล่าเรื่องเบาๆ ให้แคทเธอรีนด้วยคดีตลกๆ ที่เขาเคยเจอแทน อย่างเช่นคดีที่มีผู้หญิงทะเลาะกับพนักงานร้าน แล้วด้วยความโมโหจัด เธอเลยคว้าอุจจาระของตัวเองขว้างใส่พนักงานคนนั้น
แคทเธอรีนตีเขาดังเพียะด้วยความโมโหแกมขำทันที
โชคดีที่ตอนนั้นพวกเขากำลังดื่มกันอยู่ไม่ได้กินข้าว ไม่อย่างนั้นคงได้พะอืดพะอมจนอยากจะอ้วกกับเรื่องเล่านี้แน่ๆ
ลุคจึงรีบเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องที่มีผู้หญิงคนหนึ่งพยายามปีนรั้วเพื่อใช้ทางลัด แต่ปรากฏว่ากางเกงในของเธอไปเกี่ยวติดกับรั้วจนขยับไปไหนไม่ได้ จนเธอต้องโทรเรียกตำรวจมาช่วย
แคทเธอรีนทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ “เธอใส่กางเกงในแบบไหนกันเนี่ย?”
โรเบิร์ตเองก็สงสัย “แล้วก้นเธอไม่เป็นแผลเลยเหรอนั่น?” แต่พอเห็นสายตาดุๆ ของแคทเธอรีน เขาก็รีบหุบปากฉับ
ลุคยักไหล่ “ผมก็สงสัยเหมือนกันครับ มันเป็นเรื่องเล่ากันมาจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (USC) ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องจริงหรือเปล่า”
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
คืนนั้นทุกคนรวมถึงเซลิน่านอนค้างที่วิลล่าด้วยกันหมด แถมยังมีห้องว่างเหลืออีกห้องหนึ่ง เพราะแคลร์ยืนกรานว่าจะไปนอนกับเซลิน่า
ลุคไม่รู้ว่าพวกเธอจะคุยอะไรกัน เขาแค่เตือนว่าอย่านอนดึกเกินไปเพราะพรุ่งนี้ต้องออกไปข้างนอก
ตอนเก้าโมงเช้า หลังจากที่ทุกคนตื่นมาทานมื้อเช้ากันเรียบร้อย ก็มีเสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้น
แคทเธอรีนบอกให้แคลร์ไปเปิดประตู ไม่นานนักแคลร์ก็อุทานลั่น “ลุค! นี่พี่เตรียมรถไว้ให้พวกเราด้วยเหรอ?”
ลุคทำหน้างง “รถอะไร?”
แคลร์บอกว่า “รถลีมูซีนน่ะ!”
ลุคเดินไปที่ประตูด้วยความสงสัย แล้วก็ได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะลองเดาดู “คุณทากากิให้คุณมาเหรอครับ?”
ชายผิวดำร่างเตี้ยยิ้มอย่างเป็นมิตร “ใช่ครับท่าน ผมรู้ว่าคุณกับคุณจอห์นช่วยกันจับพวกโจรนั่น”
ลุคพยักหน้า “คุณคือคนที่อยู่ในลานจอดรถวันนั้น?”
ชายผิวดำตอบอย่างเขินๆ “ผมเป็นแค่คนขับรถน่ะครับ”
ลุคไม่ได้ถามว่าทำไมเขาถึงไม่ลุกขึ้นสู้กับพวกโจร หรือทำไมตัวประกันทั้ง 50 คนถึงไม่มีใครขัดขืนเลย
เขาทำเพียงยิ้มตอบ “การจับโจรเป็นหน้าที่ของพวกเราครับ ไม่ใช่ของคุณ ว่าแต่... คุณทากากิให้คุณมาทำอะไรเหรอครับ?”
ชายผิวดำบอกอย่างยินดี “ผมจะมาคอยรับใช้ในระหว่างที่ครอบครัวของคุณอยู่ในลอสแอนเจลิสครับ ผมขับรถพาคุณไปได้ทุกที่ที่ต้องการ ผมรู้จักที่เที่ยวดีๆ ในแอลเอทุกที่เลย”
ลุคนึกออกในที่สุดว่าเขาเคยเปรยเรื่องนี้กับทากากิไว้ แต่เขาไม่คิดว่าทากากิจะจัดไกด์ส่วนตัวมาให้หลังจากยกวิลล่าราคาแพงให้เขาไปแล้ว
ลุคอดรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองติดค้างน้ำใจทากากิเข้าให้แล้ว อย่างน้อยเขาก็คงต้องช่วยชายคนนี้อีกสักครั้งตราบเท่าที่ไม่ขัดต่อหลักการของเขา
บุญคุณที่ลุคติดค้างทากากิอาจจะดูไม่มีมูลค่ามากนักในตอนนี้ แต่ในอีก 5 หรือ 10 ปีข้างหน้าล่ะ?
ต้องไม่ลืมว่าลุคจัดการกับโจรติดอาวุธ 50 คนได้ตั้งแต่อายุยังน้อยและยังเป็นแค่ตำรวจธรรมดาเมื่อครึ่งปีที่แล้ว
ทากากิย่อมมองเห็นอนาคตที่รุ่งโรจน์ของลุคอย่างแน่นอน
แน่นอนว่ามีความเป็นไปได้ที่ลุคอาจจะไม่สนใจทากากิ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ทากากิก็ไม่ได้เสียอะไรมากมายอยู่ดี
ลุคแจ้งข่าวเรื่องรถลีมูซีนและคนขับรถส่วนตัวที่จะคอยดูแลพวกเขาในอีกหลายวันข้างหน้าให้ทุกคนทราบ
แคลร์กรีดร้องด้วยความตื่นเต้น “กรี๊ดดด! ดิสนีย์แลนด์, ฮอลลีวูด, เบเวอร์ลีฮิลส์ และซันเซ็ตบูเลอวาร์ด! ฉันมาแล้ววว!”
ลุคไม่ได้ห้ามเธอที่ส่งเสียงดังเพราะเข้าใจว่าเธอกำลังตื่นเต้น
แคทเธอรีนพูดอย่างมีความหวัง “เราแวะไปที่ศูนย์ศิลปะเก็ตตี้ (Getty Art Center) ได้ไหมจ๊ะ?”
ลุคพยักหน้ายิ้มๆ “แน่นอนครับ”
โจเซฟถามบ้าง “ไปดูหนังได้ไหมครับ? ผมได้ยินว่าเรื่อง Aero-Troopers: The Nemeclous Crusade เข้าฉายช่วงคริสต์มาสพอดี”
ลุคบอกว่า “ได้สิ คุยเรื่องตารางเวลากับแคลร์และแม่ได้เลย”
โรเบิร์ตนิ่งเงียบมาตลอด ลุคเลยแอบยิ้มแล้วกระซิบข้างหูเขา “ให้ผมบอกคนขับให้พาคุณไปแถว 'ซานเฟอร์นันโดแวลลีย์' (แหล่งผลิตหนังผู้ใหญ่) คนเดียวไหมครับ?”
โรเบิร์ตสวนกลับทันที “ไปไกลๆ เลยไอ้ลูกชาย!”
หลังจากรวบรวมความเห็นของทุกคน ลุคก็ถามคนขับว่าควรวางแผนการเดินทางอย่างไร
คนขับถามว่า “พวกคุณจะอยู่ที่นี่กี่วันครับ?”
โรเบิร์ตคิดครู่หนึ่งแล้วบอกว่า “น่าจะสัก 5 วันมั้ง”
ลุคแย้งขึ้นว่า “อยู่สักสัปดาห์เลยก็ได้ครับ รถส่วนตัวแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ นะ”
โรเบิร์ตบอกว่า “ฉันลางานมาได้แค่ 5 วันน่ะ”
ลุคเลยต้องยอมตัดใจ เพราะมันคงไม่ปลอดภัยถ้าจะให้แคทเธอรีนเที่ยวต่อคนเดียวกับแคลร์และโจเซฟ
เมื่อยืนยันระยะเวลาพักได้แล้ว คนขับก็รีบเสนอว่า “ช่วงคริสต์มาสอย่าเพิ่งไปดิสนีย์แลนด์เลยครับ คนเยอะมหาศาลมาก พวกคุณจะต้องรอคิวเสียเวลาเปล่าเลยหล่ะ”
แคลร์จำใจต้องพับโครงการดิสนีย์แลนด์เก็บไปก่อน
ส่วนที่อื่นๆ คนไม่หนาแน่นเท่าไหร่ ความปรารถนาของโจเซฟที่จะดูหนังนั้นสามารถทำได้ทุกเมื่อ
ส่วนซานเฟอร์นันโดแวลลีย์ของโรเบิร์ต... ก็นะ มันไม่อยู่ในรายการที่ต้องไปหรอก
ในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจไป ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ (Universal Studios) ซึ่งคล้ายกับดิสนีย์แลนด์แต่คนน้อยกว่า
ส่วนทางเดินวอล์กออฟเฟม (Walk of Fame), เบเวอร์ลีฮิลส์ และการดูหนัง ค่อยไปทำในวันต่อๆ ไป
แน่นอนว่าส่วนที่น่าจะน่าเบื่อที่สุดคงหนีไม่พ้นการไปเดินเบเวอร์ลีฮิลส์ เพราะของที่นั่นแพงหูฉี่
ค่าแรงทั้งปีของลุครวมกับโรเบิร์ตเผลอๆ จะซื้อเสื้อผ้าที่นั่นได้แค่ไม่กี่ชิ้น
แต่แคลร์และแคทเธอรีนดูจะอยากไปที่นั่นมาก รวมถึงเซลิน่าด้วย พวกเธอจะไปเดินช้อปปิ้งโดยไม่ซื้ออะไรเลยจริงๆ เหรอ?
ลุคแอบกระซิบกับโรเบิร์ต “ถ้าผมมีงบหมื่นดอลลาร์ ให้แคทเธอรีน แคลร์ และเซลิน่าซื้อของที่อยากได้ คุณว่าไง?”
โรเบิร์ตกดฟันกรอด “ฉันออกเจ็ดพันห้า ส่วนแกออกอีกเจ็ดพันห้า แคทเธอรีนเป็นเมียฉัน เซลิน่าอยู่กับแก ส่วนแคลร์แกเป็นพี่ชาย แกต้องจ่ายครึ่งหนึ่งของส่วนยัยแคลร์ด้วย สรุปคือให้พวกเธอคนละห้าพันดอลลาร์ไปช้อปปิ้ง”
ลุคหัวเราะ “ดีลครับ”
จากนั้นเขาก็แอบไปกระซิบเรื่องนี้กับเซลิน่า เธอตาโตเท่าไข่ห่านทันที “จริงเหรอ?”
ลุคบอกว่า “ทุกคนมีของขวัญคริสต์มาสหมด แต่ผมยังไม่ได้ให้อะไรพี่เลย พี่ก็เป็นเหมือนครอบครัวของผมคนหนึ่งเหมือนกันนะ”
เซลิน่าดึงเขาเข้ามากอดและหอมแก้มฟอดใหญ่ “โอเค ต่อไปนี้นายคือน้องชายตัวน้อยของฉัน!”
ลุคถึงกับพูดไม่ออก
ส่วนสาวๆ ทั้งสามคนจะซื้ออะไรไปบ้าง ลุคก็ไม่รู้รายละเอียดหรอก รู้แค่ว่าหลังจากช้อปปิ้งเสร็จ พวกเธออารมณ์ดีกันสุดๆ
แคลร์และโจเซฟที่ไม่ค่อยได้เที่ยวไกลจากบ้านเกิดบ่อยนัก ต่างก็มีความสุขกับทริปนี้มาก
B_R : ปุกาศ ปุกาศ !!!!!!!!!
ตอนนี้จบลงเพียงเท่านี้
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเข้ามาอ่านกันนะ
หากชอบเรื่องราวบทนี้ ฝากกดไลก์และร่วมพูดคุยในคอมเมนต์ด้วยนะครับ
ฝากเพจของพวกเราด้วยเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….
https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127