เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 112

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 112

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 112


ตอนที่ 112: เด็กสาวผู้โชคดี และคนขับผิวสี

 

ลุคถูกสอบปากคำนานกว่าคนอื่นเป็นพิเศษเพราะเขาได้ฆ่าผู้ก่อการร้ายไปหนึ่งคน

ผู้ก่อการร้ายคนนั้นถูกมีดของลุคพุ่งเจาะเข้าที่ดวงตาเสียชีวิตคาที่ในทันที

อย่างไรก็ตาม ลุคไม่ได้รู้สึกกลัวผลที่ตามมาเท่าไร

ผู้ก่อการร้ายคนที่ตายไปคือหนึ่งในสองคนที่มีระเบิดติดอยู่กับตัว การฆ่าหมอนั่นจึงไม่ทำให้ลุคต้องรับโทษ

ส่วนมือวางระเบิดอีกคนคือคนที่ถูกดามอนซัดจนหน้าแหกนั่นเอง

หลังจากดามอนจัดการชายวัยกลางคนในชั้นเฟิร์สคลาสจนสลบ พ่อลูกคู่นี้ก็ลงมือต่อเนื่องทันที

ในจังหวะที่ลุคสะบัดมีดปาใส่มือระเบิดคนแรกและดามอนก็ซัดคนที่สอง ส่วนมินดี้ก็ได้ขว้างโทรศัพท์โนเกีย (Nokia) ของชายที่นั่งชั้นธุรกิจออกมาจากหลังม่าน

โทรศัพท์เครื่องนั้นซึ่งหนักราวกับก้อนอิฐ ได้กระแทกผู้ก่อการร้ายคนสุดท้ายจนสลบไปอย่างง่ายดาย

ทั้งลุคและดามอนต่างก็เหงื่อตกทันทีเมื่อทราบว่าโทรศัพท์เครื่องนั้นความจริงแล้วคืออุปกรณ์จุดระเบิด ในขณะที่อุปกรณ์จุดระเบิดอีกอันก็อยู่ที่ชายคนที่ถูกโทรศัพท์ปาใส่นั่นแหละ

พูดได้เต็มปากเลยว่ามินดี้เป็นคนจัดการตัวจุดระเบิดทั้งสองตัวด้วยตัวเธอเอง

แน่นอนว่าอาจจะพูดได้อีกอย่างว่าเป็นเพราะดวงดีล้วนๆ ที่การขว้างของเธอไม่ได้ทำให้ระเบิดทำงานขึ้นมา

สิ่งที่ FBI กังวลมากที่สุดคือ ลุคตรวจพบระเบิดบนตัวผู้ก่อการร้ายได้อย่างไร

ลุคเพียงแต่ให้คำอธิบายที่ดูลึกลับว่า: "ใช้สัญชาตญาณครับ"

แล้วลุครู้ได้ยังไงว่าหัวหน้าผู้ก่อการร้ายในชั้นเฟิร์สคลาส?

ลุคก็ยังคงอ้างคำเดิมว่า: "สัญชาตญาณครับ"

มันไม่สำคัญว่า FBI จะเชื่อหรือไม่ เพราะลุคไม่ได้ทำอะไรผิด

คนที่เขาฆ่าด้วยมีดพกระเบิดติดตัวอยู่ ลุคจึงมีสิทธิ์เต็มที่ในการทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งเขา

มินดี้ไม่ได้ฆ่าคนที่พกตัวจุดระเบิดอีกคนด้วยมีดของเธอ แม้ว่าเธอจะเตรียมมีดไว้พร้อมในมือตอนที่ขว้างโทรศัพท์ก็ตาม เธอเผื่อพลาดก็แค่นั้น

หลังจากที่ LAPD ช่วยยืนยันตัวตนและตรวจสอบประวัติเรียบร้อยแล้ว ในที่สุด FBI ก็ปล่อยตัวลุคออกมาในอีกสามวันต่อมา

ในช่วงสามวันนั้นลุคไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัย แต่ทำงานร่วมกับทีมสืบสวนแทน

อารมณ์ของลุคค่อนข้างดีในช่วงเวลานั้น

ทันทีที่เครื่องบินลงจอดและผู้โดยสารทุกคนลงจากเครื่อง ลุคได้รับแจ้งเตือนจากระบบ

ภารกิจ: ยับยั้งการจี้เครื่องบิน ป้องกันผู้ก่อการร้ายจุดระเบิด และช่วยเหลือผู้โดยสาร ค่าประสบการณ์ทั้งหมด: 5,000. เครดิตทั้งหมด: 5,000. อัตราการมีส่วนร่วม: 70%. ได้รับ EXP +3,500. ได้รับเครดิต +3,500. เนื่องจากค่าประสบการณ์สะสมถึง 5,000 แต้ม โฮสต์ได้เลื่อนระดับเป็นเลเวล 8 แต้มสถานะพิเศษ: 4 แต้ม

รางวัลช่างงดงามคุ้มค่าเหลือเกิน แต่ถ้าเลือกได้ลุคขอเลือกที่จะไม่เจอกับเหตุการณ์แบบนี้อีกจะดีกว่า

เขาอาจจะตายได้ถ้าประมาทไปเพียงนิดเดียว มันตื่นเต้นเกินไปแล้ว!

ลุคขึ้นเครื่องบินอีกลำมุ่งสู่นิวยอร์กพร้อมกับเอลซ่า เขาพูดอย่างโล่งอกว่า “ในที่สุดมันก็จบลงสักที”

เอลซ่าอดไม่ได้ที่จะถามว่า “มันเป็นสัญชาตญาณจริงๆ เหรอ?”

ลุคหัวเราะเบาๆ แต่ไม่ได้ตอบคำถามนั้น “ขอบคุณนะครับเอลซ่า” ลุคพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เอลซ่าชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้ม “ไม่จำเป็นหรอก ยังไงนายก็เป็นคู่หูของฉันนี่”

ตอนนี้ความประทับใจที่ลุคมีต่อเอลซ่าดีขึ้นมากทีเดียว

อย่างน้อยที่สุด ตอนที่ FBI สอบสวนเขา เอลซ่าก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่พยายามปกป้องเขา และยังติดต่อให้ดัสตินช่วยรับรองเขาด้วย

มันยากที่จะบอกว่าคำพูดของดัสตินช่วยได้จริงไหม เพราะคนที่สอบสวนลุคคือ FBI และผู้บัญชาการแผนกคดีอาชญากรรมร้ายแรงอันที่จริงแล้วก็ไม่ได้มีอำนาจมากพอจะไปโน้มน้าวพวก FBI ได้

อย่างไรก็ตาม ลุคยังคงซาบซึ้งในความพยายามของดัสติน

ลุครู้สึกว่าการมีคู่หูและเจ้านายแบบนี้ ชีวิตในลอสแอนเจลิสของเขาน่าจะสะดวกสบายกว่าตอนอยู่ที่ฮิวสตันเยอะ

สามชั่วโมงต่อมา เครื่องบินลงจอดที่สนามบินเคนเนดี้ ลุคและเอลซ่าออกจากสนามบินและเรียกแท็กซี่

คนขับแท็กซี่เป็นหญิงผิวสี ลุคบอกไม่ถูกว่าเธออายุเท่าไหร่

รถแท็กซี่คันนี้ยังใหม่ และคนขับผิวสีที่สวมชุดกีฬาสีเขียวคนนี้ดูจะเชี่ยวชาญการขับมุดฝ่าการจราจรที่แน่นหนาเอามากๆ

ลุคพูดคุยกับคนขับที่ช่างพูดคนนี้ พร้อมกับเอ่ยชมทั้งตัวรถและทักษะของเธอ ทำให้คนขับดูจะมีความสุขมาก

ตอนที่เขาลงจากรถ ลุคถึงกับขอให้นามบัตรของคนขับไว้ด้วย

เพราะยังไงซะ ลุคอาจจะต้องการรถในระหว่างการสืบสวนที่นี่ และบางครั้งคนขับในพื้นที่ก็อาจจะมีประโยชน์

และแล้วคนขับแท็กซี่ขับรถจากไป เอลซ่ามองลุคแล้วพูดอย่างสงสัย “ถ้าฉันไม่เคยเห็นเซลิน่ามาก่อน ฉันคงคิดว่านายกำลังจีบคนขับรถอยู่นะเนี่ย”

ลุคเหงื่อตกพลางพูดว่า “เอลซ่า คุณว่าคนขับคนนี้ดูจะคุ้นเคยกับนิวยอร์กมากเป็นพิเศษใช่ไหม?”

เอลซ่าไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่อะไรขณะเดินต่อไป “มีคนขับแท็กซี่คนไหนไม่คุ้นกับนิวยอร์กบ้างล่ะ?”

ลุคเดินตามเอลซ่าไปพร้อมกระเป๋าเดินทาง “เผื่อคุณจะลืมนะ เมื่อกี้เธอเพิ่งบอกว่าก่อนหน้านี้เธอเคยขับรถส่งอาหารมาก่อน แถมยังเป็นเจ้าของสถิติการส่งที่เร็วที่สุดด้วย”

เอลซ่าบอกว่า “อ้อ... หือ? เดี๋ยวนะ!! นายกำลังจะบอกว่า...”

ลุคยิ้มกว้าง “คนที่อยู่จุดสูงสุดของสายงานไหนก็ตามย่อมต้องมีคุณสมบัติที่พิเศษกว่าปกติ เธอต้องคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในนิวยอร์กมากกว่าคนขับแท็กซี่ทั่วไปแน่นอนครับ”

เอลซ่ากล่าว “โอเค ฟังดูมีเหตุผล แต่ประเด็นคืออะไรล่ะ?”

ลุคตอบว่า “ก็แค่เผื่อไว้น่ะครับ ถ้าเกิดเราต้องการคนขับรถในระหว่างสืบสวนที่ไม่ได้ทำงานให้ NYPD ขึ้นมาล่ะ?”

เอลซ่าอดไม่ได้ที่จะหยุดเดิน เธอมองลุคครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจ “นายพูดไม่ผิดหรอก คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนล้วนมีความสามารถพิเศษในแบบของตัวเอง ฉันสงสัยมาตลอดว่านายไปหาพ่อลูกคู่นั้นมาช่วยจัดการผู้ก่อการร้ายได้อย่างสมบูรณ์แบบขนาดนั้นได้ยังไง ตอนนี้ฉันเริ่มคิดว่ามันน่าจะเป็นพรสวรรค์ของนายในการมองหา 'อะไรก็ได้ที่อาจเป็นประโยชน์' ในทุกที่ที่นายไป”

“ชมกันแบบนี้ผมก็เขินสิครับ” ลุคยิ้ม ใครจะไปบอกล่ะว่าผมมีระบบอยู่กับตัวหล่ะ

เอลซ่าส่ายหัวยิ้มๆ “เอาเถอะ งั้นเอานามบัตรมาให้ฉันใบหนึ่งสิ ฉันเห็นนายขอจากเธอมาสองใบ”

ลุคส่งนามบัตรของคนขับผิวสีให้เธอใบหนึ่ง

เอลซ่าอ่านนามบัตร “เบลล์ (Bell)? เบอร์โทร XXXXXXXX? แค่นี้เหรอ? ไม่มีแม้แต่ชื่อเต็มในนามบัตรด้วยซ้ำ”

ลุคยิ้มอย่างลึกลับ

เอลซ่าสังเกตเห็น “มีอะไรเหรอ?”

ลุคตอบว่า “ถ้าผมเดาไม่ผิดนะ คนขับคนนี้อาจจะทำบางเรื่องที่ไม่ค่อยจะถูกกฎหมายเท่าไหร่ก็ได้ เพราะดูเหมือนเธอจะชอบการแข่งรถในเมืองเอามากๆ”

เอลซ่าถึงกับพูดไม่ออก “...นายไปรู้เรื่องนั้นได้ยังไงอีกล่ะ?”

ลุคบอกว่า “เธอบอกว่าเธอรักการแข่งรถ ผมเลยสังเกตป้ายทะเบียนรถเธอเป็นพิเศษ แล้วก็เห็นบางอย่างที่มันแม่งๆ น่ะครับ”

เอลซ่ากล่าวว่า “...ป้ายทะเบียนรถเธอเปลี่ยนสลับได้ตลอดเวลาเลยงั้นเหรอ?”

ลุค: “หึหึ”

ขณะที่คุยกัน ทั้งสองคนก็เดินเข้าไปในสำนักงานตำรวจนิวยอร์ก (NYPD)

B_R : ปุกาศ ปุกาศ  !!!!!!!!!

ตอนนี้จบลงเพียงเท่านี้

ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเข้ามาอ่านกันนะ

หากชอบเรื่องราวบทนี้ ฝากกดไลก์และร่วมพูดคุยในคอมเมนต์ด้วยนะครับ

ฝากเพจของพวกเราด้วยเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….

https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127

จบบทที่ สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 112

คัดลอกลิงก์แล้ว